เป็นสมาชิกมานานจะเกิน 8 ปี ไม่เคยเขียนงานสักชิ้น
เหตุเพราะแต่ละงานซึ่งลองทำพอเป็นรูปร่างบ้างนั้น ยังไม่เคยสำเร็จสมบูรณ์ 100%
จนอายุ 67 ปีแล้วขืนผลัดวันรอไปเรื่อยคงอดแหงม แหงม เลยครับ
ผมมีโรคประจำตัวคือ โรคภูมิแพ้ลำโพง เห็นมิได้แพ้รุนแรงทุกที
แม้มิได้ลูบคลำ แม้มิได้ฟังเสียง เอาแต่นั่งมองรูปถ่ายก็ให้อิ่มใจละครับ
ตั้งแต่ปี 2506 ที่ผมไปซื้อหนังสือความรู้อีเล็กโทรนิคเบื้องต้น
จากซุ้มแผงขายข้างสนามหลวง เล่มเล็ก 5 บาทเท่านั้น
อ่านจบหลายเที่ยวและก็หยุดแค่นั้น หยุดจริงๆ ครับ
ความรู้สึกตอนนั้นคล้ายกับว่าผมเรียนจบแล้ว ผมรู้เรื่องแล้วและพอใจแล้ว
กระทั่งปี 2517 เรียนจบทำงานเงินเดือน 1200 บาทไทย
ให้ดิ้นตายเถอะครับเงินมันมากจริง ใช้ทั้งเดือนหมดไปสี่ร้อยกว่า
กินอยู่ฟรีกะที่บ้าน หมดเปลืองแค่ค่ามื้อกลางวันและค่ารถเมล์เที่ยวละหนึ่งบาท
ด้วยลำแข้งเล็กๆ ปีเดียวก็เก็บเงินถอยลำโพงโบส 301 จากอัศวโสภณมาเก็บไว้ก่อนได้ครับ
เมื่อนับถือตัวเองว่าอยู่ในสมาคมบ้าลำโพงแห่งประเทศไทยในลำดับต้นๆ
หลายต่อหลายครั้งที่อวดอุตริ DIY ลำโพงใช้เอง
และก้อ อกหักทุกครั้งทำๆ หยุดๆ เนิ่นนานกว่า 30 ปี ถึงตอนนี้คิดว่าตัวเองจบอนุบาลสองแล้วละ
เดือนสองเดือนที่ผ่านมาเลยมานอนคิดเล่นๆ ทำนองว่า ลองอีกสักตั้ง ครานี้
--- หนึ่งคือ ใช้ข้าวของอุปกรณ์เท่าที่มีอยู่มาทำ ไม่ซื้อใหม่เด็ดขาด
--- สองเป็นลำโพงที่ใช้ฟังเพลงร้องเป็นหลัก เนื่องจากเชื่อว่าเสียงร้องของคนนั้นไพเราะที่สุด
--- สาม มีความเป็นดนตรีสูง นั่นหมายถึงความสมดุลของย่านความถี่เสียงทั้งสามย่าน
คือย่านความถี่เสียงต่ำ ย่านความถี่เสียงกลาง ย่านความถี่เสียงสูง
ต้องสมดุลกลืนเป็นเนื้อเดียวกันครับ
ผมเริ่มทีละนิดทีละหน่อยมาหลายวันละครับ
ตู้นี้จ้างเค้าทำมานานแล้วแต่ปี 2540 เก็บดองไว้ให้เนื้อไม้แห้งสนิททุกโมเลกุลกลายเป็น DNA ชนิดเดียวกัน
ปัญหาเริ้องเรโซแน้นซ์มิมี
ใช้ไม้ MDF หนา 26 มิล ส่วนดอกเสียงทุ้มเพิ่มอีกชั้นเป็น 52 มิลครับ ก๊อปแบบตู้จากวิลสันวัตต์
นำมาเจี๋ยนลบมุม
http://www.youtube.com/v/lcHyXH4UqUc?version=3&hl=th_TH