DVD DV-891Spec.และคุณสมบัติ
http://www.sokenthai.com/product/productdetail.php?cat=49.59&id=180&lang=thราคา 11,900.00 บาท
Spec. โดยรวม - สามารถปล่อยสัญญาณ
hi-def 720P/1080i จากการเล่นแผ่น dvd ธรรมดา(โดยมี scaler ในตัว) ได้ทั้งทางช่อง
component และ HDMI - เล่นแผ่น DVD/
Mpeg4/DiVX/SVCD/VCD/CD/CD-R/CD-RW/HDCD/Kodak Picture CD
SACD และ
DVD-Audio - มีภาคถอดรหัสสัญญาณเสียง DTS, Dolby Digital 5.1, Dolby Pologic II, SACD และ DVD-Audio ออกทางช่อง analog 5.1
- มีระบบ ตั้ง Memory ได้ เมื่อนำแผ่นออกจากเครื่อง สามารถกลับมาเล่น ต่อจากเวลาล่าสุด ที่บันทึกไว้ (ใช้ได้ทั้งแผ่น dvd/vcd)
- ช่องจ่ายสัญญาณเสียงแบบ digital Coaxial และ Optical
- ช่องจ่ายสัญญาณเสียงแบบ analog 5.1 และ stereo
- ช่องจ่ายสัญญาณภาพ แบบ analog Composite, S-Video, VGA, Component และแบบ digital HDMI
อุปกรณ์ที่แถมมา มีสาย HDMI to HDMI (ยาวประมาณ 1.3 ม.) ให้มาด้วย
พร้อมคูมือทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
remote (พร้อมถ่าน) ที่ดูเรียบง่ายแต่ตำแหน่งสะดวกในการใช้งาน
และที่สำคัญ ใช้เป็นตัวปรับสัญญาณ hi-def ด้วย
ไฟในส่วนนี้ สามารถสั่งให้ปิดได้จาก mode setup
ช่องสัญญาณภาพ HDMI ช่องเสียง 5.1
ช่องสัญญาณภาพ S-vdo,composite และ component
ช่องสัญญาณเสียง digital coax และ optical
ช่องสัญญาณภาพ VGA
ด้านล่างของเครื่องที่มีน๊อตยึดเกือบ 20จุด
ใช้ระบบดูดแผ่นแทนระบบถาดที่ใช้กับเครื่องเล่น dvd ทั่วไป
ผลจากการทดลองใช้งาน - เรื่องการอ่านแผ่นจาก drive ที่ใช้ระบบดูดแผ่น เนื่องจากผมไม่เคยใช้ drive ระบบนี้มาก่อน แรกๆผมก็กลัวว่ามันจะทำแผ่นเป็นรอย ก็เลยลองใช้แผ่น dvd-rw แผ่นที่ยังไม่มีรอยอะไรใส่ดูก่อน ซึ่งเมื่อแหย่แผ่นเข้าไปเล็กน้อยก็จะได้ยินเสียงระบบดูดแผ่นทำงานแค่แป๊ปเดียว หลังจากที่แผ่นเข้าไปอยู่ในเครื่องเสียงก็จะเงียบครับ (ถ้ามีแผ่นอยู่ในเครื่องอยู่แล้ว แผ่นใหม่ก็จะแหย่เข้าไปไม่ได้ครับ ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีปัญหาในจุดนี้) ลอง stop แล้ว eject แผ่นออกมาก็ไม่มีรอยใดๆ ก็เลยหายกลัวแล้วครับ... แหะๆๆ คราวนี้ก็เอาแผ่นต่างๆลองกันให้ทั่วถึง ก็อ่านผ่านหมดครับ ทั้ง dvd+r,-r หรือ rw รวมทั้งแผ่นกึ๊กกึ๋ยค่ายต่างๆ ก็ไม่มีปัญหาครับ...
- คราวนี้มาถึงจุดสำคัญของเครื่องนี้ คือ เรื่องการเล่นภาพแบบ hi-def ซึ่งการเล่นภาพแบบนี้เครื่องแสดงภาพของท่านจะต้องมีความสามารถในการแสดงผลใน mode 720P หรือ 1080i ได้ด้วย ซึ่งผมก็ได้ใช้ tv MM ตัวเก่งในการทดสอบจากช่อง component แต่กว่าที่ผมจะสามารถทำให้เครื่องมันปล่อยสัญญาณ 720P/1080i ได้ก็เล่นทำเอาเหงื่อตกไปเหมือนกัน เพราะว่า ไม่มีบอกไว้ในคู่มิอครับ ใน mode setup ก็ไม่มี จนมาหาเจอเองว่า มันต้องกดที่ remote ครับผม
วิธีการ set ภาพแบบ hi-def โดยตอนแรกเมื่อเราต่อสาย componet ไปที่ช่อง component progressive หรือ component สำหรับจอภาพรุ่นใหม่ๆมีแบบช่องเดียวไม่ได้แยก จากนั้นก็กดปุ่ม PS (Progressive Scan)ที่ remote เพื่อให้อยู่ใน mode progressive จากนั้นกดปุ่ม
stop ซึ่งสำคัญมากเพราะท่านจะต้องกดปุ่มนี้ก่อนถึงจะทำการเปลี่ยน mode ภาพได้ คราวนี้ท่านก็กดปุ่ม HDMI ซึ่งก็จะทำการเปลี่ยน mode ภาพให้ท่านในแบบวนรอบ คือ เริ่มจาก 480P หรือ 576P (ขึ้นอยู่กับว่า ท่านเลือกระบบภาพไว้ที่ NTSC หรือ PAL โดยการกดปุ่ม P/N ที่ remote ซึ่งปุ่มนี้ก็จะเป็นแบบวนรอบเช่นเดียวกัน โดยมี PAL, NTSC และ AUTO โดยที่ถ้าท่านเลือกที่ AUTO เครื่องเล่นมันก็จะปรับระบบภาพเป็น PAL หรือ NTSC ให้อัตตโนมัตตามแผ่นที่ท่านใส่ไว้ในเครื่อง) แล้วเมื่อกดปุ่ม HDMI ต่อไปก็จะเป็น 720P(50Hz)หรือ(60Hz) แล้วแต่แผ่นหรือระบบภาพ PAL/NTSC ที่ท่านเลือกไว้อยู่ กดต่อไปก็จะเป็น 1080i(50Hz)หรือ(60Hz)เช่นกัน แล้วก็จะเป็น HDMI off แล้วก็จะเริ่มวนใหม่ไปเรื่อยๆ จากการปรับเป็น 720P หรือ 1080i ภาพจะมืดลงเล็กน้อย แต่ก็มาอาศัยปรับให้สว่างขึ้นได้จาก mode video setup ของเครื่องที่จะมี Sharpness, Brightness, Contrast, Hue, Saturation และ Gamma ให้ปรับ ซึ่งต้องค่อยๆปรับดูครับ หรือถ้าจอแสดงภาพของท่านปรับได้ด้วยก็จะเลือกปรับที่ใดที่หนึ่งหรือทั้ง 2 ที่เลยก็ได้แล้วแต่สะดวกครับ
แต่ก็ขอบอกว่า ภาพที่แสดงที่จอแสดงภาพแต่ละชนิด แต่ละยี่ห้อหรือแต่ละรุ่นจะไม่เหมือนกัน ดังนั้นเมื่อท่านเปลี่ยน mode ภาพแต่ละ mode ท่านต้องค่อยๆปรับดูก่อนว่าที่ mode ไหนจะให้ภาพออกมาถูกใจท่านที่สุด สำหรับเจ้า MM ของผมก็ถูกใจที่ mode 1080i ครับเพราะให้ความคมชัดดีกว่า mode 720P อยู่พอสมควร
*
Tip เล็กๆน้อยๆ สำหรับท่านที่มีจอรับภาพที่ไม่สามารถเล่นใน mode 720P(50Hz) หรือ 1080i(50Hz)ได้ เนื่องจากภาพล้ม ให้กดปุ่ม P/N ที่ remote ให้เปลี่ยนจากAUTO หรือ PAL มาเป็น NTSC ซึ่งจะทำให้เปลี่ยนจาก mode 50Hz มาเป็น 60Hz ท่านก็จะเล่นได้โดยที่ภาพไม่ล้มครับ
ส่วนการต่อด้วยช่อง HDMI นั้น ผมนำไปลองกับ Philips Flat WideScreen TV LCD รุ่น 32PF7320 ภาพใน mode 720P/1080i ก็ไม่มืดลงเท่าไหร่ และที่ชอบก็ยังคงเป็น mode 1080i อยู่ดี ภาพก็ออกมา ok ครับ ซึ่งเมื่อเทียบกับ mode progressive 480P,576P ซึ่งภาพก็คมชัดสวยงามดีอยู่แล้ว ก็จะได้ความละเอียดและคมชัดเพิ่มขึ้นมาอีกพอสมควรอยู่ในระดับที่น่าพอใจครับผม
ใน mode VGA เลือกโดยการกดปุ่ม VGA ที่ remote ก็จะเป็นแค่ mode progressive 480P,576P ตามปกติ (ปรับที่ปุ่มP/N ได้เช่นกัน) แต่สีสรรค์และความคมชัด สวยงามตามสไตล์ VGA คนที่ชอบภาพทางช่องนี้ก็ไม่ผิดหวังครับ
- การเล่นแผ่น Divx สามารถแสดง subtitle ได้ แต่ยังไม่สามารถเลือก sub หลายภาษาได้ ซึ่งก็คงจะสามาถแก้ไขในจุดนี้ได้ไม่ยากโดยการ up firmware รุ่นใหม่ๆเข้าไป แต่การเลือกเสียงหลายภาษาสามารถทำได้โดยการกดปุ่ม Audio ที่ remote
- ในเรื่องของระบบเสียงก็ ok ครับ ไม่ว่าจะทางช่อง digital out หรือ ใช้ decoder ในตัว(ที่มีทั้ง dolby digital/dts) ออกทางช่อง analog 5.1 นอกจากนั้น ใน mode audio setup ก็ยังมี function
Channel Trim ซึ่งถ้าท่านใช้ลำโพงแบบ 5.1 ที่มีแอมป์ในตัวก็สามารถที่จะปรับความดังของเสียงในแต่ละ ch. ได้เหมือนกับท่านมี AVR. เลยทีเดียว เรียกได้ว่ามีมาให้ครบเลยทีเดียวครับ
- การเล่นแผ่น SACD ก็สามารถเล่นได้โดยต้องต่อสัญญาณเสียงจากช่อง analog 5.1 ออกไป ถ้าใครใช้ AVR ก็ต้องต่อเข้าทางช่อง analog 5.1 input จึงจะฟังแบบ multi ch.ได้ (ถ้าไม่มีจริงๆก็ฟังแบบ 2 ch. ได้ครับ) ส่วนใครที่ใช้ลำโพงแบบ 5.1 ที่มีแอมป์ในตัวก็ไม่ต้องทำอะไรใช้ได้เลยครับ
- เจ้าเครื่องนี้สามารถเล่นแผ่น DVD-Audio ได้ด้วย ในคู่มือก็มีบอกไว้ แต่ไม่เห็นมีเขียนเน้นไว้ใน web ของ Soken เอง ผมก็เลยใส่แผ่น DVD-Audio เข้าไป มันก็เล่นได้จริงๆ การฟังเสียงในระบบ multi ch. ก็ต่อแบบการเล่นแผ่น SACD ด้านบนครับผม
- การเล่นแผ่น MP3 สามารถแสดงชื่อเพลงภาษาไทยได้
Function ลูกเล่นอื่นๆ - Menu ของระบบ setup ดีขึ้นกว่าที่เคยเห็นตามปกติมาอีกขั้นนึงคือ นอกจากการกด setup นั้นสามารถจะกดได้ตลอดเวลาโดยที่เครื่องก็ยังทำงานต่อไปเรื่อยๆตามปกติแล้วนั้น การเลือกหัวข้อจะง่ายขึ้นคือ เมื่อเลื่อนลูกศรขึ้นลงไปยังหัวข้อที่ต้องการแล้วก็กดปุ่ม select ได้เลย แล้วสามารถกดปุ่มลูกศร ขึ้น-ลง เพื่อเลือกหัวข้อย่อยได้เลย ไม่ต้องกดลูกศรไปทางขวาเหมือนเมื่อก่อนอีก ซึ่งทำให้ง่ายขึ้นเวลาเลื่อนไปหน้า setup อื่นก็สามารถกดปุ่ม ซ้าย-ขวา ได้เลย
- ที่หน้า General Setup หัวข้อ
Logo Type (ต้องกด setup ตอนไม่มีแผ่นอยู่ในเครื่อง) ถ้าเราเลือก Captured
เราสามารถที่จะเปลี่ยนภาพ logo ที่ปกติเป็นของ Soken ไปเป็นภาพใดๆที่กำลังปรากฏอยู่บนจอภาพได้และเราสามารถจะเปลี่ยนใหม่ได้ทุกเวลา เพียงแต่กดปุ่ม LOGO ที่ remote ตอนดูหนังหรือดูรูปภาพถ่ายจากแผ่นที่เรา save ภาพไว้ ซึ่งภาพใดๆที่ปรากฏอยู่บนจอในขณะนั้น ก็จะกลายเป็น LOGO ของเครื่องไปตลอด จนกว่าจะถููกเปลี่ยนใหม่จากการกดปุ่ม LOGO อีก รับรองว่าเท่สุดๆถ้าเอารูปของเราเองไปใส่แทน เหอๆๆ แต่ถ้าอยากดูรูป Soken เหมือนเดิมก็เปลี่ยนจาก Captured ไปเป็น Default ครับ ง่ายๆแค่นี้เอง
- ที่หัวข้อ OSD Lang สามารถที่จะเลือกการแสดงภาษาของหัวข้อ menu ต่างๆให้เป็น ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาไทยก็ได้
- หัวข้อ Tone ในหน้า Audio Setup สามารถปรับเสียงให้ช้าหรือเร็วได้ แล้วแต่ใครจะนำความสามารถตรงนี้ไปใช้ประโยชน์อะไรก็แล้วแต่ครับ
- การ memory จุดสุดท้ายที่ดูเพื่อการมาดูต่อในครั้งต่อไปให้กดปุ่ม Memory ที่ remote เมื่อนำแผ่นมาดูใหม่เครื่องจะถาม ถ้าจะดูต่อจากจุดเดิมให้กดปุ่ม Memory หรือกดปุ่มใดๆถ้าต้องการเริ่มใหม่ สามารถใช้ได้ทั้งแผ่น dvd และ vcd
- ปุ่ม
Info ที่ remote
จะบอกข้อมูลต่างๆของแผ่นเช่นเป็นแผ่นประเภทไหน dvd5, 9 หรือ dvd-r (คราวนี้ไม่ต้องกลัวถูกหลอกอีกแล้วครับ อุๆๆ) เป็นแผ่นระบบอะไร PAL หรือ NTSC เป็น 16:9 หรือ 4:3 รวมทั้งบอก ฺBitrate ในขณะที่เล่นอยู่ด้วย และยังมีอื่นๆอีกครับ (ควร set ปุ่ม P/N ไว้ที่ AUTO เพื่อที่เครื่องจะได้อ่านค่าได้ี่ถูกต้อง) - ปุ่ม volumn + - เอาไว้ปรับเสียงสำหรับผู้ที่ใช้ลำโพงแบบ 5.1 ที่มี amp ในตัวได้ครับ
สรุปโดยรวม ก็เป็นเครื่องเล่น dvd แบบ Universal ที่เล่นแผ่นได้ครบทุกแบบ รูปลักษณ์สวยงามนำสมัย การประกอบประณีตไม่เห็นน๊อตเลยโดยรอบ (เพราะแอบอยู่ด้านล่างหมด) แถมด้วย คุณสมบัติ hi-def เข้าไปด้วย และลูกเล่นก็เยอะีมากทีเดียว ถือได้ว่าเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพคุ้มกับราคาเครื่องหนึ่งครับผม ยิ่งถ้าสามารถใช้ได้ครบตามคุณสมบัติที่มีด้วยก็ยิ่งคุ้มครับ ส่วนท่านที่มีชุดลำโพงแบบ 5.1 ที่มีแอมป์ในตัวเมื่อใช้เจ้าตัวนี้แล้วก็เหมือนกับท่านได้มี AVR ไว้ใช้โดยไม่ต้องเปลี่ยนชุดใหม่เลยครับผม... ขอบคุณครับ...