HTG2.club

สิ่งที่ผมเพิ่งจะสังเกตเห็นจากนิตยสารเครื่องเสียงฉบับหนึ่ง

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ mong

  • *****
    • กระทู้: 697
ขอถามตรงๆ คุณ mag คุณคือใครครับ ทำหนังสือเครื่องเสียงแล่มใดวานบอกได้มั้ย อยากรู้ครับเพราะความเห็นคุณมีเหตุผลดีมาก แม้บางประเด็นทำให้ผมยิ่งรู้สึกไม่อยากซื้อหนังสือเครื่องเสียงไทยมากขึ้นไปอีก (แต่เอ..ที่ผ่านมาเป็นปี ผมก็ไม่เคยซื้ออยู่แล้วนี่นา ฮิ..ฮิ..)

เข้าประเด็นเลยละกัน ถ้าถามผมในฐานะคนอ่านที่ซีเรียสคนนึง ผมอยากเห็นคุณภาพของการรีวิว คำว่าคุณภาพของรีวิวในทรรศนะผมประกอบด้วย

1. ความสมดุลของ content ในหน้ารีวิว  คือเนื้อหาเชิงทดสอบ (เนื้อ) ต้องมีพอๆกับหรือมากกว่าน้ำเช่นพวกอารัมภบท ประวัติบรษัทฯ ข้อมูลพื้นๆของเครื่อง ซึ่งเหล่านี้คงต้องมีอยู่ แต่อย่าให้มากจนเกินไป บ่อยครั้งที่ผมเห็นน้ำ 2-3 หน้า แต่เห็นเนื้อแค่ครึ่งหน้า สมดุลในที่นี้ไม่ได้แปลว่าเท่ากันเสมอไปนะครับ แต่หมายถึงสมดุลในบริบทของการรีวิวทดสอบดังนั้นเนื้อหาการทดสอบต้องมากกว่าเนื้อหาทั่วๆไป หรืออย่างน้อยก็พอๆกัน และปริมาณที่ว่านี้ก็ต้องมีคุณภาพด้วย ไม่ใช้เขียนภาคทดสอบหลายหน้าแต่จับความไม่ได้ว่าตกลงมันดีหรือไม่ดีตรงจุดไหน มีการกั๊กตลอด

2. การรีวิวมีการอ้างอิงอัลบั้มและแนวเพลงที่ใช้ทดสอบด้วย (อันนี้เห็นบางคนทำอยู่แล้ว) เช่นทดสอบเสียงเบสด้วยแผ่น BBB ที่มีเพลงที่เป็นเรฟเฟอร์เร๊นซ์ด้านเสียง mid bass และ deep bass

3. เนื้อหาการทดสอบมีการเปรียบเทียบเครื่องยี่ห้ออื่นที่ระดับราคาใกล้เคียงกัน หรือสูงกว่าในบางกรณี อันนี้เป็นสิ่งที่ผมเห็นบ่อยๆ ใน stereophile, TAS, Soungstage, Positive Feedback, Audio Revolution, Audioholics และคิดว่าเป็นประโยชน์มากโดยเฉพาะกับผู้อ่านที่กำลังจะเลือก

4. นักทดสอบที่ดีควรมีห้องฟังของตัวเองหรือของบริษัทที่ได้มาตรฐาน ผมไม่ได้บอกว่าต้องลงทุนสองสามแสนกับห้องถึงจะเป็นนักทดสอบได้ แต่อย่างน้อยคุณควรมีห้องฟังที่มีความเป็นกลางด้านอคุสติกในระดับนึง และควรรู้ด้วยว่าห้องของตนมีจุดดี จุดด้อยที่ความถี่ช่วงใดบ้างเพื่อเวลาทดสอบจะได้รู้ถึงผลกระทบที่มันมีต่อเสียงที่ออกมาตอนทดสอบเครื่อง หรือหากทดสอบในเชิงเทคนิคก็ควรมีเครื่องไม้เครื่องมือที่ได้มาตรฐานบ้าง เช่นคุณนิตพินัยซึ่งผมอ่านบททดสอบแกมาหลายปีแก็ยังคงเส้นคงวาคือเขียนโม้ไม่เก่ง แต่เน้นข้อมูลที่เป็น Facts & Figures สม่ำเสมอตลอดมา ซึ่งผมว่าเป็นตัวอย่างที่ดี (ในเชิงการทดสอบทางเทคนิค)  แต่บังเอิญเรื่องเสียงเป้นเรื่องที่ subjective มากถึงมากที่สุด ดังนั้นการรีวิวเรื่องเสียงจึงยากมาก ห้องฟังที่ดีระดับนึงจึงถือเป็นเครื่องมือทำมาหากินขั้นพื้นฐานที่จำเป็นของรีวิวเวอร์ที่ดี และจะเป็นส่วนสำคัญในการที่จะได้บททดสอบหรือรีวิวที่ดีมีคุณภาพด้วย

เรื่อง personal bias หรือรสนิยมส่วนตัวในการฟังเสียง อันนี้เป็นธรรมดาและต้องมีอยู่แล้วในทุกคน ใครบอกผมว่าเขาหูเป็นกลาง ผมไม่เชื่อ ดังนั้นอย่ากลัว ขอเพียงไม่ bias มากจนเกินไป ซึ่งอันนี้คงต้องแล้วแต่ผู้อ่านต้องใช้วิจารณญานด้วย

ส่วนเรื่องสไตล์ของหนังสือ ผมว่าถ้าเป็นหนังสือเครื่องเสียงสำหรับ audiophile จริงๆ มันควรออกไปทางวิชาการหรืจริงจังอยู่แล้ว เพราะถ้าทำแบบ T3 หรือ Stuff มันเป็นสำหรับตลาด mass หรือ mainstream ซึ่งคนละตลาดกับพวก audiophile audiofreak แบบเราๆ โดยสิ้นเชิง เครื่องเสียงส่วนใหญ่ที่ลงใน T3 จะเป็นพวก mass ซะมากกว่า และผมไม่คิดว่านักเล่นอย่างเราซื้อ T3 มาอ่านเพื่อดูรีวิวกับคะแนนที่เขาให้เครื่องเสียงเพื่อเอามาตัดสินใจซื้อ  พูดง่ายๆ หนังสือเครื่องเสียงก็ควรมีตลาดเฉพาะกลุ่ม ถ้าคุณคิดทำหนงสือเครื่องเสียงเพื่อที่จะกวาดคนอ่านทุกระดับตั้งแต่มือใหม่ยันมือเก่าละก็ไม่มีทาง แค่คิดก็เจ๊งแล้ว เพราะคุณจะไม่มี identity หรือจุดยืนที่ชัดเจนของตัวเองเลย

เรื่องโฆษณา ผมเห็นด้วย เพราะเราอยู่ในโลกทุนนิยม และมันก็ไม่ผิดด้วย เพราะถ้าไม่มีคนนำเข้า เราก็ไม่มีของมารีวิว มันก็เหมือนบังคับเรากลายๆ ให้มี business model แบบนี้ ฝรั่งก็เป็น เราเลยเห็นหลายคนออกมาทำเป็น website ที่ต้นทุนต่ำกว่ามาก แล้วค่อยๆ ใช้ cyberworld model ค่อยๆปั้นนิตยสารออนไลน์ขึ้นมา เหตุการณ์แบบนี้ก็เกิดขึ้นกับธุรกิจร้านเครื่องเสียงด้วยที่ brick & mortar model (การเปิดร้านจริงๆ) เริ่มตายจากไปมาก แต่ร้านขายเครื่องเสียงบนอินเตอร์เน็ตกลับโตขึ้นเรื่อยๆ ในบ้านเราผมก็คิดว่า on-line review น่าจะมีอนาคตดี เพียงแต่ต้องใช้เวลาอีกหน่อยเพราะบ้านเราไม่ได้ใช้เน็ตกันมากเท่าฝรั่ง แถมยังต้องง้อของทดสอบจากคนนำเข้าหรือดีลเลอร์อยู่ดี สรุปโฆษณาเยอะได้เยอะไป ขอเพียงรีวิวมีคุณภาพดี เชื่อถือได้ระดับนึง ผมว่าก็บุญแล้ว

นึกออกแค่นี้ นึกประเด็นไหนได้จะมาเพิ่มอีกทีครับ



ออฟไลน์ RAK

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Super Star
  • *****
    • กระทู้: 1,723
    • เพศ:ชาย
ซื้อมาส่วนมากชอบดูโฆษณาว่าบริษัทสั่งรุ่นใหม่ๆมาขายหรือยัง ยี่ห้อนี้มีรุ่นไหนบ้าง ไม่ค่อยสนใจอ่านบททดสอบเท่าไรคร๊าบ  8)


ออฟไลน์ Help !!!

  • Guest (บุคคลทั่วไป)
  • Superstar...
  • *
    • กระทู้: 5,866
  • Please Help Thanks
ผมคิดว่า “รีวิว” กับ “โฆษณาเชิงชี้นำ” นั้นแยกกันได้ลำบากครับ เพราะถ้าจะบอกว่า รีวิว ไม่ชี้นำ (ให้อยากซื้อ) เลยคงไม่ใช่สำหรับกรณีหนังสือเครื่องเสียงไทย... ทั้งนี้เป็นเพราะอะไร

ปัญหาที่ “หนังสือเครื่องเสียงประเทศไทย” ประสบอยู่ก็คือ ทัศนคติของ “ลูกค้า” ซึ่งในที่นี้ให้น้ำหนัก “เจ้าของสินค้า” มากกว่า “คนอ่าน” ผมเชื่อว่าหนังสือเครื่องเสียงไทยทั้งหมดมีรายได้จาก “โฆษณา” มากกว่า “ยอดขาย” การจะคาดหวังยอดขายจากการขายหนังสือแทบเป็นไปไม่ได้เลย (คือถ้าจะทำจริงๆ ก็คงได้แหละครับ แต่ว่า “เหนื่อยมาก” เนื่องจากเครื่องเสียงมิใช่เป็นสินค้าจำเป็น ดูจะฟุ่มเฟือยด้วยซ้ำ ดังนั้นการจะให้มีคนสนใจซื้อหนังสือแบบได้ยอดถล่มทลายจึงเป็นเรื่องที่ค่อน ข้างห่างไกลความเป็นจริงอยู่มาก) ทีนี้การเขียน “ติ” ในส่วนของข้อเสียอย่างตรงไปตรงมา ทางเจ้าของสินค้าบ้านเรายังรับกันไม่ค่อยได้ ถ้าหากผู้ทดสอบเขียนติตรงๆ จนทำให้เจ้าของสินค้าไม่พอใจ วันหลังจ้าวนั้นก็จะไม่ลงโฆษณา (หนังสือสูญเสียรายได้) และหนังสือเล่มนั้นก็จะไม่มีสินค้ายี่ห้อดังกล่าวส่งมาทดสอบอีก (ผู้อ่านเสียโอกาสรับข้อมูล) สิ่งที่เราเห็นๆ กันจนชินตาก็เลยเป็น “การประนีประนอม” เสียมากกว่าครับ ผมจึงอยากให้เข้าใจตรงนี้นิดหนึ่ง

ประการที่สอง นักเขียนแต่ละคน (หรือแต่ละจ้าว) มี “แนวทาง” ของตนเองค่อนข้างมาก แน่นอนว่าแนวทางดังกล่าวอาจเป็นที่ถูกใจหรือไม่ถูกใจผู้อ่านทั้งหมด แต่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเราจะได้มีมุมมอง (หรือสไตล์) หลากหลาย บางท่านอาจให้น้ำหนักเชิงวิชาการมากๆ ซึ่งจุดนี้นักอ่านฮาร์ดคอร์คงชอบ แต่ถ้าหากวิชาการมากไปบางครั้งบทความก็ดูน่าเบื่อ แล้วนักเล่นหน้าใหม่ก็อาจจะอ่านแล้วรู้สึกว่า “เข้าถึงยาก” สำหรับบางท่านอาจะไม่เน้นเนื้อหาออกไปทางวิชาการมากนัก แต่อ่านแล้วย่อยง่าย ตรงนี้นักอ่านหน้าใหม่ก็จะชอบ แต่นักเล่นฮาร์ดคอร์อาจจะดูแล้วรู้สึกว่าเนื้อหามันโหรงเหรง (สังเกตไหมครับว่าทำไม T3 ถึงขายได้ เผลอๆ จะขายดีกว่าหนังสือเครื่องเสียงที่เราๆ ท่านๆ คุ้นเคยกันด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่เนื้อหาฉาบฉวยมาก คือเน้นภาพสวยๆ รายละเอียดไม่ลงลึก แต่มันย่อยง่าย  ใครก็อ่านได้ ไม่เฉพาะกลุ่ม) ซึ่งประเด็นเหล่านี้คงต้องแล้วแต่ความคิดเห็นของผู้อ่านว่าชอบแนวทางไหน แต่ประเด็นสำคัญที่สุดคือผมเชื่อว่าทุกจ้าวพยายามทำให้นักเล่น “มีความสุข” กับเครื่องที่ตัดสินใจซื้อมาแล้วมากกว่าครับ ส่วนประเด็นเรื่องชี้นำ (ให้ซื้อ) อย่างไรเสียคงเลี่ยงไม่ได้เพราะหนังสืออย่างไรก็ต้องพึ่ง “โฆษณา” เพื่อให้อยู่รอด หากไม่เขียนเชียร์ให้สินค้าเขาขายได้ หนังสือฉบับนั้นคงจะต้องปิดตัวลงไม่ช้าก็เร็ว

อย่างไรก็ตามผมเห็นว่า “ความคิดเห็น” ที่ทุกท่านให้ไว้ในกระทู้นี้เป็นประโยชน์มากครับ หากมีสิ่งใดต้องการจะเสนอแนะ หรืออยากติชมประการใดกรุณาออกความเห็นได้เต็มที่เลยครับ แม้ไม่อาจรับปากว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือ แต่น่าจะช่วยให้วงการหนังสือเครื่องเสียงไทยพัฒนาไปในแนวทางที่ตรงใจผู้อ่าน ไม่มากก็น้อยครับ

ปล. รบกวนคุณ Chaiyos (และท่านอื่นๆ) ช่วยแจงรายละเอียดนิดหนึ่งครับว่า “เนื้อหาที่เป็นรีวิว” ในความคิดเห็นของท่านควรเป็นเช่นไรครับ

Mag
กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่เพื่อนๆที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิกฝากถามมา ก็ขอความอนุเคราะห์จากเพื่อนๆสมาชิก ช่วยตอบให้ด้วยนะคร๊าบผม...ขอบคุณมั่กๆครับ...


ออฟไลน์ youkoso-san

  • ***
    • กระทู้: 146
แปลก็ไม่เป็นไร ทดสอบเองก็ได้
ขอเป็นแต่บทความที่เป็นกลาง ถูกต้อง
และต้องให้เครดิตผู้เขียน ผู้ทดสอบ ในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ผู้อ่านมีวิจารณญานครับ

บางทีอ่านบททดสอบโดยนักเขียนประจำแล้ว กลับเห็นว่ามีแต่เชียร์
และอุปกรณ์ร่วมทดสอบก็บอกมาเสียเยอะแยะ โดยไม่อ้างอะไรในบทความเลย

ถ้าเป็นลูกศิษย์ จะเรียกมาสอนว่า
ถ้าจะใช้เครื่องมืออะไรร่วมทดสอบแล้วละก็
ควรจะต้องมีวัตถุประสงค์ของการใช้ร่วม บอกผลการใช้ร่วม และวิเคราะห์ผลดังกล่าว

เช่นใช้ preamp 2 ระดับร่วมทดสอบ คือ
xxx ซึ่งเป็น preamp class a ราคา > 100,000 บาท และ
yyy ซึ่งเป็น preamp class b ราคาประมาณ 50,000
เพื่อดูผลของ เครื่องเล่น cd ที่กำลังทดสอบนี้
ซึ่งผลที่ได้พบว่า ..... เหมาะทั้งคู่ หรืออะไรก็ว่าไป...

ไม่ใช่ระบุแต่ชื่อเครื่องร่วมทดสอบตอนจบเป็นโหลๆ ทำให้ผู้อ่านอิจฉาเล่นๆและ
เกิดกิเลสอยากมีมั่ง

 


ออฟไลน์ หมี

  • สมาชิกรุ่น Classic .
  • Superstar...
  • *
    • กระทู้: 11,828
    • เพศ:ชาย
เดี๋ยวนี้ผมไม่เกี่ยงแล้วว่าฉบับไหน 


ยืนอ่านอย่างเดียว  ;D

นักเขียนบางคนรีวิวทีเล่นคำจนอ่านแล้วสับสน ไม่รู้ว่าต้องการจะสื่ออะไร เหมือนจะทำให้หน้ารีวิวมันเยอะ แต่ไม่ได้อะไรเลย ความรู้สึกเหมือนสั่งข้าวต้ม แต่ต้องพยายามโกยข้าวมาได้สองคำ ที่เหลือมีแต่น้ำ

 
 
คิดว่าจะยังไม่ซื้อแน่ถ้า ถ้านิตยสารไทยยังเป็นแบบนี้อยู่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 ตุลาคม, 2008, 02:57:56 pm โดย W!! »


ออฟไลน์ RoyT

  • ***
    • กระทู้: 158
ขอพูดตรงๆ  ไม่ออ้มค้อมmost Thai HT mg. copy from the website.and US,UK. magazin,The same article translated into Thai.About advertisement,I think both Thai an US.is too many the same but more higher class.Mine subscribed to HOMETHEATER MAGAZINE,HOMECINEMACHOICES,AV ULTIMATE. :) :)
Thai mag.espescially K MI...copy SUD YOD,and make the people who read it more confused such as if you use JBL L3 ,you must wired black to red cable speaker,red knob to black cable speaker,If you use the amp. with DTS(one brand)you must alternate wire etc.I think his ear must be made by GOLD. Y]    

 d_d
เคยได้สัมผัสมาบ้าง เห็นด้วยอย่างแรงครับ


ออฟไลน์ cinemania

  • Superstar...
  • ****
    • กระทู้: 4,535
  • Back to Cinema
เป็นปกติของการทำหนังสือครับ  :)
ถือซะว่าซื้อหนังสือมาดูโฆษณาแล้วกันครับ ดูว่ามีอะไรออกใหม่ ๆ บ้าง  :wiggle

การทำหนังสือ ก็คือธุรกิจอย่างหนึ่งครับ
ทุกตัวหนังสือ ทุก part มีราคาหมดครับ ปกหน้า, ad สี , ad ขาวดำ, รีวิวบทความ
ad ครึ่งหน้า, ad strip, สันปก ฯลฯ

แต่ผมก็ซื้อนะครับ เพราะชอบดูว่ามีอะไรออกใหม่ ๆ บ้าง จะได้ update  ;D


ออฟไลน์ san

  • *****
    • กระทู้: 542
หนังสือทำเพื่อการค้าครับ ไม่มีโฆษณาคงอยู่ยาก  สินค้าถ้าไม่มีโฆษณาคงขายยาก   ว่าแต่ผู้บริโภคเป็น ผู้บริโภคครับ เลือกๆเอา หนังสือกับสินค้าถ้าไม่มีผู้บริโภคก็แย่ครับ ผมคาดว่าวงการนีคงเสื่อมลงเรื่อยๆแล้วละครับ หรือพี่ๆคิดอย่างไรกันครับ


ออฟไลน์ NooM333

  • ***
    • กระทู้: 178
    • เพศ:ชาย
บ้านเรายังต้องการโฆษณาก็จะหลีกเลี่ยงเรื่องแบบนี้ไม่ได้อยู่แล้วครับ
***"Pay iT ForwarD"***


ออฟไลน์ meng

  • *****
    • กระทู้: 591
    • เพศ:ชาย
ผมว่าเกือบ 70% เป็นโฆษณาครับ
ก็พอเข้าใจได้ว่านั้นเป็นน้ำหล่อเลี้ยงให้หนังสือยืนหยัดอยู่ได้
ส่วนรีวิวผมเลิกอ่านมานานแล้วครับ  ;D



ออฟไลน์ Karin Preeda

  • Superstar..
  • ***
    • กระทู้: 3,060
ผมว่าคงเป็นไปได้ยากมากครับ เพราะหนังสือที่เป็นการแสดงความเห็นมากกว่าเป็นข้อเท็จจริง ถ้าแปลมาตรงๆ สงสัยหนังสือจะขายโฆษณาไม่ออกแน่ๆ เพราะอย่าง Stereophile นี่ไม่มีการคืนเครื่องหรือไม่ review คือถ้า review แล้ว จะลงผลการ review เสมอ ไม่ว่าจะดีหรือแย่ ผมไม่แน่ใจว่าก TAS เป็นเหมือนกันหรือเปล่า


ออฟไลน์ dr.nop

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,735
    • เพศ:ชาย
  • CIH club thailand
    • saensuk hifi.com
ผมว่าidea คุณ chaiyos น่าสนใจครับ เอ้ารับสมัครนายทุน tas  thai version ครับ สมัคร part time ด้วยคน


ออฟไลน์ พี่เอ

  • ****
    • กระทู้: 301
มันเป็นแบบนี้มานานแล้วครับ ผมเลือกติดตามงานเขียนได้แค่ ....สองปก...เท่านั้น
ที่รีวิวได้ตรงกับความเป็นจริง  แต่ก็ยังต้องกรองความคิดให้ดี เพระาท่านจะไม่ค่อยบอกข้อเสียนัก
    นอกนั่้นเล่มอื่นๆ เปิดดูเล่นๆที่แผงเอา เพราะจะให้ผมหลับตาเขียนแทน ผมก็เขียนแทนด้าย 
ข้อมูลส่วนตั้วส่วนตัว
http://www.htg2.net/index.php?topic=52334.0


ออฟไลน์ Lukjeab's Daddy

  • Lukjeab Hi Fi
  • Superstar...
  • ****
    • กระทู้: 11,132
  • รักวัวให้ผูก รักลูกให้ซื้อเครื่องเสียงให้ลูกฟัง
-กว่า30% ของทั้งเล่ม เป็นโฆษณา  :-\

- กว่า 99.99% ของสินค้าที่มีลงในบททดสอบ จะเป็นสินค้าที่ลงโฆษณาในหนังสือ


ออฟไลน์ mong

  • *****
    • กระทู้: 697
ไม่ได้มีเล่มนั้นเล่มเดียวหรอกครับ ลองสังเกตุดูดีๆ หลายเล่มก็เป็นเพียงแต่อัตราส่วนมากน้อยต่างกันไป เพียงแต่บางเล่มมีโฆษณาและบทความแปลเชิงโฆษณาแฝงมากเกินไป
แต่มีบางเล่มผมว่าแย่พอๆกันแต่คนละจุดคือการรีวิว พี่แกเล่นร่ายยาวชักแม่น้ำทั้งห้าซัก 70-80% ส่วนเนื้อหาที่เป็นรีวิวจริงๆมีเขียนไม่กี่ย่อหน้าไม่กี่บรรทัด ฮ่วย..แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าเป็นบททดสอบจากนักทดสอบได้ไงหว่า ดีไม่ดีที่พี่แกเขียนรีวิวได้น้อยอาจเพราะนั่งเทียนเอาเองมากกว่าเลยโม้ไม่ค่อยออก

อย่าหาว่าผมดูถูกคนไทย ยกย่องฝรั่งเลย ลองไปอ่าน Stereophile หรือ TAS ดูครับประเทืองปัญญากว่าเยอะเลย โดยเฉพาะหน้าที่เป็นจดหมายจากผู้อ่านถึง บก. ได้ความรู้มากๆ คนอ่านหลายๆคนเป็นผู้ที่มีความรู้ในเชิงลึกมาก บางคนไม่ได้แสดงความรู้ทางเทคนิคแต่แสดงสติปัญญาทางความคิด การวิเคราะห์และมุมมองที่เยี่ยมจริงๆ และหลายๆครั้งก็ได้เห็นกึ๋นของทีมงานรีวิวเวอร์หรือ บก.ของเขาที่โต้แย้งหรือเห็นด้วยหรือยอมรับในความผิดพลาดก็มี อ่านไปอ่านมาแล้วได้ความรู้และเป็นการเปิดโลกทัศน์อย่างแท้จริง

อยากให้มีใครซักคนทำหนังสือ Stereophile กะ TAS ฉบับภาษาไทยเหมือน T3, FHM ทำนองเนี้ย ผมว่าจะดีมากกับนักเล่นที่ภาษาอังกฤษไม่แข็ง ถ้ามีคนทำผมจะไปสมัครเป็นทีมแปลแบบพาร์ทไทม์ คงหนุกดี เพราะหนังสือแบบนี้คงไม่ต้องมีรีวิวเวอร์แล้วล่ะ แต่น่าจะต้องมีคนแปลให้เป็นภาษานักเล่นเครื่องเสียงแบบไทยเล็กน้อย แต่ไม่รู้เขาจะรับป่าวนะ ฮิ..ฮิ..


ออฟไลน์ Golf

  • สมาชิกรุ่น Classic ..
  • Superstar..
  • **
    • กระทู้: 3,981
    • เพศ:ชาย
    • HiFiBug.com

-บทความบางส่วนทำเสมือนReview และให้Comment เชิงว่าดีสุดจะดี Bla Bla Bla แต่ในตอนท้ายไม่ระบุว่า Review นี้ ทำโดยใคร Reference ที่ใช้คืออะไร... สรุปมันคือโฆษณาเชิงชี้นำหรือเปล่า (ผมว่าอันนี้ค่อนข้างร้ายแรง)   ((


มียุคนึง ด้านล่างๆ จะมีเขียนไว้เล็กๆ "พื้นที่โฆษณา"

แต่ยุคนี้ไม่รู้เขียนหรือเปล่า

ถ้าให้เดาคงเป็นลำโพงอังกฤษที่มียี่ห้อคล้ายๆ รถจากเยอรมันครับ

 :D
spec เป็นเพียงสิ่งที่สร้างความน่าสนใจให้เราไปลอง ... ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เราต้องตัดสินใจซื้อ

เลือกเครื่องเสียง ... "ลองให้เยอะ ซื้อให้น้อย จ่ายเมื่อมั่นใจ"

Merrex Kable มีจำหน่ายแล้วที่ http://www.hifibug.com/default.php?manufacturers_id=29

===============

http://www.HiFiBug.com


ออฟไลน์ dr.nop

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,735
    • เพศ:ชาย
  • CIH club thailand
    • saensuk hifi.com
ผมเป็นคนหนึ่งที่เพิ่งจะหัดเป็นนักเขียนกับเขาบ้าง หลายท่านอาจได้อ่านบทความของผมบ้างแล้ว แน่นอนข้อมูลที่เราได้มาต้องมาจากต่างประเทศแน่นอน แต่บทความของผมได้ผ่านกระบวนการกลั่นกรอง และสรูป พร้อมข้อคิด และข้อเสนอแนะ เพื่อให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมของบ้านเรา
   ดังนั้นบทความทางวิชาการ ที่เป็น ทฤษฎี ผมว่าไมน่าจะมี ข้อเสียอะไรเพราะยังมีผู้อ่านอีกมากที่มีปํญหาด้านภาษาอังกฤษ
            การ อ่าน review ก็ต้องฟังหูไว้หู เป็นเพียงการชี้นำ หรือชี้แนะ แต่ถ้าจะตัดสินใจซื้อ เราคงต้องลองฟังและตัดสินใจเองอีกทีใช่ไหมครับ แต่ถ้านักวิจารณ์เชียร์ มั่วๆ ผลเสียก็จะตกอยู่กับตัวเขาเองในที่สุด ก็จะไม่มีใครสนใจ อ่านบทวิจารณ์ ของท่านนั้น ใช่ใหมครับ
   การโฆณา ต้องมีบ้างครับ เดี๋ยวไม่รูว่ามีอะไรใหม่ๆบ้าง แต่มากเกินก็ไม่ดีเหมือนกันครับ เปลืองหน้าที่เป็นสาระ แต่ก็เข้าใจคนทำหนังสือครับ
      lสุดท้ายผมขอเสนอตัวเป็น สื่อ ที่จะนำเอาสาระและความรู้ ที่น่าสนใจ(ผมสนใจ) และคิดว่าอาจเป็นประโยชน์กับเพื่อนที่สนใจ การเล่น ht ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 ตุลาคม, 2008, 04:47:33 pm โดย dr.nop »


ออฟไลน์ RoyT

  • ***
    • กระทู้: 158
ขอไม่ระบุชื่อนิตยสารครับ
ปกติผมจะซื้อนิตยสารเล่มนี้มาอ่านเล่นเป็นประจำเกือบทุกเดือนครับ แต่เพิ่งจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง

-กว่า30% ของทั้งเล่ม เป็นโฆษณา  :-\
-บทความที่ลงตีพิมพ์ส่วนใหญ่เป็นบทความที่แปลจาก Free Published Article ของนิตยสารต่างประเทศ บอกที่มาบ้างไม่บอกบ้าง  :nono
-บทความบางส่วนทำเสมือนReview และให้Comment เชิงว่าดีสุดจะดี Bla Bla Bla แต่ในตอนท้ายไม่ระบุว่า Review นี้ ทำโดยใคร Reference ที่ใช้คืออะไร... สรุปมันคือโฆษณาเชิงชี้นำหรือเปล่า (ผมว่าอันนี้ค่อนข้างร้ายแรง)   ((
-มีอยู่ประมาณ10%เท่านั้น ที่เป็นผลงานคิด ทำ เขียน ของคนไทย  O0

ซึ่งสนนราคาของนิตยสารนี้ก็แพงกว่าของต่างประเทศที่ผมสั่งมาซะอีก แต่ด้วยความคิดว่าอยากอุดหนุนผลงานเขียนของคนไทยเลยซื้ออ่านมาตลอด....
ไม่ทราบว่าพี่ๆเห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ แต่ว่าผมคาดหวังสูงไปเอง หรือเปล่าครับ ดูๆแล้ว เหมือนผมได้อุดหนุนผลงานคนไทยไป 10% ที่เหลือซื้อสิ่งที่ตัวเองเคยอ่านแล้วมาอ่านซ้ำเล่นๆ... :)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 ตุลาคม, 2008, 01:42:36 pm โดย RoyT »