Spec.และคุณสมบัติ
http://www.sokenthai.com/product/productdetail.php?cat=100.101&id=183&lang=thราคา 499.00 บาท
คุณสมบัติ , ข้อมูลจำเพาะ"Pure Classical, Metal Attraction"
"2 Ways-Driver Earphone"
หูฟังทำด้วยโลหะอลูมิเนียมอัลลอยด์
Driver 2 ทาง ฟังได้ทั้ง 2 ด้าน คือแบบธรรมดา และ In-Ear
ให้เสียงเบส อิ่มแน่นเต็มอารมณ์
เส้นผ่าศูนย์กลางลำโพง :: 16mm.
ความไว 113dB/1 mw (S.P.L. at 1kHz)
ความต้านทาน 32 โอห์ม
ตอบสนองความถี่เสียงระหว่าง 18 Hz - 22,000 Hz
บรรจุอยู่ในกล่องอย่างหรู ภายในกล่องมีฟองน้ำสวมหูฟังแถมมาด้วย 2 คู่
ผลจากการทดลองใช้งาน - พอดีผมได้เจ้า ipod nano รุ่นใหม่ (g.2 ตัวเล็กสุดขนาด 2 G.) มา ก็เลยอยากลองหาหูฟังตัวอื่นมาลองเปรียบเทียบกับหูฟังของตัวมันเอง ก็ได้ Soken AS-800 ที่ราคาเพียงไม่กี่ร้อยบาท มาลองดู ก็รู้สึกทึ่งกับเสียงที่ได้จากหูฟังที่ราคาไม่แพงเลย เพราะมันให้เสียงที่ดีกว่าหูฟังที่ติดมากับตัว ipod เองเสียอีก ...
โดยที่ หูฟังของ AS-800 จะสามารถใช้งานได้ 2 ลักษณะ คือ
1.ใส่ที่หูแบบหูฟังธรรมดา (ด้านที่สามารถสวมกับฟองน้ำได้ วิธีการใส่ฟอน้ำเข้าไปก็คือ ต้องค่อยๆยืดเจ้าฟองน้ำออก (อย่ารุนแรงจนมันขาดไปเสียก่อนล่ะ) แล้วค่อยๆสวมคลุม ในส่วนของหูฟังเข้าไป แล้วก็ค่อยๆขยับไปมาให้เข้าที่เข้าทางอีกทีนึง) สิ่งที่ได้เพิ่มขึ้นมาก็คือ ได้รายละเอียดของเครื่องดนตรีมากขึ้น รวมทั้งเบสที่เป็นลูกๆ ก็เหมาะสำหรับคนที่ชอบฟังแบบสบายๆ ไม่ชอบให้มีอะไรแยงเข้าไปในรูหู อิๆๆ...
2.แต่พอเปลี่ยนไปใส่อีกด้านที่เ้ป็นแบบ in ear คือ ยัดใส่ในรูหู ปรากฏว่า หูแทบแตก (รีบหรี่เสียงแทบไม่ทัน) อุๆๆ คือ เสียงมันดังมากขึ้น เพราะมันถูกเสียบเข้าไปในรูหูโดยตรง ถึงแม้ว่า AS-800 จะไม่ได้ใส่เข้าไปลึกเหมือนกับพวกที่ทำมาแบบ in ear โดยเฉพาะ แต่มันก็กันเสียง
รบกวนจากภายนอกได้ดีทีเดียว ทำให้เราได้ยินเสียงที่้ชัดเจนมากขึ้น ได้ทั้งรายละเอียดและเสียงเบสที่ตึ้บๆหนักแน่น สะใจนักฟังเพลงประเภท กระแทกกระทั้นอย่างที่สุด....
ซึ่งการออกแบบมาให้ใช้งานได้หลากหลายนี้ก็เป็นข้อดี ที่เราจะสามารถเลือกได้ว่า เราอยากจะฟังเพลงในลักษณะอารมณ์แบบแตกต่างกันได้
ข้อดีอีกอย่างนึงก็คือ การออกแบบให้สายของหูฟัง ซ้าย-ขวา ยาวไม่เท่ากัน สำหรับผม ทำให้เวลาจะหยิบหูฟังขึ้นใส่หู ก้ไม่ต้องเสียเวลามาพลิกดูที่ตรงหูฟังอีกที ว่า ข้างไหนเป็นข้างไหน สะดวกดีครับ
สายหูฟังด้านขวา (R) จะยาวกว่าด้านซ้าย (L)
สรุปโดยรวม ก็เป็นหูฟังที่ผมชื่นชอบในแง่ของ เสียงที่ดีเมื่อเทียบกับราคา และการออกแบบที่ดี สามารถใช้งานได้สะดวกและหลากหลายครับผม.....ขอบคุณครับ
แถม รีวิวจากผู้ใช้ท่านอื่น......http://www.pantip.com/tech/gadget/topic/TM2129028/TM2129028.htmlความคิดเห็นที่ 8
Soken AS-800!!! ( ของเก่าเอามาเล่าใหม่ ผมขี้เกียจพิมพ์

)
เพราะกระแสเครื่องเล่น MP3 นี่แหละครับ ทำให้ผมได้มีหูฟังดีๆมาใช้หลายตัว ถ้าเป็นสมัยก่อนผมคงยังหลับหูหลับตาใช้แต่ sony อยู่นั่นแหละครับ นี่พอมีคนมา test มา review เข้า ตาถึงได้สว่างบ้าง

อย่างว่าแหละครับ หูฟังมันแพง ใครจะไปกล้าเสี่ยงซื้อมาใช้ง่ายๆล่ะครับ จริงไม๊
ท่ามกลางกระแสหูฟังดังๆอย่าง Philips SHE9500 , Creative EP630 , EP880 , Shure E2C , E3C , E4C , E5C , Senheiser MX550 , PX100 , PX200 , etc. ทำให้ผมเคว้งครับ ไม่รู้จะซื้อตัวไหนมาเป็นคู่บุญคู่ยากดี เพราะว่า คนนั้นก็บอกอันนั้นดีกว่าอันนี้ อีกคนก็บอกว่าอันนี้ดีกว่าอันนั้น แถมแต่ละอันมันก็ไม่ได้ถูกๆ ผมก็ยิ่งไม่รู้จะเลือกอันไหนเข้าไปใหญ่ แต่สุดท้ายผมก็ไปคว้าเอา EP880 มาจนได้ ผลก็คือ ชอบมากเลยครับ ส่วนรายละเอียดของ EP880 ก็ลอง search ดูเอาใน pantip แล้วกันครับ
เกริ่นมาซะเยอะ มาเข้าเรื่องดีกว่าครับ คือ เรื่องของเรื่องมันเกิดจากวันนึง ผมได้ฟังรายการ What's hifi ( ใช่ป่าวนะ ไม่แน่ใจว่าชื่อนี้ป่าวนะครับ พอดีผมไม่ได้ฟังต่อเนื่อง ขอโทษผู้จัดด้วยแล้วกันครับ ) ทาง FM 102.5MHZ ซึ่งปรกติรายการนี้จะพูดแต่สินค้าระดับ Hi-end ( แต่ก็พูดถึงสินค้า sponsor ตัวเองบ๊อยบ่อย ) แต่มีครั้งนึง รายการนี้พูดถึงหูฟัง Soken ... ผมก็งง เลยรีบหมุนเร่งเสียง ( front ผม รุ่นเก่า..55 ) ตอนแรกนึกว่าหูฝาด แต่พอฟังดีๆ หูฟัง soken จริงๆด้วย ทางผู้จัดรายการบอกว่า หูฟัง soken เสียงดีมาก ติดโม้หน่อยๆด้วยว่า หูแพงๆน่ะ กินมันไม่ลงหรอก... เอาล่ะสิ ผมได้ยินแบบนี้จะอยู่เฉยๆได้หรือ ก็เลย ลองสอบถามไปทางศูนย์ soken เกี่ยวกับหูฟังที่ได้ยินมา ซึ่งทางศูนย์ก็บอกมาว่า อยู่ในระหว่างการนำเข้า... ไม่ทราบกำหนดว่ามาถึงเมื่อไหร่... ผมก็เลยแห้วไปตามระเบียบ
เผอิญวันนี้ผมติดธุระต้องไปซื้อของที่ IT mall ก็เลยเดินเล่นแถวๆนั้นดูนั่นดูนี่ไปเรื่อย ช่วงกำลังเดินๆอยู่ก็มองไปเห็นซุ้มที่ขายหูฟังครับ ผมก็เลยเดินไปด้อมๆมองๆเผื่อมีอะไรน่าสนใจ ปรากฏว่า เจอหูฟัง Soken ครับ ! ผมตกใจมาก มันมาแล้วหรือ ก็เลยรีบซื้อเพื่อเอามาทดสอบคุณภาพเสียงเลยครับ
ดูกันที่ภายนอกก่อนครับ package ที่ใส่ถือว่าสอบผ่านเลยครับ ทำได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ส่วนตัวหูฟังนั้น ผมชอบตั้งแต่แรกเห็นเลยครับ ไม่น่าเชื่อว่าทำออกมาได้ดูสวยขนาดนี้ ( ในตอนแรกผมนึกว่าจะขี้เหร่ซะอีก ผิดคาดมาก 55 ) วัสดุที่ใช้ทำก็ค่อนข้างโอเคเลยครับ เสียตรงยางตรงท้ายมันทำไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับ แต่ว่า ด้วยข้อดีที่ Package รูปทรง และสีมัน ทำให้ผมมองข้ามมันไปเลยครับ
ทีนี้มาดูรายละเอียดของหูฟังครับ
Main Specification of Earplug
Type: Stereo Direct Pull Earplug
Diameter of Speaker : 16mm
Sensitivity: 113db / 1mw ( S.P.L at 1KHZ )
Impedance : 32 ohm
Frequency Response Range : 18HZ-22000HZ
Rated Input: 1mw
Max Input: 5mw
Electric Wire: 3.5mm, 1.3M
Weight: 15g (including wire )
เป็นไงครับ spec ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่า soken จะทำหูฟังระดับนี้ได้ เสียอย่างเดียวตรง Freqency Response Range ตรงเสียงต่ำมันน่าจะต่ำกว่านี้อีก แต่แค่ 18hz หูคนเราก็ไม่ได้ยินแล้วครับ
ทีนี้มาลองฟังคุณภาพเสียงบ้างครับ เผอิญที่โชคร้ายของ As-800 ที่ผมมี EP880 อยู่ในมือ ช่างเป็นคู่มวยที่ไม่เหมาะกันเลยครับ แต่ ทำไงได้ ของมันต้องลองครับ
คุณภาพเสียง AS-800 ( ขอเรียกเป็น code ละกันครับ พอดีผมมีตัว AS-800 นิ รุ่นอื่นก็ยังไม่เห็นนะครับ ) ตอนที่ฟังครั้งแรก การแยกเสียงทำได้เกือบดีเลยครับ พอดี EP880 มันดีกว่า 555 เรื่องความกว้างของเสียงก็ทำได้ดีครับ เสียงออกมาค่อนข้างได้ครบถ้วน เสียงกรุ้งกริ้งก็ทำได้ดีเลยครับ ถึงแม้จะไม่ได้ระดับของ EP880 แต่ดีกว่า MX300 และ MX500 ที่ผมมีแน่นอนครับ ดีกว่ามากถึงมากที่สุดด้วยครับ
ระหว่างฟังๆผมก็ไม่คิดอะไร เพราะผมทะยอยเทสกับเพลงทีละแนว ซึ่งจะไล่ตั้งแต่ classic ที่มีเสียงดนตรีน้อยชิ้น ยันมากชิ้น แล้วก็ไปทาง pop dance rock ไล่ไปเรื่อยๆ ปรากฏว่าช่วงที่เริ่มไปที่ POP ผมถึงกับตกใจครับ เบสมันแน่นจริงๆครับ ไม่น่าเชื่อว่าจะทำเบสได้ดีขนาดนี้ พอดีผมไม่มี in-ear เลยไม่สามารถเทสได้ว่าเบสอย่างไหนดีกว่า แต่ว่า ผมขอรับรองเลยว่า คนที่ฟังเพลงเน้นเบส ซื้อตัวนี้ไม่ผิดหวังครับ ผมยังอึ้งๆอยู่เลย
ข้อดีมันก็อย่างว่านะครับ คือ เบสแน่น เสียงดนตรีให้ได้ค่อนข้างครบ ถึงแม้ความกว้างของแนวเสียงและการแยกตำแหน่งสัญญานจะทำได้ไม่เท่า EP880 แต่ก็ยังให้รายละเอียดของเสียงได้ครบครัน ซึ่งแน่นอน เบสตัวนี้กิน EP880 ขาด

ข้อเสีย เป็นข้อเสียสำหรับผู้ที่ใช้กับ remote เพราะ AS-800 เป็นแบบสายเส้นเดียวครับ ไม่มีข้อต่อแยก และ ไม่แถมที่ใส่หูฟังด้วย.. ( แหม แย่จริงๆ ) แต่สำหรับบางคนก็คงชอบแบบนี้น่ะครับ
ข้อเด็ดของตัวนี้คงจะอยู่ที่สามารถฟังเป็น in-ear ได้ด้วยครับ แต่ข้อเสียคือ ยางหลวมเหลือเกิน ผมไม่เคยยัดมันได้สำเร็จเลยครับ ไม่รู้จะหายางจากไหนมาเปลี่ยนมันดี คิดว่าถ้าได้ฟัง in-ear ได้ เสียงคงยิ่งดีกว่านี้ แต่ก็จะทำให้คนที่นั่งใกล้ๆเราได้ยินเพลงที่เราฟังไปด้วยครับ ถือว่า เผื่อแผ่อนิสงค์ไปแล้วกันครับ เหอะๆ
สนนราคา ก็อย่างที่ในวิทยุกล่าวไว้ คือ แพงมากๆ ครับ คิดดีๆก่อนนะครับถ้าจะซื้อมาครอบครอง ราคามันคือ........ 499 บาท ถ้วนครับ!!! ต่อได้อีกนิดหน่อยอีกตะหาก อันที่จริงตอนที่ผมฟังในรายการเค้าบอก 300 ด้วยซ้ำครับ แหม แพงกว่าที่ในรายการบอกอีก หรือผมซื้อแพงน้อ...... ถ้าสนใจก็ลองหลอกให้ใครไปซื้อมา test ดูแล้วกันครับผมเชื่อว่า 499 ไม่เจ็บแน่นอนครับ...
