HTG2.club

ครอสโอเวอร์แปลก

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ gai

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,318
    • เพศ:ชาย
ผมมอง schematic ที่คุณ gai เขียนมาดูเเล้วงงๆ ครับ
น่าจะเป็น low-pass / 6dB , bandpass / 6dB , hi-pass 12 / dB มากว่านะครับ

หมายถึงเอา Cap. 6.8uF มาต่อที่หลัง breaker เลย L แทนที่จะ ground ก็ต่อไปที่หลอดไฟ แบบนี้เป็น bandpass
และไม่ผ่านชุด attenuator ของเสียงเเหลม เพราะด้านหลังเห็นมันเขียนไว้ว่า Tweeter level

แต่แบบที่คุณ gai เขียนมาไม่ได้หมายความว่ามันจะทำงานไม่ได้ หรือไม่มีใครเค้าใช้กัน บางที่เค้าใช้ค่า roll-off ของเสียงกลางนั่นแหละครับเป็น self-filter
หาดูได้ง่ายๆก็พวก triaxial speaker ที่เค้าใช้กันตามรถยนต์นั่นแหละครับ ช่วงที่เจ้าตัวใหญ่มัน roll-off ก็เอาตัวเล็กมาเสริมปลาย เอา Cap. ไปบริโภคกันคนละตัว ;D ;D ;D
ตอนนี้ลงตู้แล้ว ใช้ลำโพง Jensen 10" 8 ohm 10 W + Kenwood 6" 8 ohm 10 W + RCA 3" 8 ohm   เสียงกลางกับเสียงแหลมเด่นชัดรายละเอียดดีมาก  ส่วนเสียงทุ้มกระชับ แต่ต้องเร่งวอลุ่มมากพอควรถึงจะได้เบสแน่นๆ  ตัวตัดผมว่าคาดว่าเค้าออกแบบมาคุมเสียงกลางกับเสียงแหลม เพราะเสียงเบสของลำโพงเก่าที่ใช้แม่เหล็ก alnico กรวยกระดาษมันไม่มากเหมือน ลำโพงรุ่นใหม่ที่เป็นขอบยางครับ


ออฟไลน์ mana_kung

  • *
    • กระทู้: 23
เคยได้ยินมาเรื่องการเอาหลอดไฟแทนดัมมี่โหลดเวลาทดสอบแอมป์
เพราะหลอดไฟมีทั้ง R และ L เหมือนกับ Voice coil ของลำโพง

ผมว่าไม่แน่เรื่องนี้อาจจะเกี่ยว กับค่า XL ของ Voice coil ของลำโพงหรือปล่าว

แต่ๆๆๆๆ แล้วทำไม ไม่ใช่ L จริง ๆ ไปเลยล่ะ


zero one

  • บุคคลทั่วไป
ผมเคยเจอครับ  เอาหลอดไฟแทนฟิว  ครับ เพื่อป้องกันลำโพง


ออฟไลน์ gai

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,318
    • เพศ:ชาย
เค้าต่อแบบนี้จริงๆ ครับ  ดูที่รูปบอร์ด จะเห็นว่า ตรงขากลางของ selector จะต่อ  C  ออก 2 ด้าน  ด้านหนึ่งไปที่เสียงแหลม อีกด้านหนึ่งไปที่เสียงกลางครับ  แล้วขาของ C ก็เชื่อมกับขดลวดลงกราวน์ทั้ง 2 ตัว อีกทั้งต่อเข้ากับขั้วล่างของหลอดไฟครับ  สังเกตุดีๆ จะเห็นจากรูปได้ครับ


ออฟไลน์ sawasdee

  • *****
    • กระทู้: 559
    • เพศ:ชาย
ผมมอง schematic ที่คุณ gai เขียนมาดูเเล้วงงๆ ครับ
น่าจะเป็น low-pass / 6dB , bandpass / 6dB , hi-pass 12 / dB มากว่านะครับ

หมายถึงเอา Cap. 6.8uF มาต่อที่หลัง breaker เลย L แทนที่จะ ground ก็ต่อไปที่หลอดไฟ แบบนี้เป็น bandpass
และไม่ผ่านชุด attenuator ของเสียงเเหลม เพราะด้านหลังเห็นมันเขียนไว้ว่า Tweeter level

แต่แบบที่คุณ gai เขียนมาไม่ได้หมายความว่ามันจะทำงานไม่ได้ หรือไม่มีใครเค้าใช้กัน บางที่เค้าใช้ค่า roll-off ของเสียงกลางนั่นแหละครับเป็น self-filter
หาดูได้ง่ายๆก็พวก triaxial speaker ที่เค้าใช้กันตามรถยนต์นั่นแหละครับ ช่วงที่เจ้าตัวใหญ่มัน roll-off ก็เอาตัวเล็กมาเสริมปลาย เอา Cap. ไปบริโภคกันคนละตัว ;D ;D ;D
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 กันยายน, 2010, 07:44:47 pm โดย sawasdee »
กุลวัฒน์ พรหมสถิต 4/222 ม.สหกรณ์4 ซ.11 คลองกุ่ม บึงกุ่ม กทม. 10240
Phone 0956378674


ออฟไลน์ nop_cm

  • ***
    • กระทู้: 135
เป็นตัวป้องกันเสียงแหลมขาดครับ..... งานกลางแจ้งเมื่ออดีตใช้กันมาก ;)
ติดต่อที่นี่นะครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=64469.0


ออฟไลน์ MuhMuh

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,038
    • เพศ:ชาย
  • รถแก่ๆ แอมป์เก่าๆ เราDIYสบายใจ
 :clap :clap :clap

ผมมาแอบดูการบ้านเพื่อนครับ  :secret :victory
ข้อมูลตัวตนครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=38750.0


ออฟไลน์ gai

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,318
    • เพศ:ชาย

ออฟไลน์ gai

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,318
    • เพศ:ชาย
แหะ แหะ บังเอิญไม่เคยเห็นนะครับ สงสัยจะเกิดไม่ทัน  2f  2f  2f  เลยเอามาลงถาม ขอบคุณมากครับ คุณ sawasdee ที่ให้ความรู้


ออฟไลน์ sawasdee

  • *****
    • กระทู้: 559
    • เพศ:ชาย
ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอกครับ เป็นอย่างที่อาจารย์ mc บอกไว้ มีใช้กันมาตั้งนานแล้ว โดยเฉพาะพวก PA

ข้อดี เมือ่เเรงดันสูงๆวิ่งเข้าสู่ tweeter เจ้าหลอดไฟนี่มันจะมีความต้านทานเพิ่มขึ้น เท่ากับเป็น limiter ในตัว
ถึงเเรงดันจะสูงมากเเบบเฉียบพลัน ส่วนใหญ่ใส้หลอดมันจะขาดก่อนที่ voice coil ของ tweeter จะขาดครับ
คงรู้ๆกันอยู่เปลี่ยนอะไรถูกกว่ากัน ง่ายกว่ากันครับ ;D  ;D  ;D

ข้อเสีย อัดหนักๆ คุณจะรู้สึกได้ว่าเสียงมันวูบๆวาบๆ และเเถม distortion มากกว่าเดิมนิดหน่อย
และที่สำคัญไส้หลอดมันมีค่าเป็น inductor แฝงอยู่ด้วย ไม่ใช่มีแต่ค่า resistance ครับ

ได้อย่างเสียอย่าง ธรรมดา  :)

กุลวัฒน์ พรหมสถิต 4/222 ม.สหกรณ์4 ซ.11 คลองกุ่ม บึงกุ่ม กทม. 10240
Phone 0956378674


ออฟไลน์ MuhMuh

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,038
    • เพศ:ชาย
  • รถแก่ๆ แอมป์เก่าๆ เราDIYสบายใจ


ออฟไลน์ Old Tube

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,295
 :o แหล่มมจิงๆๆๆ มีหลอดด้วย โอ้ววววว  :showoff
oldtube
นายอุกฤษ เหมพิจิตร
184 อาคารฟอรั่ม ทาวเวอร์ ถ.รัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง แขวงห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
 tel.084-677-3599


ออฟไลน์ gai

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,318
    • เพศ:ชาย
เท่าที่ดูวงจรก็ไม่ได้มีอะไรแปลกมากครับ เป็น LC ปกติ  มีเพียงหลอดไฟนี่แหละครับ ที่ผมไม่เคยเห็น  ไว้ว่างๆ จะแกะมาวัดค่าทีละตัวให้ครับ


ออฟไลน์ Mc

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
    • กระทู้: 10,327
    • เพศ:ชาย
  • ไม่ได้แสวงหาความเป็นที่สุด แต่หยุดที่ความพอใจ
c) ขอบคุณครับ อ.Mc  แสดงว่าเค้าใส่ไว้เพื่อป้องกันลำโพงเท่านั้นใช่มั้ยครับ  อืมม แสดงว่าเค้าป้องกันหลายชั้น เพราะมี breaker เล็กๆ ด้วย

ใช่ครับ ลองแกะวงจร แล้วเขียนออกมาดูสิครับ จะได้ช่วยกันศึกษาการทำงาน
<a href="http://www.clocklink.com/clocks/5012-black.swf?TimeZone=ICT&amp;&quot;&nbsp; width=&quot;91&quot; height=&quot;30&quot; wmode=&quot;transparent&quot; type=&quot;application/x-shockwave" target="_blank" rel="noopener noreferrer" class="bbc_link bbc_flash_disabled new_win">http://www.clocklink.com/clocks/5012-black.swf?TimeZone=ICT&amp;&quot;&nbsp; width=&quot;91&quot; height=&quot;30&quot; wmode=&quot;transparent&quot; type=&quot;application/x-shockwave</a>


ออฟไลน์ gai

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,318
    • เพศ:ชาย
 c) ขอบคุณครับ อ.Mc  แสดงว่าเค้าใส่ไว้เพื่อป้องกันลำโพงเท่านั้นใช่มั้ยครับ  อืมม แสดงว่าเค้าป้องกันหลายชั้น เพราะมี breaker เล็กๆ ด้วย


ออฟไลน์ Mc

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
    • กระทู้: 10,327
    • เพศ:ชาย
  • ไม่ได้แสวงหาความเป็นที่สุด แต่หยุดที่ความพอใจ
เมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว JBL บางรุ่นก็ใช้ หลอดไฟ เหมือนกันครับ นัยว่า ช่วยลดการขาดของเสียงแหลมเวลามันพีคได้ เคยเจอเวลาอัดเพลงเข้าไปแรง ๆ ใส้หลอดสว่างขึ้นมาเล็กน้อย แต่หลอดของ JBL ที่เคยเจอ เป็นกระเปาะแก้ว ไม่ได้เป็นหลอดไฟโดยตรงแบบนี้ครับ 
<a href="http://www.clocklink.com/clocks/5012-black.swf?TimeZone=ICT&amp;&quot;&nbsp; width=&quot;91&quot; height=&quot;30&quot; wmode=&quot;transparent&quot; type=&quot;application/x-shockwave" target="_blank" rel="noopener noreferrer" class="bbc_link bbc_flash_disabled new_win">http://www.clocklink.com/clocks/5012-black.swf?TimeZone=ICT&amp;&quot;&nbsp; width=&quot;91&quot; height=&quot;30&quot; wmode=&quot;transparent&quot; type=&quot;application/x-shockwave</a>


ออฟไลน์ gai

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,318
    • เพศ:ชาย
หลังจากเพิ่งได้มา ก็ทดสอบเสียงอยู่ครับ เสียงที่ได้น่าพอใจ  ยังไม่ได้แกะลายแทงเลย  2f


ออฟไลน์ หาดใหญ่คลาสสิค

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,699
เป็นของลำโพงรุ่นเก่าที่ผลิดโดย Norman Laboratory  ประวัติย่อๆ ของบริษัทนี้ (จากอากู๋) ก่อตั้งโดย Jim Long นักศึกษาวิศวกรรมจบจากมหาวิทยาลัย Oklahoma ในปี 1965 ร่วมก่อตั้งบริษัทกับ Leonard Bernstien ในปี 1971  โดย Jim เป็นผู้ออกแบบ Leonard ทำการตลาด  ก่อนตั้งบริษัท Jim ทำงานให้บริษัทเครื่องเสียงหลายแห่งรวมทั้ง Altec Lancing  ปี 1981 ทั้งสองได้ขายกิจการให้กลุ่มทุนจาก Texas   Jim ออกจากบริษัทปี 1984 ก่อนออก ลำโพงทุกแบบ Jim เป็นผู้ออกแบบ  ก่อนที่บริษัทจะปิดตัวลงราวปี 1998 บริษัทตกอยู่ในมือของ Gail Dixon ซึ่งเป็นเจ้าของ AR  ก่อนทศวรรษ 1990 ลำโพงของ Norman Lab ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Audiophile  แต่เนื่องจากการที่ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์แข่งกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นของตลาดที่มีการผลิตจำนวนมากอย่าง Infinity Bose JBL จึงลดเกรดลงเพื่อแข่งขันทางการตลาดและในที่สุดก็ต้องปิดตัวเองลงในปี 1998
ผมได้ crossover network รุ่น 331 มาจาก ebay  หาข้อมูลในเน็ตไม่เจอ  เจอแต่รุ่น 332 ทีระบุว่า ผลิตในเมือง Norman Oklahoma เมื่อปี 1987  เลยสรุปได้ว่า network นี้ยังจัดอยู่ในเกรด Audiophile แต่ไม่รู้ว่าออกแบบโดย Jim Long หรือปล่าว  ความแปลกของมันอยู่ที่เขาใช้หลอดไฟ 2 หลอดต่อข้างต่ออนุกรมกับ ขดลวด ที่จ่ายไปให้ tweeter และ mid range  ผมไม่เคยเห็นและไม่เข้าใจหลักการเลยเอารูปมาลงให้ดู  เผื่อจะมีใครอธิบายหลักการคิดของเขาได้บ้างครับ
จากรูป สายสีแดงเป็นเสียงแหลม  สายสีเหลีองเป็นเสียงกลาง  สายสีน้ำเงินเป็นเสียงทุ้มครับ
น้ำเสียงที่รับฟัง (จากหูถั่วๆ ของผม  2f)  ความไวของลำโพงไม่ลด  เสียงแหลมสดใส รายละเอียดมาก (ลำโพง blaupunkt)  เสียงกลาง อุ่น หวาน (ลำโพง จำยี่ห้อไม่ได้ ทำใน denmark ซื้อจากคุณ leo)  ส่วนเสียงทุ้ม นุ่ม แต่ยังไม่แน่นดีนักเพราะใช้ลำโพง JBL รุ่มใหม่ ที่ความไวน้อยกว่าเสียงแหลมกับเสียงกลางที่เป็นแม่เหล็ก Alnico ครับ












 :o :o :o :o :o Tube crossover network  แกะลายแทงใว้บ้างหรือเปล่าครับ :secret......... 0)] 0)] 0)]


ออฟไลน์ bb

  • Superstar..
  • ***
    • กระทู้: 3,674
    • เพศ:ชาย

ออฟไลน์ gai

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,318
    • เพศ:ชาย
เป็นของลำโพงรุ่นเก่าที่ผลิดโดย Norman Laboratory  ประวัติย่อๆ ของบริษัทนี้ (จากอากู๋) ก่อตั้งโดย Jim Long นักศึกษาวิศวกรรมจบจากมหาวิทยาลัย Oklahoma ในปี 1965 ร่วมก่อตั้งบริษัทกับ Leonard Bernstien ในปี 1971  โดย Jim เป็นผู้ออกแบบ Leonard ทำการตลาด  ก่อนตั้งบริษัท Jim ทำงานให้บริษัทเครื่องเสียงหลายแห่งรวมทั้ง Altec Lancing  ปี 1981 ทั้งสองได้ขายกิจการให้กลุ่มทุนจาก Texas   Jim ออกจากบริษัทปี 1984 ก่อนออก ลำโพงทุกแบบ Jim เป็นผู้ออกแบบ  ก่อนที่บริษัทจะปิดตัวลงราวปี 1998 บริษัทตกอยู่ในมือของ Gail Dixon ซึ่งเป็นเจ้าของ AR  ก่อนทศวรรษ 1990 ลำโพงของ Norman Lab ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Audiophile  แต่เนื่องจากการที่ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์แข่งกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นของตลาดที่มีการผลิตจำนวนมากอย่าง Infinity Bose JBL จึงลดเกรดลงเพื่อแข่งขันทางการตลาดและในที่สุดก็ต้องปิดตัวเองลงในปี 1998
ผมได้ crossover network รุ่น 331 มาจาก ebay  หาข้อมูลในเน็ตไม่เจอ  เจอแต่รุ่น 332 ทีระบุว่า ผลิตในเมือง Norman Oklahoma เมื่อปี 1987  เลยสรุปได้ว่า network นี้ยังจัดอยู่ในเกรด Audiophile แต่ไม่รู้ว่าออกแบบโดย Jim Long หรือปล่าว  ความแปลกของมันอยู่ที่เขาใช้หลอดไฟ 2 หลอดต่อข้างต่ออนุกรมกับ ขดลวด ที่จ่ายไปให้ tweeter และ mid range  ผมไม่เคยเห็นและไม่เข้าใจหลักการเลยเอารูปมาลงให้ดู  เผื่อจะมีใครอธิบายหลักการคิดของเขาได้บ้างครับ
จากรูป สายสีแดงเป็นเสียงแหลม  สายสีเหลีองเป็นเสียงกลาง  สายสีน้ำเงินเป็นเสียงทุ้มครับ
น้ำเสียงที่รับฟัง (จากหูถั่วๆ ของผม  2f)  ความไวของลำโพงไม่ลด  เสียงแหลมสดใส รายละเอียดมาก (ลำโพง blaupunkt)  เสียงกลาง อุ่น หวาน (ลำโพง จำยี่ห้อไม่ได้ ทำใน denmark ซื้อจากคุณ leo)  ส่วนเสียงทุ้ม นุ่ม แต่ยังไม่แน่นดีนักเพราะใช้ลำโพง JBL รุ่มใหม่ ที่ความไวน้อยกว่าเสียงแหลมกับเสียงกลางที่เป็นแม่เหล็ก Alnico ครับ