เพิ่งมาดูลายละเอียด PCB ที่ออกแบบไว้อีกทีเลยขอตอบใหม่ครับจะได้ตรงคำถามมากยิ่งขึ้น
ในส่วนของหม้อแปลงไฟ ในวงจร year book 2004(yb04) จะเป็น 18-0-18
(ซื้อมาแล้วครับ ถ้าไม่ใช่คงต้องไปเปลี่ยนอีกที)
แต่ถ้าเป็นขอคุณ Wasin จะใช้เท่าไรครับ เพราะผมเห็นในแผ่น PCB จะเป็น 12-0 gnd 0-18
ผมเดาว่า เป็น 18-0-12
ไมถูกทั้งหมดครับถ้าจะใช้ 18 - 0 - 12
เนื่องจากใน Year book 2004 นั้น ภาคจ่ายไฟจะใช้ Diode Retifer ต่อเป็นแบบบริดจ์
ซึ่งจะใช้ Diode แค่ 4 ตัว ใช้ทั้งไฟบวกและลบ จาก Diod ชุดนี้
เลยใช้หม้อแปลง 18 - 0 - 18 ครับ
แต่ที่ผมออกแบบไว้นั้น จะแยกใช้บริดจ์ไดโอดเป็น 2 ชุด ซึ่งชุดนึงจะเป็นไฟบวก
และอีกชุดนึงจะเป็นไฟลบ ซึ่งจะใช้กับหม้อแปลงแบบไม่มี Center Tap เป็น 0V
จะต้องใช้เป็น 12 - 0 สำหรับไฟบวก และ 18 - 0 สำหรับไฟลบ ซึ่งเป็นหม้อแปลง
แบบไม่มีแทบกลาง เลยต้องใช้ บริดจ์ไดโอด เป็น 2 ชุดครับ
ก็เลยใช้หม้อแปลงแบบ 18 - 0 - 12 ไม่ได้ครับ
(เนื่องจากตอนออกแบบต้องการให้แยกไฟบวกและไฟลบออกจากันตั้งแต่หม้อแปลงครับ)
ถ้าคุณ DIY C ซื้อหม้อแปลงแบบ 18 - 0 - 18 มาถ้าจะไม่เปลี่ยนก็ได้ครับ
เพียงแต่ต้องจั้มสายหม้อแปลงที่เป็นสายแทปกลาง 0 V
เข้าที่จุด 0 ในจุดต่อหม้อแปลงใน PCB ทั้ง 2 จุดครับ
ส่วนกราวด์นั้นก็คือกราวด์ของวงจรทั้งภาคจ่ายไฟและสัญญานครับ
ไว้สำหรับต่อลงแท่นเครื่องอีกทีถ้าลงกล่องแล้วครับ
ซึ่งกราวด์ของ IC ดิจิตอล (CS841)และ
อนาล็อก(TDA1541A)ทั้ง 2 ตัวผมจะแยกออกจากกัน
แล้วค่อยมารวมที่ภาคจ่ายไฟอีกที ลองสังเกตุที่ลาย PCB ครับ
(ถ้าใช้หม้อแปลง 18 - 0 - 18 นะครับ IC LM317 ตัวแรกจะร้อนมากพอดูครับ
เพราะ V ตกคร่อมจะเยอะพอสมควร ประมาณ 13V
แต่คิดว่าก็น่าจะทำงานได้ไม่มีปัญหาอะไรครับ
จะใช้ 12 - 0 สำหรับไฟบวกตัวนึงและ 18 - 0 สำหรับไฟลบตัวนึงก็ได้ครับ
หรือจะสั่งพันรวมในตัวเดียวก็ได้
เป็น 18 - 0 , 18 - 0 หรือแยกเป็น 2 ตัวก็ได้ครับ)
ส่วนอีกเรื่องนึงคือ
วงจร yb04 ผมเห็นไฟเข้า มี 3 ทาง +8,+8 และ -18
ทำไม ไม่เป็น + 18
วงจรใน year book 2004 นั้น ต้องการให้ไฟก่อนเข้า Shunt Regulator นั้น
เป็น +8 ,-8 ,-18 ครับ ซึ่งเมื่อผ่าน Shunt Regulator (TL431)
ก็จะเหลือ +5 ,-5 ,-15 ครับ
ก็เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมไม่ใช้ไฟ 18V ป้อนเข้าอย่างเดียว เพราะว่า
ไฟที่ป้อนเข้า IC TDA1541A นั้นจะเป็น +5 ,-5 ,-15 ซึ่งมีทั้งบวกและลบ
แต่ต่างแรงดันกัน
ส่วน CS8414 นั้นผมออกแบบไว้ให้แยก IC LM317 จ่ายไฟ +5 ออกเป็น 2 ตัว
สำหรับภาค Digital ตัวนึง และภาค อนาล็อกตัวนึง ออกจากกันเด็ดขาดไปเลย
สรุปครับผมจะป้อนไฟเข้าเป็นแหล่งจ่ายไฟหลัก ทั้งบวกและลบก็คือ 12 - 0
สำหรับไฟบวกซึ่งเมื่อผ่านบริดจ์ไดโอดแล้วจะได้ไฟ DC ประมาณ 16-17V
และเมื่อผ่าน LM317 ตัวแรก จะกรองและลดไฟเหลือประมาณ 12V
จากนั้นจะป้อนไฟเข้า LM317 3 ตัวแยกเป็นสำหรับ CS8414 2 ตัว และ TDA1541A อีก 1 ตัว
ซึ่งทั้ง 3 ตัวนี้จะกรองและลดแรงดันไฟเหลือ 8V อีกที แล้วป้อนไฟให้กับ
TL431 ของ IC CS8414 2 ตัว และ TDA1541A อีก 1 ตัว เพื่อกรองลดแรงดันให้เหลือ 5 V ครับ
และ 18 - 0 สำหรับไฟลบนั้นซึ่งเมื่อผ่านบริดจ์
ไดโอดแล้วจะได้ไฟ DC ประมาณ -25Vเมื่อผ่าน LM337 ตัวแรก จะกรองและลดไฟเหลือประมาณ -21V
จากนั้นจะป้อนไฟเข้า LM317 อีก 2 ตัวแยกอีกสำหรับ TDA1541A ซึ่งทั้ง 2 ตัวนี้จะกรองและลดแรงดันไฟเหลือ
-18V และ -8V อีกที แล้วป้อนไฟให้ กับ TL431 TDA1541A อีก 2 ตัว เพื่อกรองลดแรงดันให้เหลือ -15 และ
-5 V ครับ (ซึ่งตัว LM337 ที่ลดแรงดันจาก -21 เหลือ -8V นั้นตัวนี้ก็จะร้อนมากพอสมควรครับเพราะมีแรงดัน
ตกคร่อม IC ประมาณ 13V ตอนออกแบบดันลืมนึกถึงตัวนี้ไฟเลยดันไปคิดถึงแต่ IC 317 และ 337 ตัวแรก
แต่ทำงานได้ไม่มีปัญหาครับแค่ร้อนหน่อยนะ)
ส่วนในวงจรภาค Digital Receiver และ DAC นั้น ก็เหมือนใน Year book ครับ
คงพอเข้าใจภาคจ่ายไฟของวงจรได้ง่ายขึ้นนะครับ
เรื่องอื่นๆคือ
เมื่อต่อไฟเข้าวงจร Power LED จะติดก่อนครับ
จากนั้นเมื่อต่อสัญญานดิจิตอลเข้า หรือเปิดเครื่องเล่น CD Transport
Signal Lock LED จึงจะติดครับ
แนะนำว่าใช้ Pulse Tranformer ตรงในส่วน Input เสียงจะดีกว่าต่อเป็น C Input ครับ
และ C ที่ต่อกับขา 7 และขา 24 ของ TDA1541A นั้นจะมีผลต่อเสียงพอสมควร
ลองจูนค่าและ เลือกยี่ห้อตามชอบใจครับ ส่วนตัวอื่นๆมีผลรองๆลงมแบบว่าฟังออกยากน่ะครับ
Jumper (J1,J2) แนะนำว่าให้บัดกรีด้านใต้ปริ้นครับ จะใช้ลวดหรือสายไฟของดีแค่ใหนก็แล้วแต่ครับ
แต่สำหรับผมไม่ซีเรียสครับแบบว่าไม่น่าฟังออก เล่นกับจุดอื่นๆเช่นภาคอนาล็อกเอ้าท์พุทเห็นผลชัด
กว่า
สุดท้าย รอบคอบในการลงอุปกรณ์ ละเอียดในการบัดกรี ตรวจสอบลายปริ้นที่สั่งทำก่อนลงมือว่า
ที่สั่งทำมาไม่ผิดพลาด ไม่มีลายเส้นช็อตกันก็ไม่น่าจะมีปัญหาในการทำครับ
วศิน