Recovery Time คือเวลาที่ Diode P-N ใช้ในการ Discharge ตัวมันเอง ก่อนที่จะเปลี่ยนสถานะเป็น OFF อันนี้อธิบายไปแล้ว เพราะฉะนั้นในช่วงเวลาดังกล่าว ถือว่า Diode ยังอยู่ในสถานะนำกระแสได้อยู่ ถึงแม้สถานการณ์จะเปลี่ยนเป็น Reverse Bias แล้วก็ตาม
ลองพิจารณาระดับแรงดันของ Rectifier ปกติดูตามนี้ครับ (50Hz)
จุดเริ่มต้น C Filter มีแรงดัน 13V และแรงดันจากหม้อแปลงเป็น 0V นะครับ
ช่วงที่ 1 แรงดัน AC จากหม้อแปลง Swing + เรื่อยๆ จนเกิน 13V+0.7V (Voltage Forward ของ Diode) Diode ก็จะเริ่มนำกระแส สมมุติ Swing ไปจนถึง 15V แรงดันก็จะ Charge จน C มีแรงดัน 15V ไปด้วย
ช่วงที่ 2 แรงดันหม้อแปลงลดลง Diode ถูก Reverse Bias ทันที เพราะทาง Cathode มี C แรงดัน 15V อยู่ แต่ Diode ไม่ Off ทันทีนะครับ เพราะมี Recovery Time อยู่ กระแสก็จะไหลย้อนจาก C กลับไปที่หม้อแปลงครับ ในขณะเดียวกันกระแส Discharge จาก Diode ก็จะวิ่งไปทาง C ครับ เพราะ Anode กำลังค่อยๆ กลับสถานะเป็น Off
2 อย่างนี้แหล่ะครับ เป็น Noise จาก Diode หน้าตาใน Scope ประมาณนี้ครับ

ที่มารูป :
https://techweb.rohm.com/knowledge/si/s-si/02-s-si/4659รูปซ้าย เส้นฟ้าคือ Recovery Spike ปกติ (1N400X, MURXXX, UF400X เป็นต้น) ส่วนเส้นสีแดงเป็นแบบ Soft Recovery ครับ จำได้ว่ามี Hexfred ของ IR ที่เป็น Soft Recovery ครับ
ส่วนรูปขวา เป็นรูปใน Scope ครับ
ที่จะอธิบายคือ C Filter ทั่วไป ไม่เร็วพอที่จะจัดการกับ Spike พวกนี้ได้ครับ Reg อย่าง 78XX ยังทำได้แค่ลด แต่กำจัดออกไม่หมดครับ การใช้ Diode ที่ Recovery Time สั้นๆ (Ultra-Fast) หรือเป็นแบบ Soft Recovery จึงเป็นการลด Noise พวกนี้ทางหนึ่งครับ
ส่วนกรณี Diode Recovery ไม่ทัน จะเกิดความร้อนขึ้นใน Diode จน Diode เสีย หรือไม่อุปกรณ์อื่นๆ ก็พังก่อน เพราะ Diode ไม่ยอม Off ตามที่ควรจะเป็นครับ