สวัสดีครับ

คราวนี้มาต่อกันด้าน Interface ที่แสดงทางหน้าจอกันนะครับ
ผมจะกล่าวถึงตัวหลักๆที่น่าจะได้ปรับใช้งานกันนะครับ
นับว่ามีความทันสมัยมากครับ สำหรับลักษณะเมนูแบบนี้ มันดูคล้ายเมนูเครื่อง PSP ที่Sony เรียกว่า XMB หรือ Cross Media Bar มากครับ(ใครเล่น PSP รู้ดี) การที่ interface แบบนี้ง่ายต่อการใช้ง่ายและจำตำแหน่งมากเลยครับ แต่การใช้ง่ายยังมีความหน่วงอยู่บ้างเล็กน้อย
>Main Menu PREFERANCES< Picture - จะเป็นการ Set เรื่อง Contrast , Brightness , Color Seting (ตัวนี้เลือกโหมดสีของภาพ เช่น Animation Natural Soft หรือแม้กระทั่งปรับตัวใครตัวมันหรือ Personal ก็ได้ครับ อันนี้แล้วแต่ Test ของใครของเราครับ หึหึ), Sharpness etc.
Advance Picture -จะเป็นการ Set ในส่วนFeature ต่างๆของ DVP 9000S ไม่ว่าจะเป็น Function TrueLife (เปิดใช้ได้ผลกะ Progressive ครับ) , DCDi , Gamma , Chroma , 4:3 Aspec (ปรับรูปแบบการแสดงภาพครับ รู้กัน) DelayHidefVideo (ตัวนี้จะใช้บ่อยครับเป็นการเลือกสัญญาณ ในระดับ Hidef ) , Content (ตัวนี้เลือกโหมด เช่น Film หรือ Video ให้เหมาะกับ Source ได้) ,
* Confirm ว่าเจ้านี่ ปล่อย progressive 576p 480p ทางช่อง component เท่านั้น ระดับอื่นไม่ปล่อย ส่วน HCMI ปล่อยออกได้หมด
Sound Night Mode , Analog Output (ปรับค่าในการส่งสัญญาณแบบ Analog ครับได้หลายค่าเลย อย่าง 3D Sound , Stereo , Multi Chanel , Dolby Surround
Cd Upsampling นี่ไงครับที่ผมว่าไว้ คือ Function ตัวนี้สามารถ Up Cd samping จาก 44.11khz/16 bit เป็น88.2 khz และDSD ได้ จากการทดลองฟังดูเสียงที่ทำการ Up จะทำงานในโหมด Audio เท่านั้นครับที่ฟังแล้วจะเห็นความแตกต่างในเรื่องรายละเอียดที่เพิ่มขึ้นมา รวมไปถึง ความราบเรียบของเสียงกลางและเสียงแหลม จะเก็บตัวได้ดีขึ้น จริงๆนะ หูเด็กๆอย่างผมยังฟังดูรู้เลย แต่รายและเอียดมันไม่มากเหมือนเครื่องเล่น CD เฉพาะทางครับ
แต่มันเทียบได้กับเครื่องเล่น CD ระดับหมื่นต้นๆเลยครับ จุดเด่นคงอยู่ที่ความราบเรียบของเสียง ไม่โฉงฉ่าง นับว่าคุ้มกับราคานี้ครับ นอกจากนี้ยังมี Function Karaoke Vocal และ Clear Voice ครับ
Feature ตัวนี้จะเป็นการปรับค่า Setting ต่างๆ ของเครื่อง เช่น Wakeup Timer , Dimmer (อันนี้ตัวเสริมที่ช่วยหรี่ไฟบนหน้าจอแสดงผลครับ เหมือน AVR ของ Denon เลย) , Helpline , Status Window ( OSD ทาง TV)
>Main Menu SETUP< Language Menu Languageใช้เลือกภาษาการแสดงผลครับ , Default Subtitle/Default Audio ไม่ต้องอธิบายนะครับ ^_^
TV เลือก TV system (PAL หรือ NTSC) และ TV screen (รูปร่างของ TV ครับ)
Audio Menu
Digital Output (เลือกสัญญาณขาออก ALL สำหรับสาย Coax หรือ Optic multi-channel receiver , PCM อันนี้สำหรับ receiver ที่ไม่ถอดรหัส Multi-channel , Off) , Subwoofer frequency เลือกค่า output frequency ครับ , SACD Direct , Plug and Play สำหรับ Detect HDMI อัตโนมัติ , PCM Output , Advance Bass Manager ปรับค่าสำหรับ Movies และ Music ครับ ซึ่ง Music สามารถเลือก Cut-off frequency และ ปรับ Slopeได้
Speaker โอ้~ ~ เลือกการตั้งค่าได้เยอะมากครับเพื่อกำหนดขนาดของลำโพง ความดังในแต่ละ Channel ระยะ Delay ไม่ว่าจะเป็การดูหนังหรือฟังเพลงครับ
Feature
เลือก play back control (PBC) สำหรับ VCD 2.0 ครับ , Sleep timer ตั้งเวลาให้มัน Stanby ถ้าหยุดเล่นไป 20 นาทีครับ
Access ตั้งค่าล็อกการเข้าเครื่อง
การทดสอบในเรื่องเสียง
เท่าที่ผมได้อยู่กับเจ้า DVP 9000S ตัวนี้มาให้ความรู้สึกดีในแง่ของการดูหนังมากกว่าฟังเพลงนิดๆครับ แน่นอนว่ามันคงเทียบไม่ได้กับเครื่องราคาร่วมแสน แฮ่ะๆ แต่ความคุ้มค่ากับตังค์ 26,900 ตอบได้ตรงความต้องการคือให้ภาพในระดับที่เรียกว่าเยี่ยมยอดทัดเทียมเครื่องระดับราคาเดียวกันหรือดีกว่าด้วยสำหรับบางท่านที่ชอบการให้ภาพแนวของ Philips ตามที่ผมได้รีวิวไปแล้ว การฟังเพลงจัดได้ว่าดีครับ โดยเฉพาะลูกเล่นในส่วน DSD Upsamplimg และ Audio Directจัดได้ว่าเห็นผลเก็บเสียงที่เกเรได้ค่อนข้างดีครับ ได้ยินจะจะเลยว่าดีขึ้นอย่างไร ที่ดีอีกอย่างคือ Mode Audio Direct ที่เครื่องมันจะทำการตัดภาคการทำงานในส่วน Video ออกไปเพื่อทำงานในส่วนประมวลผล Audio อย่างเดียว บอกได้เลยว่าคนอย่างผมปกติฟังเพลงน้อยกว่าดูหนัง ยังอยากนั่งฟังจนจบเพลงครับ เสียงจะราบเรียบ เนียน ชัดเจน DSD ช่วยในการเก็บตัวเสียงกลางและแหลมดีขึ้น Soundstage ไม่ถึงกับมีมิติมหัศจรรย์ แต่หลับตาแล้วยังพอนึกเป็น 3 มิติออกบ้างครับ หุหุ
โอ้ย เหนื่อยจัง ถ้าขาดตกบกพร่องอะไรก็ขออภัยมือใหม่นะคร๊าบบบ สงสัยประการใด PM มาคุยได้ครับ ผมจะให้เบอร์โทรมาไว้ คงจะช่วยให้ เพื่อนๆ พี่ๆ มีข้อมูลมากขึ้นสำหรับ
เจ้า PHILPS DVP 9000S ตัวนี้ครับ
