HTG2.club

คุณคิดว่า Ipod จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า CD Player ราคาหมื่นต้นๆหรือไม่....

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ redbook

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,265
หวัดดีคับคุณ MooT
ขอบคุณครับ ได้ความรู้อีกเยอะเลยครับ ว่าแต่ีระบบนี้มีอยู่ในเครื่องแพง ๆ เองเหรอครับ
เครื่องเล่นซีดีมี DSP ชิบและ buffer memory กันทุกเครื่องลาคับ เพียงแต่ความสามารถต่างกัน ตามยี่ห้อ และราคา ไอ้ที่แพงๆก็มีความสามารถมากขึ้น เพียงแต่ว่าเสียงที่ออกมาจะเป็นเช่นกะใด คงต้องฟังเอาเองลาคับ แต่ถ้าฟังแล้วชอบ ก็ขึ้นกับกาเป๋าต่อมา  ;)

ที่ผมแย้งคุณ Redbook ก็เพราะว่าผมเห็นว่าการอ่านในคอมพ์โดยปกติมีได้สองอย่างครับ คืออ่านได้กับอ่านไม่ได้ จะไม่มีว่าอ่านได้บางส่วน เพราะว่าถือว่าข้อมูลผิดพลาดนะครับ (ตรงนี้ CD-ROM หรือ DVD-ROM DRIVE มีผลการช่วยให้อ่านง่ายหรือยากครับ)

อันนี้คงขึ้นกับว่าเราคุยกันในระดับไหนคับ ถ้าระดับแผ่น ก็มีแผ่นอ่านได้กับอ่านไม่ได้ ระดับ sector ก็เป็นไปได้ว่าแผ่นอ่านได้ แต่บาง sector อ่านไม่ได้ ขึ้น error ให้เห็นเป็น dialog อย่างเวลาทำ disk check คับ  แต่ถ้าคุยกันในระดับ bit คงมีแต่ว่าข้อมูลที่อ่านมาเป็น 0 หรือ 1 อันนี้ถามว่า bit ที่ได้มาถูกหรือผิด ซึ่งเรื่องนี้วิศวกรผู้สร้างเครื่องเล่นซีดีและผู้ผลิตแผ่นทราบดีมากๆว่ามีความผิดพลาดได้หลายที่

การผลิตแผ่นซีดีหรือดีวีดีจะใช้วิธี "ปั๊ม" (pressing) คับ ซึ่งอาจมีความผิดพลาดจากการผลิตทำให้รอยกดที่ควรเป็น 1 กลายเป็น 0 หรือกลับกัน 0 กลายเป็น 1 ซึ่งในเร็คบูคออดิโอได้กำหนดมาตรฐานการตรวจสอบความผิดพลาดในระดับนี้ด้วย CRC-16 (ผมจำไม่ได้แล้วว่าจะสามารถตรวจความผิดพลาดได้กีบิต) และยังมีเรื่อง Error Correction ด้วย ทีเมื่อพบบิตที่ผิดก็สามารถคำนวณค่าที่ถูกต้องกลับมาได้จากรหัสแก้ไขที่ใส่ไว้ในแผ่นด้วย แต่ก็มีข้อจำกัดว่าคงแก้ได้ในขีดจำกัด

ฉะนั้นถ้า bit error ที่เกิดขึ้นมากกว่านี้ก็คงสุดปัญญาแก้ได้ถูกต้องคับ เครื่องเล่นแพงๆก็จะมีโปรแกรมอย่าง DigitMaster 2.4 ที่ใช้วิธีทางคณิตศาสตร์ (interpolation) มาช่วย สมานความผิดพลาดเหล่านี้ให้เสียงไม่เพี้ยนไปมากนักคับ

ตัวอย่างนะครับผมมี DVD The Haunting Zone ตรง Chapter ที่ 16 มี crc error อยู่นิดหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่แผ่นใสปิ้ง ไม่มีรอยแม้แต่นิด แต่ก็ยังอ่านไม่ได้เลย แต่เอาไปเปิดกับเครื่อง dvd player ไม่รู้สึกว่ากระตุกเลยครับ ตรงนี้ผมเลยเหมาว่า computer จะให้ความสำคัญเรื่องการอ่านมากครับ ต้องถูกจริง ๆ เท่านั้น (ผมใช้ Linux ครับ)

ผมขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบเป็น แผ่นไร้ต์ที่ผมฟังในรถกับเครื่องเล่น Clarion ของผมคับ เวลามีข้อมูลผิดในบางช่วงของเพลง เครื่องเล่นจะเล่นเป็นเสียงดัง เป๊ะ เป๊ะ เป๊ะ ออกมาได้ยินทางลำโพง แต่ถ้าผมเอาแผ่นนั้นมาเล่นกับเครื่องบ้าน จะไม่มีเสียงดังกล่าวแม้แต่น้อยคับ เงียบสาหนิด

อันนี้หมายถึงโปรแกรมที่ถอดรหัสในเครื่อง Clarion ทำงานได้เพียง "โง่ๆ" (ให้เสียงไม่พึงประสงค์ลอดออกมา แต่ก็อาจจะดีกว่าหยุดเล่นกลางเพลง เสียอารมณ์คนขับรถ) แต่เครื่องบ้านเป็นเครื่องที่ "ฉลาดกว่า" ไม่ปล่อยให้ข้อมูล bit ที่จะเป็นเสียง เป๊ะ ลอดไปยังวงจร DAC คับ ส่วนไอ้เครื่องเล่นโคตรแพงก็ยิ่ง "ฉลาดกว่าอีก" คือ ทำเสียงและทำการการชดเชยใหม่ทั้งหมดเลย สามารถสร้างข้อมูลที่หายไปให้กลับมาได้ หรือ ใช้วิธีพวก upsampling หรือ oversampling ต่างๆนาๆ อันนี้เกินกว่าที่มาตรฐานใน Red Book Audio กำหนดไว้คับ

ส่วนที่เครื่องอ่านในคอมไม่ยอมอ่านแผ่น ไม่ได้หมายความว่าแผ่นมีอ่านได้กับอ่านไม่ได้ อันนี้หมายถึงมัน "โง่มากๆ" ต่างหากคับ ที่ไม่มีความเก่งพอที่จะอ่านแผ่นที่ทีข้อมูลผิดจากการผลิต ที่ผมกล่าวตอนต้นว่าคงต้องหา transport ดีๆ เพื่อให้ยังสามารถอ่านข้อมูลออกมาจากแผ่นที่ผิดๆได้คับ  :D

อย่างไรก็ตาม หาแผ่นที่ผลิตมาแย่มากๆ track เป็นรอยโย้ไปโย้มา อันนี้จะส่งผลให้หัวอ่านเลเซอร์ต้องขยับตาม ถ้าเล่นแผ่นพวกนี้นานๆ หัวอ่านของ transport เจ๊งน้าคับ


ออฟไลน์ Toom

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • *****
    • กระทู้: 149
ขอบคุณครับ ได้ความรู้อีกเยอะเลยครับ ว่าแต่ีระบบนี้มีอยู่ในเครื่องแพง ๆ เองเหรอครับ

ที่ผมแย้งคุณ Redbook ก็เพราะว่าผมเห็นว่าการอ่านในคอมพ์โดยปกติมีได้สองอย่างครับ คืออ่านได้กับอ่านไม่ได้ จะไม่มีว่าอ่านได้บางส่วน เพราะว่าถือว่าข้อมูลผิดพลาดนะครับ (ตรงนี้ CD-ROM หรือ DVD-ROM DRIVE มีผลการช่วยให้อ่านง่ายหรือยากครับ)

ตัวอย่างนะครับผมมี DVD The Haunting Zone ตรง Chapter ที่ 16 มี crc error อยู่นิดหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่แผ่นใสปิ้ง ไม่มีรอยแม้แต่นิด แต่ก็ยังอ่านไม่ได้เลย แต่เอาไปเปิดกับเครื่อง dvd player ไม่รู้สึกว่ากระตุกเลยครับ ตรงนี้ผมเลยเหมาว่า computer จะให้ความสำคัญเรื่องการอ่านมากครับ ต้องถูกจริง ๆ เท่านั้น (ผมใช้ Linux ครับ)


ออฟไลน์ redbook

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,265
เห็นด้วยครับ แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ผมยังไม่เห็นเครื่องราคาแพง ๆ ทำกัน (หรืออาจจะทำแล้วแต่ผมยังไม่ทราบครับ หรือมี Buffer น้อยเกินไป) เพราะ่ว่าในความเป็นจริงแล้วเครื่องเล่น CD ต้องเล่นแบบเรียลไทม์ดังนั้น ถ้าเกิดเจอจุดที่มีปัญหามาก ๆ จะไม่มีเวลาแก้ปัญหาซึ่งต้องแก้ปัญหาแบบที่คุณ Redbook ว่ามานะครับ แต่ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์จะมีระบบ Buffer ที่แก้ปัญหาตรงนี้ได้ครับ

เครื่องเล่นซีดีมีวงจรสำหรับทำถอดรหัสซีดีในแผ่น โดยใช้วิธีการเดียวกับในคอมพิวเตอร์ลาคับ เพียงแต่หน่วยประมวลผลที่ใช้เป็นเฉพาะทางด้านการประมวลผลด้านสัญญาณเรียกว่า DSP (Digital Signal Processor) ชิบคับ ซึ่งจะทำงานได้เร็วกว่าซีพียูแบบเอนกประสงค์เช่นในคอมพิวเตอร์ของเรา อย่าง Pentium คับ DSP มีหลายเกรด หลายความเร็ว วิศวกรจะทำการเขียนโปรแกรมใส่ไว้ให้ DSP ทำงานถอดรหัสเร็ดบู๊คออดิโอซีดี การที่จะให้ DSP ทำงานได้ต้องมีหน่วยความจำแบบในคอมพิวเตอร์ของเราลาคับ เพียงแต่ว่าไม่ได้มีมากเป็นร้อยๆเม็ก แต่มีมากพอให้เครื่องเล่นซีดีสามารถทำงานได้ในการเล่นแบบ real-time

ถ้าลองไปเล่นเครื่องเล่นที่มีความสามารถพวกนี้ มักจะมีการทำ oversampling มาด้วย (สเปคเครื่องจะเขียนเป็น 4x หรือ 8x sampling) และจะมีวิธีการทางดิจิตอลมาช่วยในขั้นตอนของการทำเสียงอนาลอกออกมาให้ดีที่สุด เป็นพวก filter คับ

อย่าง Wadia 861 จะมีซอฟ์ตแวร์ของดีเอสพีชิปที่ทำการ "รีดเสียง" ออกมาให้ดีที่สุด เขาโฆษณาซะเลยว่า DigiMaster 2.4
 
DigiMaster 2.4 Filter System --

The Wadia 861 CD Player uses the newest version of our patented DigiMaster filtering system with 24-bit capability. Executed in DSP,  the all new software also features user-selectable digital algorithms allowing  optimization of sonic performance based on system matching and personal musical priorities. The 3 selectable algorithms  upsample* digital information  to 32x  a CD's input rate (1.4112 MHz DAC sample rate), while differing in time and frequency domain characteristics. The algorithms include the latest version of Wadia's classic DigiMaster™  time-domain interpolation filter which is optimized to preserve subtle time and phase information critical to music reproduction, helping to deliver a robust sound with extraordinary image focus and re-creation of recorded space.

http://www.wadia.com/products/861/861_home.htm

เมื่อเล่นเครื่องเล่นซีดีที่มีการทำงานนี้จะสังเกตุว่าเครื่องจะอ่านซีดีไปช่วงเวลาหนึ่งก่อนแล้วจึงค่อยมีเสียงออกมา ประมาณซัก 5-10 วินาที ข้อมูลที่อ่านจาก transport จะไปอยู่ในเมมโมรี่ก่อน แล้วโปรแกรมจะมาจัดการต่อ จึงค่อยส่งไปยัง ภาคถอดรหัส และสร้างเสียงอนาล็อกในขั้นสุดท้ายคับ


ออฟไลน์ Toom

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • *****
    • กระทู้: 149
ต่ออีกนิดนะครับ เรื่อง SACD กับ DVD-A เนื่องจากมันป้องกันการก็อปปี้ได้ดีเกินไปครับ อาจจะทำให้มันตายเอาได้ง่าย ๆ เหมือนกันนะครับ เนื่องจากแพงเกินไม่มีคนเล่น เพราะว่าไม่สามารถหาของถูกมาเล่นได้ ในเมื่อมีคนเล่นน้อยมันก็จะตายไปเอง หรือไม่ก็มีของใหม่มาแทนที่ไปเองครับ

ผมเคยทำรายเรื่องการป้องกันการก็อปปี้ของ DVD-A นะครับ ผมไม่เชื่อว่าสามารถป้องการได้ 100% แต่ตอนนี้ที่ไม่มีใครก็อปปี้ได้ เพราะว่ามันยังไม่แพร่หลายนะครับ พวก Hacker เลยยังไม่ให้ความสนใจ พูดง่าย ๆ คือยังไม่คุ้มนะครับ ไว้ให้มันแพร่หลายเมื่อไหร่ (ถ้ามีโอกาส) รับรองมีคนก็อปได้ครับ


ออฟไลน์ Toom

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • *****
    • กระทู้: 149
อาจต้องใช้ transport ที่ดีกว่าเครื่องอ่านซีดีในคอมมา rip มั้งครับ  ;)
ตรงนี้ผมค่อนข้างที่จะค้านครับ ผมว่าไม่ได้เป็นเพราะว่าที่ Transporter หรอกนะครับ แต่เป็นที่ตัว Program ต่างหากครับ เพราะว่า Ripper โปรแกรมทั่วจะไม่ทำการ Check error กันครับ (เนื่องจากจะช้า และคิดว่าคนทั่วไปไม่ได้สนใจความถูกต้อง ไปมากกว่าความเร็วนะครับ) แต่ถ้าเป็น EAC หรือว่า cdparanoia บน Linux จะทำ Check Error ให้นะครับ ซึ่งถ้าไม่สามารถอ่านได้ถูกต้องมันจะบอกให้เรารู้นะครับ

วิธีการที่ EAC ทำเหมือนกับที่เครื่องเล่นราคาแพงทำเพียงแต่เครื่องเล่นราคาแพงมีโปรแกรมอยู่ใน firmware ของเครื่องลาคับ คือ เมื่อทำการตรวจสอบโดยวิธีมาตรฐานของซีดี Red Book Audio ว่ามีข้อผิดพลาดในข้อมูลเพลงที่ transport ส่งมา (ซึ่ง transport นั้นได้ข้อมูลมาจากแผ่นซีดีที่อ่านด้วยหัวอ่านเลเซอร์) โปรแกรม EAC ก็จะส่งคำสั่งให้เครื่องอ่านซีดีรอม (transport)  ทำการอ่านข้อมูลแล้วส่งมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง ถ้าข้อมูลใหม่ที่อ่านมาถูกต้องก็เป็นอันสิ้นสุด แต่ถ้าไม่ถูกต้องอีกก็จะทำการอ่านซ้ำๆไปเรื่อย ซึ่งจะใช้เวลานาน ในกรณีที่อ่านได้ไม่ถูกต้องเลย เช่นอ่านสิบครั้งแล้วยังมีข้อมูลไม่เหมือนกันอยู่ ก็ต้องใช้วิธีทางสิถิติหรือคณิตศาสตร์มาช่วยเลือกว่าข้อมูล (bit) ที่น่าเป็นไปได้มากที่สุดคืออะไร แล้วจะถืออันนั้นเป็นข้อมูลเสียงเพลง

ถ้าดูใน option ของ EAC จะมีให้เลือกวิธีการทำการแก้ไขข้อมูลโดยเครื่องอ่านซีดีหรือไม่ อันนี้หมายถึงเครื่องอ่านซีดี (transport) ที่มีความสามารถหรือคุณภาพที่ดีขึ้น การเลือกเครื่องเล่นซีดีที่ดีจะช่วยได้อย่างมาก ลองนึกตัวอย่างสมัยก่อนที่เครื่องเล่นยี่ห้อนึง อ่านแผ่นที่เขียนมาโดยอีกยี่ห้อไม่ได้ สิ่งนี้ก็ยังเป็นความแตกต่างที่มีอยู่ในปัจจุบันคับ

เรื่องใช้ harddisk เป็นเครื่องเล่นจะดีมากครับ เพียงแต่ต้องได้เพลงมาในรูป wave ไฟล์หรือแบบ lossless compression จากผู้ผลิตเพลงนะคับ เพื่อนผมที่อัดเพลงเล่นอัดเองในห้องอัด ก็เอา wave file ดิบๆสดๆมาเลย เปิดฟังด้วยคอมฯไม่ต้องกลัวเรื่องข้อมูลผิดแม้แต่นิดเดียว

แต่ถ้าไม่อยากกลัวเรื่อง bit error อย่างนี้ในซีดีเร็ดบู๊กออดิโอ (ที่ใช้ PCM encoding) ก็ต้องไปใช้แบบ DSD encoding ใน SACD ลาคับ ซึ่งไม่กลัวเรื่องข้อมูลผิดเท่าไร เพียงแต่ว่าโซนี่รู้ว่าแผ่น SACD จะโดนก็อปแน่เลยไม่ยอมให้มีเครื่องอ่าน SACD ในคอมพิวเตอร์คับ ใครขืนทำลาโดนโซนี่ฟ้องล้มละลายแน่นอน จิงๆเครื่องอ่านแผ่น SACD ก็เครื่องดีวีดีและแผ่นก็แผ่นดีวีดีห้า (DVD 5) ที่เราดูหนังก็อปกันลาคับ  ;) 

เห็นด้วยครับ แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ผมยังไม่เห็นเครื่องราคาแพง ๆ ทำกัน (หรืออาจจะทำแล้วแต่ผมยังไม่ทราบครับ หรือมี Buffer น้อยเกินไป) เพราะ่ว่าในความเป็นจริงแล้วเครื่องเล่น CD ต้องเล่นแบบเรียลไทม์ดังนั้น ถ้าเกิดเจอจุดที่มีปัญหามาก ๆ จะไม่มีเวลาแก้ปัญหาซึ่งต้องแก้ปัญหาแบบที่คุณ Redbook ว่ามานะครับ แต่ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์จะมีระบบ Buffer ที่แก้ปัญหาตรงนี้ได้ครับ

ปล ผมชอบที่จะุถกกันในเรื่องแบบนี้ครับ เพราะว่าได้ความรู้ดีครับ


ออฟไลน์ redbook

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,265
อาจต้องใช้ transport ที่ดีกว่าเครื่องอ่านซีดีในคอมมา rip มั้งครับ� ;)
ตรงนี้ผมค่อนข้างที่จะค้านครับ ผมว่าไม่ได้เป็นเพราะว่าที่ Transporter หรอกนะครับ แต่เป็นที่ตัว Program ต่างหากครับ เพราะว่า Ripper โปรแกรมทั่วจะไม่ทำการ Check error กันครับ (เนื่องจากจะช้า และคิดว่าคนทั่วไปไม่ได้สนใจความถูกต้อง ไปมากกว่าความเร็วนะครับ) แต่ถ้าเป็น EAC หรือว่า cdparanoia บน Linux จะทำ Check Error ให้นะครับ ซึ่งถ้าไม่สามารถอ่านได้ถูกต้องมันจะบอกให้เรารู้นะครับ

วิธีการที่ EAC ทำเหมือนกับที่เครื่องเล่นราคาแพงทำเพียงแต่เครื่องเล่นราคาแพงมีโปรแกรมอยู่ใน firmware ของเครื่องลาคับ คือ เมื่อทำการตรวจสอบโดยวิธีมาตรฐานของซีดี Red Book Audio ว่ามีข้อผิดพลาดในข้อมูลเพลงที่ transport ส่งมา (ซึ่ง transport นั้นได้ข้อมูลมาจากแผ่นซีดีที่อ่านด้วยหัวอ่านเลเซอร์) โปรแกรม EAC ก็จะส่งคำสั่งให้เครื่องอ่านซีดีรอม (transport)� ทำการอ่านข้อมูลแล้วส่งมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง ถ้าข้อมูลใหม่ที่อ่านมาถูกต้องก็เป็นอันสิ้นสุด แต่ถ้าไม่ถูกต้องอีกก็จะทำการอ่านซ้ำๆไปเรื่อย ซึ่งจะใช้เวลานาน ในกรณีที่อ่านได้ไม่ถูกต้องเลย เช่นอ่านสิบครั้งแล้วยังมีข้อมูลไม่เหมือนกันอยู่ ก็ต้องใช้วิธีทางสิถิติหรือคณิตศาสตร์มาช่วยเลือกว่าข้อมูล (bit) ที่น่าเป็นไปได้มากที่สุดคืออะไร แล้วจะถืออันนั้นเป็นข้อมูลเสียงเพลง

ถ้าดูใน option ของ EAC จะมีให้เลือกวิธีการทำการแก้ไขข้อมูลโดยเครื่องอ่านซีดีหรือไม่ อันนี้หมายถึงเครื่องอ่านซีดี (transport) ที่มีความสามารถหรือคุณภาพที่ดีขึ้น การเลือกเครื่องเล่นซีดีที่ดีจะช่วยได้อย่างมาก ลองนึกตัวอย่างสมัยก่อนที่เครื่องเล่นยี่ห้อนึง อ่านแผ่นที่เขียนมาโดยอีกยี่ห้อไม่ได้ สิ่งนี้ก็ยังเป็นความแตกต่างที่มีอยู่ในปัจจุบันคับ

เรื่องใช้ harddisk เป็นเครื่องเล่นจะดีมากครับ เพียงแต่ต้องได้เพลงมาในรูป wave ไฟล์หรือแบบ lossless compression จากผู้ผลิตเพลงนะคับ เพื่อนผมที่อัดเพลงเล่นอัดเองในห้องอัด ก็เอา wave file ดิบๆสดๆมาเลย เปิดฟังด้วยคอมฯไม่ต้องกลัวเรื่องข้อมูลผิดแม้แต่นิดเดียว

แต่ถ้าไม่อยากกลัวเรื่อง bit error อย่างนี้ในซีดีเร็ดบู๊กออดิโอ (ที่ใช้ PCM encoding) ก็ต้องไปใช้แบบ DSD encoding ใน SACD ลาคับ ซึ่งไม่กลัวเรื่องข้อมูลผิดเท่าไร เพียงแต่ว่าโซนี่รู้ว่าแผ่น SACD จะโดนก็อปแน่เลยไม่ยอมให้มีเครื่องอ่าน SACD ในคอมพิวเตอร์คับ ใครขืนทำลาโดนโซนี่ฟ้องล้มละลายแน่นอน จิงๆเครื่องอ่านแผ่น SACD ก็เครื่องดีวีดีและแผ่นก็แผ่นดีวีดีห้า (DVD 5) ที่เราดูหนังก็อปกันลาคับ� ;)�
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 ตุลาคม, 2005, 05:19:22 pm โดย redbook »


ออฟไลน์ Help !!!

  • Guest (บุคคลทั่วไป)
  • Superstar...
  • *
    • กระทู้: 5,866
  • Please Help Thanks
ผมฟังผ่านหูฟังและฟังจากในรถ เจ้าIpod ให้รายละเอียด
ได้ดีมากๆโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าต้นฉบับเป็นแผ่น Audiophile ครับ เครื่องเสียงบ้านเริ่มเอาไอเดียนี้มาทำสินค้าแล้ว เช่นที่อเมริกาตอนนี้มี CD Player ที่มี
Harddirve ในตัว ของ Cambridge Audio....
เล่นผ่าน Hard drive น่าจะสูญเสียข้อมูลน้อยกว่านะ   

mart
กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่เพื่อนๆที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิกฝากถามมา ก็ขอความอนุเคราะห์จากเพื่อนๆสมาชิก ช่วยตอบให้ด้วยนะคร๊าบผม...ขอบคุณมั่กๆครับ...


ออฟไลน์ Toom

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • *****
    • กระทู้: 149
เพื่อนที่ญี่ปุ่นเคยบอกว่ามีแม็กกาซีนเอาเครื่องเล่น MP3 ไปวัดสํญญาณเอ้าพุตด้วย spectrum analyzer พบว่า iPod กับ Sony มีคุณภาพที่ดีกว่ายี่ห้ออื่น เสียงที่ผมเคยลองรับได้ครับ แต่ยังไม่ละเอียดและอานาล็อกเท่าเครื่องบ้านดีๆคับ เอาต้องใช้ transport ที่ดีกว่าเครื่องอ่านซีดีในคอมมา rip มั้งครับ  ;)

ตรงนี้ผมค่อนข้างที่จะค้านครับ ผมว่าไม่ได้เป็นเพราะว่าที่ Transporter หรอกนะครับ แต่เป็นที่ตัว Program ต่างหากครับ เพราะว่า Ripper โปรแกรมทั่วจะไม่ทำการ Check error กันครับ (เนื่องจากจะช้า และคิดว่าคนทั่วไปไม่ได้สนใจความถูกต้อง ไปมากกว่าความเร็วนะครับ) แต่ถ้าเป็น EAC หรือว่า cdparanoia บน Linux จะทำ Check Error ให้นะครับ ซึ่งถ้าไม่สามารถอ่านได้ถูกต้องมันจะบอกให้เรารู้นะครับ


ออฟไลน์ redbook

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,265
เพื่อนที่ญี่ปุ่นเคยบอกว่ามีแม็กกาซีนเอาเครื่องเล่น MP3 ไปวัดสํญญาณเอ้าพุตด้วย spectrum analyzer พบว่า iPod กับ Sony มีคุณภาพที่ดีกว่ายี่ห้ออื่น เสียงที่ผมเคยลองรับได้ครับ แต่ยังไม่ละเอียดและอานาล็อกเท่าเครื่องบ้านดีๆคับ เอาต้องใช้ transport ที่ดีกว่าเครื่องอ่านซีดีในคอมมา rip มั้งครับ  ;)


ออฟไลน์ X!!

  • [เอ็กซ์]
  • Superstar...
  • ****
    • กระทู้: 9,428
    • เพศ:ชาย
  • Cat's Daddy
    • http://ekkapan.googlepages.com/
ผมมี iPod บวกสายของ monster ครับ ต่อกะเครื่องที่มีอยู่ ผมว่าเสียงมันก็พอๆกับซีดีต้นฉบับเลย

แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้เทียบกับเครื่องเสียงบ้านดีๆ เหมือนกัน� ::)


ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเสาร์นี้อาจจะเอาไปลองต่อฟังเทียบกับซีดี NAD รุ่นเล็กครับ  :)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 ตุลาคม, 2005, 12:59:44 am โดย ekkapan »


ออฟไลน์ Help !!!

  • Guest (บุคคลทั่วไป)
  • Superstar...
  • *
    • กระทู้: 5,866
  • Please Help Thanks
โดยมีเงื่อนไขว่า ใช้ CDแผ่นแท้โอนข้อมูลเข้า Ipod โดยไฟล์ที่ให้เสียงดีที่สุด(AIFF)กับใช้สายสัณญาณคุณภาพดี
(mini jack to RCA) ต่อเข้าชุดเครื่องเสียง....
โดยประสบการณ์ของผม เจ้านี่ให้รายละเอียดของตัวโน้ตได้ดีกว่าCD Playerในรถซะอีก แต่ไม่มีโอกาสเทียบกับเครื่องเสียงบ้าน...โดยเฉพาะเรื่องน้ำเสียง,เวทีเสียง

mart
กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่เพื่อนๆที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิกฝากถามมา ก็ขอความอนุเคราะห์จากเพื่อนๆสมาชิก ช่วยตอบให้ด้วยนะคร๊าบผม...ขอบคุณมั่กๆครับ...