ตอบดังนี้
1. ทำไม ต้องมีการจุดใส้หลอดด้วย
ใส้หลอดทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น ทังสแตน (เหมือนขดทีอยู่กลางหลอดไฟสมัยโบราณ ) หรือโลหะอื่นในกลุ่มเดียวกัน เมื่อมีความต่างระดับไฟที่
ขั้ว 2 ข้างก็จะมีกระแสไฟ และเกิดความร้อน (และที่เราเห็นเป็นแสงสว่าง ) ระดับไฟ แล้วแต่ส่วนผสมของโลหะ และจำนวนขด ส่วนใหญ่ เป็น 6.3 , 12v แต่ ไฟ
ใส้หลอด (Filament Voltage )มีค่าอื่นด้วยเช่น 1.5, 2 , 3, 5 ,7,20,50 V. ความต่างระดับไฟตรงนี้ เป็นไฟกระแสตรง หรือกระแสสลับก็ได้ แล้วแต่การออกแบบ
ใช้งาน ในยุคก่อนๆ เป็นไฟกระแสสลับ AC แต่ปัจจุบันใช้ทั้ง AC และ DC จุดประสงค์ตรงนี้คือสร้างความนร้อน ให้ Filament เพื่อให้ Cathode ที่อยู่ใก้ลร้อน
(ยกเว้น ในหลอดบางชนิดที่ไม่มี Cathode พวก Dirrect-heating Triode ( Pentrode เช่น 2E22 )
2. เมื่อต้องการให้เกิดการขยายสัญญาณ คือมีกระแสไหลในหลอดจาก Plate ไป Cathode
เรายังไม่พูดถึงขากริด เมื่อ ขด Filament ร้อน ขา Cathode หรือ Filament ( หลอด Dirrect-heating ) จะจ่าย อ๊เล็คตรอนออกมา ทำให้ในหลอดต้องเป็นศูน
ยากาศ(เพราะว่า อีเล็คตรอน วิ่งได้ดีกว่า )แล้วอีเล็คตรอน วิ่งไปที่ไหน อีเล็คตรอนจะวิ่งไปที่ด้านที่มีไฟสูงกว่า ก็เป็นคำถามของคุณ ว่าทำไมต้องมีไฟสูงที่ขา Plate
เมื่อมีความต่างระดับไฟที่สูงกว่า ที่ Plate,อีเล็คตรอนก็วิ่งไป Plateกระแสไฟก็วิ่งลงมาจาก-ขา Plate ไปยังขา Cathode (ตรงกันข้าม ) ระยะห่างจาก Plateและ
Cathode รวมทั้งโลหะวิทยาของ Plate และ กริด เป็นตัวกำหนดไฟสูงที่ต้องการ ปกติ ตั้งแต่ 50 โวลต์ ถึง 20,000 เพราะว่าไฟสุงมาก กระแสก็ไหลได้มาก