HTG2.club

วิธีการ Set up ระบบเสียง Home Theater แบบ nutsaint

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้


ออฟไลน์ 100db

  • สมาชิกรุ่น Classic ..
  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,571
    • เพศ:ชาย
  • Just fall in love with music....
    • Siam Audiophile
7.  การตั้งค่า Equalizer
ตรงจุดนี้จริง ๆ ต้องมี Real time analyzer ถึงจะตั้งค่าได้ แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีกัน ผมเลยอยากจะแนะนำให้ใช้ไมค์ที่ได้มากับเครื่องนี่แหละ แล้ว Run Mode Auto ให้เครื่องปรับ Equalizer ของลำโพงทุก Channel โดยอัตโนมัติ แล้วฟังเสียงเปรียบเทียบกันระหว่างการเปิด Equalizer กับไม่เปิด ชอบอันไหนก็เอาอันนั้น


ถ้าอยากลองตั้งเองไปโหลดโปรแกรมมาแล้วต่อกับไมค์ของ AVR ก็พอใช้ได้นะครับ
http://www.libinst.com/

ปรับเบสขึ้นนิดกับแหลมพุ่งๆหน่อยดูหนังแอคชั่นสนุกดี  ;D


ออฟไลน์ POPKRAB

  • *
    • กระทู้: 41
ขอบคุณมากครับความรู้ล้วนๆ เลย  แล้วจะลองนำไปปฏิบัติดูครับ  O0


ออฟไลน์ อุ้ม

  • **
    • กระทู้: 72
หามานานแล้ว ความรู้ดีๆใช้งานได้จริง ขอบคุณมากๆๆๆๆครับ


ออฟไลน์ hongkongface

  • *****
    • กระทู้: 756
  • อยากกินทีรามิสุ
 O0 c) :Dสุดยอดครับ
ไม่มีอุปกรณ์ซักอย่าง....ว่าจะซื้อแผ่น DVE ตั้งนานแล้วก็ใช้เงินหมดก่อนทุกที ;D
http://www.htg2.net/index.php?topic=63083.0 HONGKONGROOM @ HTG2 / http://www.htg2.net/index.php?topic=53284.0 ฮ่องกงที่ผ่านไป



ออฟไลน์ kanikaze

  • *
    • กระทู้: 28
สุดยอดเลยครับ ความรู้ทั้งนั้นเลย ขอบคุณมากครับ


ออฟไลน์ nutsaint

  • ****
    • กระทู้: 337
    • เพศ:ชาย
ขอบคุณพี่เล็กที่มาช่วยเสริมให้ครับ

ใครอ่านแล้วงงมั่ง ยกมือขึ้น แหะ ๆ ผมคนนึงแหละ ก็เลยโทรไปถามมาแล้วเรียบร้อย ขออนุญาตเรียบเรียงใหม่นะครับ

ในกรณีที่ตำแหน่งที่นั่งอยู่ชิดผนังด้านหลัง ก็สามารถ Set ลำโพงแบบ 7.1 Channel ได้
โดยให้ลำโพง Back Surround วางชิดผนังยิงเข้าหู (ซึ่งปกติืจะเป็นตำแหน่งของ Side Surround ในกรณี 5.1 Channel)
ส่วน Side Surround ในกรณีนี้ ให้วางต่อจาก Back Surround ให้คนหนึ่งนั่งตรงจุดนั่งชมมองตรงไปที่จอ
อีกคนหนึ่งค่อย ๆ ขยับเลื่อนลำโพงไปทางด้านหน้า จนกระทั่งคนที่นั่งมองเห็นลำโพงเต็มตู้พอดี โดยไม่ต้องหันหรือเหล่ตาไปมอง

1. วาง Side Surround ติดกับ Back Surround

                    หน้าจอ


Side L                               Side R
Back L            คนนั่ืง            Back R
------------------ผนัง-------------------

2. เลื่อน Side Surround มาข้างหน้าทีละน้อย จนคนนั่งมองเห็นลำโพงเต็มตู้พอดี

                    หน้าจอ

Side L                               Side R
   ^                                     ^           
Back L            คนนั่ืง            Back R
------------------ผนัง-------------------


ออฟไลน์ WK

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,376
    • เพศ:ชาย
  • ตราไก่
 :)นำเทคนิกของหลายๆคนมาผสมผสานกันได้ลงตัวดี...ขอบคุณที่สรุปเทคนิกการปรับจูนที่ได้เล่าสู่กันฟังนะครับ ตั้งแต่ไปฟังคุณ M.lex แล้วมาปรับที่ห้องตนเองก็ดีขึ้นเช่นกัน แต่หลังจากได้ plasma 50 นิ้วมาตั้ง ตำแหน่ง center เปลี่ยน เสียงก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว ไว้จัดการเรื่องภาพให้เรียบร้อยก่อนค่อยมาว่าเรื่องเสียงอีกทีครับ....
S.10 - ten -ten - S.10


ออฟไลน์ M.lex

  • M.Lex HTG (Home Theater GURU)
  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,154
    • เพศ:ชาย
การหาตำแหน่งของ Sub ผมใช้วิธีการเอา Sub ไปวางไว้ตรงตำแหน่งนั่งฟัง แล้วเปิดแผ่น Yim Hok-Man Track แรก ปิดลำโพงทุกตัว เปิดแต่ Sub เพื่อฟัง กำหนด Cross-over ไว้สูงสุด เปิด Volume จนฟังได้ชัดเจน แล้วเริ่มคลานจากหลังห้องไปหน้าห้อง ฟังเสียงเบสที่ดีที่สุด คือ กระชับ หนักแน่น มีรายละเอียด ไม่บวมหรือเบลอ เมื่อได้จุดที่ดีที่สุดในแนวแกนหน้าหลังแล้ว ก็คลานจากด้านซ้ายสุดมาขวาสุด แล้วหาจุดที่ดีที่สุดในแนวแกนซ้ายขวา จุดที่ตัดกันในสองแนวนี้ ก็คือจุดวาง Sub ที่ดีที่สุด แต่ยังไม่จบครับ ย้าย Sub มายังจุดที่เราหาได้ แล้วย้ายตัวเองไปจุดนั่งฟัง หมุน Sub Toe in – Toe out ในจุด ๆ นั้น แล้วฟังหาตำแหน่งการหมุนที่ดีที่สุด

การหาตำแหน่ง Surround สำหรับระบบ 5.1 ถ้ามีพื้นที่ด้านหลังเหลือเฟือ คุณโจ้ ยุทธพงศ์บอกว่า ให้เอาลำโพง Surround ไปต่อช่องลำโพงคู่หน้า นั่งหันหลังให้จอ เปิดเพลง แล้ว Set แบบคู่หน้าไปเลย (ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป) ส่วนในเรื่องความสูง คุณ M.lex บอกผมว่า ให้จุดกึ่งกลางระหว่าง Tweeter กับ Woofer อยู่สูงเท่ากับหูของเราพอดี ส่วนตัวผมเองนั้น พื้นที่จำกัดเลย Set ตำแหน่งไม่ได้มากครับ แต่ที่สำคัญคือ ระยะของลำโพง Surround ถึงหูเราทั้งซ้าย และขวานั้น ควรจะเท่ากัน

ในกรณีที่เป็น 7.1 Channel ผมจำสูตรวางลำโพง Surround ของคุณ M.lex ไม่ได้ รบกวนคุณ M.lex ช่วยมาตอบให้ได้ไหมครับ

การหาตำแหน่ง Center ในกรณีที่ใช้ขาตั้ง ให้วาง Center ชิดผนัง เอา Center ไปต่อเป็นคู่หน้าซ้ายหรือขวาก็ได้สักข้างหนึ่ง ปิดลำโพงตัวอื่น เปิดแต่ Center ตั้ง Mode เป็น Pure Direct เปิด Yim Hok-Man Track เดิม แล้วค่อย ๆ ขยับลำโพงออกมา หาจุดที่ให้เสียงเบสได้ดีที่สุด แล้วย้ายสายกลับไปต่อเป็น Center เหมือนเดิม เปลี่ยนไปเป็นแผ่นหนัง หรือ Concert ที่เป็น 5.1 หรือ 7.1 Channel ปิดลำโพงตัวอื่น ๆ ทุกตัว เปิดแต่ Center ค่อย ๆ แหงนลำโพงขึ้น จนกระทั่งรู้สึกว่าเสียงพูดออกมาจากกลางจอภาพพอดี ถ้าไม่ได้ใช้ขาตั้งก็ไม่ต้องขยับลำโพงหน้า-หลัง แหงนลำโพงเอาอย่างเดียวครับ (อุปกรณ์ที่ผมใช้ในการแหงนลำโพงคือ ทิปโท ครับ)

ในกรณีที่เป็น 7.1 Channel ผมจำสูตรวางลำโพง Surround ของคุณ M.lex ไม่ได้ รบกวนคุณ M.lex ช่วยมาตอบให้ได้ไหมครับ

การหาตำแหน่ง Center ในกรณีที่ใช้ขาตั้ง ให้วาง Center ชิดผนัง เอา Center ไปต่อเป็นคู่หน้าซ้ายหรือขวาก็ได้สักข้างหนึ่ง ปิดลำโพงตัวอื่น เปิดแต่ Center ตั้ง Mode เป็น Pure Direct เปิด Yim Hok-Man Track เดิม แล้วค่อย ๆ ขยับลำโพงออกมา หาจุดที่ให้เสียงเบสได้ดีที่สุด แล้วย้ายสายกลับไปต่อเป็น Center เหมือนเดิม เปลี่ยนไปเป็นแผ่นหนัง หรือ Concert ที่เป็น 5.1 หรือ 7.1 Channel ปิดลำโพงตัวอื่น ๆ ทุกตัว เปิดแต่ Center ค่อย ๆ แหงนลำโพงขึ้น จนกระทั่งรู้สึกว่าเสียงพูดออกมาจากกลางจอภาพพอดี ถ้าไม่ได้ใช้ขาตั้งก็ไม่ต้องขยับลำโพงหน้า-หลัง แหงนลำโพงเอาอย่างเดียวครับ (อุปกรณ์ที่ผมใช้ในการแหงนลำโพงคือ ทิปโท ครับ)

[/quote]ในกรณีที่เป็น 7.1 Channel ผมจำสูตรวางลำโพง Surround ของคุณ M.lex ไม่ได้ รบกวนคุณ M.lex ช่วยมาตอบให้ได้ไหมครับ
โอ้มันเยี่ยมจริงเลยคุณนัท ชัดเจน จะแจ้ง ถ่ายทอดมาได้ดีมั่กกกกกกมากเลย

กรณีใช้ที่ใช้เป็นระบบ 7.1Channel การวางหรือแขวนลำโพง ให้เราคำนึงถึงจุดนั่งฟังก่อนเป็นอันดับแลก

กรณีมีที่นั่งมากกว่าหนึ่งแถวและมีพื้นที่ห้องข้างหลังหลือพอควร

ลำโพงด้านข้าง(Side Surround) ให้กำหนดวางหรือแขวน2ใน5ของห้อง ตัวอย่างเช่น ห้องลึก5เมตร ให้วางหรือแขวนลำโพงห่างจากผนังหลัง2เมตร
ลำโพงด้านหลัง(Back Surround) กำหนดวางหรือแขวน1ใน4ของห้อง ตัวอย่างเช่น ห้องกว้าง4เมตร ให้วางหรือแขวนลำโพงห่างจากผนังด้านข้าง 1เมตร

ข้อที่ควรรู้คือ

ลำโพงที่แขวนด้านข้างนั้นควรเป็นลำโพง Di-Pole หรือ Bi-pole เพื่อมุมการกระจายเสียงที่ดีนั่นเอง ส่วนข้างหลัง จะเป็นMono Pole ก็ได้

ลำโพงที่ใช้วางพื้น ควรปรับหามุมกระจายเสียงด้วยเพื่อความสมบูรณ์ของเสียง

กรณีที่มีที่นั่งกำกัดและพื้นที่จำกัด(ต้องนั้งชิดผนังหลัง)

ตำแหน่งลำโพงด้านข้าง ควรทำมุมกับตำแหน่งนั่งฟังประมาณ15องศาหรือเยื้องไปข้างหน้า ถ้านึกไม่ออกให้ทำตามนี้นะครับ มองไปที่จอภาพ มุมการมองให้ขนานไปกับพื้นห้อง
ไม่มองขึ้นหรือลง ให้เราสังเกตุว่าปลายตาเรา(ซ้ายและขวา)เห็นลำโพงเต็มตัวนั่นแหละใช้เลย(ต้องใช้คนเลื่อนลำโพงหนึ่งคน) เข้าหรือเปล่าเนี่ย ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดีเอาเป็นว่าหางตาเรานั่นแหละ ส่วนด้านหลังอันนี้สำหรับลำโพงวางพื้น วางอยากสักหน่อย หากนั่งชิดผนังหลัง อนุโลมวางมุมห้องเลยก็ได้ ถ้าเป็นแบบแขวนก็ทำแบบเดียวกันที่ตอบไปแล้ว-v'

กติกาการปรับเสียง 2Channel,Multi Channel ดีที่สุดคือ ไม่มีกติกา เข้าใจธรรมชาติของสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วทุกอย่างก็ได้ดีเองครับ คุณนัทพัฒนาทักษะและฝีมือไปเลื่อยๆนะครับ วงการเครื่องเสียงบ้านจะได้มีนักปรับเสียงเก่งๆเกิดขึ้น ผมขอชื่นชมคุณนัทครับ ผมเชื่อว่าอีก3ปีต่อจากนี้คุณนัทต้องเก่งและไม่ธรรมดาแน่นอน ถ้าไม่ท้อเสียก่อนนะ
จิตอาสาพาเราเจริญ

โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน" width="190" height="58" border="0


ออฟไลน์ pee1323

  • ****
    • กระทู้: 261
    • เพศ:ชาย

ออฟไลน์ robyrd

  • ****
    • กระทู้: 365
  • OmG! อัพมากไปแล้ว _"!
    • What's Up Bangkok

ออฟไลน์ อูฐ

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
    • กระทู้: 4,631
ขอบคุณ มากคับ   เขียนได้เยี่ยมมาก ๆ  เลยคับ  ผมไปฟังมาผมยังไม่มีเวลามานั่งทำเองเลย  เดี่ยวนี้ชักแก่แล้ว เรียน เชิญ ท่านผู้ชำนาญมาทำให้      คุณ นัท นี่เก่ง จิง ๆ   




ออฟไลน์ PpLover

  • ***
    • กระทู้: 112
สุดยอด ปกติใช้แต่ไมคสำเร็จรูป  เดี่ยวลองดูบ้างขอบคุนคับผม


ออฟไลน์ toom93

  • ****
    • กระทู้: 339
    • เพศ:ชาย
ยอดเยี่ยมมากๆ ครับ ขอบคุณมากครับ ที่สละเวลาพิมพ์และให้ความรู้ตั้งเยอะแน่ะครับ


ออฟไลน์ MBALL

  • ***
    • กระทู้: 168
บอกได้คำเดียวว่าเยี่ยมมากครับ   :clap  :clap  :clap
ว่าแต่รับปรับไหมครับ
อ่านแล้วเข้าใจแต่ความสามารถไม่ถึงครับ อิอิ :P



ออฟไลน์ Saitosan

  • Superstar...
  • ****
    • กระทู้: 10,352
    • เพศ:ชาย
ได้ความรู้เพิ่มขึ้นเยอะเลยครับ ขอบคุณครับ  :clap :clap :clap O0 :headphone d_d


ออฟไลน์ TripleXXX

  • *****
    • กระทู้: 539
    • เพศ:ชาย
มาคราวนี้ ละเอียดยิ้บเลยนะ นัท เยี่ยม  O0 O0 O0

SuperRich International1965
รับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
อยู่ชั้นใต้ดินสนามบินสุวรรณภูมิ
ติดต่อผมได้ครับ


ออฟไลน์ กุ้งสยาม

  • .
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • *****
    • กระทู้: 798
    • เพศ:ชาย
    • .
การที่ได้แนวทางจากหลายๆคน แล้วเอามาประยุกต์ใช้ในแบบที่เราเข้าใจ
คงจะไปมองว่าเป็นเรื่องผิดหรือถูกไม่ได้  เพราะต่างคนก็ต่างคิด
ทุกเส้นทาง  ล้วนเดินไปสู่จุดหมายเดียวกัน

ระบบโฮมเธียเตอร์ที่ดี  เสียงกับภาพควรต้องรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
ได้บรรยากาศที่ห้อมล้อม  มีสมดุลย์เสียงที่ เหมาะสม ภาพที่ดูสบายตา

คุณ nutsaint กับความพยายาม ที่มีบทสรุปในเรื่องการ setup เป็นสิ่งที่ดีครับ
คุณถ่ายทอดความเข้าใจออกมา คนที่ได้รับข้อมูลแล้วนำไปคิดต่อ  ก็จะได้รับ
ความเข้าใจแตกออกไปอีก  คงดูหนังสนุกขึ้นอีกเยอะเลย  Y]  Y]  Y]
พูดคุยกันเพิ่มเติม  081-615-8672


ออฟไลน์ ยิ้มละไม

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,553
    • เพศ:ชาย
ขอบคุณครับ  ได้ความรู้ดี ๆ เยอะเลย  :clap   :clap   :clap
ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมได้เลย  จะตามไปอ่าน


ออฟไลน์ nart_c

  • **
    • กระทู้: 81
    • เพศ:ชาย



ออฟไลน์ RAK

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Super Star
  • *****
    • กระทู้: 1,723
    • เพศ:ชาย



ออฟไลน์ ford

  • ****
    • กระทู้: 286
ขอบคุณมากครับ มีประโยชน์สำหรับมือใหม่มากๆครับ
2.   แผ่น DVE
3.   แผ่น Yim Hok-Man: Master of Chinese Percussion
4.   แผ่น Holy Cole Trio: Don’t Smoke in Bed
พวกแผ่นนี้หาได้ที่ไหนครับ



ออฟไลน์ cinemania

  • Superstar...
  • ****
    • กระทู้: 4,535
  • Back to Cinema


ออฟไลน์ phakung

  • ****
    • กระทู้: 366
ขอบคุณครับ  :clap :clap :clap :clap :clap
เดี่ยวต้องไปลองทำดูบ้างครับ(สงสัยจะลำบากเพราะพื้นที่ห้องแคบเกินไปค่า delay คงไม่ได้ตามมาตราฐาน)



ออฟไลน์ nutsaint

  • ****
    • กระทู้: 337
    • เพศ:ชาย
ก็จบแล้วครับ การ Set up ระบบเสียง Home Theater แบบ nutsaint พิมพ์กันจนเมื่อยมือเลย แหะ ๆ
ก็หวังว่าคงจะทำกันได้ทุกคนนะครับ ใครที่คิดว่ามีตรงไหนยังไม่ถูก ควรจะปรับจะเปลี่ยนก็ช่วยแนะนำผมด้วยครับ ขอบคุณครับ


ออฟไลน์ nutsaint

  • ****
    • กระทู้: 337
    • เพศ:ชาย
7.  การตั้งค่า Equalizer
ตรงจุดนี้จริง ๆ ต้องมี Real time analyzer ถึงจะตั้งค่าได้ แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีกัน ผมเลยอยากจะแนะนำให้ใช้ไมค์ที่ได้มากับเครื่องนี่แหละ แล้ว Run Mode Auto ให้เครื่องปรับ Equalizer ของลำโพงทุก Channel โดยอัตโนมัติ แล้วฟังเสียงเปรียบเทียบกันระหว่างการเปิด Equalizer กับไม่เปิด ชอบอันไหนก็เอาอันนั้น


ออฟไลน์ nutsaint

  • ****
    • กระทู้: 337
    • เพศ:ชาย
6. การตั้งค่า Subwoofer

แบบใช้ Input ช่อง LFE
ให้เปิดแผ่น Yim Hok-Man เปิด Mode Pure Direct แล้วฟังเสียงที่ได้จากลำโพงคู่หน้า โดยเฉพาะรายละเอียดของเสียง แล้วเปลี่ยนเป็น Mode ปกติ ลด Volume ของ Subwoofer ลงจนสุดแล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ฟังสลับไปสลับมาระหว่าง Mode Pure Direct กับ Mode ธรรมดา ให้เสียงต่ำขึ้นมาเสริมเสียงของคู่หน้าจนพอดี ถ้าเพิ่มมากไปมันจะไปกลบรายละเอียดของเสียงคู่หน้า สังเกตได้จากเวลาที่ไม้หวดลงไปบนหนังกลองแล้ว นอกจากจะได้ยินเสียงตีกลอง จะได้ยินเสียงหนังกลองกระเพื่อมตามมาเบา ๆ ด้วย หากเพิ่ม Volume มากไป เสียงตรงนี้ก็จะหายไป จากนั้นไปตั้ง Delay ของ Subwoofer ใช้การฟังจากแผ่น Yim Hok-Man เหมือนกัน ค่อย ๆ เพิ่ม Delay ทีละขั้น ฟังเสีัยงกลองที่เปลี่ยนแปลงไป จนกระทั่งได้ยินเสียงกลองที่ดีที่สุด

ส่วนการปรับ Phase นั้น หา่ก Subwoofer ปรับแบบใช้สวิทช์ ก็ให้ปรับก่อนตั้งค่้า Delay ดูว่าค่า 0 หรือ 180 ฟังแล้วได้เสียงกลองดีกว่ากัน แต่หากเป็นแบบหมุน ให้ตั้งค่า Delay ก่ิอน แล้วค่อยมาหมุนหาจุดที่ฟังได้เสียงกลองดีที่สุด อันไหนปรับได้ละเอียดกว่า ก็ให้ปรับอันนั้นไว้ทีหลังนั่นเอง

แบบใช้ Input ช่อง Audio in
ใช้การฟังสลับ Mode Pure Direct กับ Mode ปกติ ฟังแผ่น Yim Hok-Man เหมือนกัน แต่ให้เริ่มจากตั้งจุดตัด Cross over ไว้ที่สูงสุด Volume ต่ำสุด ค่อย ๆ เพิ่ม Volume จนเสียงต่ำขึ้นมาเสริมคู่หน้าพอดี แล้วหมุนจุดตัด Cross over ไปที่ต่ำสุด แล้วค่อย ๆ เพิ่มจนกระทั่งได้เสียงที่พอดี แล้วลด Volume ไปที่ต่ำสุดอีกครั้งแล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นมาจนพอดี แล้วลด Cross over ไปที่ต่ำสุด แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนพอดีอีกครั้ง แล้วจึงไปปรับ Delay ของ Sub

การตั้ง Subwoofer แบบนี้ เวลาดูหนังบางท่านอาจจะฟังแล้วรู้สึกว่าน้อยไป ไม่สะใจได้ครับ แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้จะใช้ฟังเพลงไม่ได้เลยครับ อย่างไรก็ตาม หากต้องการความสะใจ แบบเน้นอัดหนัก ไม่ต้องการความสะอาด ก็ไปเพิ่มค่าความดังของ Sub ที่ AVR/Pre-Processor ได้ครับ เวลาจะฟังเพลงก็ลดลงมาได้ มันจะง่ายกว่าเพราะเราแค่จำค่าที่ได้ แต่ถ้าไปหมุน Volume ที่ Sub เอา จะเอากลับมาจุดเดิมนี่ต้องมา Set ใหม่หมด ลำบากตายเลยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 กันยายน, 2009, 06:37:47 am โดย nutsaint »


ออฟไลน์ nutsaint

  • ****
    • กระทู้: 337
    • เพศ:ชาย
5. การตั้งค่า Delay
เริ่มจากตั้งค่า Delay ของ Center ก่อน โดยให้เปิดแผ่นหนัง หรือคอนเสิร์ตอะไรก็ได้ ปิดลำโพงทุกตัว เปิดแต่ Center แล้วปรับค่า Delay จนกระทั่งเสียงที่ออกมาสัมพันธ์กับการขยับของปากที่เรามองเห็นบนหน้าจอ

จากนั้นเปลี่ยนแผ่นไปเป็น DVE เปิด Track เดิม มันจะมี Track ที่เป็นเสียงคู่อยู่
ให้เปิดไปที่คู่ Center และหน้าซ้าย แล้วปรับ Delay ของลำโพงหน้าซ้ายจนกระทั่งได้ยินเสียง Pink noise อยู่ตรงกลางระหว่าง Center และหน้าซ้าย
เปลี่ยนไปที่คู่ Center และหน้าขวา ปรับ Delay ของลำโพงหน้าขวาจนกระทั่งได้ยินเสียง Pink noise อยู่ตรงกลางระหว่าง Center และหน้าขวา
แล้วเปลี่ยนไปที่คู่หน้าซ้าย และ Surround ซ้าย แล้วปรับ Delay ของลำโพงหน้าซ้ายจนกระทั่งได้ยินเสียง Pink noise อยู่ตรงกลางระหว่างหน้าซ้าย และ Surround ซ้าย

ที่เหลือคงไม่ต้องบอกแล้วนะครับว่าให้ทำอะไรต่อ ใช่แล้วครับ ค่อย ๆ ตั้งค่าต่อเนื่องไปทีละคู่ ทีละคู่ จนครบลำโพงทุกตัว

อย่าแปลกใจ ถ้าระยะที่ปรากฏบนหน้าจอ จะต่างจากระยะที่ลำโพงวางอยู่จริงแบบฟ้ากับเหว ขอให้เชื่อหูตัวเองมากกว่าเชื่อเครื่องครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 กันยายน, 2009, 06:13:09 am โดย nutsaint »


ออฟไลน์ nutsaint

  • ****
    • กระทู้: 337
    • เพศ:ชาย
4. การตั้งความดังลำโพง
ติดตั้ง Sound level meter ไว้กับขาตั้งกล้อง นำไปวางไว้ที่จุดนั่งฟัง คุณ M.lex บอกว่าให้เชิดหัวไมค์ขี้น 45 องศา ตั้ง Weighting ของ Sound level meter ไปที่ C (มันจะมี A กับ C) แล้วไปที่เมนูปรับความดังของ AVR/Pre-Processor โดยปกติเวลาเราจะปรับความดังของลำโพงตัวไหน จะมีเสียง Pink noise ของลำโพงตัวนั้นดังออกมา ให้เราปรับจน Sound level meter วัดได้ 75 dB เท่ากันทุกตัว ยกเว้น Subwoofer ให้ตั้งไว้ที่ 0 ตามเดิม

คุณ M.lex บอกว่า หากปรับแล้วทำให้เสียงมันนิ่งอยู่ที่ 75 dB ตลอดไม่ได้ เลือกระหว่างกระพริบไปที่ 74 กับ 76 dB ให้เลือกที่ 76 dB ครับ

จากนั้นเปลี่ยนไปเป็นแผ่น DVE เข้าไปที่ Reference Material จะมี Track ที่เป็นเสียง Pink noise ของทุก Channel อยู่




ให้หมุน Volume ไปที่ 0 แล้ว set ค่าความดังใหม่ให้ได้ 75 dB ทุก Channel
อาจจะลำบากนิดนึงเพราะต้องสลับไปสลับมาระหว่างเมนูปรับความดัง กับหน้าจออื่น เพื่อให้เสียง Pink noise ที่ออกมาเป็นเสียงจาก Player ไม่ใช่จากเครื่อง ซึ่งก็จะได้ค่าความดังที่เหมาะสมกับ Player นั้น ๆ ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 กันยายน, 2009, 06:20:39 pm โดย nutsaint »


ออฟไลน์ nutsaint

  • ****
    • กระทู้: 337
    • เพศ:ชาย
3. การตั้งขนาดลำโพง
ตรงจุดนี้เป็นปัญหาที่หลาย ๆ คนยังสงสัยอยู่ว่าจะตั้งลำโพงเป็น Large หรือ Small ดี คุณ M.lex บอกว่าให้ดูที่ประสิทธิภาพของลำโพง ถ้าลำโพงตั้งเป็น Large ไหวก็ควรจะตั้ง เพื่อให้เสียงต่ำออกที่ลำโพงหลักให้มากที่สุด Subwoofer จะได้ทำงานน้อยลง ให้เสียงต่ำได้ลึกขึ้น สะอาดขึ้น และฟ้องตำแหน่งน้อยลง

แต่สิ่งที่ผมพบก็คือ การตั้งลำโพงเป็น Large นั้นต้องการประสิทธิภาพของลำโพงและแอมป์สูงมากครับ หากประสิทธิภาพไม่ถึง การที่ลำโพงจะต้องขับเสียงต่ำออกมาด้วย จะทำให้เสียงกลาง และแหลมนั้นฟังแย่ลงครับ

วิธีการที่ผมใช้ก็คือ เปิดแผ่น Yim Hok-Man ปิด Sub ตั้ง Mode ปกติ (ที่ไม่ใช่ Pure Direct) แล้วลองฟังเสียงกลางและเสียงแหลม เปรียบเทียบกันระหว่างการตั้งคู่หน้าเป็น Small และ Large ไม่ต้องสนใจเสียงเบส ถ้าหากว่าไม่ต่างกันมาก ก็ตั้งเป็น Large ได้ แต่ถ้าตั้งเป็น Large แล้วเสียงกลาง และเสียงแหลม Drop ไปเยอะ ก็คงต้องตั้งเป็น Small นอกจากนี้ ให้ลองตั้งค่าจุดตัดของ Cross over แต่ละจุดดูด้วย หาจุดที่ต่ำที่สุดที่เสียงกลาง และเสียงแหลมไม่ Drop ไปมาก ตัวผมเองใช้ Power Amp NAD S200 ขับลำโพง NHT ST4 ต้องตั้งค่าเป็น Small ครับ ลองตั้งเป็น Large แล้วเสียงกลางกับเสียงแหลม Drop ไปเยอะเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 กันยายน, 2009, 01:15:21 am โดย nutsaint »


ออฟไลน์ nutsaint

  • ****
    • กระทู้: 337
    • เพศ:ชาย
การหาตำแหน่ง Front เริ่มจากนำลำโพงไปชิดผนัง เปิด Mode Pure Direct เปิด Yim Hok-Man Track เดิม
ปิดลำโพงหนึ่งข้าง แล้วค่อย ๆ ขยับลำโพงข้างที่เปิดออกมาจนฟังได้เสียงเบสที่ดีที่สุด วัดระยะที่ได้แล้วเอาลำโพงอีกข้างมาตั้งไว้ที่ระยะเดียวกัน

เปลี่ยนแผ่นเป็น Holy Cole Trio เปิด Track ที่ 9 เปิดลำโพงข้างที่เหลือ แล้วดึงลำโพงออกจากกัน – เข้าหากัน ฟังเสียงร้องที่เปลี่ยนแปลงไป จนได้ระยะห่างของลำโพงที่ให้เสียงร้องดีที่สุด

ถึงตรงนี้ ระยะในแนวแกนหน้าหลังจะเสียไปเนื่องจากการขยับลำโพง ก็ให้เปลี่ยนกลับมาเป็น Yim Hok-Man ปิดลำโพงข้างเดิม แล้วขยับลำโพงที่เปิดอีกครั้ง จนได้เสียงเบสที่ดีที่สุด เปิดลำโพงข้างที่เหลือแล้วขยับในแนวหน้าหลังจนได้เสียงเบสที่ดีที่สุด รอบที่สองนี้จะไม่ใช้ตลับเมตรวัด แต่จะใช้หูฟังเอาครับ ให้ลำโพงข้างที่เปิดที่หลังนี้ สอดรับกับข้างที่เปิดก่อนให้ได้พอดี

ลำโพงพวกที่มี Woofer ตัวใหญ่ ๆ อยู่ด้านล่างยิงเข้าหากันจะมีผลกับตรงนี้มากเลยครับ เพราะต้องให้เสียงที่ออกมาจาก Woofer 2 ข้างนี้อยู่ในตำแหน่งที่ประสานกันที่สุด

จากนั้นเปลี่ยนกลับไปเป็นแผ่น Holy Cole Trio แล้วเริ่ม Toe in – Toe out ลำโพงทั้ง 2 ข้างทีละน้อย หาจุดที่ให้เสียงดีที่สุด คุณโจ้บอกว่า เวลา Toe in – Toe out ให้ Fix ดอก Tweeter ด้านหน้าไว้ตำแหน่งเดิมตลอด คือกำหนดให้เป็นจุดหมุนครับ

ทั้งนี้ทั้งนั้น ในแต่ละขั้นตอนควรจะมีการวัดระดับน้ำ และปรับระดับของลำโพงทั้งสองตัวให้ได้สมดุลย์ ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่งด้วยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 กันยายน, 2009, 01:18:42 am โดย nutsaint »


ออฟไลน์ nutsaint

  • ****
    • กระทู้: 337
    • เพศ:ชาย
การหาตำแหน่งของ Sub ผมใช้วิธีการเอา Sub ไปวางไว้ตรงตำแหน่งนั่งฟัง แล้วเปิดแผ่น Yim Hok-Man Track แรก ปิดลำโพงทุกตัว เปิดแต่ Sub เพื่อฟัง กำหนด Cross-over ไว้สูงสุด เปิด Volume จนฟังได้ชัดเจน แล้วเริ่มคลานจากหลังห้องไปหน้าห้อง ฟังเสียงเบสที่ดีที่สุด คือ กระชับ หนักแน่น มีรายละเอียด ไม่บวมหรือเบลอ เมื่อได้จุดที่ดีที่สุดในแนวแกนหน้าหลังแล้ว ก็คลานจากด้านซ้ายสุดมาขวาสุด แล้วหาจุดที่ดีที่สุดในแนวแกนซ้ายขวา จุดที่ตัดกันในสองแนวนี้ ก็คือจุดวาง Sub ที่ดีที่สุด แต่ยังไม่จบครับ ย้าย Sub มายังจุดที่เราหาได้ แล้วย้ายตัวเองไปจุดนั่งฟัง หมุน Sub Toe in – Toe out ในจุด ๆ นั้น แล้วฟังหาตำแหน่งการหมุนที่ดีที่สุด

การหาตำแหน่ง Surround สำหรับระบบ 5.1 ถ้ามีพื้นที่ด้านหลังเหลือเฟือ คุณโจ้ ยุทธพงศ์บอกว่า ให้เอาลำโพง Surround ไปต่อช่องลำโพงคู่หน้า นั่งหันหลังให้จอ เปิดเพลง แล้ว Set แบบคู่หน้าไปเลย (ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป) ส่วนในเรื่องความสูง คุณ M.lex บอกผมว่า ให้จุดกึ่งกลางระหว่าง Tweeter กับ Woofer อยู่สูงเท่ากับหูของเราพอดี ส่วนตัวผมเองนั้น พื้นที่จำกัดเลย Set ตำแหน่งไม่ได้มากครับ แต่ที่สำคัญคือ ระยะของลำโพง Surround ถึงหูเราทั้งซ้าย และขวานั้น ควรจะเท่ากัน

ในกรณีที่เป็น 7.1 Channel ผมจำสูตรวางลำโพง Surround ของคุณ M.lex ไม่ได้ รบกวนคุณ M.lex ช่วยมาตอบให้ได้ไหมครับ

การหาตำแหน่ง Center ในกรณีที่ใช้ขาตั้ง ให้วาง Center ชิดผนัง เอา Center ไปต่อเป็นคู่หน้าซ้ายหรือขวาก็ได้สักข้างหนึ่ง ปิดลำโพงตัวอื่น เปิดแต่ Center ตั้ง Mode เป็น Pure Direct เปิด Yim Hok-Man Track เดิม แล้วค่อย ๆ ขยับลำโพงออกมา หาจุดที่ให้เสียงเบสได้ดีที่สุด แล้วย้ายสายกลับไปต่อเป็น Center เหมือนเดิม เปลี่ยนไปเป็นแผ่นหนัง หรือ Concert ที่เป็น 5.1 หรือ 7.1 Channel ปิดลำโพงตัวอื่น ๆ ทุกตัว เปิดแต่ Center ค่อย ๆ แหงนลำโพงขึ้น จนกระทั่งรู้สึกว่าเสียงพูดออกมาจากกลางจอภาพพอดี ถ้าไม่ได้ใช้ขาตั้งก็ไม่ต้องขยับลำโพงหน้า-หลัง แหงนลำโพงเอาอย่างเดียวครับ (อุปกรณ์ที่ผมใช้ในการแหงนลำโพงคือ ทิปโท ครับ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 กันยายน, 2009, 06:19:22 pm โดย nutsaint »


ออฟไลน์ nutsaint

  • ****
    • กระทู้: 337
    • เพศ:ชาย
2.หาตำแหน่งลำโพง
หลังจากเคลียร์ค่าเก่าแล้ว สิ่งแรก (จริง ๆ ) ที่ผมทำก็คือการหาตำแหน่งของลำโพงที่เหมาะสมก่อน โดยผมจะเรียงดังนี้ Sub -> Surround -> Center -> Front เหตุผลคือ ตำแหน่งการวางของลำโพงทุกตัวที่อยู่้ในห้อง มีผลกระทบต่อเสียงที่ได้จากลำโพงตัวอื่น ๆ ทุกตัว ถึงแม้ว่าจะเป็นลำโพงที่ไม่ได้เปิด หรือไม่ได้ต่อสายลำโพงก็ตาม เพราะฉะนั้น จึงเรียงจากลำโพงที่มีความสำคัญน้อยไปหามาก เพื่อให้การหาตำแหน่งของลำโพงตัวที่มีความสำคัญมากกว่า มีความผิดเพี้ยนน้อยกว่า แต่สำหรับ Center กับ Front นั้น จริง ๆ Center มีความสำคัญกับระบบ Home Theater มากกว่า แต่หลาย ๆ คน รวมทั้งผมจะใช้ Front ในการฟังเพลง 2 Channel ด้วย จึงเอาไว้ท้ายสุดครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 กันยายน, 2009, 12:46:46 am โดย nutsaint »


ออฟไลน์ nutsaint

  • ****
    • กระทู้: 337
    • เพศ:ชาย
1. เคลียร์ของเก่า
สิ่งแรกที่จะต้องทำคือ เคลียร์ค่าเก่าที่ตั้งมาให้หมด ตั้งความดังของลำโพงทุกตัวเป็น 0 ตั้งค่า Delay ให้เร็วที่สุด ถ้าเป็นระยะก็คิอตั้งให้อยู่ไกลที่สุดก่อน ปิด Equalizer ทิ้ง


ออฟไลน์ nutsaint

  • ****
    • กระทู้: 337
    • เพศ:ชาย
ผมต้องขอขอบคุณอาจารย์หลาย ๆ ท่านมา ณ ที่นี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น คุณกุ้งสยาม คุณโก้ IAV คุณ M.lex คุณโจ้ ยุทธพงศ์ คุณ Kando น้าอ้อ Piyanasและอีกหลาย ๆ ท่านที่ไม่ได้เอ่ยนาม ท่านเหล่านี้เป็นผู้สอนเทคนิคต่าง ๆ ให้ผม โดยไม่ได้คิดเงินเลยแม้แต่บาทเดียว ผมได้นำเอาความรู้ของแต่ละท่านมาผสมผสานกัน แล้วประยุกต์มาเป็นแบบของผมเอง กระทู้นี้จึงเกิดขึ้นมาได้ ขอบคุณมาก ๆ ครับ

อุปกรณ์ที่ผมใช้
1.   Sound level meter และขาตั้งกล้อง

2.   แผ่น DVE

3.   แผ่น Yim Hok-Man: Master of Chinese Percussion

4.   แผ่น Holy Cole Trio: Don’t Smoke in Bed

5.   ตลับเมตร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 กันยายน, 2009, 06:07:53 pm โดย nutsaint »


ออฟไลน์ nutsaint

  • ****
    • กระทู้: 337
    • เพศ:ชาย
+++ วิธีการ Set up ระบบเสียง Home Theater แบบ nutsaint v2.0 ออกแล้วนะครับ +++
http://forum.thaidvd.net/index.php?showtopic=206279
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ผมตั้งใจจะเขียนวิธีการ Set up ระบบเสียง Home Theater ลงในเวปนี้มาตั้งแต่ได้ฟังคุณโก้บรรยายปีที่แล้ว แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้เขียน มาปีนี้ได้ฟังคุณเล็กบรรยายอีกรอบก็ตั้งใจว่าจะเขียนอีก ก็ไม่ได้เขียน ผ่านมาหลายเดือน เอาหล่ะ วันนี้ได้ฤกษ์เสียที ผมจะเล่าวิธีการ Set up ระบบเสียง Home Theater ในแบบของผมให้ฟังกันครับ

ก่อนอื่น ต้องขอออกตัวว่า ผมไม่ได้เป็นเซียนเครื่องเสียง หรือเป็นกูรู ผมพึ่งจะเล่นเครื่องเสียงมาได้ 5 ปี ประสบการณ์ยังน้อยกว่าหลาย ๆ ท่านในนี้มากนัก แต่ผมรู้สึกว่าเวป Home Theater มันควรจะมีกระทู้ที่เป็นวิธีการ Set up แบบแก่น ๆ เลยสักกระทู้นึงไว้ประดับบารมี เป็นวิธีที่ทุก ๆ คนทำได้โดยใช้เครื่องมือพื้นฐาน ถึงแม้ว่ายังไงจะสู้ให้มืออาชีพที่มีเครื่องมือครบครัน มีความรู้และประสบการณ์ที่เพียบพร้อมมา Set ให้ไม่ได้ก็เถอะ เมื่อไม่เห็นมีใครเริ่มกระทู้แบบนี้ ผมก็เลยขออนุญาตถือวิสาสะเริ่มเองเลยก็แล้วกันนะครับ

ดังนั้น วิธีการของผม จริง ๆ แล้วอาจจะไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องที่สุด หากท่านใดคิดว่ามีตรงไหนที่ต้องปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลง ผมอยากจะให้เข้ามาช่วยแชร์ความรู้และประสบการณ์ เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ตัวผมเอง และนักเล่นรุ่นหลัง ๆ สืบต่อไปครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 ตุลาคม, 2012, 10:38:58 pm โดย nutsaint »