HTG2.club

AIR GAP ของหม้อแปลง OPT SE

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ MuhMuh

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,038
    • เพศ:ชาย
  • รถแก่ๆ แอมป์เก่าๆ เราDIYสบายใจ
กระทู้นี้ตอบสุดท้ายเมื่อปี 2007 ครับ  :secret
ผมไปรื้อมาด้วยการ search หาคำว่า "เรียงเหล็ก"
เพราะทีแรกว่าจะรื้อ OPT push pull PL500 2.5K+2.5K ของเยอรมันในแอมป์ braun
มา"เรียงเหล็ก"ใหม่ทำ 5K สำหรับ SE ซักตัว
แต่อ่านแล้วเกรงว่าถ้ารื้อแล้วคงมีแววพัง มีแววเสียของ อิอิ ;D
วันหลังถ้าหมดไฟทำ PP จริงๆ แล้วเอามาขอแลก SE ที่นี่ดีกว่า
เลยขุดกระทู้ดีๆ มาให้ดูเล่นกันอีกครับ  O0 O0
ข้อมูลตัวตนครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=38750.0


ออฟไลน์ Jansilp

  • ผู้สนับสนุน web
  • *
    • กระทู้: 687
    • เพศ:ชาย

ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,854
สมมติถ้าเรา screen เฉพาะ pri และ sec ทุกครั้งของการ interleaving ใน OPT จะมีข้อดีหรือเสียอย่างไรบ้าง หรือมีประโยชน์รึเปล่าครับ

ความรู้เรื่องหม้อแปลงของผมน้อยมากครับ  :D กำลังศึกษาข้อมูลไว้พัน OPT ตัวแรกครับผม

ขอบคุณครับ

การ Screen ลักษณะที่ว่า เรียกว่า Electrostatic Shield ครับ ซึ่งจะช่วยลด Electrostatic Coupling ระหว่าง Primary และ Secondary ได้ (ก็คือการ Coupling ผ่านค่า C ระหว่างขดนั่นเองครับ) แต่เมื่อคุณต่อ Shield นี้ลง Gnd มันก็จะทำตัวเป็น C จาก Primary ลง Gnd ซะเองครับ ผมเลือกที่จะแก้ปัญหา C ระหว่างขด ด้วยการไม่ต่อ Secondary ลง Gnd ครับ เมื่อ Primary และ Secondary ไม่ Reference บน Gnd เดียวกัน มันก็มองค่า C ไม่เห็นครับ แล้วก็ไม่ต้องทำ Electrostatic Shield ด้วย  :)


ออฟไลน์ Jansilp

  • ผู้สนับสนุน web
  • *
    • กระทู้: 687
    • เพศ:ชาย
เรียนถามครับ

ถ้าเราต้องการลด winding capacitance ,cp โดยไม่ Sectionalizing จะใช้วิธีเพิ่ม screen ระหว่างชั้นและต่อลงกราวน์ จะดีกว่าการ Sectionalizing ไหมครับ

ดีกว่านี่ หมายถึงในแง่ไหนครับ? การต่อ Screen ระหว่างชั้น ค่า Cp ลดลงจริง แต่ก็เปรียบเสมือนเราไปต่อ C bypass จาก Primary ไปที่ Gnd เหมือนกันครับ

ผมหมายถึงดีกว่าในแง่ของการลด cp น่ะครับ แต่คิดไม่ถึงเรื่อง C bypass  Y]



การต่อ  screen ระหว่างชั้นมีวิธีการทำอย่างไรครับอยากทราบเฉยๆ มันคือการพันลวดเพิ่มเข้าไประหว่างชั้นแล้วต่อลง  GND ใช่มั๊ยครับ

ใช้แผ่นทองแดงบางๆ หุ้มให้เกือบรอบขดลวดครับ แล้วก็ต่อสายออกมาเพื่อลงกราวด์ ระวังอย่างให้แผ่นทองแดง Short กันเพราะจะเทียบเท่ากับการ Short Turn ครับ โดยมากก็จะเว้นระยะห่างไว้ 2-5mm ครับ แต่ปกติไม่ค่อยมีใครทำแบบนี้ในขดลวดเดียวกันครับ จะเป็นการ Shield ระหว่าง Pri และ Sec มากกว่าครับ เรียกว่า Electrostatic Shield ครับ  :)

สมมติถ้าเรา screen เฉพาะ pri และ sec ทุกครั้งของการ interleaving ใน OPT จะมีข้อดีหรือเสียอย่างไรบ้าง หรือมีประโยชน์รึเปล่าครับ

ความรู้เรื่องหม้อแปลงของผมน้อยมากครับ  :D กำลังศึกษาข้อมูลไว้พัน OPT ตัวแรกครับผม

ขอบคุณครับ



DIY CD-ROM PLAYER http://www.htg2.net/index.php?topic=26857.0

ข้อมูลส่วนตัว http://www.htg2.net/index.php?topic=52427.0


ออฟไลน์ tewmax

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,759
    • เพศ:ชาย
การต่อ  screen ระหว่างชั้นมีวิธีการทำอย่างไรครับอยากทราบเฉยๆ มันคือการพันลวดเพิ่มเข้าไประหว่างชั้นแล้วต่อลง  GND ใช่มั๊ยครับ

ใช้แผ่นทองแดงบางๆ หุ้มให้เกือบรอบขดลวดครับ แล้วก็ต่อสายออกมาเพื่อลงกราวด์ ระวังอย่างให้แผ่นทองแดง Short กันเพราะจะเทียบเท่ากับการ Short Turn ครับ โดยมากก็จะเว้นระยะห่างไว้ 2-5mm ครับ แต่ปกติไม่ค่อยมีใครทำแบบนี้ในขดลวดเดียวกันครับ จะเป็นการ Shield ระหว่าง Pri และ Sec มากกว่าครับ เรียกว่า Electrostatic Shield ครับ  :)
ขอบคุณมากครับ ทำแบบผมไหม้แน่ๆ :nono
ที่อยู่ครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=41722.0


ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,854
การต่อ  screen ระหว่างชั้นมีวิธีการทำอย่างไรครับอยากทราบเฉยๆ มันคือการพันลวดเพิ่มเข้าไประหว่างชั้นแล้วต่อลง  GND ใช่มั๊ยครับ

ใช้แผ่นทองแดงบางๆ หุ้มให้เกือบรอบขดลวดครับ แล้วก็ต่อสายออกมาเพื่อลงกราวด์ ระวังอย่างให้แผ่นทองแดง Short กันเพราะจะเทียบเท่ากับการ Short Turn ครับ โดยมากก็จะเว้นระยะห่างไว้ 2-5mm ครับ แต่ปกติไม่ค่อยมีใครทำแบบนี้ในขดลวดเดียวกันครับ จะเป็นการ Shield ระหว่าง Pri และ Sec มากกว่าครับ เรียกว่า Electrostatic Shield ครับ  :)


ออฟไลน์ tewmax

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,759
    • เพศ:ชาย
การต่อ  screen ระหว่างชั้นมีวิธีการทำอย่างไรครับอยากทราบเฉยๆ มันคือการพันลวดเพิ่มเข้าไประหว่างชั้นแล้วต่อลง  GND ใช่มั๊ยครับ
ที่อยู่ครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=41722.0


ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,854
เรียนถามครับ

ถ้าเราต้องการลด winding capacitance ,cp โดยไม่ Sectionalizing จะใช้วิธีเพิ่ม screen ระหว่างชั้นและต่อลงกราวน์ จะดีกว่าการ Sectionalizing ไหมครับ

ดีกว่านี่ หมายถึงในแง่ไหนครับ? การต่อ Screen ระหว่างชั้น ค่า Cp ลดลงจริง แต่ก็เปรียบเสมือนเราไปต่อ C bypass จาก Primary ไปที่ Gnd เหมือนกันครับ


ออฟไลน์ Jansilp

  • ผู้สนับสนุน web
  • *
    • กระทู้: 687
    • เพศ:ชาย
เรียนถามครับ

ถ้าเราต้องการลด winding capacitance ,cp โดยไม่ Sectionalizing จะใช้วิธีเพิ่ม screen ระหว่างชั้นและต่อลงกราวน์ จะดีกว่าการ Sectionalizing ไหมครับ
DIY CD-ROM PLAYER http://www.htg2.net/index.php?topic=26857.0

ข้อมูลส่วนตัว http://www.htg2.net/index.php?topic=52427.0


ออฟไลน์ Jansilp

  • ผู้สนับสนุน web
  • *
    • กระทู้: 687
    • เพศ:ชาย
คุณ Mr. Tube ครับ

ผมรบกวนขอเอกสารเกี่ยวกับการพันหม้อแปลง(ไม่รู้เรียกถูกรึเปล่า)ของคุณ Mr. Tube ไปศึกษาจะได้ไหมครับ
อยากลองพัน OPT ใช้เองบ้างครับ

geforce4ti4600@hotmail.com
ขอบคุณมากครับ
DIY CD-ROM PLAYER http://www.htg2.net/index.php?topic=26857.0

ข้อมูลส่วนตัว http://www.htg2.net/index.php?topic=52427.0


ออฟไลน์ สุรศักดิ์

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,234
    • เพศ:ชาย

ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,854
ถ้าตัวนำเปรียบเสมือนท่อน้ำ ทีนี้ถ้าท่อมันเล็กมันก็จะไหลเต็มท่อแถมมีความเครียดด้วยหรือเปล่าครับ
ถ้าท่อใหญ่ อ่า หมายถึงตัวนำมันดีใช้ได้และหน้าตัดเหลือเฟือ น้ำที่ไหลก็ไหลได้ตามสบาย ใช้แค่ผิวๆ ตามหลักการก็เพียงพอใช่ไหมครับ

ผมคิดว่าถ้าพิจารณาที่ไฟฟ้ากระแสตรงและมองแบบภาพใหญ่ พอจะเปรียบเทียบกับการไหลแบบ Laminar ในท่อได้ครับ โดยมองว่าสายไฟก็คือท่อน้ำ กระแสไฟก็คือของเหลวในท่อ และความต้านทานของสายไฟก็คือแรงต้านทานการไหลครับ เมื่อกระแสไหลไปในสายไฟ ซึ่งสายไฟก็ย่อมมีความต้านทานอยู่ (ลืม Super Conductor ไปก่อนละกัน  Y]) ย่อมมีแรงดันตกคร่อมสายไฟ หรือก็คือ Pressure Loss ในท่อน้ำนั่นเองครับ (ก็คือ "ความเครียด" ที่คุณพ่อฯ กล่าวถึงครับ) ถ้าวัสดุเหมือนกัน สายไฟเล็กย่อม Loss มากกว่าสายไฟใหญ่ครับ

แต่สำหรับไฟฟ้ากระแสสลับโดยเฉพาะเรื่อง Skin Effect ที่เรากำลัง Discuss กันอยู่นี่ จะเทียบกับการไหลในท่อไม่ได้ครับ ไม่ตรงกับทั้ง Laminar และ Turbulent เพราะการไหลในท่อไม่มี Skin Effect คงจะมองภาพได้ไม่ตรงกันครับ พูดถึง Skin Effect แล้ว ผมนึกถึงมอเตอร์ไซส์ไต่ถังมากกว่าครับ ลองเทียบความเร็วของรถเป็นความถี่นะครับ และถังใบนี้เป็นกรวยที่ใหญ่มาก ถ้าขับเร็วแรงเหวี่ยงก็จะส่งรถไปอยู่ขอบๆ ถังใช่ไม๊ครับ? แต่ถ้าขับช้าลงก็จะค่อยๆ ตกลงไปอยู่ก้นถัง ถ้ารถคันที่ 2-3-4-... เข้ามาวิ่งด้วยในถังที่ความเร็วต่างๆ กัน ก็จะอยู่กันคนละวง คนละระดับถัง ทีนี้ถ้ารถวิ่งเร็วมากๆ ก็จะไม่มีใครอยู่ก้นถังเลย ไปวิ่งขอบถังกันหมด แบบนี้คงพอนึกภาพออกนะครับ ผมคิดว่าคงพอให้เห็นการเกิด Skin Effect ได้ครับ  :)


ออฟไลน์ Era

  • *****
    • กระทู้: 975
    • เพศ:ชาย
ถ้าตัวนำเปรียบเสมือนท่อน้ำ ทีนี้ถ้าท่อมันเล็กมันก็จะไหลเต็มท่อแถมมีความเครียดด้วยหรือเปล่าครับ
ถ้าท่อใหญ่ อ่า หมายถึงตัวนำมันดีใช้ได้และหน้าตัดเหลือเฟือ น้ำที่ไหลก็ไหลได้ตามสบาย ใช้แค่ผิวๆ ตามหลักการก็เพียงพอใช่ไหมครับ


ถ้าที่กระแสไฟเท่ากัน ก็จะมองอย่างนั้นก็ได้ครับ

แต่ความเครียดนี่ ไม่เข้าใจครับ แฮะๆๆ
ข้อมูลติดต่อครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=90857.0


ออฟไลน์ พ่อน้องเปรียว

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,303
  • งดสร้างแอมป์ชั่วคราว
ถ้าตัวนำเปรียบเสมือนท่อน้ำ ทีนี้ถ้าท่อมันเล็กมันก็จะไหลเต็มท่อแถมมีความเครียดด้วยหรือเปล่าครับ
ถ้าท่อใหญ่ อ่า หมายถึงตัวนำมันดีใช้ได้และหน้าตัดเหลือเฟือ น้ำที่ไหลก็ไหลได้ตามสบาย ใช้แค่ผิวๆ ตามหลักการก็เพียงพอใช่ไหมครับ
* "อนาถา" มันมีสเน่ห์ตรงไหนนะ * 
 I=E/R # V=IR  # R =V/I # P=IV #
เราออกแบบและสร้างแบบนี้? ต้องให้คะแนน
Aesthetic=ความงามหรือสุนทรียะ
Function=ประโยชน์ใช้สอย
Ergonomic=ความเหมาะสมกับสรีระผู้ใช้
Safety=ความปลอดภัยในการใช้งาน
Durable=ทนทาน
Maintainance=ง่ายต่อการซ่อมบำรุง
Cost=ราคาเหมาะสม


ออฟไลน์ PORN

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,456
 :D :D :Dก็ว่างั้น :D :D :D
สกุล  หิรัญเดช   tel  081 557 8300

24 พหลโยธิน 14  พญาไท
สามเสนใน  กทม 10400


ขอบคุณคร๊าบบบบบ
PORN


ออฟไลน์ Mc

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
    • กระทู้: 10,323
    • เพศ:ชาย
  • ไม่ได้แสวงหาความเป็นที่สุด แต่หยุดที่ความพอใจ
 :D :D :D :D :D :D เครียดจัง  :D :D :D :D :D :D แต่ก็ดีครับ ได้ความรู้เพิ่ม
<a href="http://www.clocklink.com/clocks/5012-black.swf?TimeZone=ICT&amp;&quot;&nbsp; width=&quot;91&quot; height=&quot;30&quot; wmode=&quot;transparent&quot; type=&quot;application/x-shockwave" target="_blank" rel="noopener noreferrer" class="bbc_link bbc_flash_disabled new_win">http://www.clocklink.com/clocks/5012-black.swf?TimeZone=ICT&amp;&quot;&nbsp; width=&quot;91&quot; height=&quot;30&quot; wmode=&quot;transparent&quot; type=&quot;application/x-shockwave</a>


ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,854
....ถูกต้อง  ในกรณีนี้กระแสวิ่งผ่านเต็มหน้าตัดตัวนำ  ที่ผิวกระแสเข้มสุด  และลดลงตามความลึกจากผิว  แต่ถ้า r > Skin Depth กระแสวิ่งผ่านไม่เต็มหน้าตัดตัวนำ

เท่าที่ผมศึกษามา กระแสยังคงวิ่งเต็มหน้าตัดตัวนำครับ ไม่ใช่ว่าหน้าตัดตัวนำแบ่งเป็น Zone กระแสวิ่ง กับ Zone ที่ไม่มีกระแสวิ่งครับ เพียงแต่ความหนาแน่นกระแสลดหลั่นกันลงไปตามความลึกจากผิวครับ ต่อให้ r >> Skin Depth กระแสก็ยังคงไหลที่จุดศูนย์กลางของตัวนำครับ แต่เนื่องจาก Function การลดของความหนาแน่นกระแส เป็นแบบ Exponential ของค่า Skin Depth ครับ ถ้า r > 3x Skin Depth สัดส่วนความหนาแน่นของศูนย์กลางเทียบกับผิวจะน้อยมาก จนอาจจะละเว้นไม่ต้องนำมาคิดในทางวิศวกรรมได้ครับ  :)


ออฟไลน์ นายต้อ

  • *****
    • กระทู้: 591
    • เพศ:ชาย
  • ตาดู หูฟัง แล้วก็ไปเสียตังค์ซ่ะดีๆ
ลืมไป  :bowdown :bowdown
ข้อมูลอ้างอิงที่ยกมา เป็นของคุณอาร์ต ครับ  O0


ออฟไลน์ นายต้อ

  • *****
    • กระทู้: 591
    • เพศ:ชาย
  • ตาดู หูฟัง แล้วก็ไปเสียตังค์ซ่ะดีๆ

ออฟไลน์ PORN

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,456
"จะเห็นว่ากระแสก็ยังคงมีการกระจายตัวไม่สม่ำเสมอบนหน้าตัดตัวนำอยู่ดี เพียงแต่เมื่อ r < Skin Depth ผลต่างของความหนาแน่นกระแสก็ไม่ถึง 2.72 เท่า แค่นั้นเอง ซึ่งความแตกต่างก็ยังมีอยู่นี่ครับ "....ถูกต้อง  ในกรณีนี้กระแสวิ่งผ่านเต็มหน้าตัดตัวนำ  ที่ผิวกระแสเข้มสุด  และลดลงตามความลึกจากผิว  แต่ถ้า r > Skin Depth กระแสวิ่งผ่านไม่เต็มหน้าตัดตัวนำ

"เอ ที่ผมรู้มานี่ ไม่ใช่ว่ากระแสสลับมันวิ่งบนพื้นผิวทั้งหมด แต่มันมีการกระจายตัวที่ไม่สม่ำเสมอบนหน้าตัดตัวนำนี่ครับ โดย Skin Depth คือความลึกจากผิวตัวนำ ที่ความหนาแน่นของกระแสจะเป็น 1/e (1/2.72) เท่าของที่ผิว ยกตัวอย่างเช่น Skin Depth ของทองแดงที่ 10kHz = 0.66mm ไม่ได้หมายความว่าถ้า radius ของตัวนำเล็กกว่า 0.66mm แล้วจะไม่เกิด Skin Effect จะเห็นว่ากระแสก็ยังคงมีการกระจายตัวไม่สม่ำเสมอบนหน้าตัดตัวนำอยู่ดี เพียงแต่เมื่อ r < Skin Depth ผลต่างของความหนาแน่นกระแสก็ไม่ถึง 2.72 เท่า แค่นั้นเอง ซึ่งความแตกต่างก็ยังมีอยู่นี่ครับ "....ถูกต้อง  ทั้งหมด c)
สกุล  หิรัญเดช   tel  081 557 8300

24 พหลโยธิน 14  พญาไท
สามเสนใน  กทม 10400


ขอบคุณคร๊าบบบบบ
PORN


ออฟไลน์ Era

  • *****
    • กระทู้: 975
    • เพศ:ชาย
เอ ที่ผมรู้มานี่ ไม่ใช่ว่ากระแสสลับมันวิ่งบนพื้นผิวทั้งหมด แต่มันมีการกระจายตัวที่ไม่สม่ำเสมอบนหน้าตัดตัวนำนี่ครับ โดย Skin Depth คือความลึกจากผิวตัวนำ ที่ความหนาแน่นของกระแสจะเป็น 1/e (1/2.72) เท่าของที่ผิว ยกตัวอย่างเช่น Skin Depth ของทองแดงที่ 10kHz = 0.66mm ไม่ได้หมายความว่าถ้า radius ของตัวนำเล็กกว่า 0.66mm แล้วจะไม่เกิด Skin Effect จะเห็นว่ากระแสก็ยังคงมีการกระจายตัวไม่สม่ำเสมอบนหน้าตัดตัวนำอยู่ดี เพียงแต่เมื่อ r < Skin Depth ผลต่างของความหนาแน่นกระแสก็ไม่ถึง 2.72 เท่า แค่นั้นเอง ซึ่งความแตกต่างก็ยังมีอยู่นี่ครับ

ผิดถูกอย่างไรช่วยแก้ด้วยครับ

ข้อมูลติดต่อครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=90857.0


ออฟไลน์ PORN

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,456
Skin Effect  
Skin Depth ที่ 10kHz = 0.66mm  
Skin Depth ที่60Hz = 8.53mm 
Skin Effect   
 
Skin Depth ที่60Hz = 8.53mm 
Skin Depth ที่ 10kHz = 0.66mm   
Skin Depth ที่ 20kHz = 0.46mm   
skin depth ของทองแดงที่ความถี่ 10KHz เท่ากับ 0.66 mm หมายความว่ากระแสกินลึกจากผิวตัวนำทองแดง ลงมาลึก 0.66 mm แต่ที่ความถี่ 60 Hz กระแสกินลึกจากผิวตัวนำลงมาลึก 8.53 mm หรือเท่ากับ 1/3นิ้ว ดังนั้ถ้าใช้ในความถี่ 60 Hz แล้วใช้แท่ง bus bar ตันขนาด 2x4 นิ้ว ก็จะสูญเสียทองแดงตรงบริเวณกลางไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะกระแสวิ่งไปไม่ถึง จึงควรใช้เป็นลักษณะทองแดงท่อกลวง(Hollow) ขนาดหนา 1/2 นิ้วก็พอ
ในช่วงความถี่เสียงสูงถึง 20 kHz กระแสจะวิ่งลงไปลึกจากผิวเพียง 0.46 mm ซึ่งถ้าเราใช้ลวดทองแดงตัวนำขนาด 1mm กระแสก็ยังคงวิ่งเต็มพื้นที่หน้าตัดของมัน ทำนองเดียวกันที่ความถี่ตำเช่น 60Hz skin depth เท่ากับ 8.53 mm แล้วใช้ทองแดงขนาด 1 mm กระแสก็วิ่งเต็มพื้นที่เหมือนกัน ดังนั้นที่ความถี่ 60Hz และ ความถี่ 20KHz ในลวดตัวนำทองแดงขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 mm กระแสทั้ง 2 ความถี่นั้นก็วิ่งผ่านเต็มพื้นที่หน้าตัดตัวนำ ในเส้นเดียวกันเหมื่อนกัน
ในความถี่ microwave 10 gHz เท่ากับ 10,000 mHz นั้น skin depth เท่ากับ 0.000661 mm ในทางปฏิบัตจึงใช้แท่งแก้วเคลือบด้วยไอเงิน evaporated silver ก็พอแล้วในการนำสัญญาณ microwave
สกุล  หิรัญเดช   tel  081 557 8300

24 พหลโยธิน 14  พญาไท
สามเสนใน  กทม 10400


ขอบคุณคร๊าบบบบบ
PORN


ออฟไลน์ pongsakorn50

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,593
    • เพศ:ชาย
  • GUENG...lS3/5A
สมมุติใด้ขนาดของAIR GAPมาแล้ววิธีการทำเขาทำกันยังไงครับที่บอกว่าเป็นกระดาษมีภาพมาให้ดูด้วยยิ่งดีมากครับขอบคุณครับ

รูปผมไม่มีครับ โดยวิธีการแล้วก็คือการสร้างช่องว่างขึ้นใน Magnetic Flux Path ครับ ถ้าเป็น Toroid ก็ใช้เลื่อยตัดวงแหวนออกให้เป็นช่องว่างตามความหนาที่ต้องการ ถ้าเป็น EI หรือ C Core ก็หาวัสดุ Non-Magnetic เช่นกระดาษ, พลาสติก ที่หนาเท่ากับที่ต้องการ มาคั่นไว้ระหว่างแกน E กับ I หรือ C 2 ตัว ก็เรียกว่า Air gap ครับ  :)
ก่อนหน้านี้ผมอ่านกระทู้"การดูแลรักษาหม้อแปลงOPT" แล้วผมใม่เข้าใจที่ว่าอย่าพยายามทำหม้อแปลงOPTตกพื้นจะทำให้ช่องAIR GAPเปลี่ยนใด้...ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วครับ  O0 c)
ข้อมูลในการติดต่อ...http://www.htg2.net/index.php?topic=16810.msg168734#msg168734


ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,854
สมมุติใด้ขนาดของAIR GAPมาแล้ววิธีการทำเขาทำกันยังไงครับที่บอกว่าเป็นกระดาษมีภาพมาให้ดูด้วยยิ่งดีมากครับขอบคุณครับ

รูปผมไม่มีครับ โดยวิธีการแล้วก็คือการสร้างช่องว่างขึ้นใน Magnetic Flux Path ครับ ถ้าเป็น Toroid ก็ใช้เลื่อยตัดวงแหวนออกให้เป็นช่องว่างตามความหนาที่ต้องการ ถ้าเป็น EI หรือ C Core ก็หาวัสดุ Non-Magnetic เช่นกระดาษ, พลาสติก ที่หนาเท่ากับที่ต้องการ มาคั่นไว้ระหว่างแกน E กับ I หรือ C 2 ตัว ก็เรียกว่า Air gap ครับ  :)


ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,854
รูปเอามาจาก WIKIPEDIA ครับ เป็น Plot แสดงค่า Skindepth ของวัสดุชนิดต่างๆ ที่แต่ละความถี่ครับ

ส่วน Textbook ที่คุณ PORN แสดงมา รบกวนช่วยชี้ประเด็นด้วยครับ :cry2 บางคนไม่ถนัดภาษาอังกฤษน่ะครับ ขอบคุณมากครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 กุมภาพันธ์, 2007, 10:14:23 am โดย Mr. Tube »


ออฟไลน์ pongsakorn50

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,593
    • เพศ:ชาย
  • GUENG...lS3/5A
สมมุติใด้ขนาดของAIR GAPมาแล้ววิธีการทำเขาทำกันยังไงครับที่บอกว่าเป็นกระดาษมีภาพมาให้ดูด้วยยิ่งดีมากครับขอบคุณครับ
ข้อมูลในการติดต่อ...http://www.htg2.net/index.php?topic=16810.msg168734#msg168734


ออฟไลน์ PORN

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,456
 Skin Effect   
Skin Depth ที่ 10kHz = 0.66mm   
Skin Depth ที่60Hz = 8.53mm 
สกุล  หิรัญเดช   tel  081 557 8300

24 พหลโยธิน 14  พญาไท
สามเสนใน  กทม 10400


ขอบคุณคร๊าบบบบบ
PORN


ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,854
Skin  effect  ในoutput transformer ความถี่เสียง.......ลืมไปได้เลย

เมื่อก่อนผมก็เห็นด้วยกับประโยคนี้ครับ แต่พอได้ศึกษารายละเอียดของ Skin Effect และลองคิดเทียบกับความถี่เสียง รวมทั้งได้ทดลองในการพันหม้อแปลงด้วยแล้ว ผมคิดว่า Skin Effect มีผลต่อ Audio Transformer ครับ

ประการแรก Pure Copper มี Skin Depth ที่ 10kHz = 0.66mm ลวดทองแดงที่ใช้พันหม้อแปลง Audio ที่เราเล่นๆ กันอยู่ก็มี Dia ประมาณ 0.3-1.5mm ถ้าลวดทองแดงมี Dia = 1.32mm (0.66x2) หมายความว่ากระแสที่วิ่งบนผิวตัวนำจะมีค่าเป็น 2.72 เท่า (napier's constant) ของจุดศูนย์กลาง แน่นอนว่ากระแสไม่ได้วิ่งสม่ำเสมอเต็มหน้าตัดตัวนำ และต้องแยกคิด Resistivity ตามความลึกจากผิวตัวนำ ซึ่งจะมีผลต่อ Phase เมื่อมองลวดทั้งเส้นเป็นระบบตัวนำ

ประการที่ 2 ในงาน Audio จริงๆ นั้น สัญญาณเป็น Band 20-20,000Hz ซึ่ง แต่ละความถี่มี Skin Depth ของตัวเอง เมื่อพิจารณาร่วมกับข้อ 1 จะเห็นว่าแต่ละความถี่จะกระจายวิ่งเป็นชั้นๆ โดยความถี่สูงจะพยายามมาวิ่งที่ผิวเพราะ Resistivity ต่ำกว่า ซึ่ง Electromagnetic ที่เกิดจะผลักให้ความถี่ต่ำไปวิ่งตรงกลางตัวนำแทน เมื่อนำมาคำนวณดูจะเห็นว่าตัวนำจะถูกแบ่งเป็นแหวนหลายๆ วงให้ความถี่วิ่ง ไม่ได้วิ่งกระจายทั้งหน้าตัดครับ

ประการที่ 3 เมื่อมองจาก Physical ของหม้อแปลงแล้ว จะเห็นว่าลวด Primary ยาวมาก หม้อแปลง SE 2A3 (20H 60mA) ลูกหนึ่ง อาจจะใช้ลวด Primary ยาว 400-500 เมตร นี่ยิ่งขยายผลของข้อ 1 กับข้อ 2 ให้ใหญ่ขึ้นครับ

อย่างไรก็ตาม เหล่านี้เป็นแค่ความคิดครับ ถึงผมจะมีหม้อแปลงที่พันไว้พิสูจน์ความคิดนี้ แต่ผมยังไม่มีเครื่องมือวัดที่จะยืนยันสิ่งนี้ครับ (ผมใช้แค่หูเทียบเอา) เป็นเพียงแค่ Mathematic Prove บนกระดาษเท่านั้นเองครับ  :)


ออฟไลน์ PORN

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,456
"หม้อแปลงโช๊คที่กำหนดค่า L เท่านั้นเท่านี้ว่ากี่เฮนรี่ เขาวัดกันที่ความถี่เท่าไหร่ครับ "

วัดที่ ความถี่ที่ใช้งานจริงจึงจะถูกต้องที่สุด เช่น ความถี่ไฟบ้าน 50 Hzผ่านวงจร เรกติไฟด์ แล้วจะเป็น 100 Hz ดังนั้นถ้าใช้โช้คกรองกระแส โช้คก็จะทำงานที่ความถี่ 100 Hz ดังนั้นจะวัดค่าโช้คตัวนี้ว่ามีกี่ H ก็ต้องวัดที่ 100Hz เช่น วัดได้ 5 H ที่ 100 Hz แต่ถ้าวัดความถี่อื่นเช่น 1 KHz อาจจะได้ถึง 50 H ที่เป็นเช่นนี้เพราะในโช้คตัวนี้มี C แฝงอยู่เมื่อวัดที่ความถี่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ C ตัวนี้จะไป resonance กับค่า L ของมันจึงทำให้เครื่องมือวัดถูกหลอกว่ามีค่า L สูงถึง 50H แต่ถ้าเกิดเป็นทั่วๆไปจะมักวัดกันที่ความถี่ 1 kHz เพราะเป็นย่านความถี่เสียง ดังนั้นสรุปว่าจะวัดค่า L ที่ความถี่ใดนั้นต้องดูว่าโช้คตัวนั้นหรือหม้อแปลงตัวนั้นใช้งานย่านความถี่ใดเป็นหลัก
สกุล  หิรัญเดช   tel  081 557 8300

24 พหลโยธิน 14  พญาไท
สามเสนใน  กทม 10400


ขอบคุณคร๊าบบบบบ
PORN


ออฟไลน์ pongsakorn50

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,593
    • เพศ:ชาย
  • GUENG...lS3/5A
โช้ค ลูกเล็ก แต่ระบุค่า L มาก กระแสDC มาก = แหก ตา รายการนี้มีในเมืองนอกหรือเปล่าครับ

มีครับ ใน 10 ปีที่ผ่านมา ผมเคยเจอของจาก USA (Current Production) อย่างน้อย 2 ยี่ห้อที่ผลิตมาตก Spec Inductance และจาก Europe อีก 1 ยี่ห้อครับ อย่าพยายามเดาว่าเป็นยี่ห้อไหนครับ นั่นไม่ใช่ประเด็น ของพวกนี้มันพัฒนากันได้ วันนี้อาจจะไม่เป็นแล้วก็ได้ ต้องว่ากันเป็นครั้งๆ ไปครับ ประเด็นคือใครๆ ก็พลาดกันได้ครับ ไม่เกี่ยวว่าในหรือนอก  :)
จริงครับผมเห็นด้วยครับ ใครๆ ก็พลาดกันได้ครับ
ข้อมูลในการติดต่อ...http://www.htg2.net/index.php?topic=16810.msg168734#msg168734


ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,854
โช้ค ลูกเล็ก แต่ระบุค่า L มาก กระแสDC มาก = แหก ตา รายการนี้มีในเมืองนอกหรือเปล่าครับ

มีครับ ใน 10 ปีที่ผ่านมา ผมเคยเจอของจาก USA (Current Production) อย่างน้อย 2 ยี่ห้อที่ผลิตมาตก Spec Inductance และจาก Europe อีก 1 ยี่ห้อครับ อย่าพยายามเดาว่าเป็นยี่ห้อไหนครับ นั่นไม่ใช่ประเด็น ของพวกนี้มันพัฒนากันได้ วันนี้อาจจะไม่เป็นแล้วก็ได้ ต้องว่ากันเป็นครั้งๆ ไปครับ ประเด็นคือใครๆ ก็พลาดกันได้ครับ ไม่เกี่ยวว่าในหรือนอก  :)


ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,854
รู้สึกว่าจะเริ่มมีตัวแปรทางวิศวกรรมไฟฟ้าเข้ามามากแล้ว ในหัวสมองเริ่มออกอาการไม่รับแล้วครับ เอาอย่างนี้ครับ มีสูตรสำเร็จเลยไหมครับชนิดที่ระบุในตารางง่ายๆเลยครับ เช่น แกนเหล็ก H14 ขนาด 25x25 พันจำนวนรอบเท่าไหร จะได้กี่เฮนรี่ ใช้แอร์แก๊ปอยู่ประมาณเท่าไหร่ เอาเป็นค่ากลางๆเลยครับ เปลี่ยนขนาดแกน และค่าเฮนรี่ไปตามค่าที่ควรมีใช้ จะว่ามันง่ายไปไม่ยอมลงทุนลงแรงคิดเองบ้างมันก็ใช่ครับ แต่สำหรับน้องๆที่ไม่รู้เรื่องเลยแต่อยากลองพันโชคใช้เอง ก็น่าจะเอาสูตรสำเร็จอย่างนี้ไปใช้ไว้ใช้ครับ

ถ้าคุณ surasakp เคยอ่านบทความที่ผมเขียนแล้ว ลองอ่านดูอีกทีครับ ในนั้นมีเขียนสูตรคำนวณ Air-gap ที่เหมาะสมไว้อยู่แล้ว ไม่ต้อง Trial & Error ครับ แต่เป็นตารางสำเร็จรูปไม่มีครับ คุณสามารถเอาสูตรพวกนี้ลง Excel และออกแบบตามต้องการได้ไม่ยากครับ  :)


ออฟไลน์ สุรศักดิ์

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,234
    • เพศ:ชาย
ขอตั้งประเด็นต่อนะครับ หม้อแปลงโช๊คที่กำหนดค่า L เท่านั้นเท่านี้ว่ากี่เฮนรี่ เขาวัดกันที่ความถี่เท่าไหร่ครับ เพราะสูตรที่ผมใช้คิดจะมีความถี่เข้ามาเกี่ยวข้อง ผมก็สมมุติเป็น 50 แต่ในขั้นตอนวัดเครื่องวัดค่า L ที่ความถี่ 1KHz (หรือเปล่าครับ) จะทำให้ค่าทีได้เวลาเราคำนวณกับที่ได้จริงไม่เท่ากันอย่างนี้ใช่ไหมครับ


ออฟไลน์ สันติ

  • *****
    • กระทู้: 644
"การที่มีการเหนี่ยวนำทำให้เกิดความร้อนก็เมื่อกระแสไปตามผิวลวดตัวนำพร้อมทั้งแรงดันมันก็เกิดการเหนี่ยวนำทำให้หม้อแปลงจะเกิดความร้อนได้ครับ"
กระแสไปตามผิวลวดตัวนำ  เรียกว่า  Skin  effect  อยู่ใน วิชา micro wave ....ยิ่งความถี่สูง กระแสจะวิ่งออกตามผิวๆตัวนำ  ที่DC กระแสวิ่งเต็มหน้าตัด
ความถี่เสียง ไม่เกิน  20 Khz เอาแถมให้อีกเป็น 100 Khz   Skin  effect   ยังไม่มีผลอะไรเลย  กระแสยังวิ่งเต็มหน้าตัดตัวนำ

"หม้อแปลงจะเกิดความร้อน" มี2 สาเหตุ    core loss  and load loss
core loss มา จาก แกนเหล็ก
load loss มาจาก กระแสผ่าน load ครบวงจร ที่ลวดทองแดงในหม้อแปลง    ลวดทองแดงในหม้อแปลงมีความต้านทาน  load loss = I*I * r(ความต้านทานลวดทองแดงในหม้อแปลง)   load lossเรียก อีกอย่างว่า  copper loss
 
 Skin  effect  ในoutput transformer ความถี่เสียง.......ลืมไปได้เลย
 Skin  effect    ใน transformer ความถี่ micro wave ...ค่อยมาคุยกันใหม่

ขอบคุณครับมีให้ความกระจ่างครับ
ธ.กรุงเทพ จำกัด สาขา ชนเกษม  #  427-0-31099-0    สุราษฎร์ๆ
  
   โทร  0849949765


ออฟไลน์ PORN

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,456
"การที่มีการเหนี่ยวนำทำให้เกิดความร้อนก็เมื่อกระแสไปตามผิวลวดตัวนำพร้อมทั้งแรงดันมันก็เกิดการเหนี่ยวนำทำให้หม้อแปลงจะเกิดความร้อนได้ครับ"
กระแสไปตามผิวลวดตัวนำ  เรียกว่า  Skin  effect  อยู่ใน วิชา micro wave ....ยิ่งความถี่สูง กระแสจะวิ่งออกตามผิวๆตัวนำ  ที่DC กระแสวิ่งเต็มหน้าตัด
ความถี่เสียง ไม่เกิน  20 Khz เอาแถมให้อีกเป็น 100 Khz   Skin  effect   ยังไม่มีผลอะไรเลย  กระแสยังวิ่งเต็มหน้าตัดตัวนำ

"หม้อแปลงจะเกิดความร้อน" มี2 สาเหตุ    core loss  and load loss
core loss มา จาก แกนเหล็ก
load loss มาจาก กระแสผ่าน load ครบวงจร ที่ลวดทองแดงในหม้อแปลง    ลวดทองแดงในหม้อแปลงมีความต้านทาน  load loss = I*I * r(ความต้านทานลวดทองแดงในหม้อแปลง)   load lossเรียก อีกอย่างว่า  copper loss
 
 Skin  effect  ในoutput transformer ความถี่เสียง.......ลืมไปได้เลย
 Skin  effect    ใน transformer ความถี่ micro wave ...ค่อยมาคุยกันใหม่
สกุล  หิรัญเดช   tel  081 557 8300

24 พหลโยธิน 14  พญาไท
สามเสนใน  กทม 10400


ขอบคุณคร๊าบบบบบ
PORN


ออฟไลน์ สันติ

  • *****
    • กระทู้: 644
ที่ผมพอจะจำได้ว่าการที่มี แอร์แก็ป ขึ้นเพื่อที่ให้ความถี่สูงผ่านไปด้วยดีและไม่ทำให้ Tranf  มันร้อนเร็วและร้อนมากเกินไป(การเหนี่ยวนำจะมีการเสียดสีกันทำให้เกิดความร้อน)
อันนี้ไม่เคยได้อ่านพบในตำราทางวิชาทางวิศวกรรมไฟฟ้าเล่มใด และการเหนี่ยวนำเองก็ไม่เกิดความร้อน  ยกเว้นขดลวดพันไม่แน่น หลวม เสียดสีกัน

ขอโทษด้วยผมพูดสั้นๆทำให้เข้าใจผิดครับ  การที่มีการเหนี่ยวนำทำให้เกิดความร้อนก็เมื่อกระแสไปตามผิวลวดตัวนำพร้อมทั้งแรงดันมันก็เกิดการเหนี่ยวนำทำให้หม้อแปลงจะเกิดความร้อนได้ครับ
ธ.กรุงเทพ จำกัด สาขา ชนเกษม  #  427-0-31099-0    สุราษฎร์ๆ
  
   โทร  0849949765


ออฟไลน์ pongsakorn50

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,593
    • เพศ:ชาย
  • GUENG...lS3/5A
โช้ค ลูกเล็ก แต่ระบุค่า L มาก กระแสDC มาก = แหก ตา รายการนี้มีในเมืองนอกหรือเปล่าครับ

ตอบอย่างนี้......
ถ้าเอา LCR meter ราคาถูกๆวัดค่า L ของโช้ค =10H จริง แต่ค่าL =10H ขณะนี้วัดที่ 0.00ma dc bias  ....เขาไม่แหก ตา
LCR meter ที่วัดค่า L พร้อมฉีดกระแส DC bias ระดับต่างๆ  ราคา ระดับ :cold       ..... คุณอยากได้โช้ค กี่ ma  เดี๋ยวผม " เขียนให้"
200mA..ใช้กับ2A3ครับ.
ข้อมูลในการติดต่อ...http://www.htg2.net/index.php?topic=16810.msg168734#msg168734


ออฟไลน์ Era

  • *****
    • กระทู้: 975
    • เพศ:ชาย
รบกวนคุณ PORN แวะที่กระทู้นี้หน่อยครับ ผมมีเรื่องรบกวนขอคำแนะนำหน่อยนะครับ


http://www.htg2.net/index.php?topic=17694.0
ข้อมูลติดต่อครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=90857.0


ออฟไลน์ PORN

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,456
โช้ค ลูกเล็ก แต่ระบุค่า L มาก กระแสDC มาก = แหก ตา รายการนี้มีในเมืองนอกหรือเปล่าครับ

ตอบอย่างนี้......
ถ้าเอา LCR meter ราคาถูกๆวัดค่า L ของโช้ค =10H จริง แต่ค่าL =10H ขณะนี้วัดที่ 0.00ma dc bias  ....เขาไม่แหก ตา
LCR meter ที่วัดค่า L พร้อมฉีดกระแส DC bias ระดับต่างๆ  ราคา ระดับ :cold       ..... คุณอยากได้โช้ค กี่ ma  เดี๋ยวผม " เขียนให้"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 กุมภาพันธ์, 2007, 05:02:53 pm โดย PORN »
สกุล  หิรัญเดช   tel  081 557 8300

24 พหลโยธิน 14  พญาไท
สามเสนใน  กทม 10400


ขอบคุณคร๊าบบบบบ
PORN


ออฟไลน์ pongsakorn50

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,593
    • เพศ:ชาย
  • GUENG...lS3/5A
โช้ค ลูกเล็ก แต่ระบุค่า L มาก กระแสDC มาก = แหก ตา รายการนี้มีในเมืองนอกหรือเปล่าครับ
ข้อมูลในการติดต่อ...http://www.htg2.net/index.php?topic=16810.msg168734#msg168734


oui.

  • บุคคลทั่วไป
คำถามของ" surasakp " ตอบได้= ตำราหนึ่งเล่ม  ให้ข้อสังเกตุดีกว่า
หม้อแปลง โช้คลูกเล็ก  ค่า L ยิ่งมาก  กระแสDC จะยิ่งน้อย
หม้อแปลง  โช้ค ลูกใหญ่  ค่า L ยิ่งน้อย   กระแสDC จะยิ่งมาก
โช้ค ลูกเล็ก แต่ระบุค่า L มาก กระแสDC มาก = แหก ตา

ชัดเจนครับพี่    ;D ;D ;D



ออฟไลน์ PORN

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,456
คำถามของ" surasakp " ตอบได้= ตำราหนึ่งเล่ม  ให้ข้อสังเกตุดีกว่า
หม้อแปลง โช้คลูกเล็ก  ค่า L ยิ่งมาก  กระแสDC จะยิ่งน้อย
หม้อแปลง  โช้ค ลูกใหญ่  ค่า L ยิ่งน้อย   กระแสDC จะยิ่งมาก
โช้ค ลูกเล็ก แต่ระบุค่า L มาก กระแสDC มาก = แหก ตา
สกุล  หิรัญเดช   tel  081 557 8300

24 พหลโยธิน 14  พญาไท
สามเสนใน  กทม 10400


ขอบคุณคร๊าบบบบบ
PORN


ออฟไลน์ PORN

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,456
รู้สึกว่าจะเริ่มมีตัวแปรทางวิศวกรรมไฟฟ้าเข้ามามากแล้ว ในหัวสมองเริ่มออกอาการไม่รับแล้วครับ เอาอย่างนี้ครับ มีสูตรสำเร็จเลยไหมครับชนิดที่ระบุในตารางง่ายๆเลยครับ เช่น แกนเหล็ก H14 ขนาด 25x25 พันจำนวนรอบเท่าไหร จะได้กี่เฮนรี่ ใช้แอร์แก๊ปอยู่ประมาณเท่าไหร่ เอาเป็นค่ากลางๆเลยครับ เปลี่ยนขนาดแกน และค่าเฮนรี่ไปตามค่าที่ควรมีใช้ จะว่ามันง่ายไปไม่ยอมลงทุนลงแรงคิดเองบ้างมันก็ใช่ครับ แต่สำหรับน้องๆที่ไม่รู้เรื่องเลยแต่อยากลองพันโชคใช้เอง ก็น่าจะเอาสูตรสำเร็จอย่างนี้ไปใช้ไว้ใช้ครับ
อันนี้เป็นเหมือนสูตรตำราอาหาร แต่ละร้าน  ใครใครก็รู้ว่าต้มยัมกุ้งทำอย่างไร แต่ละร้านยังอร่อยไม่เท่ากัน มีเคล็ดลับ และไม่ลับ ถ้าเอาพื้นๆ หาได้หนังสือสอนพันหม้อแปลงทั่วไป  ถ้าจะเอาเจ๋งๆ ต้องทำการวิจัยและการพัฒนา  ลงทุนสูง เครืองมือถึง
สกุล  หิรัญเดช   tel  081 557 8300

24 พหลโยธิน 14  พญาไท
สามเสนใน  กทม 10400


ขอบคุณคร๊าบบบบบ
PORN


ออฟไลน์ สุรศักดิ์

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,234
    • เพศ:ชาย
รู้สึกว่าจะเริ่มมีตัวแปรทางวิศวกรรมไฟฟ้าเข้ามามากแล้ว ในหัวสมองเริ่มออกอาการไม่รับแล้วครับ เอาอย่างนี้ครับ มีสูตรสำเร็จเลยไหมครับชนิดที่ระบุในตารางง่ายๆเลยครับ เช่น แกนเหล็ก H14 ขนาด 25x25 พันจำนวนรอบเท่าไหร จะได้กี่เฮนรี่ ใช้แอร์แก๊ปอยู่ประมาณเท่าไหร่ เอาเป็นค่ากลางๆเลยครับ เปลี่ยนขนาดแกน และค่าเฮนรี่ไปตามค่าที่ควรมีใช้ จะว่ามันง่ายไปไม่ยอมลงทุนลงแรงคิดเองบ้างมันก็ใช่ครับ แต่สำหรับน้องๆที่ไม่รู้เรื่องเลยแต่อยากลองพันโชคใช้เอง ก็น่าจะเอาสูตรสำเร็จอย่างนี้ไปใช้ไว้ใช้ครับ


ออฟไลน์ PORN

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,456
เหล็กอิ่มตัวแล้วจะมี่ค่า L ลดลงอย่างรวดเร็ว ยิ่งมีกระแสDC มากเท่าไรค่า L จะลดลงเป็นทวีคูณ การไม่ให้เหล็กอิ่มตัวง่ายจึงต้องมี air gap  เช่น โช้ค 5H 50ma แปลว่า เมื่อมีกระแส DC  0- 50ma ฉีดผ่านโช้ค ค่า L ของโช้คยังคงรักษาค่าได้ 5H แต่เมื่อ กระแสDC มากกว่า 50 maแล้ว  เหล็กเริ่มอิ่มตัว  กระแส DC 60 ma ,L อาจจะ=3.5H กระแสDC =70ma ,L อาจจะ= 1.5H
สกุล  หิรัญเดช   tel  081 557 8300

24 พหลโยธิน 14  พญาไท
สามเสนใน  กทม 10400


ขอบคุณคร๊าบบบบบ
PORN


ออฟไลน์ PORN

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,456
ที่ผมพอจะจำได้ว่าการที่มี แอร์แก็ป ขึ้นเพื่อที่ให้ความถี่สูงผ่านไปด้วยดีและไม่ทำให้ Tranf  มันร้อนเร็วและร้อนมากเกินไป(การเหนี่ยวนำจะมีการเสียดสีกันทำให้เกิดความร้อน)
อันนี้ไม่เคยได้อ่านพบในตำราทางวิชาทางวิศวกรรมไฟฟ้าเล่มใด และการเหนี่ยวนำเองก็ไม่เกิดความร้อน  ยกเว้นขดลวดพันไม่แน่น หลวม เสียดสีกัน
สกุล  หิรัญเดช   tel  081 557 8300

24 พหลโยธิน 14  พญาไท
สามเสนใน  กทม 10400


ขอบคุณคร๊าบบบบบ
PORN


ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,854
นั่นน่ะซิครับ แล้วทำอย่างไรเราถึงจะรู้ล่ะครับ วาน Mr.Tube ช่วยบอกทีครับ เขาวัดอย่างไร วัดอะไรบ้าง  :D

เรื่อง Airgap ควรจะหนาเท่าไหร่ ผมได้อธิบายไปก่อนหน้านี้แล้วในเชิงหลักการครับ (อ้อ ลืมเรื่อง Air gap มาก-น้อยมีผลอย่างไร??.........)

ในส่วนของการคำนวณ อันที่จริงจะต้องเริ่มจาก การรู้คุณสมบัติทางแม่เหล็กของแกนและกำหนดไว้ตั้งแต่ต้นว่าจะให้หม้อแปลงทำงานที่ระดับ Flux Density เท่าไหร่ครับ หลังจากนั้นก็ต้องไป Trial & Error เพื่อหาค่า Air-gap ที่จะได้ผลลัพท์ตามที่ต้องการครับ ตัวแปรมันพันกันไปหมดครับตั้งแต่ จำนวนรอบ, ค่า Perm, ความหนา Airgap และ Flux Density ครับ


ออฟไลน์ สันติ

  • *****
    • กระทู้: 644
ที่ผมพอจะจำได้ว่าการที่มี แอร์แก็ป ขึ้นเพื่อที่ให้ความถี่สูงผ่านไปด้วยดีและไม่ทำให้ Tranf  มันร้อนเร็วและร้อนมากเกินไป(การเหนี่ยวนำจะมีการเสียดสีกันทำให้เกิดความร้อน)
ธ.กรุงเทพ จำกัด สาขา ชนเกษม  #  427-0-31099-0    สุราษฎร์ๆ
  
   โทร  0849949765


ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,854
ที่ผ่านมาทั้งหมดเป็นความรู้เพื่อการศึกษาครับ ในเหล่าพี่น้องสมาชิกชาวDIYและใม่ใช่สมาชิกที่ยังใม่รู้ลึกลงในรายละเอียดแบบนี้เพราะว่าในบรรดาสมาชิกหลายๆท่านมาจากหลายสาขาหลายอาชีพ แต่มีใจรักในเครื่องเสียงหลอด ทำเครื่องเสียงฟังเอง ข้อคิดข้อแนะนำต่างๆผมมั่นใจว่ามันมีประโยชน์กับหลายๆท่านใม่เฉพาะผมคนเดียวผมดีใจครับที่ตรงนี้มีอะไรดีๆมากมายทั้งสาระความรู้ ขอให้คงอยู่แบบนี้ตลอดไปครับ ขอบคุณทุกๆท่านที่ให้สาระและความรู้ครับ :clap :clap :clap

ถือว่าเป็นการอภิปรายกันนะครับ ผมรู้มาบ้างแต่ก็ไม่ได้รู้ทั้งหมด แต่ผมไม่เกรงที่จะบอกว่าผมรู้อะไรมา ผู้ที่รู้มาไม่ตรงกันจะได้มาอภิปรายกันครับ เมื่อข้อสรุปปรากฎก็ได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย ผมอยากให้ใน TDA มีบรรยากาศการอภิปราย ถกเถียงทางแนวคิดและวิชาการกันมากขึ้นกว่าตอนนี้ครับ มันจะช่วยเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้นครับ ความเป็นรูปแบบจะลดลง ความเป็นเหตุเป็นผลจะสมบูรณ์ขึ้นครับ  :)


ออฟไลน์ สุรศักดิ์

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,234
    • เพศ:ชาย
"ถ้าคุณจะใส่ Air-gap เอง คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า Air-gap ต้องหนาเท่าไหร่ จึงจะเพียงพอกับกระแสที่คุณจะใช้ครับ บางทีคุณพยายามใส่เข้าไปแล้ว มันก็ยังไม่พออยู่ดี"
นั่นน่ะซิครับ แล้วทำอย่างไรเราถึงจะรู้ล่ะครับ วาน Mr.Tube ช่วยบอกทีครับ เขาวัดอย่างไร วัดอะไรบ้าง  :D


ออฟไลน์ pongsakorn50

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,593
    • เพศ:ชาย
  • GUENG...lS3/5A
  ที่ผ่านมาทั้งหมดเป็นความรู้เพื่อการศึกษาครับ ในเหล่าพี่น้องสมาชิกชาวDIYและใม่ใช่สมาชิกที่ยังใม่รู้ลึกลงในรายละเอียดแบบนี้เพราะว่าในบรรดาสมาชิกหลายๆท่านมาจากหลายสาขาหลายอาชีพ แต่มีใจรักในเครื่องเสียงหลอด ทำเครื่องเสียงฟังเอง ข้อคิดข้อแนะนำต่างๆผมมั่นใจว่ามันมีประโยชน์กับหลายๆท่านใม่เฉพาะผมคนเดียวผมดีใจครับที่ตรงนี้มีอะไรดีๆมากมายทั้งสาระความรู้ ขอให้คงอยู่แบบนี้ตลอดไปครับ ขอบคุณทุกๆท่านที่ให้สาระและความรู้ครับ :clap :clap :clap
ข้อมูลในการติดต่อ...http://www.htg2.net/index.php?topic=16810.msg168734#msg168734


ออฟไลน์ PORN

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,456
"ถ้าคุณจะใส่ Air-gap เอง คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า Air-gap ต้องหนาเท่าไหร่ จึงจะเพียงพอกับกระแสที่คุณจะใช้ครับ "
อันนี้เห็นตรงกัน d_d
สกุล  หิรัญเดช   tel  081 557 8300

24 พหลโยธิน 14  พญาไท
สามเสนใน  กทม 10400


ขอบคุณคร๊าบบบบบ
PORN


ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,854
"คุณจึงมาใส่เอง สมมุติ 0.1mm แน่นอนว่าค่า Inductance จะลดลง อาจจะเหลือซัก 6H ในขณะที่แกนจะอิ่มตัวที่ 40mA "
อันนี้เห็นแตกต่าง......ในความเห็นของผมเป็นดังนี้
"คุณจึงมาใส่เอง สมมุติ 0.1mm แน่นอนว่าค่า Inductance จะลดลง อาจจะเหลือซัก 6H ในขณะที่แกนจะอิ่มตัวที่ มากกว่า 50ma"

ขอบคุณคุณ PORN ที่ช่วยทักท้วงครับ ผมอธิบายประเด็นไม่ชัดเจนเองครับ

ความหมายของผมในประโยคนี้คือ "ถ้าคุณจะใส่ Air-gap เอง คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า Air-gap ต้องหนาเท่าไหร่ จึงจะเพียงพอกับกระแสที่คุณจะใช้ครับ บางทีคุณพยายามใส่เข้าไปแล้ว มันก็ยังไม่พออยู่ดี" กลายเป็นว่า Air-gap ที่ควรจะแก้ปัญหา กลับไม่แก้ปัญหาแถมก่อปัญหาเรื่อง Inductance ที่ลดลงอีก แค่นี้แหล่ะครับ  ;)


ออฟไลน์ PORN

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,456
"คุณจึงมาใส่เอง สมมุติ 0.1mm แน่นอนว่าค่า Inductance จะลดลง อาจจะเหลือซัก 6H ในขณะที่แกนจะอิ่มตัวที่ 40mA "
อันนี้เห็นแตกต่าง......ในความเห็นของผมเป็นดังนี้
"คุณจึงมาใส่เอง สมมุติ 0.1mm แน่นอนว่าค่า Inductance จะลดลง อาจจะเหลือซัก 6H ในขณะที่แกนจะอิ่มตัวที่ มากกว่า 50ma"
สกุล  หิรัญเดช   tel  081 557 8300

24 พหลโยธิน 14  พญาไท
สามเสนใน  กทม 10400


ขอบคุณคร๊าบบบบบ
PORN


ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,854
ขออณุญาติแทรกคำถามเพิ่มเติมนะครับ โช๊คต้องมีช่อง Air gap ด้วยหรือใม่

อันที่จริงแล้วขึ้นกับ Application ของ Choke นั้นๆ ครับ ถ้า Choke ของคุณมี DC วิ่งผ่าน เช่น DC Filter Choke หรือ Plate Choke, Cathode Choke ก็ควรจะมี Air gap ในปริมาณที่เหมาะสม เฟื่อไม่ได้แกนเหล็กอิ่มตัวครับ ส่วนพวกที่ไม่มี DC วิ่งผ่าน เช่น AC Choke หรือ Grid Choke (มี C Blocking อยู่) ก็ไม่ต้องใส่ Air-gap ก็ได้ครับ ประเด็นอยู่ที่มี DC ผ่านในปริมาณมากจนทำให้แกนอิ่มตัวได้รึเปล่าครับ? ถ้ามีโอกาสที่ว่านี้ก็ควรจะออกแบบให้มี Air-gap ครับ

ถ้า Choke เดิมออกแบบมาโดยไม่มี Air-gap แล้วคุณ pongsakorn50 ไปใส่ Air-gap ให้มัน ผลอย่างแรกก็คือ Inductance จะลดลงครับ ลดมากแค่ไหนขึ้นกับชนิดวัสดุของแกนและความหนา Air-gap ครับ ผลอีกอย่างก็โอกาสในการอิ่มตัวทางแม่เหล็กของแกนลดลง แต่จะลดลงจนมั่นใจว่าจะไม่อิ่มตัวรึเปล่า? อันนี้บางทีเราใส่ Air-gap เข้าไปมากจนค่า Inductance ลดลงจนใช้งานไม่ได้ตามจุดประสงค์ แบบนี้ก็ไม่ถูกต้องครับ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพนะครับ สมมุติคุณสั่ง Filter Choke มาตัวหนึ่ง 10H 50mA และทางผู้ผลิตไม่ได้ใส่ Air-gap มาให้ คุณจึงมาใส่เอง สมมุติ 0.1mm แน่นอนว่าค่า Inductance จะลดลง อาจจะเหลือซัก 6H ในขณะที่แกนจะอิ่มตัวที่ 40mA ซึ่งหมายความว่าถ้าคุณใช้ที่ 50mA มันก็อิ่มตัวอยู่ดี แถม Inductance ไม่ถึง 10H วงจรกรองคุณก็ทำงานไม่ได้ตามที่ออกแบบอีก ผมจึงพยายามอธิบายให้เข้าใจว่าค่าพวกนี้ต้องใส่ไว้ในการออกแบบด้วยตั้งแต่ต้น โอกาสที่จะนำมาจูนเป็นตัวประกอบในภายหลังแล้วโป๊ะเชะมีน้อยมากครับ  :D


ออฟไลน์ pongsakorn50

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,593
    • เพศ:ชาย
  • GUENG...lS3/5A

ออฟไลน์ พ่อน้องเปรียว

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,303
  • งดสร้างแอมป์ชั่วคราว
มีครับ
* "อนาถา" มันมีสเน่ห์ตรงไหนนะ * 
 I=E/R # V=IR  # R =V/I # P=IV #
เราออกแบบและสร้างแบบนี้? ต้องให้คะแนน
Aesthetic=ความงามหรือสุนทรียะ
Function=ประโยชน์ใช้สอย
Ergonomic=ความเหมาะสมกับสรีระผู้ใช้
Safety=ความปลอดภัยในการใช้งาน
Durable=ทนทาน
Maintainance=ง่ายต่อการซ่อมบำรุง
Cost=ราคาเหมาะสม


ออฟไลน์ pongsakorn50

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,593
    • เพศ:ชาย
  • GUENG...lS3/5A
ขออณุญาติแทรกคำถามเพิ่มเติมนะครับ โช๊คต้องมีช่อง Air gap ด้วยหรือใม่
ข้อมูลในการติดต่อ...http://www.htg2.net/index.php?topic=16810.msg168734#msg168734


ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,854
อ้อ ลืมเรื่อง Air gap มาก-น้อยมีผลอย่างไร??

อันที่จริงแล้ว Air gap เป็นส่วนประกอบตัวหนึ่งในการออกแบบหม้อแปลง โดยเฉพาะ DC Inductor และ OPT SE ครับ จะมากหรือน้อยก็ได้ แต่ควรจะใส่ไว้เป็นตัวแปรหนึ่งในการคำนวณตั้งแต่ต้นเลยครับ

สำหรับคนที่ได้อ่านบทความแล้ว จะเห็นว่า Air gap มีผลต่อค่า Permability ของแกนครับ ถ้าใส่ไปมาก Perm รวมของแกน + air gap ก็จะต่ำ ถ้าใส่น้อย Perm รวม.. ก็จะสูง และถ้าไม่มี Air gap เลย Perm รวม ก็เท่ากับ Perm ของแกนครับ ซึ่งค่า Perm นี้ก็จะไปมีผลต่อ Primary Inductance ซึ่งเป็นเป้าหมายค่าหนึ่งที่เราต้องการในการออกแบบหม้อแปลง ถ้า Perm ต่ำก็ต้องเพิ่มขนาดแกนหรือไม่ก็เพิ่มจำนวนรอบ (ล้นแกนรึเปล่า ก็ไปตรวจสอบกันอีกทีครับ) แต่ถ้า Perm สูงก็จะใช้แกนเล็ก-รอบต่ำได้ ดูแล้ว Perm สูงย่อมดีกว่า แต่... ครับ ต้องคำนึงถึงเรื่อง Magnetic Saturation ด้วย แน่นอนว่าถ้าคุณใช้แกนที่ Perm สูง ค่า Flux Density ในแกนก็จะสูง ทีนี้มันจะสูงไปจน Saturation รึเปล่า? ตรงนี้ผมไม่ได้ลงรายละเอียดไว้ในบทความเนื่องจากมันเป็นลักษณะการ Trial & Error ไปเรื่อยๆ ผมจึงเขียนเป็นลักษณะตารางที่พอจะนำไปใช้ได้เลยโดยไม่ต้องคิดวนไป-มา อย่างที่ผมอธิบายนี้ครับ  :)

ตะกี้เป็นเรื่องทางทฤษฎีครับ ทีนี้ในทางปฏิบัติจริง เรามักจะพบว่าแกนเหล็กมีค่าความเบี่ยงเบนจากมาตรฐานอยู่ เพราะฉะนั้นเมื่อเราเอามาทำหม้อแปลงแล้ว ก็อาจจะต้องมาปรับ Air gap กันอีกเล็กน้อย เพื่อให้ได้ค่า Primary Inductance ตามที่ต้องการครับ ซึ่งผลก็ควรจะใกล้เคียงกับความหนา Air-gap ที่เราใส่ไว้ในตอนคำนวณครับ

ถ้าผมผิดพลาดตรงไหน รบกวนผู้รู้ช่วยแนะนำด้วยนะครับ หรือถ้าคิดว่าอันไหนน่าจะไม่ถูกก็มา Discuss กันครับ  d_d


ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,854
หม้อแปลงเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานด้วยกระแสสลับอย่างเดียว เส้นแรงแม่เหล็กก็จะเปลี่ยนแปลงอยู่ในแกนตามความถี่ของกระแสไฟและมีค่าเป็น 0 เมื่อไม่มีกระแสไหลใน Primary แต่ในหม้อแปลง OPT SE ซึ่งมีกระแสตรงอยู่ด้วยจำนวนหนึ่ง ก็จะสร้างเส้นแรงแม่เหล็กจำนวนหนึ่งขึ้นมาสถิตย์อยู่ในแกน (Static) สมมุติ 1.0Tesla ซึ่งเมื่อเทียบกับความสามารถของ Silicon Steel เท่ากับยังเหลือช่วงที่เส้นแรงแม่เหล็กเพิ่มขึ้นได้อีกเพียง 0.7-0.9T เท่านั้นก่อนจะอิ่มตัว

ลองนึกเทียบกับวงจรหลอดก็ได้ครับ ใน Spec หลอดจะมีค่า Grid Cut-off อยู่ ก็คือค่าแรงดัน Grid เป็นลบเทียบกับ Cathode ที่ถือว่ากระแสเพลทไม่ไหลอีกต่อไป ตรงจุดนี้ก็เทียบได้กับจุดที่แกนเหล็กอิ่มตัวครับ สมมุติ Bias หลอดไว้ -10V และหลอด Cut-off ที่ -15V ก็แสดงว่า Grid Swing ได้แค่อีก 5V เท่านั้น ถ้าเกินก็ Clip ก็เหมือนแกนเหล็กในสภาพเมื่อซักครู่นี้ครับคือมี Flux Density อยู่แล้ว 1.0Tesla ก็เหลือให้แกว่งได้อีกแค่ 0.7Tesla เท่านั้นครับ ครบยังครับเนี่ย??  :D