HTG2.club

ครอสโอเวอร์...ไม่ตรงกับโปรแกรมคำนวนค่า

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ dust55

  • ***
    • กระทู้: 129
จะใส่ R ไว้หน้า หรือ หลัง ก็ได้ทั้งนั้น
สำหรับผมมันไม่ต่างกัน สงสัยเริ่มแก่แล้วหูไม่ดี
แต่แนะนำว่า การจะเปลี่ยน R เพื่อปรับให้ดอกลำโพงดังเท่ากัน ควรวางRไว้ในตำแหน่งที่ถอดเปลี่ยนได้ง่ายจะเป็นการดี

การใส่ R ในครอสโอเวอร์ ไม่มีผลต่อการเพิ่มลดของ Impedance ของ Voice coil แต่อย่างใด
เพียงแต่เพิ่มค่า Insertion loss ในครอสโอเวอร์



ออฟไลน์ อะตอม

  • ทารกน้อยหัด D.I.Y
  • **
    • กระทู้: 58
    • เพศ:ชาย

สงสัยว่าความถี่ตัด 4500 K เนี่ยพิมพ์ไม่ผิดใช่ไหมครับ เพราะ =4.5M

 K] พิมพ์ผิดครับ มันควรจะเป็น 4.5K

ถามต่อครับ...การใส่ R เพื่อลดความไว(db)ของลำโพง
ใส่หน้าพาสสิฟ หรือหลังพาสสิฟ มันมีผลเหมือนหรือต่างกันครับ
แล้วมันจะกระทบต่อความต้านทาน(ohm)ของลำโพงรึป่าว

ชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลส่วนตัวของผมครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=34229.0


ออฟไลน์ 100db

  • สมาชิกรุ่น Classic ..
  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,571
    • เพศ:ชาย
  • Just fall in love with music....
    • Siam Audiophile
สภาพแวดล้อม (ตู้ ห้อง,..., etc) ตอนโรงงานวัดดอกลำโพงทำเสปคก็ไม่เหมือนสภาพการใช้งานเราครับ
การตอบสนองของดอกมันไม่ได้ perfect ตามทฤษฎีเหมือนที่ว่ากันมา
ข้อดีของการ ทำครอสเองคือเราจูนให้มันเข้ากับห้องเราได้ครับ

เสริมคุณ dust55 (ตอบไว้ดีมากครับ) อีกนิด
กราฟเรียบคือตอบสนองทุกย่านเท่ากัน คือให้เสียงออกมาใกล้เคียงต้นฉบับที่สุด โดยส่วนตัวผมว่ามันจืดๆ
แต่บางยี่ห้อ หรือ diy บางคน ก็จะจูนตามความชอบ เช่นกลางเยอะ หรือต่ำกับสูงเยอะ มันก็เหมือนกับ EQ ในพวกมินิคอมโป  vocal, pop, rock, jazz อะไรประมาณนี้ พอนึกภาพออกมั๊ยครับ  :headphone

ปกติเวลาทำครอสเองผมจะ....
1. ใช้ครอสหยาบๆ ไล่หาจุดตัดที่มันเข้ากันได้ดีคือเสียงไม่บางหรือหนาเกินไป
2. จากนั้นจะใช้ RTA จับแล้วทำครอสที่จะใช้จริง แล้วทำ filter พวก notch / zobel ใส่ไว้ให้กราฟมันดูเรียบ
3. จากนั้นก็ลองปลด filter ออก แล้วฟังดูว่าชอบแบบมี หรือไม่มีมากกว่า แล้วใช้ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการจูนละเอียด
4. จากนั้นจะปรับ order ขึ้นลง ขยับค่าอุปกรณ์ (ขยับเฟสและจุดตัด) เพื่อให้เสียงถูกใจที่สุด โดยใช้ครอสจาก 3 เป็นตัวเทียบ ว่าฟังดีกว่ามั๊ย ถึงตอนนี้จะฟังเอาอย่างเดียวโดยไม่สนใจกราฟจาก RTA แล้ว
5. สุดท้ายหลังจากโอเคแล้วก็เอา RTA มาจับดูอีกทีว่าเราพลาดอะไรรึเปล่า กราฟมันจะไม่ได้เรียบสวย แต่ก็ไม่ได้สวิงขึ้นลงเยอะ

หลังๆไม่ค่อยมีเวลา แต่ก็ยังอยากเล่น ผมก็จะไปเลือกวงจรที่มีคนลองแล้ว feedback ว่าเสียงดี เดี๋ยวนี้มีหลายเวบ แต่ที่แนวโดนใจผมที่สุดก็คงจะเป็นวงจรของ Troels ครับ ออกดาร์คนิดๆ ฟังได้ยาว ไม่ล้า
แต่ไม่ได้โดนทุกตัวนะครับ เคยมีบางตัวต่อมาแล้วไม่ชอบเหมือนกัน อย่าง Vifa PL คู่กับ XT25 อันนี้ผมไม่ชอบอ่ะ  :D

เรื่องเบสิคครอสโอเวอร์ ที่นี่เขียนไว้ค่อนข้างดีครับ ลองอ่านดู  ;)

http://www.bcae1.com/passxovr.htm

http://www.bcae1.com/xoorder.htm


ออฟไลน์ chairat

  • **
    • กระทู้: 76
    • เพศ:ชาย
ตอบให้ก็ได้ครับ

พารามิเตอร์ที่กำหนดมามีเพียงตัวเดียวครับคือความถี่ตัด (cut-off frequency)
คอมพิวเตอร์เลยให้ค่าที่ไม่ตรงแบบแป๊ะๆ ออกมา

อาจจะลองกำหนดพารามิเตอร์อื่นๆ เพิ่มเข้าไปเช่น
ระดับของริบเปิลใน ช่วงความถี่ผ่าน (pass band)
ระดับของการลดทอนใน ช่วงความถี่หยุด (stop band) ค่านี้จะบ่งเป็นนัยถึง order ของฟังก์ชันโพลีโนเมียล สำหรับ
สังเคราะห์วงจรกรอง

หรือคุณลักษณะอื่นๆ เช่น
ถ้าต้องการให้ passband ตอบสนองความถี่แบบราบเรียบไม่มีลูกคลื่นก็เลือกเป็น Butterworth
(ให้นึกถึง butter เนยแผ่นที่มีลักษณะราบเรียบ แต่บ้านเราคงไม่ค่อยคุ้นกัน)

ถ้าให้ผลตอบสนองในช่วง passband เป็นลูกคลื่น ก็เลือกเป็น Tchevycheff ขออภัยถ้าสะกดผิด
(Chevy เสียงเหมือน wavy ที่เป็นลูกคลื่น)

Linkwitz-Riley และ Bessel ค่อนข้างแอ็ดวานซ์ ออกสอบมา ก็ตัวใครตัวมัน

สงสัยว่าความถี่ตัด 4500 K เนี่ยพิมพ์ไม่ผิดใช่ไหมครับ เพราะ =4.5M


ออฟไลน์ อะตอม

  • ทารกน้อยหัด D.I.Y
  • **
    • กระทู้: 58
    • เพศ:ชาย

ออฟไลน์ dust55

  • ***
    • กระทู้: 129
โอ คำถามที่ไม่มีใครอยากตอบ
งั้นขอตอบสักหน่อยล่ะกัน ผมเองไม่ใช่กูรูเรื่องลำโพงแต่อย่างใด เพียงแต่เคยประกอบลำโพงมาบ้าง

ในความเข้าใจของผม น่าจะเป็นว่าโปรแกรมคำนวณแบบหยาบ จะถามแค่ค่า อิมพีแดนซื ค่าดีซีอาร์ของวอยซ์ และก็ค่าจุดตัดที่ต้องการ
ดังนั้น มันก็เลยคำนวณจุดตัดออกมาบนสมมติฐานที่ว่า ดอกลำโพงมีความถี่ตอบสนองราบเรียบ ไม่มีโด่งขึ้นไป หรือเป็นหลุมลงไป

แต่ดอกลำโพงในความเป็นจริงนั้น มีการตอบสนองความถี่ไม่เรียบเสมอกัน มันจึงต้องมีการปรับแต่ง วงจรตัดความถี่อย่างอื่นเพิ่มเข้ามา เช่น
อาจมี นอทช์ ฟิลเตอร์ เพื่อปรับช่วงความถี่เรโซแนนช์ให้ลดลงเสมอกับช่วงความถี่เฉลี่ย
หรือบางที ก็อาจปรับค่า L-C เปลี่ยนไปจากค่าที่คำนวณออกมาได้ เพื่อปรับให้ฟังออกมาแล้วถูกใจ โดยที่ไม่ต้องตรงกับค่าที่คำนวณก็ได้

ผลสุดท้ายของการทำเป็นลำโพงที่สำเร็จแล้ว กราฟความถี่ อาจไม่จำเป็นต้องราบเรียบเสมอกันก็ได้ ถ้าฟังแล้วถูกใจก็เป็นอันว่าจบ
แต่นักดีไอวายลำโพงแบบฮาร์ดคอร์ ก็มักจะนิยมเอาลำโพงแบรนด์เนมมาทำวงจรตัดความถี่ใหม่
เพื่อที่จะโชว์ว่า ตนเองสามารถทำให้กราฟตอบสนองความถี่มีความแฟลทได้ แต่จะเสียงดีหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของหูใครหูมันครับ

วิธีการที่มาตรฐานที่สุดในการทำลำโพง คือ ต้องมีโปรแกรมที่ออกแบบครอสโอเวอร์ได้ และมีไมโครโฟน วัดความถี่จากลำโพงได้
จากนัั้นก็พล็อตเป็นกราฟออกมา แล้วก็ทำการปรับปรุงแก่้ไขครอสโอเวอร์จนดีถูกใจ

ผมไม่เคยทำการวัดหรอกครับ เพราะพื้นที่บ้านคับแคบ ส่วนใหญ่ก็แค่ใช้วิธีจูนเอากับแอมป์ที่เราใช้อยู่แล้วนั่นแหละ จนกว่าจะฟังแล้วลงตัว
หรือถ้าอยากทำลำโพงดู ก็แนะนำว่าให้ลองทำจากแบบที่คนอื่นเค้าออกแบบและทดลองไว้เสร็จแล้ว จะง่ายกว่าเยอะเลย



ออฟไลน์ อะตอม

  • ทารกน้อยหัด D.I.Y
  • **
    • กระทู้: 58
    • เพศ:ชาย
แปลกใจกับ passive crossover network ครับ
สมมุติว่าสเป็คก็ระบุไว้ตัดที่ 4500k
แล้วลองเปิดโปรแกรมคำนวณในเน็ต เทียบกับครอสที่งัดออกมา
ไม่เห็นค่ามันจะตรงกันเลย
ไม่ว่าจะเป็น  Linkwitz-Riley   Butterworth   Bessel
ใครก็ได้ช่วยทำให้กระจ่างหน่อยครับ มึน...
ชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลส่วนตัวของผมครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=34229.0