D481 512 MB. คู่มือการใช้งาน Dmove D481 ภาษาไทย click ดูได้เลยครับราคา 7,990 บาท- ถ้าใครไปงานเลี้ยงปีใหม่ htg2 ที่ผ่านมาก็จะเห็น ชุดลำโพง 2.1 SWS-303 ของ Leona ที่ให้เสียงเพลงอันไพเราะตั้งแต่งานเริ่มจนงานเลิก จนเป็นที่สนใจของผู้ที่มางานกันมากมาย แต่หลายๆท่านอาจจะไม่ได้สังเกตุว่า แหล่งกำเนิดของเสียงอันไพเราะนั้น มาจากเจ้า Dmove D481 ตัวจิ๋วนี้นี่เอง....
อุปกรณ์ทั้งหลายที่แถมมา มีแผ่นโปรแกรม MP3 Player Utility
และ driver สำหรับ win98 มาด้วยแต่ไม่ได้อยู่ในภาพครับ...แหะๆๆ
อ้อ!มีคู่มือทั้งภาษาไทยและอังกฤษด้วยครับ
ขนาดประมาณเท่าของจริง
Spec. โดยรวม- สามารถเล่นไฟล์ วีดีโอ คลิป แบบเคลื่อนไหวได้
- เล่นไฟล์ MP3, WMA และ WAV สามารถบรรจุเพลงได้มากกว่า 128 เพลง
- บันทึกเสียงการสนทนาต่างๆ ด้วยระบบดิจิตอล นานกว่า 140 ชั่วโมง
- รับสัญญาณวิทยุ FM พร้อมบันทึกเสียงจาก FM เพื่อนำกลับมาฟังใหม่ได้
- เก็บข้อมูล หรือไฟล์งานทุกชนิดทางคอมพิวเตอร์
- หน่วยความจำภายใน 512 MB
- สามารถแสดงไฟล์ภาพ JPEG พร้อมสนุกกับเกมส์ในตัวเครื่อง
- แปลงสัญญาณเสียงจากแหล่งโปรแกรมภายนอก ให้เป็นไฟล์ MP3 โดยใช้สาย Line in เชื่อมต่อ
- จอ LCD แบบ TFT Colour ขนาด 1.8 นิ้ว
- โหมดการจำลองเสียง ( EQ ) 6 รูปแบบ
- โหมดการเล่นซ้ำแบบ A-B, เล่นซ้ำเฉพาะเพลง, เล่นซ้ำทั้งหมด และเล่นแบบสุ่ม
- รองรับทั้งเครื่อง PC และ Macintosh โดยผ่านช่อง USB Port
- ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเที่ยมแบบชาร์จซ้ำ เล่นต่อเนื่องนาน 12 ชั่วโมง
ผลการทดลองใช้งาน- จาก Menu หลัก มี mode ต่างๆที่สำคัญดังนี้คือ Music Player, Voice Playback, FM Radio, Album, Record, MP3 Record, Game, Reader, System Setting
- Music Player mode นี้ใช้ในการเล่นเพลง MP3, WMA และ File .mtv ซึ่งเป็นภาพเคลื่่อนไหวด้วย
- ในการเล่น MP3 และ WMA เสียงที่ได้ออกมา้ดีมากอย่างที่บอกไปข้างต้น ทั้งๆที่ใช้หูฟังที่ติดกับชุดมา ยิ่งถ้าได้หูฟังที่ดีขึ้นก็จะทำให้ได้้เสียงที่ดีขึ้นไปอีกครับ (ผมลองด้วยหูฟัง
Sennheiser รุ่น PMX 40 ซึ่งเป็นรุ่นเล็กราคาไม่ถึงพัน ก็ได้ความใสของเสียงเพิ่มขึ้น รวมทั้งเสียง bass ก็นุ่มและมีพลังมากขึ้น) ด้วยขนาดความจุ 512 M. ก็สามารถจุเพลง MP3 ได้ประมาณถึง 140 เพลง หรือ 9 ชม.แค่นี้ก็เหลือเฟือครับ...
ในขณะที่ฟังเพลงอยู่ก็สามารถปรับ function ต่างๆ โดยการกดปุ่ม Menu (ปุ่ม 9 ในรูป) ได้ดังนี้ครับ
- ปรับการเล่นให้ หยุดชั่วคราว,ข้ามเพลง,ย้อนหลัง,หรือเดินหน้า-ถอยหลังได้
- ปรับการเล่นให้เป็นแบบ เล่นซ้ำ(เฉพาะช่วงของเพลง,ทั้งเพลง,ทั้ง folder หรือเพลงที่มีอยู่ทั้งหมด)
- ปรับให้เล่นแบบสุ่มเพลง(ไม่เรียงซ้ำกัน) หรือจะัฟังเฉพาะช่วงต้นเพลง(intro)ก็ได้
- ปรับ EQ ที่มีถึง 7 รูปแบบคือ Natural, Rock, Pop, Classic, Soft, jazz และ DBB
- ปรับ speed ของเสียงร้อง(Tempo) ให้ช้าหรือเร็ว
- ในขณะที่ฟังเพลงอยู่ถ้าท่านปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่เครื่องก็จะเล่นเพลงนั้นต่อครับ เหมือน last memory ของ dvd เลย ฮี่ๆๆ...
- การดูภาพยนต์หรือเล่นภาพเคลื่อนไหว ด้วย mode Music Player เช่นกัน
รูปถ่ายจะมีเงาสะท้อนนิดหน่อยเลยไม่ค่อยชัดเท่าไหร่...แหะๆๆ
งานนี้ต้องยกความเก่งให้กับ โปรแกรม MP3 Player Utilities ที่แถมมากับแผ่น driver ของเครื่องด้วย (โดยการติดตั้งโปรแกรมนี้ไว้บนเครื่อง pc) เพราะสามารถที่จะแปลง file หนังใน format ต่างๆ (เลือกหัวข้อ MV convert Tool) เช่น .avi, .wmv, .wma, .asf, .mpeg, .mpg, .dat, .rm, .ram, .mvb, .mov, .vob ไปเป็น format .mtv เพื่อใช้กับเจ้า Dmove นี้ จากที่ผมได้ลอง (ยังไม่ครบทุก format เพราะเยอะเหลือเกิน แหะๆๆ...) เจ้าโปรแกรมนี้สามารถแปลง file .avi และ .wmv ที่เป้น hi-def ได้ด้วย รวมทั้ง .vob ของ dvd และ .dat ของ vcd ก็ไม่มีปัญหาครับได้ทั้งภาพและเสียง ภาพที่ได้ถึงจะเป็นจอเล็กๆ แ่ต่ก็ดูได้เป็นเรื่องเป็นราวใช้แก้เหงาแก้ขัดได้ครับ ซึ่งเมื่อเป็น file หนังก็จะมีความจุุได้ประมาณครึ่ง ชม.ครับ แหละเจ้าโปรแกรม MP3 Player Utilities ก็สามารถที่จะตั้งเวลาในขณะทำการการแปลง file ได้ว่าจะให้เริ่มต้นและหยุดที่นาทีเท่าไหร่ด้วยครับ...
- Voice Playback mode นี้เอาไว้เล่น file .wav และ .act ที่เราใช้บันทึกจาก mode Record ด้วยไมค์จากตัวเครื่อง Dmove เอง ซึ่งเสียงที่ได้ก็ชัดเจนดีครับ
- FM Radio mode นี้เอาไว้ฟังวิทยุ FM ครับ ซึ่งมีมาให้ 2 ย่านคลื่นความถี่คือ
ของบ้านเรา (NORmal) ที่ 87-107 MHz สามารถบันทึกสถานีได้ 20 สถานี อีกย่านนึงจะเป็นของประเทศ ญี่ปุ่น (JAP) เผื่อใครจะหิ้วไปฟังด้วยเวลาไปญี่ปุ่น...อิๆๆ โดยอยู่ที่ย่านความถี่ 76-90 MHz ซึ่งใครไปเผลอ set ไว้ที่ย่านนี้แล้วฟังในบ้านเราก็จะฟังได้แค่้เฉพาะย่าน 87-90 MHz เท่านั้นครับ และก็จะมี mode ในการ scan หาคลื่นอยู่ 2 mode อีกเช่นกันคือ Auto กับ Manual ซึ่งผมขอแนะนำว่า ให้ใช้ mode Manual ดีที่สุด โดยเราหาคลื่นที่เราชอบแล้วก็ save ไว้ซึ่งจะสามารถตั้งได้ 20 สถานี เวลาเปลี่ยนคลื่นก็กดไล่สถานีตามที่ save ไว้ได้เลยไม่ต้องมา scan ใหม่ หรือถ้าเกิดไม่ชอบใจสถานีไหนที่ save ไว้ก็ลบออก แล้วหาสถาทีอันใหม่มา save แทนเมื่อไหร่ก้ได้ครับ ส่วนสาเหตุที่ไม่แนะนำ mode Auto ก็เพราะเครื่องมันจะเริ่ม scan ตั้งแต่ย่านต่ำสุดเป็นต้นไป พอมันเจอสถานีไหนมันก็จะ save ให้โดยอัตตโนมัติเลย ดังนั้นมันก็จะ save ครบ 20 สถานีในขณะที่ scan ไปไม่ถึงครึ่งเลย (ในกรณีนี้คือ จังหวัดของท่านสามารถรับคลื่่นได้มากกว่า 20 สถานีเช่นในกรุงเทพฯเป็นต้น แต่ถ้าท่านอยู่ในย่านที่รับได้ไม่เกิน 20 สถานี การใช้ mode Auto ก็จะสะดวกดีครับ)
- การรับฟังเพลงจากสถานี FM ก็ชัดเจนครับ สามารถ scan คลื่นได้ละเอียดตามมาตรฐานคือ ครั้งละ .1 MHz เพราะฉะนั้นก็จะจูนได้ตรงกับคลื่นความถี่ของสถานีต่างๆได้พอดีเลย
- และในขณะที่ท่านฟังเพลงหรือข่าวอยู่นั้น ท่านก็สามารถที่จะบันทึกเสียงของวิทยุที่ท่านกำลังฟังอยู่เป็น file MP3 ไปด้วยเลยก็ได้ คุณภาพเสียงที่ได้ก็จะเหมือนกับที่ท่านฟังอยู่ในขณะนั้นๆด้วยครับ
- Album mode นี้เอาไว้เล่น file รูปภาพ หรือภาพนิ่ง ที่จริงๆจะ support file .jpg เท่านั้น
แต่จากที่ได้ลองดูกับ file format ต่างๆ .bmp ก็สามารดูได้เช่นเดียวกัน แต่เวลาจะลบ file โดยใช้ Dmove เองจะเห็นเฉพาะ .jpg เท่านั้น .bmp ต้องใช้ pc ช่วยลบออกได้ ขนาดของรูปภาพที่แสดงบนหน้าจอจะขึ้นอยู่กับสัดส่วนของภาพ เพราะเครื่องจะแสดงภาพในอัตรส่วนที่ถูกต้องเสมอ ดังนั้นภาพอาจจะเต็มจอบ้าง เล็กลงบ้าง ก็แล้วแต่อัตราส่วนของภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดความจุของภาพครับ
- Record mode นี้เอาไว้อัดเสียงจากไมค์ในตัวของ Dmove เอง เช่นเวลาประชุม หรืออัดเสียงอาจาย์ตอนเล็กเชอร์ ซึ่งก็จะสามารถเลือกคุณภาพของเสียงและวิธีการอัดได้อีกด้วยครับตามนี้
- บันทึกแบบต่อเนื่อง คือ จะบันทึกไปตลอดตั้งแต่เมื่อเริ่มถูกสั่งและจะหยุดเมื่อถูกสั่งให้หยุด ซึ่งก็จะมีให้เลือกคุณภาพได้อีก 2 แบบ คือ
- Fine Rec จะเป็นการบันทึกด้วย format .wav แบบ 32 kbps
- Long Rec จะเป็นการบันทึกด้วย format .wav แบบ 8 k ซึ่งจะทำให้ยืดเวลาในการบันทึกไปได้อีกถึง 4 เท่าตัว
- บันทึกแบบ VOR หรือ จะทำการบันทึกก็ต่อเมื่อมีเสียงเท่านั้น ทำให้สามารถบันทึกได้เฉพาะในส่วนที่จำเป็นเท่านั้น รวมทั้งจะเป็นการยืดการบันทึกไปได้มากขึ้นกว่าแบบต่อเนื่องได้อีก ซึ่งก็จะมีให้เลือกคุณภาพได้อีก 2 แบบ เช่นกันคือ
- Fine VOR จะเป็นการบันทึกด้วย format .act แบบ 32 kbps
- Long VOR จะเป็นการบันทึกด้วย format .act แบบ 8 k ซึ่งจะทำให้ยืดเวลาในการบันทึกไปได้อีกถึง 4 เท่าตัว
- สำหรับ file .wav และ .act สามารถเปิดฟังจาก Dmove ได้ด้วย mode
Voice Playback แต่ถ้าจะนำ file .act ไปเปิดฟังที่อื่นก้สามารถแปลง file จาก .act ไปเป็น.wav ก่อนด้วยโปรแกรม MP3 Player Utilities ตัวเก่งอีกนั่นเอง โดยการเลือกหัวข้อ Sound Convert Tool ครับ
- MP3 Record mode นี้ผมชอบเป็นพิเศษ
เพราะสามารถที่จะบันทึกสัญญาณ analog ต่างๆจากภายนอก หรือ จากไมค์โครโฟน แล้วมาแปลงพร้อมกับบันทึกเป็น file MP3 ได้เลย รวมทั้งยังสามารถตั้งได้ว่าจะให้บันทึกคุณภาพของเสียงที่เท่าไหร่ (Encoding) โดยสูงสุดอยู่ที่ 192kbps, 128k แบบที่ใช้บันทึกเพลง MP3 โดยทั่วไป หรือ ต่ำสุดที่ 64k ซึ่งถ้าบันทึกแบบคุณภาพสูง ขนาดของ file ก็จะใหญ่ตามไปด้วย
- ซึ่งผมก็ลองบันทึกจากเครื่องเล่น tape แบบที่เล่นต่อเนื่องได้ 2 หน้า ต่อผ่านช่อง audio out แล้วมาเข้าที่ตัว Dmove โดยใช้สายที่มีตัวช่วยกรองสัญญาณรบกวนด้วย ดังรูป (ฟลุ๊คเจอ ไม่รู้ว่าแถมมากับอะไร เพราะตอนแรกใช้สายธรรมดาปรากฏว่ามีเสียงรบกวนครับ) ก็ตั้งความละเอียดไว้สูงสุดที่ 192k แล้วเปิด tape ทิ้งไว้เลยจนกว่าจะเล่นจบทั้ง 2 ด้าน ก็สามารถบันทึกได้สบายๆครับ โดยได้ออกมาเป็น file MP3 ขนาด ประมาณ 90 M (ประมาณ 1 ชม. เศษๆ) ก็แสดงว่า จริงๆแล้ว ถ้าอัดไปคราวเดียว 5 ม้วนเลย ก็น่าจะสบายๆครับ สำหรับเสียงที่ได้ก็ตามคุณภาพของเทปที่่ท่านมีครับ เยี่ยมมากๆ ใครที่มีเทปเก็บไว้เยอะๆก็ถึงเวลานำเอามาแปลงเป้น MP3 ได้แล้วครับ ก่อนที่ตลัปเทปของท่านจะหมดสภาพไปเสียก่อน...อุๆๆ
- หลังจากที่ได้ file MP3 ขนาดใหญ่ file เดียวที่รวมเพลงทั้งตลับมาแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับท่านว่า อยากจะมาแยกออกเป็นเพลงๆหรือเปล่า ถ้าท่านอยากจะทำแบบนั้นก็หาโปรแกรมมาช่วยจัดการครับ อย่างเช่น โปรแกรม Cool MP3 Splitter ซึ่ง d/l ตัว
Free มาใช้ได้ครับที่
http://www.yaosoft.com/products/mp3splitter.exe (ถ้าจะใช้แบบเต็มๆก็ลองหา crack ดูครับ...แหะๆๆ) ซึ่งเจ้าโปรแกรมนี้ หรือตัวอื่นๆ ก็จะสามารถมาตัดแยก file MP3 ใหญ่ๆนี้ ให้ออกมาเป็นเพลงๆตามที่ท่านต้องการได้ครับ
- Game มีเกม Tetris สุดฮิตในอดีต เอาไว้ให้เล่นเพลินๆครับ
- Reader เอาไว้เล่น file .txt เอาไว้อ่านพวก e-book หรือเผื่อเราจะเก็บข้อมูลต่างๆไว้ เช่นเบอร์โทรศัพท์ ฯลฯ แต่จะยังได้เฉพาะภาษาอังกฤษนะครับ ภาษาไทยคงจะต้องรอ firmware มา update ครับ
- System Settings mode นี้เอาไว้ set เครื่องครับ ซึ่งก็มีที่สำคัญๆอยู่หลายอย่างครับ เช่น
-
Clock เอาไว้ดู เวลาและวันเดือนปีได้
-
Sleep Time เอาไว้ตั้งเวลาปิดเครื่องโดยอัตตโนมัต ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่ได้ตั้งไว้เครื่องก็จะปิดให้เอง เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบฟังพลงหรือวิทยุก่อนนอนประมาณนี้ สามารถ set ค่าได้ที่ 10, 20, 30, 40, 50, 60, 70, 80 และ 90 นาทีครับ (โดยปกติเครื่องจะถูก set ไว้ที่ on คือเปิดไว้ตลอดไม่มีการตั้งเวลา) เครื่องจะเริ่มทำการนับถอยหลังเมื่อมีเริ่มการใช้งานใดๆ เช่น ฟังเพลงหรือฟังวิทยุ และเมื่อเครื่องถูกสั่งให้ปิดแล้ว เครื่องก็จะ reset เวลาที่ตั้งให้กลับไปเป็น on ตามปกติด้วยครับ ซึ่งทำให้เมื่อเราเปิดเครื่องใหม่ในตอนเช้าเราก็สามารถใช้งานได้เป็นปกติโดยสามารถฟังเพลงได้นานตามใจชอบ ไม่ต้องกังวลว่า เครื่องจะปิดตามเวลาที่ได้เคยถูกตั้งไว้ ก็สะดวกดีครับ
-
Back Light เป็นการตั้งเวลาการแสดงผลหน้าจอ ประโยชน์ก็คือ เป็นการประหยัดพลังงานไปในตัว โดยสามารตั้งได้ตั้งแต่ on(เปิดตลอด), 2, 4, 6, 8, 10, 12, 14, 16, 18, 20, 22, 24, 26, 28, และ 30 วินาที โดยที่ถ้าหน้าจอดับไปเมื่อกดปุ่มใดๆ หน้าจอก็จะกลับมาแสดงใหม่ครับ
-
Language มีไว้เพื่อเปลี่ยนภาษาในการแสดงผลซึ่งตอนนี้ยังมีแค่ภาษาอังกฤษอย่างเดียวครับ
-
Power Off มีไว้เพื่อตั้งเวลาให้ปิดเครื่อง ถ้าเครื่องไม่มีการทำงานใดๆอยู่ ก็เอาไว้ประหยัดพลังงานหรือสำหรับคนที่ขี้ลืมชอบเปิดเครื่องทิ้งไว้เฉยๆ โดยสามารตั้งได้ตั้งแต่ on(เปิดตลอด), 10, 20, 30, 40, 50 และ 60 วินาที (mode นี้จะจำค่าที่ถูกตั้งไว้ตลอดแม้ว่าจะูถูุกปิด แล้วเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่)
ี -
Memory Info จะบอกสถานะของ memory ในขณะนี้ว่าได้ถูกใช้ไปเท่าไหร่แล้ว
-
Online Mode mode นี้พิเศษจริงๆสำหรับใครที่ชอบทำตัวเป็นเจมสบอนด์หรือสายลับนักสืบทั้งหลายครับ (จริงๆแล้วก็คือ พวกที่มีความลับที่ต้องแอบหรือเก็บไว้คนเดียวน่ะครับ...ฮี่ๆๆ) ความจริงก็คือ เจ้า Dmove มี function ที่จะแบ่ง memory ออกเป็น 2 ส่วน หรือ 2 partition รวมทั้งยังสามารถที่จะเข้ารหัสไม่ให้ผู้อื่นเข้าไปดูข้อมูลที่เก็บไว้ในนั้นด้วย เพราะจะต้องผ่าน username และ password ของตัวเจ้าของก่อนครับ ซึ่งเคล็ดลับนี้ก็โดยการใช้โปรแกรม MP3 Player Utilities อีกนั่นเอง โดยการเลือกหัวข้อ MP3 Player Disk Tooll ครับ ซึ่งในการสร้าง partition ที่ 2 นั้นเราสามารถจะเลือกได้ว่าจะให้มีขนาดเท่าไหร่ด้วยครับ ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จแล้วโปรแกรมก็จะให้เราใส่ username, password ตามที่เราชอบ จากนั้นก็เข้ามาที่ Online Mode เพื่อเลือกค่า Encrypted และ Multi Drive แค่นี้ก็เสร็จแล้วครับ (ถ้าท่านไม่ได้เลือก Multi Drive จะทำให้เวลาดูข้อมูลของ Dmove ด้วย pc จะถูกเห็นเป็นแค่ drive เดียวพร้อมกับถูก lock ไว้ทั้งหมด แต่จากตัว Dmove เองก็ยังสามารถเล่น file ที่อยู่นอก drive ที่ถูก lock ไว้ได้อยู่ครับ) คราวนี้ใครจะเก็บข้อมูลอะไรไว้ใน drive ลับก็เชิญตามสบายครับป๋ม...เหอๆๆ
-
Firm Update เอาไว้ update เวลามี firmware ตัวใหม่ออกมา จะใช้คู่กับ โปรแกรม MP3 Player Utilities โดยการเลือกหัวข้อ MP3 Player Update Tooll ครับ
-
Firm Version จะบอก version ของ firmware ที่มีอยู่ในเครื่อง ณ ปัจจุบัน
สรุป เจ้า Dmove ตัวนี้นอกจากจะเสียงดีแล้ว ยังเรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ all in one เพราะมีคุณสมบัติหลากหลายอยู่ครบถ้วน แถมด้วย function พิเศษต่างๆอีกมากมาย แบตในตัวก็จุได้นานมากครับประมาณว่าฟังกันจนลืมญาติไปเลย เรียกได้ว่า มีเจ้า Dmove นี้ตัวเดียวติดตัวไว้ใช้ก็คุ้มสุดๆครับ เหมาะสำหรับผู้ที่มีเสียงเพลงในหัวใจจริงๆครับ....ขอบคุณครับ