ผมขอวิเคราะห์ตามแนวคิดของผมนะ ไม่เหมือนใครไม่ว่ากัน
การที่งานโชว์เครื่องเสียงของบ้านเรานั้นเป็นแบบที่เห็นทุกวันนี้ หัวใจของปัญหานั้นอยู่ที่งานจัดโดยผู้นำเข้าซึ่งเป็นพ่อค้าหรือบางครั้งเป็นซับดีลเลอร์อีกที ไม่ได้จัดโดยผู้ผลิตสินค้าโดยตรง รวมทั้งการจัดงานทุกครั้งมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากพอสมควร ถ้าเป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องมาเองเนี่ยจะเน้นโชว์ได้ไม่ยากครับ ถือเป็นการอวดเทคโนฯและแนวคิดและการออกแบบ ฯลฯ ได้เป็นการเพิ่มพูนความน่าเชื่อถือแก่แบรนด์และจะส่งผลไปที่ยอดขายในที่สุด บริษัทผู้ผลิตกสามารถถืองานโชว์เป็นการโฆษณาประเภทหนึ่งได้เลยโดยเจียดงบโฆษณาบางส่วนมาจัดเหมือนอย่างงานโชว์ที่เราเห็นที่ต่างประเทศอย่าง CES เป็นต้น
แต่ในตลาดแบบบ้านเราซึ่งบรรดาผู้นำเข้า ร้านค้า ดีลเลอร์ ซับดีลเลอร์ทั้งหลายนี่ขายแข่งขันสูงมาก ไล่ราคากันตลอด สินค้าบางชิ้นไม่น่าเชื่อว่าของราคาระดับหมื่นสองหมื่นกำไรกันไม่กี่ร้อยบาท ในตลาดแบบนี้เมื่อมางานโชว์เลยกลายเป็นงาน sale ขายแข่งกันไป ผมว่าผมก็เห็นใจคนออกงานพอสมควร
งานไบเทคที่เคยจัดของ GM2000 เป็นตัวอย่างที่ดีของงานโชว์ที่พยายามจัดตามคอนเซ้ปท์การโชว์จริง ๆ ก็ไม่สามารถดำรงคงอยู่ในตลาดแบบเรา ๆ ได้
ในความเห็นของผมตราบใดที่ตลาดบ้านเรายังเป็นแบบปัจจุบันไม่มีการปรับเปลี่ยน ฟันธงว่าไม่มีทางเห็นงานโชว์แบบที่ว่าได้ครับ ถึงจะมีการพยายามจัดก็จะไม่สามารถยืนอยู่ได้นาน
เนื่องจากตลาดเครื่องเสียงบ้านเราเล็กมาก เมื่อเทียบกับที่อื่น ๆ การที่บริษัทใหญ่ ๆจะลงมาลงทุนให้เป็นเรื่องที่ยากมาก ค่าใช้จ่ายในการจัดก็เยอะ ค่าใช้จ่ายในการ Promote ก็มาก งบใช้จ่ายก็ไม่ได้มีมากอะไร เนื่องจาก จำนวนตัวที่ขายในประเทศ มีไม่มาก งาน โชว์ จึงมีงาน Sales เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คนนำเข้าก็ถือโอกาสนี้ จะขายหน้างานให้ได้มากหน่อย เพื่อจะมาจ่ายค่า Booth จึงต้องเน้นขายเพิ่มขึ้น นอกจากเน้นโชว์อย่างเดียว
อีกอย่าง พวกเราถ้ามีราคาพิเศษ มีของแถม เราก็วิ่งกันเข้าใส่ ผมก็วิ่งเหมือนกัน เพราะผมก็ชอบ ก็ต้องถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการเรียกคนให้เข้ามางาน จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้งานโชว์มีการ Sales เข้ามาผสมอยู่บ้าง
ห้องจัดงาน ไม่สามารถทำได้ใน HALL ใหญ่ ๆ เนื่องจากงานโชว์เครื่องเสียง โชว์ภาพ เราทราบกันดีว่า มีปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องมาก ระบบห้อง ระบบไฟ การคุมแสง การจัดตำแหน่ง ล้วนเป็นข้อจำกัด ทำให้การจัด Booth แต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายมหาศาลในเรื่องดังกล่าว ใครจะมาลงทุนไหว ค่าเช่าพื้นที่ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง ที่ตามสถานที่จัดงานแต่ละที่ ราคาค่าเช่าต่อวันแพงมาก บางที่วันละล้านกว่าบาท คิดต่อพื้นที่แล้ว Booth ขนาด 2X3 อาจจะล่าไปถึงวันละหลายหมื่น ทางออกจึงจำเป็นที่ต้องจัดในโรงแรม มีข้อจำกัดเรื่อง Acoutic ของห้อง ที่พอจะประนีประนอมกันได้
ราคาค่าบัตรเข้างาน บางงานก็เข้าฟรี หลาย ๆ งานต้องแจกบัตรฟรี แต่งานโขว์ที่อื่น มีค่าเข้า มีค่าบัตร อย่างที่ HK ก็มีค่าบัตรร้อยกว่าเหรียญ ประมาณ 600 บาท แถมแผ่น CD เพลง งานเมืองไทย บัตรฟรีก็เยอะ บางครั้งออก Booth เสร็จแล้ว ขายของแล้ว ยังไม่พอจ่ายค่า Booth ก็มีเหมือนกัน
สังคมเครื่องเสียง วงการภาพ มีคนจำนวนน้อยที่สนใจ ไม่ได้มีจำนวนมากเหมือนสังคมอื่น ๆ เช่น รถ พระเครื่อง ถ่ายภาพ คอมพิวเตอร์ หนังสือ ฯลฯ ตัดงานแต่ละครั้งก็พวกหน้าเดิม ๆ ( ผมก็หน้าเดิมๆ ) คนน้อย จะทำอะไรก็ลำบาก
ก็เข้าใจทั้งคนจัดงาน คนออกงาน และคนไปงาน
ชอบงาน BAV เพราะจัดได้ดี ทั้ง ๆ มีข้อจำกัดมาก มีให้หนังสือเล่มอื่นในวงการมาออก Booth Promote หนังสือด้วย ผมถือว่าใจกว้างครับ มี Booth เล็ก ๆ มาขายของมากมาย ชอบครับ