Home Theater Guide webboard > มุม Thai DIY Audio

R2R DAC ดียังไงครับ

<< < (2/2)

Mr. Tube:

--- อ้างจาก: Diy Project Seeker © ที่ 19 กันยายน, 2025, 07:39:29 am ---ขอบคุณคุณอาร์ตมากครับ อธิบายได้ชัดเจนมากครับ การเล่น DAC R-2R ก็อารมณ์คล้ายๆกับการกลับไปเล่นแผ่นเสียงใช่ไหมครับ  d_d

ช่วงนี้ไม่ทราบว่ามีโปรเจ็กใหม่ๆที่ทำเล่นเองมั๊ยครับ ไม่ได้เจอกันนาน คิดถึงมากครับ
--- End quote ---


ใช่ครับ ถ้ามองวงการเครื่องเสียงก็เหมือนกับช่วงที่ Cassette Tape เข้ามาแทนที่แผ่น Vinyl แล้ว CD ก็เข้ามาแทนที่ Cassette อีกทีครับ มีคนกลุ่มเล็กๆ ที่ยังเล่น Vinyl อยู่ ไม่เปลี่ยนไปตามสมัยนิยม ผ่านไปร่วม 30-40 ปี Vinyl ก็กลับมาอีก ส่วนสาเหตุก็คล้ายกันครับ ผมมองว่าเทคโนโลยีใหม่ ไม่ได้เท่ากับ คุณภาพที่ดีกว่า เสมอไปครับ

ผมเห็นว่าเสียง Multi-bit ฟัง Analog กว่า และ Detail ดีกว่า พวก DAC 1-Bit ยุคแรกๆ มากครับ ผมเลยไม่สนใจ DAC 1-Bit เลย ยิ่งทำ เสียงยิ่ง Digitally ถึง Detail จะดูเยอะ แต่ Artificially ครับ ช่วง 5 ปีหลัง มีแนวโน้มดีขึ้น โดยผู้ผลิตหันมาปรับวงจร Noise Shaping และใส่ DSP เพิ่มเข้าไป แต่ภาพรวมก็ยังสู้ DAC เมื่อ 30-40 ปีก่อนไม่ได้ครับ ในความเห็นของผม

ผมก็ยังทำ DAC ทำแอมป์หลอดเล่นอยู่เหมือนเดิมครับ ตอนนี้กำลังทำลำโพง Field Coil ตัวใหม่อยู่ครับ เป็น Fullrange จะเอาไปชน Lowther ดูซะหน่อย ทดลอง Idea ภาคจ่ายไฟ DAC ใหม่ๆ แล้วก็ทำ Switching ที่ใช้หลอด Rectifier ครับ ทำค้างอยู่ทั้งหมดเลยครับ K]

Diy Project Seeker ©:
ขอบคุณคุณอาร์ตมากครับ อธิบายได้ชัดเจนมากครับ การเล่น DAC R-2R ก็อารมณ์คล้ายๆกับการกลับไปเล่นแผ่นเสียงใช่ไหมครับ  d_d


ช่วงนี้ไม่ทราบว่ามีโปรเจ็กใหม่ๆที่ทำเล่นเองมั๊ยครับ ไม่ได้เจอกันนาน คิดถึงมากครับ




Mr. Tube:
R-2R เป็นชื่อเรียก Network ที่ประกอบด้วยค่า R แค่ 2 ค่าคือ R และ Rx2 ครับ เช่น R = 1k 2R ก็คือ 2k แค่นั้นครับ Network นี้ สามารถใช้ร่วมกับ Switch ให้ Network ทำงานเป็นวงจรแบ่งแรงดันโดยมีอัตราการแบ่งแรงดันเป็นจำนวนเท่าเสมอครับ เช่น 1 -> 2, 2 -> 4 หรือ 1 -> 0.5 เป็นต้น ซึ่งการทำงานจะไปสอดคล้องกับข้อมูล PCM ซึ่งเป็นเลขฐาน 2 เช่นกันครับ จึงถูกนำมาใช้เป็น DAC ตั้งแต่ช่วงก่อน WW2 ครับ




ตั้งแต่เริ่มมี CD (1980) เครื่องเล่นกลับก็ใช้ DAC บนหลักการนี้ทั้งหมดครับ แต่จะมีเทคนิคที่แตกต่างกันไปครับ จน DAC แบบ 1-bit เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงปี 2000 เป็นต้นมา DAC แบบ Multi bit ก็ค่อยๆ หายไปจากตลาดครับ

DAC แบบ R-2R ก็คือที่เมื่อก่อนเราเรียก Multi-bit ครับ การทำงานคือรับข้อมูลหลายบิตเข้าไปถอดรหัสพร้อมๆ กัน แล้วแต่ว่าเป็น 16-18-20-24 Bit ครับ ส่วน DAC ที่เป็นสมัยนิยมจะเป็นพวก Single Bit หรือ 1-Bit ครับ เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่เอาข้อมูล Multi-bit มาสร้างเป็น 1-Bit ก่อนแล้วค่อยส่งเข้า DAC ครับ


DAC ที่ผมทำทั้งหมดเป็นชนิด Multi-Bit ครับ ผมไม่ชอบเสียง 1-Bit มาแต่ไหนแต่ไร เลยแค่ตามศึกษาเทคโนโลยี แต่ไม่สนใจจะเอามาใช้ครับ


ส่วนที่เป็นกระแสตอนนี้ อันนี้เล่าในมุมของผมนะครับ คุณ Soekris ได้ทำวงจร R-2R แบบ Discrete ขึ้นมา โดยใช้ FPGA ควบคุมการทำงานให้เป็น DAC ครับ ราวปี 2015 หน้าตาประมาณนี้ ตอนแรกขายแต่ Board สำหรับ DIY ครับ





หลังจากนั้นหลายปี ก็เริ่มมีคน Copy และทำเป็น Product ออกมาขาย ราคาหลายหมื่นถึงเป็นแสนครับ ถ้าใช้คำว่า Multi-Bit ก็เป็นการขายของเก่า คำว่า R-2R เลยถูกนำมาใข้แทนครับ วงจร R-2R แบบนี้ มีจุดอ่อนที่ความคลาดเคลื่อนของ R และความไวต่ออุณหภูมิภายนอกครับ โดยพื้นฐานแล้วสู้ R-2R ที่เป็น Chip เมื่อ 30-40 ปีก่อนไมไ่ด้ในด้าน Accuracy และ Distortion ครับ คร่าวๆ ก็ประมาณนี้ครับ สงสัยตรงไหน สอบถามเพิ่มเติมนะครับ

Diy Project Seeker ©:
ผมเห็น review ในยูทูป หลายๆคนพูดถึง DAC แบบ R2R มันคือยังไงครับ ต่างจาก DAC ทั่วไปยังไงครับ ได้ยินมาว่า DAC พวกนี้ราคาแพงกว่าด้วยใช่ไหมครับ DAC ที่เราทำเล่นกันมีตัวไหนเป็นแบบ R2R มั๊ยครับ @Mr.Tube



นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version