ดูแล้วตั้งใจทำมากครับ..... เท่าที่บรรยายมาผมเห็นว่าข้อที่น่าจะได้ลองคือขั้วลำโพงหากเป็นคาร์ดาส unplate ได้ น่าจะดีครับ อ้อสายลำโพงที่ใช้ไวร์ริ่งภายใน ผมไม่ทราบว่าของcanare เป็นสายทองแดงOFC หรือไม่ หากไม่ เอาพวกแวมไพร์พวกนี้รุ้นระดับที่เป็น OFC ก็น่าจะดีครับ แล้วชุดเครื่องเสียงที่ไว้ฟังเพื่ออ้างอิงก็มีความสำคัญนะครับ(ไม่ทราบว่าใช้อะไรเป็นชุดอ้างอิงอยู่ครับ) เพราะหากชุดที่อ้างอิงหนักไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งก็จะทำให้ลำโพงที่ปรับจูนออกมาไม่ดีเท่าที่ควร หรือมีข้อจำกัดในการใช้กับชุดต่างๆ ลำโพงจะทำให้เสียงดีๆทำยากมากครับ เพราะต้องอาศัยการออกแบบที่ดีปรับจูนที่ดี วัสดุที่ดีอย่างเดียวจะไม่เพียงพอต่อการที่จะทำให้เป็นลำโพงที่ดีได้ บางทีได้บางเสียงดีแต่ด้อยบางเสียง ( ไม่งั้นญี่ปุ่นแบบโซนี่คงไม่ต้องจ้างฝรั่งมาออกแบบลำโพงรุ่นแจ๋วๆแพงๆของเขา) อย่างไรก็ตามหากมีโอกาสจะขอลองฟังบ้างนะครับ 
ตอบคุณ KJ ขอบคุณอีกเสียงที่ช่วยกรุณาแนะนำครับ สาเหตุที่ ตัวผมเลือกใช้วัสดุต่างๆ มีวิธีการดังนี้ครับ คือ ตัวผมมี Concept ในการทำคือจะต้องเป็นลำโพงที่ No compromise loudspeaker in budget prices ดังนั้น การเลือกใช้แต่อุปกรณ์ที่สุดยอด แต่ราคาคุมไม่ได้ ถึงออกมาเสียงดีแต่ราคาสูงมาก ก็ไม่ไหวครับ ผมเลยพยายามเลือกใช้ วัสดุที่ค่อนข้างเป็นที่ยอมรับ และราคาไม่สูงนัก (ช่วยแนะนำผมด้วยก็ได้ครับ บางอย่างผมก็ไม่รู้จริงๆครับ)
1.เรื่องขั้วลำโพง Cardas ใช่ที่เป็นทองแดง กับ โรเดียมหรือเปล่าครับ ถ้าใช่ ตอนแรกผมสนใจมากแต่ราคาสูงกว่าของมิเชล พอควรเลยครับ ท้ายสุดเลยมาลงที่ มิเชล ครับ หรือยังไงช่วยแนะนำด้วยครับ
2.สายไวร์ริ่ง เลือกใช้Canare เช่นกัน เท่าที่ผมลอง ราคาไม่สูงแล้วคุณภาพในความคิดผม ผมว่าใช้ได้ในระดับนึงครับ (ซึ่งผมว่าน่าจะดีกว่าสายไวร์ริ่งในลำโพงราคาระดับเดียวกันครับ)
3.เรื่องชุดอ้างอิง นี่ผมพูดตามตรงเลยครับ อย่างที่ผมบอกไว้ตอนต้นเลยครับ ผมมือใหม่ในการฟังเพลงระบบสเตอริโอเลยครับ(ก่อนหน้านี้ดูหนังครับ)ก็เลยได้แต่อาศัย อานิสงค์ ของรีซีฟเวอร์ ฮาแมนเนี่ยแหละครับ ส่วนอุปกรณ์อื่นๆก็แสนจะธรรมดาครับ เพราะผมก็ไม่ได้ทุนหนาแบบไม่อั้น (แค่ซื้อพวกดอกต่างๆมาลอง ก็หน้ามือแล้วครับ บางส่วนก็ต้องพึ่งข้อมูลที่หาได้ มาScreen ก่อนเลือกลำโพง บางส่วนก็อาศัยคำแนะนำจากผู้ที่เคยใช้มาแล้ว...)
แต่ที่ผมคิดจะทำลำโพงขายผมมีเหตุผลนิดหน่อยครับ พอดีว่า จากการศึกษาค้นคว้าข้อมูลเท่าที่จะหาได้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการสร้างตู้ลำโพง ทั้งหนังสือ นิตยสาร กระทู้ ต่างๆนานา ตัวผมคิด ระบบตู้ขึ้นมาได้แบบนึงครับ เป็นตู้ที่พัฒนามาจาก ทรานมิชชั่นไลน์ ซึ่งเท่าที่ผมหาข้อมูล มีแต่คนกล่าวว่า ตู้ ทรานมิชั่นไลน์ จัดว่าเป็นการออกแบบตู้ที่มีการจัดการกับคลื่นหลังลำโพงได้ดีที่สุด คือ สลายคลื่นเสียงด้านหลังออกให้หมดก่อนที่ออกสู่นอกตู้ และทำให้เกิดการสะท้อนภายในตัวตู้น้อยที่สุด และมีข้อดี หลายๆประการเช่นว่า เสียงต่ำจะใกล้เคียงเสียงจากเสียงหลักมาก เพราะผลกระทบเกิดรูมโหมดน้อยมาก อีกทั้งเสียงต่ำที่ได้จากตู้ประเภทนี้จะมีความเพี้ยนต่ำมาก มีความเป็นธรรมชาติสูง สามารถเร่งเสียงได้ดังแต่มีความเพี้ยนต่ำ สร้างเสียงทุ้มได้ลึกใส ความเท่ากันของเสียงทุกระบบความดังมีการรักษาตัวได้ดีไม่เพี้ยน และยังให้เสียงต่ำที่ชัด ลึก โดยไม่ต้องใช้ดอกลำโพง(Driver)ขนาดใหญ่ ไม่เพียงแต่เสียงต่ำที่ดีเท่านั้นแต่ตู้ระบบทรานมิชชั่นไลน์ นี้ยังทำให้เสียงกลาง(Mid-Range) ที่เปิดโล่งฟังสบาย เพราะตัวดอกลำโพง(Driver)ไม่ถูกรบกวนขณะที่กรวยมีการเคลื่อนไหวเข้าออกและเนื่องจากตัวตู้ระบบทรานมิชชั่นไลน์ต้องมีการออกแบบเส้นทางเดินของเสียงให้ได้ระยะตามความถี่ที่ต้องการจึงส่งผลให้ตู้ระบบนี้เป็นตู้ที่ไร้เสียงสะท้อนไปด้วย(Non-Resonance Enclosure)
แต่ถึงยังไงมันก็ยังมีข้อเสียหลายประการครับ เช่น ตัวตู้จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่มาก เพื่อให้ตัวช่องทางเดินที่จะให้คลื่นเสียงกระจายไปเป็นระยะทางยาวภายในตัวตู้ อีกทั้งยังมีความยุ่งยากในการออกแบบ สร้างยาก ไม่เหมาะสำหรับการสร้างเป็นสินค้าในเชิงอุตสาหกรรม (Mass Product) มีต้นทุนในการทำตู้สูง และส่งผลให้มีราคาสูงมาก
ฉะนั้นความคิดแรกเลยคือ ตู้ระบบทรานมิชชั่นเนี่ยแหละ ที่ผมจะสร้างครับ จากการวิเคราะห์ของผม ข้อเสียของตู้ระบบนี้ไม่ได้อยู่ที่เสียง แต่อยู่ที่จะผลิตอย่างไร ให้สามารถที่จะสร้างได้ในราคาที่ไม่สูง ตัวตู้ไม่ใหญ่เทอะทะเกินไป (เพราะ มันจะ เกะกะ ในการจัดวาง ลำบากในการขนย้าย อีกทั้งราคามันก็ต้องสูงขึ้นตามไปด้วยแนะนอน เพราะใช้ไม้มากขึ้น หากทำสีหรือ ทำผิววีเนียร์ก็ต้องมีราคาสูงขึ้น การขนส่งก็ยาก....... สรุปได้ว่าแพงขึ้นครับ)
แต่ถ้าจะทำตู้ระบบทรานมิชชั่น แล้วทำตู้เล็กเกินไป เสียงก็จะไม่ได้ดังที่ควรจะเป็นครับ ผมจึงได้คิดตู้ระบบใหม่ขึ้นโดยผมเรียกมันว่า
MSTL Technology (Multi Spiral Transmission Line Technology) มันเป็นการสร้างตู้โดยอาศัยหลักการเดียวกันกับ ระบบทรานมิชชั่นไลน์ ปกติเลยครับ แต่ในส่วนของ ช่องทางเดินของเสียงแทนที่จะใช้การ กั้นสลับไปมา (คลื่นเสียงก็จะเดินทางเป็นเส้นตรงเลี้ยวไปมา) แต่ MSTL Technology (Multi Spiral Transmission Line Technology) คือเปลื่ยนรูปแบบจากเส้นตรงให้เป็น ในลักษณะ เกลียวซ้อนกัน (นึกถึงลวดสปริงในปาก แลนเซอร์ แบบกด

หากเรานำสปริงที่อยู่ข้างใน มายืดเป็นเส้นตรงจะเห็นว่า ได้ความยาวลวดยาวมากในขณะที่สปริงสั้นนิดเดียว

แต่ในระบบตู้ที่ผมคิด มันสปริงซ้อนกัน มันยิ่งยาวกว่าปกติมากครับ

)(เข้าใจป่าวอะ ผมพยายามอธิบาย แต่ถ้าไม่เห็นของจริงจะเข้าใจกันหรือเปล่า ถ้าสงสัยถามได้ครับ ผมยินดีให้คำตอบ ถ้าตอบได้นะครับ)ทำให้ระยะทางเดินของยาวขึ้นกว่าเดิมมาก ส่งผลให้ระบบนี้สามารถสร้างเสียงต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ในตู้ที่มีขนาดไม่ใหญ่มากเมื่อเปรียบเทียบตู้ลำโพงของ 2 ระบบคือ ระบบ Multi Spiral Transmission Line Technology กับระบบ Trasmission Line จะเห็นได้ชัดเจนว่า ในขนาดตู้ที่เท่ากัน ระบบ Multi Spiral Transmission Line จะมีระยะทางเดินของคลื่นเสียงยาวกว่าระบบ Transmission Line เนื่องจากลักษณะโครงสร้างที่เป็นเกลียวซ้อนกัน2เกลียวขึ้นไป(Multi Spiral) ซึ่งทำให้สามารถสร้างตู้ที่มีขนาดเล็กแต่มีระยะทางเดินของคลื่นเสียงยาวเท่าเดิมและสามารถสร้างตู้ที่มีขนาดเล็กลงได้ อีกทั้งเส้นทางการเดินของเสียงมีลักษณะโค้งจึงปราศจากการรบกวน หรือหักล้างกันเองอย่างสิ้นเชิง ซึ่งระบบในความคิดผม ผมว่ามันน่าจะโอเค และได้มีผู้แนะนำให้ทำการจดสิทธิบัตร์ และขณะนี้ผมได้ทำการจดสิทธิบัตรไว้แล้ว ทั้งๆที่ ยังไม่รู้เลยว่าทำมาแล้วมันจะดีหรือเปล่า
เมื่อเป็นเช่นนี้ผมเลยทดลองสร้างลำโพงตามที่ผมคิดขึ้นมา ทั้งที่ขอบอกตามตรงเลยว่าหูผมเองอาจจะยังไม่ถึงขั้นเลยด้วยซ้ำ ก็เลยต้องมาให้พวกพี่ๆ ช่วยฟังหน่อยว่ามันเข้าท่าหรือเปล่า หรือไม่ก็ช่วยแนะนำต่อว่าควรแก้ไขยังไง (คือตัวผมคิดว่า ต้องลองทำดูถ้าเกิดผู้บริโภคชิมแล้วอร่อย เหมือนตัวผมที่เป็นกุ๊กชิมแล้วอร่อย ผมก็คงจะเปิดร้านขายได้ครับ แต่หากตัวผมชิมแล้วอร่อยอยู่คนเดียวคนอื่นชิมแล้ว บอกรสชาติ สุนัขไม่รับประทาน

ผมก็คงต้องเก็บทานเองละครับ

) อย่า ซีเรียสครับ เอาสนุกสนานครับ ตัวผมทำด้วยใจรัก และอยากให้ทุกท่านมีเครื่องเสียงที่ดีฟัง ในราคาไม่แพง ครับ
ขอบคุณคร้าบ
