HTG2.club

สงสัยเรื่อง buffer preamp กับ i/v ครับ

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้


ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,854
ขอรบกวนความรู้เพิ่มเติมน๊ะครับ ผมมีอุปกรณ์ดังนี้ครับ
DAC Mr.Q ต่อจาก output ปกติ(สุดท้าย) ไปเข้า pretone อ.มด และต่อเข้า amp VACTech mini7 ครับ ไม่ทราบว่า impedance มัน match กันไหมครับ และถ้าเอา buffer B1 ข้างต้นมาแทรกระหว่าง DAC กับ pretone จะช่วยให้ระบบดีขึ้นไหมครับ รูปวงจรตามแนบครับ

DAC Mr. Q นี่ output impedance เท่าไรครับ
pretone อ.มด นี่ input / output impedance เท่าไรครับ
amp VACTech mini7 มี input impedance เท่าไรครับ

เท่าที่สังเกตดูน๊ะครับ ถ้าเอา pretone ออกเสียงจะดังขึ้น แต่รายละเอียดไม่ดีเท่ากับเอา pretone ใส่ไว้ด้วยครับ

DAC Mr.Q ตามวงจรที่แสดงไว้ใช้ Opamp Output อย่างแย่สุดก็ควรจะขับ Load 600R ได้ครับ Input Imp ของปรีตามรูปเป็น Vol 100k ขนานกับ Input ของหลอดซึ่งมีค่าเสมือนอนันต์ Input Imp ~100k ครับ ส่วนนี้ไม่มีปัญหาอะไร Output Imp ของปรีเป็น Cathode Follower กรณีวงจรตามรูปน่าจะอยู่ที่ประมาณ <100R ครับ ในขณะที่แอมป์ Mini-7 มีค่าประมาณเท่ากับ Vol ในที่นี้คือ 100k ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ

ส่วนที่ถามเรื่องการแทรก Buffer ถ้ามองทางเทคนิคแล้วไม่จำเป็นครับ เห็นตรงกับคุณ aekkuki ครับ ส่วนเรื่องเสียงนี่ต้องลองทำมาฟังดูครับ ไม่มีใครรู้จริงๆ หรอกครับว่าเครื่องที่ยังทำไม่เสร็จเสียงเป็นยังไง  ;D


ออฟไลน์ aekkuki

  • ****
    • กระทู้: 294
DAC Mr.Q ต่อจาก output ปกติ(สุดท้าย) ไปเข้า pretone อ.มด และต่อเข้า amp VACTech mini7 ครับ ไม่ทราบว่า impedance มัน match กันไหมครับ และถ้าเอา buffer B1 ข้างต้นมาแทรกระหว่าง DAC กับ pretone จะช่วยให้ระบบดีขึ้นไหมครับ รูปวงจรตามแนบครับ

ผมว่า  ก็น่าจะใช้ได้นะครับ   แต่ที่ไม่เห็นต้วยก็ เอา buffer B1 มาต่อแทรกน่ะครับ  ผมว่ามันหลายสเตจเกิน  มันจะเพี้ยนเอานะครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=33858.0     <==ข้อมูลส่วนตัวของผมครับ


ออฟไลน์ aekkuki

  • ****
    • กระทู้: 294
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรครับ ว่า pre-amp เรา หรือ power amp เรามี input / output impedance เท่าไรครับ ดูจากวงจรได้ไหมครับ หรือจะต้องมีมิเตอร์มาวัดครับ

สามารถประมาณค่าได้จากการดูวงจรครับ ส่วนการใช้มิเตอร์วัดจะใช้ได้ในบางกรณีครับ บางกรณีต้องใช้การวัดที่ซับซ้อนการการวัดตรงๆ ครับ



ส่วนหนึ่ง   ขึ้นอยู่กับคุุณลักษณะเฉพาะ ของตัวอุปกรณ์ ถ้าเป็นพวก opamp  mosfet หลอด   จะมี input impedance สูงอยู่แล้ว  ส่วนด้าน output   mosfet  จะมี impedance ต่ำกว่า หลอด จึงจะเห็นได้ว่า แอมหลอด จะต้องมีหม้อแปลง output  ในขณะที่ แอมมอสเฟส สามารถต่อเข้าลำโพงได้โดยตรง (คอนเสปของวงจรขยาย  ไม่ว่าจะเกนเท่าไหร่ก็ตาม  คือ อินพุตอิมพิแดนท์สูง เอ้าพุตอิมพิแดนท์ต่ำ)   และอีกส่วนหนึ่ง ก็ขึ้นอยู่กับการจัดวงจร  ตามที่ พี่ Mr. Tube ว่าครับ      ส่วนการใช้มิเตอร์วัด จะใช้ได้ในกรณีวัดอิมพิแดนท์ต่ำ ครับ   แต่ถ้าจะวัดด้านอิมพิแดนท์สูง   เนี่ยจะมีปัญหาครับ   เพราะว่า  ค่าความต้านทานภายในตัวมิเตอร์ในอุดมคติ จะต้องมีค่าเป็นอนันต์  เพื่อจะได้ไม่มีกระแสไหนในตัวมิเตอร์  แต่ในความจริง  มันก็มีค่าความต้านทานภายใน (หน่วย M ohm)  เมื่อเรานำมิเตอร์ ไปวัดอิมพิแดนท์สูงๆ ที่มันใกล้เคียงกับความต้านทานภายในตัวมิเตอร์   ก็จะเหมือนกับเราเอาตัวต้านทานค่าใกล้เคียงกัน มาต่อขนานกัน  ดังนั้นค่าที่วัดได้ก็จะน้อยกว่าความเป็นจริง   แต่มันมีวิธีวัดครับ   ผมก็จำไม่ได้  ลองหาในเน็ตดูครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=33858.0     <==ข้อมูลส่วนตัวของผมครับ


ออฟไลน์ sapa2008

  • *****
    • กระทู้: 536
วงจรของ mini7 ครับ VR ตรง input น่าจะ 100k ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 กุมภาพันธ์, 2009, 10:27:18 am โดย sapa2008 »


ออฟไลน์ sapa2008

  • *****
    • กระทู้: 536
ขอรบกวนความรู้เพิ่มเติมน๊ะครับ ผมมีอุปกรณ์ดังนี้ครับ
DAC Mr.Q ต่อจาก output ปกติ(สุดท้าย) ไปเข้า pretone อ.มด และต่อเข้า amp VACTech mini7 ครับ ไม่ทราบว่า impedance มัน match กันไหมครับ และถ้าเอา buffer B1 ข้างต้นมาแทรกระหว่าง DAC กับ pretone จะช่วยให้ระบบดีขึ้นไหมครับ รูปวงจรตามแนบครับ

DAC Mr. Q นี่ output impedance เท่าไรครับ
pretone อ.มด นี่ input / output impedance เท่าไรครับ
amp VACTech mini7 มี input impedance เท่าไรครับ

เท่าที่สังเกตดูน๊ะครับ ถ้าเอา pretone ออกเสียงจะดังขึ้น แต่รายละเอียดไม่ดีเท่ากับเอา pretone ใส่ไว้ด้วยครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 กุมภาพันธ์, 2009, 10:28:43 am โดย sapa2008 »


ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,854
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรครับ ว่า pre-amp เรา หรือ power amp เรามี input / output impedance เท่าไรครับ ดูจากวงจรได้ไหมครับ หรือจะต้องมีมิเตอร์มาวัดครับ

สามารถประมาณค่าได้จากการดูวงจรครับ ส่วนการใช้มิเตอร์วัดจะใช้ได้ในบางกรณีครับ บางกรณีต้องใช้การวัดที่ซับซ้อนการการวัดตรงๆ ครับ

อ้างถึง
และถ้าวงจรเราด้าน input มี VR ค่า input impedance มันจะเปลี่ยนไปตามการหมุน VR ไหมครับ

ถ้าต่อ VR แบบปกติ ค่า Input Imp จะไม่เปลี่ยนไปตามการหมุน Vol ครับ หรือถึงเปลี่ยนก็น้อยมากครับ  :)



ออฟไลน์ sapa2008

  • *****
    • กระทู้: 536
อยากรู้ด้วยคนคับ สับสน ไม่เข้าใจเลยรวมว่ามันเป็นพวกเดียวกันไปหมด   :black_eye  :black_eye

DAC ที่เราๆ เล่นกันอยู่ มี Output 2 แบบครับ คือกระแสและแรงดัน แต่ส่วนที่เราเอาไปใช้ประโยชน์ได้คือแรงดันครับ เพราะฉะนั้น DAC ตัวใดที่ Output เป็นกระแส จะต้องผ่านกระบวนการ Current (I) to Voltage (V) Converter ที่เราเรียกสั้นๆ ว่า I/V ให้ได้แรงดันก่อนนำไปใช้ต่อน่ะครับ ส่วน DAC ที่ Output เป็นแรงดันอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ I/V ครับ

จริงๆ แล้วการแปลง I/V ทำได้ง่ายๆ โดยการเอาความต้านทานไปต่อให้กระแส Output มันไหลผ่านเท่านั้นเอง แรงดันตกคร่อมความต้านทานก็จะเป็น Voltage ที่เราต้องการครับ วงจร I/V มี 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ Passive I/V และ Active I/V ครับ

พอเราได้แรงดันแล้ว ประเด็นต่อมาคือแรงดันที่ได้นั้นมันสูงพอรึเปล่า ถ้าไม่สูงพอก็ต้องนำไปขยายครับ ก็เรียกว่า Amplify ครับ แต่กรณีวงจร B1 เค้าพิจารณาไปอีกขั้นคือ แรงดันน่ะสูงพอแต่ต้องการให้ Output มีความสามารถขับ Load Imp ต่ำๆ ได้ จึงเพิ่มวงจรเข้ามาเรียกว่า Buffer ครับ ที่เหลือคุณ aekkuki อธิบายไว้หมดแล้วครับ  :)

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรครับ ว่า pre-amp เรา หรือ power amp เรามี input / output impedance เท่าไรครับ ดูจากวงจรได้ไหมครับ หรือจะต้องมีมิเตอร์มาวัดครับ

และถ้าวงจรเราด้าน input มี VR ค่า input impedance มันจะเปลี่ยนไปตามการหมุน VR ไหมครับ


ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,854
อยากรู้ด้วยคนคับ สับสน ไม่เข้าใจเลยรวมว่ามันเป็นพวกเดียวกันไปหมด   :black_eye  :black_eye

DAC ที่เราๆ เล่นกันอยู่ มี Output 2 แบบครับ คือกระแสและแรงดัน แต่ส่วนที่เราเอาไปใช้ประโยชน์ได้คือแรงดันครับ เพราะฉะนั้น DAC ตัวใดที่ Output เป็นกระแส จะต้องผ่านกระบวนการ Current (I) to Voltage (V) Converter ที่เราเรียกสั้นๆ ว่า I/V ให้ได้แรงดันก่อนนำไปใช้ต่อน่ะครับ ส่วน DAC ที่ Output เป็นแรงดันอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ I/V ครับ

จริงๆ แล้วการแปลง I/V ทำได้ง่ายๆ โดยการเอาความต้านทานไปต่อให้กระแส Output มันไหลผ่านเท่านั้นเอง แรงดันตกคร่อมความต้านทานก็จะเป็น Voltage ที่เราต้องการครับ วงจร I/V มี 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ Passive I/V และ Active I/V ครับ

พอเราได้แรงดันแล้ว ประเด็นต่อมาคือแรงดันที่ได้นั้นมันสูงพอรึเปล่า ถ้าไม่สูงพอก็ต้องนำไปขยายครับ ก็เรียกว่า Amplify ครับ แต่กรณีวงจร B1 เค้าพิจารณาไปอีกขั้นคือ แรงดันน่ะสูงพอแต่ต้องการให้ Output มีความสามารถขับ Load Imp ต่ำๆ ได้ จึงเพิ่มวงจรเข้ามาเรียกว่า Buffer ครับ ที่เหลือคุณ aekkuki อธิบายไว้หมดแล้วครับ  :)


ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,854
วงจรตามแนบเลยครับ

ขอบคุณครับคุณ sapa2008 การทำงานของวงจรและเหตุผล คุณ aekkuki อธิบายไว้ชัดเจนเลยครับ ขอบคุณครับ วงจร B1 มี Input Imp สูงมาก เหมาะกับ DAC ที่ Output เป็น Voltage ครับ ถ้าจะใช้กับกับ DAC ที่ Output เป็น Current ก็ต้องแปลง I to V ก่อนครับ  :)


ออฟไลน์ bb

  • Superstar..
  • ***
    • กระทู้: 3,674
    • เพศ:ชาย
buffer preamp เช่น B1 เนี่ย มันไม่มีอัตราขยายเลย แล้วเอามาใช้เพื่อประโยชน์อะไรครับ

อ่านจากข้อความภาษาอังกฤษมาว่า บางกรณีจะเป็นการ matching impedance แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรครับ ว่า DAC เราoutput impedance เท่าไร, preamp หลอด เรา input / output impedance เท่าไร ,poweramp input/output impedance เท่าไร

แล้วที่เรียกว่า I/V มันคืออะไรครับ จะเอามาใช้งานเมื่อไรครับ

ขอดูวงจร หรือขอ URL ของ B1 ที่ว่าหน่อยครับ ขอบคุณมากครับ  :)
อีกอันครับ


ออฟไลน์ JUUD

  • *****
    • กระทู้: 840
อ้างถึง
ปรับอิมพรีแดนท์ครับ     ผมยกตัวอย่างการทำงานของ opamp แล้วกันครับ
 

ชีดเจนดีครับ ได้ประโยชน์ทาก  ขอบคุณนะครับ


ออฟไลน์ aekkuki

  • ****
    • กระทู้: 294
ปรับอิมพรีแดนท์ครับ     ผมยกตัวอย่างการทำงานของ opamp แล้วกันครับ  ในรูปเป็นออปแอมป์ในอุดมคติ  คุณสมบัติ คือ   อินพุตอิมพรีแดนท์  จะมีค่าเป็น อนันต์   และเอ้าพุตอิมพรีแดนท์  มีค่าเป็น 0      อัตราขยายในอุดมคติ  เป็น อนันต์     สมมุติว่าเรานำมาใช้เป็นวงจร โวลท์เตจฟอโลวเวอร์     ไม่ว่าสัญญาณ อินพุตจะเข้ามาอย่างไร   เอ้าพุต ก็จะต้องออกมาอย่างนั้น   จะมีคำถามตรงนี้ว่าแล้วจะทำทำไมล่ะ?   ลองสังเกตสัญญาณอินพุตในรูปครับ  ว่ามีค่าความต้านทานเป็นอนันต์  ดังนั้นเมื่อเรานำแหล่งจ่ายสัญญาณ มาต่อเข้ากับอินพุต  ก็จะไม่มีกระแสไหลผ่าน opamp เลย  ดังนั้นแรงดัน  ที่ตกคร่อมออปแอมป์  ก็จะมีค่าเท่ากับ 0  (I=0 ทำให้ V=0) ออปแอมป์ไม่สามารถทำงานได้ จึงเป็นที่มาของ R I/V ครับ  หน้าที่ของมันคือ  ให้กระแสจากแหล่งจ่ายสัญญาณไหลผ่าน R แทน ทำให้เกิดมีแรงดัน(สัญญาณ) ตกคร่อมตัว R เรานำสัญญาณตรงนี้แหละครับไปเข้า opamp  ทีนี้ ทางด้าน เอ้าพุต จะเห็นได้จากในรูปว่า ทางด้านเอ้าพุตของออปแอมป์นั้น จะใช้แหล่งจ่ายที่จ่ายให้กับตัว opamp (ไม่เกี่ยวข้องกับสัญญาณอินพุตเลย)  และค่าความต้านทานอุดมคติทางด้านเอ้าพุตนั้นมีค่าเป็น 0 จะเห็นได้ว่าแรงดันทั้งหมดจะไปตกคร่อมอยู่ที่โหลด (แอมป์)

สรุปครับว่า  วงจรพวกนี้   มีหน้าที่ขยายสัญญาณ  ในรูปแบบของกระแส   ทำให้ไม่หนักแหล่งจ่ายสัญญาณ(สมมุติ แดก)  และสามารถขับโหลดได้เต็มๆ

ปล.  ในความเป็นจริง   อินพุตอิมพรีแดนท์ของ opamp ไม่ได้มีค่าเป็นอนันต์ แต่มีค่าสูงมากๆ(M ohm)  ทำให้มีกระแสบางส่วนไหลผ่านออปแอมป์ และ เอ้าพุตอิมพรีแดนท์ ไม่ได้มีค่าเป็น 0  ทำให้มีแรงดันบางส่วนตกคร่อมในตัวออปแอมป์   อันนี้แปรผันกับราคาของออปแอมป์ ครับ  ยิ่งราคาแพง  ค่าก็จะยิ่งเข้าใกล้อุดมคติครั   เอิ๊ก ๆ ๆ :D :D

เขียนเอง งง เอง   เหอะ ๆ ๆ
http://www.htg2.net/index.php?topic=33858.0     <==ข้อมูลส่วนตัวของผมครับ


ออฟไลน์ jp74

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,603
    • เพศ:ชาย
อยากรู้ด้วยคนคับ สับสน ไม่เข้าใจเลยรวมว่ามันเป็นพวกเดียวกันไปหมด   :black_eye  :black_eye


ออฟไลน์ sapa2008

  • *****
    • กระทู้: 536
buffer preamp เช่น B1 เนี่ย มันไม่มีอัตราขยายเลย แล้วเอามาใช้เพื่อประโยชน์อะไรครับ

อ่านจากข้อความภาษาอังกฤษมาว่า บางกรณีจะเป็นการ matching impedance แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรครับ ว่า DAC เราoutput impedance เท่าไร, preamp หลอด เรา input / output impedance เท่าไร ,poweramp input/output impedance เท่าไร

แล้วที่เรียกว่า I/V มันคืออะไรครับ จะเอามาใช้งานเมื่อไรครับ

ขอดูวงจร หรือขอ URL ของ B1 ที่ว่าหน่อยครับ ขอบคุณมากครับ  :)

วงจรตามแนบเลยครับ


ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,854
buffer preamp เช่น B1 เนี่ย มันไม่มีอัตราขยายเลย แล้วเอามาใช้เพื่อประโยชน์อะไรครับ

อ่านจากข้อความภาษาอังกฤษมาว่า บางกรณีจะเป็นการ matching impedance แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรครับ ว่า DAC เราoutput impedance เท่าไร, preamp หลอด เรา input / output impedance เท่าไร ,poweramp input/output impedance เท่าไร

แล้วที่เรียกว่า I/V มันคืออะไรครับ จะเอามาใช้งานเมื่อไรครับ

ขอดูวงจร หรือขอ URL ของ B1 ที่ว่าหน่อยครับ ขอบคุณมากครับ  :)


ออฟไลน์ SOUNDTUBE

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,451
    • เพศ:ชาย
ที่ออกมาจาก DAC มีแต่กระแส   buffer I/V  แปลงกระแสให้เป็นโวลท์ เพื่อใช้ในภาคต่อไป ผิดถูก ผู้รู้จริงช่วยด้วยครับ
ข้อมูลส่วนตัว http://www.htg2.net/index.php?topic=23096.0


ออฟไลน์ nopphong

  • *****
    • กระทู้: 915
ปรีแอมป์ที่ไม่มีอัตตราขยาย หมายถึงอัตตราขยายแรงดันเท่ากับ 1 หรือต่ำกว่าครับ
แต่มันจะมีอัตตราขยายกระแสสูงมาก เหมาะสำหรับการที่แหล่งสัญญาณเราจ่ายกระแสได้ไม่มากนัก(เอ้าท์พุทอิมพีแดนซ์สูง)เช่นหลอดที่ทำงานที่แรงดันไม่มากพอจะจ่ายกระแสได้ไม่กี่ mA ถ้าเราเอาไปต่อกับแอมป์ที่กินกระแสอินพุทมาก(อินพุทอิมพีแดนซ์ต่ำ) จะทำให้สัญญาณเพี้ยนและเบาลง เจ้า pre ตัวนี้ก็จะช่วยขับกระแสให้มากขึ้นพอที่จะจ่ายให้กับโหลดครับ

โดยปรกติ pre ที่ไม่มีอัตตราขยายนี้ก็จะช่วยเปลี่ยนแปลงลักษณะของเสียงไปส่วนนึงด้วยครับ ทีนี้ก็อยู่ที่ว่าเสียงที่เปลี่ยนไปเนี่ยชอบหรือเปล่าเท่านั้นเองครับ


ออฟไลน์ ปาท่องโก๋

  • รักหลอด ตอนแ่ก่
  • Superstar..
  • ***
    • กระทู้: 3,127
    • เพศ:ชาย
 :secret :secret
อยากรู้ ด้วยครับ มารอฟัง คำตอบ
 :headphone :headphone
ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ แต่ที่ทำไม่ได้ เพราะไม่ทำ
http://www.htg2.net/index.php?topic=34935


ออฟไลน์ sapa2008

  • *****
    • กระทู้: 536
buffer preamp เช่น B1 เนี่ย มันไม่มีอัตราขยายเลย แล้วเอามาใช้เพื่อประโยชน์อะไรครับ

อ่านจากข้อความภาษาอังกฤษมาว่า บางกรณีจะเป็นการ matching impedance แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรครับ ว่า DAC เราoutput impedance เท่าไร, preamp หลอด เรา input / output impedance เท่าไร ,poweramp input/output impedance เท่าไร

แล้วที่เรียกว่า I/V มันคืออะไรครับ จะเอามาใช้งานเมื่อไรครับ