เข้ามาช่วยแนะนิดหน่อยในฐานะที่เคยเป็นช่างออกแบบตกแต่งมาก่อน (ตอนนี้ทำอย่างอื่นครับ) สำหรับสีพ่นจำพวกนี้ วัตถดิบสีคือสีพ่นสำหรับอุตสาหกรรมครับ เลือกเอาโทนสีที่ต้องการแล้วผสมสีอื่นๆเข้าไปตามสัดส่วนจนอยู่ในค่าโทนสีที่ต้องการ ส่วนอุปกรณ์พ่นต้องดีพอควร กาพ่นต้องไม่ใช้กาใหญ่มากนัก ปั้มม์ลมต้องมีคุณภาพดีควบคุมแรงดันลมได้ละเอียด ต้องมีชุดดักไอน้ำและไล่ไอน้ำจากถังพักลมให้หมดก่อนการทำงาน การเตรียมพื้นผิวสำหรับไม้ mdf จะใช้แลค์เกอร์แบบใสทานำบนผิวก่อนหลายทีเพื่อลดการซึมสี แล้วขัดกระดาษทรายละเอียดบนผิวหน้าเล็กน้อยแล้วค่อยลงโป๊วแดงจนทั่วให้ผิวโป๋วหนาพอขัดได้ จากนั้นขัดผิวหน้าด้วยกระดาษทรายน้ำจนเรียบ จุดนี้สำคัญที่สุด ผมจะใช้ฟุตเหล็กยาวๆ เอาสันฟุตเหล็กวางฉากกับพื้นผิวไว้เช็คความเรียบและรอยบุ๋ม
การพ่นต้องมีความชำนาญพอตัวครับ ปรับกาพ่นไม่ให้พ่นเนื้อสีบางเล็กน้อย(ห้ามใจร้อนพ่นหนา) แห้งแล้วทำซ้ำไปเรื้อย เกิน 15 เที่ยวขึ้นไปครับ จนได้เนื้อสีพื้นที่มีความหนาใช้ได้ จากนั้นค่อยพ่นเคลียร์โค๊ตแบบที่พ่นสีรถยนต์นั่นแหละครับ ปรับกาพ่นให้ติดบางเล็กน้อยแล้วพ่นให้ทั่วผิว รอแห้งแล้วพ่นซ้ำจนได้ความหนาที่ต้องการสังเกตุได้ชัดเจนเมื่อแห้งแล้ว จากนั้นนำไปอบสี แล้วค่อยใช้เครื่องขัดสีรถยนต์ขัดอีกทีจะได้พื้นผิวที่ดูเงาลึกๆครับ
ที่กล่าวมาเป็นการพ่นแบบหน้างานนะครับ ซึ่งมีปัญหาหลายๆ อย่างในการทำงานมากๆ ได้แก่ ฝุ่นละอองในที่ทำงาน สภาพอากาศในวันพ่น (หน้าฝน ไม่เหมาะอย่างยิ่ง กับการพ่นสี) บอกตรงๆว่า ผมขาดทุนกับสีพวกนี้มาครับ ส่วนมากเป็นงานหน้าบานตู้ขุดครัว การพ่นแบบหน้างาน ไม่สามารถทำคุณภาพสู้กับระบบพ่นสีจากโรงงานเฟอร์ใหญ่ๆ ได้เลย ความเรียบและความลึกของเงาสะท้อนมองเทียบกันก็ดูออกครับ ปัญหาส่วนมากที่พบเกิดจากการโป๋วหน้าและขัดผิวไม่เรียบสนิทจริง ถ้าคุณอยากลองพ่นสีเปียนโนให้เอาไม้ mdf มาทาแค่แลค์เกอร์บนผิวไม้ก่อนแล้วขัดบางๆอย่างเดียวพ่นดูก็ได้ครับ