ถามแบบนี้น่าตอบครับ แต่เล่ายาวหน่อยนะครับ หวังว่าจะทนอ่านจนจบก่อนจะถามว่า แล้วอะไรดีกว่ากัน

แซวเล่นตามธรรมเนียมครับ อย่าถือสา

เริ่มที่รู้จักกับ --ความไว-- ก่อน Sensitivity หรือความไว อันที่จริงแล้วก็คือประสิทธิภาพทางพลังงาน (Efficiency) นั่นแหล่ะครับ ป้อนเข้าไป 1 วัตต์ แล้วจะได้ Output เป็นเสียงมากี่วัตต์ แต่เรืองความดังนี่ ถ้าบอกเป็นวัตต์หรือ % เช่นลำโพงตัวนี้ประสิทธิภาพ 1% มันรับรู้ยากครับ ก็เลยบอกเป็นระดับ Decibel, dB ดีกว่า มันจะสอดคล้องกับการรับรู้ดัง-ค่อยของพวกเรามากกว่า
มาตรฐานจริงๆ แล้ว ประสิทธิภาพต้องเทียบระหว่างพลังงานกับพลังงานครับ หน่วยมาตรฐานก็คือ dB ต่อ 1 Watt ที่ระยะ 1 เมตร หรือ dB/W/m ที่เราเห็นๆ นั่นแหล่ะครับ ในทางปฏิบัติก็คือวัดความดังที่ระยะ 1 เมตรจากจุดกำเนิดเสียง แล้วป้อนพลังงานไฟฟ้าเข้าไป 1 Watt วัดความดังได้เท่าไหร่ก็เท่านั้นครับ
ส่วนอีกหน่วยวัดนึงที่เรามักจะเห็นก็คือ dB/2.83V/m หน่วยนี้จะเท่ากับ dB/W/m ในกรณีที่ Imp ของลำโพงเป็น 8 ohm เพราะว่า P = (V^2) / R = (2.83^2) / 8 = 1Watt นั่นเอง แต่กรณีที่ Imp ไม่เท่ากับ 8 ohm dB/2.83V/m ย่อมเป็นคนละความหมายกับ dB/W/m ครับ โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าควรจะใช้หน่วยสากลคือ dB/W/m เพราะเป็นการเทียบค่าระหว่างพลังงานกับพลังงาน จะเห็นว่าถ้าบอกเป็น 2.83V ก็จะต้องมีตีความกันอีกว่า Imp เป็นเท่าไหร่ หรือไม่ก็ทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดไปเลย ยกตัวอย่างเช่นคุณต้องการลำโพงไว 90dB/W/m และคุณก็หาลำโพงไว 90dB/2.83V/m (4 Ohm) ได้แล้ว ใช่ครับ... คุณคิดว่าได้แล้ว แต่ที่คุณได้มาเป็นลำโพงที่ไว 90dB/
2W/m ครับ ถ้าเทียบแล้วมันเท่ากับ 87dB/W/m เท่านั้นเอง

และถ้าคุณเอาลำโพงหลายๆ ตัวมาประกอบกันเป็น Fullrange Speaker เช่นเลือก Tweeter ไว 93dB/2.83V/m (6 Ohm) กับ Woofer 93dB/2.83V/m (4 Ohm) กับ Midrange 93dB/W/m (16 Ohm) แล้วคุณไม่รู้ว่ามันไม่เหมือน ความไวของทั้งระบบก็เหลื่อมกันไปหมดครับ

เช่น ระหว่าง 87db, 8 Ohm กับ 90db, 4 Ohm ถ้าแอมป์ขับ 4 โอห์มได้ ตัวไหนจะขับง่ายกว่ากัน
มีวิธีการคิดยังไงครับ...ขอความรู้หน่อย

ขับง่ายกว่าในที่นี้คงหมายถึงความไวมากกว่าใช่ไม๊ครับ คิดว่าที่อธิบายไปข้างต้นคงช่วยให้คุณ 100dB หาคำตอบได้แล้วนะครับ คงต้องไปดูให้ชัดๆ อีกทีว่าหน่วยความไวเป็นอะไรครับ
