HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: paganini ที่ 13 มิถุนายน, 2006, 10:12:17 am
-
หลังจากที่ต่อตัวตู้สำหรับลำโพง Fostex ตามแบบดอกลำโพงรุ่น 103E โดยนำตัว Driver 126E ใส่ไปเมื่อหลายเดือนก่อน ผมยอมรับว่าเสียงของมันที่ผมคิดในใจคือมันรู้สึกอั้น ๆ ชอบกล ผนวกกับเวลานั้นผมยังมือใหม่มาก แม้จะใช้ตัวขั้วลำโพงที่มีคุณภาพ สายมีคุณภาพ แต่ฟังแล้วเสียงของมันยังไม่ถูกใจผมเลย คุณดาวเหนือบอกว่าก็ตัวตู้มันคนละแบบยังไงเสียคงได้เสียงที่ไม่ได้เต็มตามที่ทาง Fostex ออกแบบมาแน่นอน
แม้ในครานั้นเสียงที่ได้จาก Driver 126 ในร่างตัวตู้ 103 ก็ได้เสียงที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง ทว่าเมื่อได้ฟังเปรียบเทียบกับ Driver 103 กับตัวตู้ 103 จริง ๆ แล้วมันแทบจะขี่กันไม่ลงเลย แถมเสียงแหลมปลาย ๆ กับเบสต้น ๆ นั้นออกจะทึบกว่าด้วยซ้ำ นั่นเป็นเหตุให้ผมตัดสินใจเปลี่ยนโดยไม่ลังเล
ในที่สุดผมก็ตัดสินใจต่อตัวตู้ใหม่ โดยใช้แบบตัวตู้ 126 ที่ทาง Fostex ออกแบบมาให้ แม้รูปร่างของมันจะดูด้อยกว่าตัวตู้ 103 รูปทรงของมันออกจะกึ่ง ๆ ตู้วางหิ้ง ตู้ตั้งพื้น เพราะขนาดความกว้างใหญ่มันเท่ากับตั้งพื้นเลย แต่ความสูงมันสูงกว่าตู้ลำโพงวางหิ้งมาก มิน่าเหล่า DIY ที่ใช้ Driver 126 ถึงเลือกแบบตู้ 103 มาใส่เจ้าเล็กจิ๋วตัวนี้กันทั้งนั้น แต่ด้วยความเชื่อมั่นต่อการออกแบบของพี่ยุ่น และฝีมือการต่อตู้จากโรงงานคุณ jamie เมื่อวันเสาร์ผมจึงไปรับเจ้าตัวตู้ที่ต่อเอาไว้นานแล้วมาประกอบในช่วงวันหยุด
ต้องยอมรับว่าสีโอ๊คน้ำตาลเข้มสวยงามเหลือเกิน ตรงขาลำโพงผมขอให้คุณแจมี่ต่อสไปซ์แบบหมุนปรับระดับเข้าไปด้วย ทำให้ขามันดูดีกว่าไม่ใส่มาก อย่างน้อยตอนที่มันวางกับพื้นโดยไม่มีสไปร์ซ อาการเรโซแน้นท์ทั้งสองแบบก็ให้เสียงที่ต่างกัน
วันอาทิตย์ผมใช้เวลาช่วงสาย ๆ หลังจากฉีดปุ๋ยกล้วยไม้ในตอนเช้าเสร็จแล้ว การประกอบตัวตู้คราวนี้ ง่ายกว่าตอนทำครั้งแรกมาก (แสดงว่ามีฝีมีเพิ่มขึ้น :showoff ) แรกสุดคือเจาะรูสำหรับขั้วลำโพง แล้วบัดกรีสายจากลำโพงเข้าขั้วก่อน เมื่อประกอบขั้วลำโพงแล้ว จึงค่อยเจาะสกรูลำโพง จากนั้นค่อยเชื่อมลำโพงกับสายลำโพง คราวนี้ผมไม่ใส่ใยแก้วอัดเข้าไปเหมือนคราวแรก การบัดกรีดีกว่าตอนทำตัวแรกมาก ใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึงก็ทำสำเร็จ เสียเหงื่อไปเล็กน้อยเท่านั้น
-
สายลำโพงกับขั้วลำโพง เสร็จไปแล้วข้างนึง ส่วนรูปที่สองขาติดสไปรซ์แบบปรับได้ เพิ่มคุณภาพในการตั้งลำโพงเพิ่มขึ้น
-
ประกอบเสร็จแล้ว ถ่ายรูปคู่กันเสียหน่อยก่อนยกไปทดสอบ
ตัวของมันเล็กน่ารัก ไม่เกะกะพื้นที่ หรือใหญ่เทอะทะเลย ผมคิดว่าทาง Fostex อาจจะออกแบบมาสำหรับชาวญี่ปุ่นก็ได้ ที่บ้านส่วนใหญ่จะนั่งกับพื้น แล้วบ้านไม่ใหญ่โตนัก (อันนี้ผมเดานะ)
แหม...เวลาใส่ดอกไปแล้วมันดูสวยทีเดียว แม้จะรูปร่างเล็กกว่าตัวตู้ 103 ก็ตาม แต่การลงสีเข้มทำให้ดูเข้มขรึมไม่น้อย
-
ถึงเวลาทดสอบเสียงแล้วครับ ผมจับมันไปเข้ากับแอมป์ตัวเก่ง EL34 Singel End ฝีมือคุณมด ส่วนปรีแอมป์ 12au7 PCB ของวรา ที่ทำกันไปนั่นแหละครับ สองคู่นี้ผมก็ใช้ฟังตั้งแต่ ตัวตู้แรกนั่นแหละครับไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ส่วนห้องที่ใช้ฟังเป็นห้องแต่งตัวชั้นล่าง ขนาด 3*3 เมตร เล็กและเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส แต่มีของวางเต็มครับ ที่ผมเอาไว้ห้องนี้ เพราะว่าเอาไว้ฟังตอนทำงานข้างล่างครับ ทำสวน ทำกับข้าวก็เปิดฟังจากห้องนี้ดังลั่นบ้านเลย
ผลการฟัง แทบไม่ต้องเบิร์นครับ เพราะตัวดอกลำโพงใช้งานมาระดับหนึ่งแล้ว แค่ปล่อยให้มันยืดเส้นยืดสายสักชั่วโมงเท่านั้น ส่วนตัวตู้ก็ต่อเสร็จมาร่วมเดือน คิดว่ามันคงอยู่ตัวไปบ้างแล้ว
เสียงของ Fostex 126E กับตัวตู้แท้ ๆ ของมัน ให้รายละเอียดที่ชัดเจน ไม่มีอาการอั้นเหมือนตอนใช้ตัวตู้ 103 เลย ไม่น่าเชื่อว่าเสียงแหลมกรุ๋งกริ๋งใช่เล่น ส่วนเสียงกลางอันเป็นพระเอกของดอกรุ่นนี้ก็ยังคงแสดงคุณภาพเสียงเต็มเปี่ยม ส่วนเสียงเบสหายห่วงครับเน้นย้ำมีพลัง และไม่เบลอร์มั่วเหมือนตอนใช้ตู้ 103 แม้ตัวตู้จะมีขนาดความสูงด้อยกว่า แต่คุณภาพเสียงผมขอฟันธงว่า เรื่องรายละเอียดเหนือกว่า 103+103 ครับ และดีกว่า 126+103 อย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากนั้นมันยังได้ความไวเพิ่มขึ้นด้วย ปกติชุดนี้จะต้องบิดลูกบิดไปจนถึง 11-12 นาฬิกา แต่เมื่อใช้ 126+126 ผมบิดโวลุ่มเพียง 9-10 นาฬิกาเท่านั้น
สรุปแล้วถ้าคุณมี Driver 103 ควรจะใช้ตัวตู้ 103 หากมี Driver 126 แล้วใช้ตัวตู้ 103 คุณภาพเสียงที่ได้ใกล้เคียงกับ Driver 103 ชนิดขี่กันไม่ลง ดังน้น Driver 126 ยังต้องการตัวตู้ที่ออกแบบมาให้ 126 นั่นเอง
ปัญหาคือถ้าคุณอยากได้รูปวงในการฟัง 126+126 คุณจะต้องหาขาตั้งลำโพงเพิ่มขึ้น ให้มีความสูงอีกสักฟุตนึง ก็จะได้รูปวงในแบบออดิโอไฟล์ แต่ผมคิดว่าผมจะฟังเจ้า 126 ตัวนี้แบบสบาย ๆ ก็ตั้งมันแบบนั้นครับ และที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่งก็คือ สไปรซ์ปรับระดับได้ ทำให้เสียงโปร่งขึ้นอย่างเด่นชัดครับ
-
ถ้าเป็นอย่างที่คุณปอกล่าวมา บรรดาสาวก 126 ก็ต้องหาบ้านใหม่อีกแล้วซิครับนี่ N]
-
ขอบคุณคุณปอครับ สงสัยจะจริงอย่างที่คุณ surasakp ว่า...ต้องหาบ้านใหม่ให้ 126 สักที...แหะ แหะ ตอนผมเอา 103+126 ก็เพราะ ดันทำ 103 ไว้แล้วน่ะครับ :headphone :black_eye
-
ลำโพงสีสวยมากครับ :o :o :o
สงสัย 126E จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่าก็คราวนี้แหละ :yahoo :yahoo :yahoo :headphone
-
เสียดายไม่มีโอกาสได้ฟังเลยอ่ะ :black_eye
-
:clap :clap :clap
-
O0 O0 O0 0)
-
ผมได้ดอก 127 มาแล้วคับ ว่าจะลงตู้ 103 อยู่พอดีพี่มาโพสพอดีผมว่าผมเปลี่ยนมาลงตู้ 126 ดีกว่าคับ ขอบคุณมากคับสำหรับการจ่ายตังผ่าน paypal (มันหักตังผมไปเรียบร้อยแล้ว) ขอบคุณคับ
-
คุณปอครับ ลำโพงสวยมากครับ ฝีมือคุณ JAMIE หรือครับ สวยจริงๆ ทั้งเนื้องานและสีครับ ย้อมได้สวยมากครับ dd
-
:clap
สวยมากครับ
-
Full Range Fostex 126E หรือรุ่นอื่นๆ มันหาซื้อได้ที่ไหนครับ ..
-
Full Range Fostex 126E หรือรุ่นอื่นๆ มันหาซื้อได้ที่ไหนครับ ..
http://www.htg2.net/index.php?topic=12234.0
-
ตัวแทนในประเทศไทยก็คงจะเป็น
Music Concept Co., Ltd
Address:
4/1-2 World Trade Center, 3rd Floor, Room B 343/2, Rajdamri road, Pathumwan, Thailand, 10330
Telephone: (+66) 2-255-6448, 6449
Fax: (+66) 2-255-6244
หรือสั่งจากเว็บเอาก็ได้ครับ
http://www.madisound.com/
-
ถ้าผมเอา Horn ของ Fostex 100HT รุ่นนี้มาทำปากแตรแบบนี้ล่ะครับจะดีไหม
(http://www.madisound.com/images/product/100ht.jpg)
-
ดูแล้วมันน่าใช้ดีนะครับ
-
แบบนี้ดีแน่ครับ...ทำเลย ทำเลย :victory
-
ผมอยากรู้จังว่า Fostex 126E กับ Ariel ME2 มันแนวเสียงต่างกันมั้ย และอย่างไหนจะได้กว่ากัน คืออยากลองเล่นมั่งอ่ะ แต่มีคนมีกระซิบให้เล่น Turn Table เหอะ :secret ก้อเลยลังเลอ่ะครับว่าลงทุนกะอะรัยจะดีกว่ากัน ???
-
ผมอยากรู้จังว่า Fostex 126E กับ Ariel ME2 มันแนวเสียงต่างกันมั้ย และอย่างไหนจะได้กว่ากัน คืออยากลองเล่นมั่งอ่ะ แต่มีคนมีกระซิบให้เล่น Turn Table เหอะ :secret ก้อเลยลังเลอ่ะครับว่าลงทุนกะอะรัยจะดีกว่ากัน ???
ลองไปฟัง 206E ที่ร้านคุณ Jamie หรือยังละ ก็ประมาณนั้น แต่เสียงต่ำสู้ไม่ได้ อาจรวมถึง เสียงกลางด้วย
แต่แอมป์มีนก็มีส่วนมาก โดยเฉพาะ Opt............ Tamura :'( :'( :'(
-
ผมกำลังลองทำแบบคุณปอแระครับ แต่ทำเองง่ายๆ เอามาใช้กับดอกวงรีครับ
-
โหถ้าทำ Horn lens ได้ตามรูปนี่ ขอคารวะ 10 จอกเลยครับ O0 O0 O0
ท่าทางมันต้องยากน่าดู ถ้าทำได้ขอร่วมสมทบทุนด้วย 1 คนครับ
ผมเพิ่งลองทำตู้ลำโพงแค่ OB ง่ายๆ ยังเกือบเอาชีวิตไม่รอด อยากมีฝีมือด้านงานไม้อย่างนี้บ้าง จะไปจ้างทำก็มืดแปดด้าน ส่วนใหญ่ชอบทำด้วย mdf ซึ่งผมไม่ค่อยชอบเลย ดูไม่เก๋าเหมือนไม้อัดอย่างในรูปครับ
-
สวยมากครับคูณปอ คุณ POKKY เปลี่ยนใจใช้ tarmura แทน TANGO แล้วหรือครับ :victory
-
ผมอยากรู้จังว่า Fostex 126E กับ Ariel ME2 มันแนวเสียงต่างกันมั้ย และอย่างไหนจะได้กว่ากัน คืออยากลองเล่นมั่งอ่ะ
แต่มีคนมีกระซิบให้เล่น Turn Table เหอะ :secret ก้อเลยลังเลอ่ะครับว่าลงทุนกะอะรัยจะดีกว่ากัน ???
FR กับ ME2 คนละแนวคนละบรรยากาศกันครับ แล้วแต่จะชอบ
ลองเล่น TT ดูซิครับ แต่ต้องลงทุนกับ System ให้หนักๆ หน่อยนะครับ....5555 ผมเองก็ยังตัดสินใจลงทุนกับมันไม่ได้ซักที เนื่องจากหาเหตุผลความจำเป็นที่ Source ต้องเป็น TT ถึงจะเหมาะให้ตัวเองยังไม่ได้ ;D หลายประเด็นยังขำๆกอรปกับงงๆ อยู่ หลายคนที่ฟัง TT เป็นครั้งแรก ยกตัวอย่างเช่น ในงาน Mid-Year ที่ผ่านมา หลายท่านขึ้นไปฟังลงมา ผมก็ถามว่าเสียงเป็นยังไง ได้บรรยากาศ Analog ที่เค้าว่าสุดๆ หรือเหมือนธรรมชาติสุดสบายรูหูกันใหม ?? หลายคนตอบว่าเสียงเหมือนหรือใกล้เคียง CD เลยครับ ไม่ค่อยมีเสียงฝนตกพรำ-กอปแก๊ปๆ ปนออกมาเลย หรือมีก็น้อยมาก สรุปว่ามันทำได้ดี Dynamic Range กับแผ่นสภาพ Mint ใกล้เคียง CD ครับสำหรับ....5555 :headphone
ถ้าอยากได้บรรยากาศในการเล่น TT แบบสุดๆ ต้องหาแผ่นที่เป็นรอยเยอะๆ มาเล่นดูครับ :D :D
-
ผมอยากรู้จังว่า Fostex 126E กับ Ariel ME2 มันแนวเสียงต่างกันมั้ย และอย่างไหนจะได้กว่ากัน คืออยากลองเล่นมั่งอ่ะ
แต่มีคนมีกระซิบให้เล่น Turn Table เหอะ :secret ก้อเลยลังเลอ่ะครับว่าลงทุนกะอะรัยจะดีกว่ากัน ???
FR กับ ME2 คนละแนวคนละบรรยากาศกันครับ แล้วแต่จะชอบ
ลองเล่น TT ดูซิครับ แต่ต้องลงทุนกับ System ให้หนักๆ หน่อยนะครับ....5555 ผมเองก็ยังตัดสินใจลงทุนกับมันไม่ได้ซักที เนื่องจากหาเหตุผลความจำเป็นที่ Source ต้องเป็น TT ถึงจะเหมาะให้ตัวเองยังไม่ได้ ;D หลายประเด็นยังขำๆกอรปกับงงๆ อยู่ หลายคนที่ฟัง TT เป็นครั้งแรก ยกตัวอย่างเช่น ในงาน Mid-Year ที่ผ่านมา หลายท่านขึ้นไปฟังลงมา ผมก็ถามว่าเสียงเป็นยังไง ได้บรรยากาศ Analog ที่เค้าว่าสุดๆ หรือเหมือนธรรมชาติสุดสบายรูหูกันใหม ?? หลายคนตอบว่าเสียงเหมือนหรือใกล้เคียง CD เลยครับ ไม่ค่อยมีเสียงฝนตกพรำ-กอปแก๊ปๆ ปนออกมาเลย หรือมีก็น้อยมาก สรุปว่ามันทำได้ดี Dynamic Range กับแผ่นสภาพ Mint ใกล้เคียง CD ครับสำหรับ....5555 :headphone
ถ้าอยากได้บรรยากาศในการเล่น TT แบบสุดๆ ต้องหาแผ่นที่เป็นรอยเยอะๆ มาเล่นดูครับ :D :D
หนูไม่ยอม หนูไม่ยอม
ผมว่าเครื่องเล่นแผ่นของผมไม่เหมือนซีดีนะครับ ต้องมาฟังตอนที่เป็นซิสเต็มของผม เสียงต่างกันแน่นอนครับ เพียงแต่ว่าแผ่นที่เล่นเป็นแผ่นที่มีคุณภาพพอสมควร ก็เลยปราศจากเสียงกอบแกบ
-
ผมอยากรู้จังว่า Fostex 126E กับ Ariel ME2 มันแนวเสียงต่างกันมั้ย และอย่างไหนจะได้กว่ากัน คืออยากลองเล่นมั่งอ่ะ
แต่มีคนมีกระซิบให้เล่น Turn Table เหอะ :secret ก้อเลยลังเลอ่ะครับว่าลงทุนกะอะรัยจะดีกว่ากัน ???
ถ้าอยากได้บรรยากาศในการเล่น TT แบบสุดๆ ต้องหาแผ่นที่เป็นรอยเยอะๆ มาเล่นดูครับ :D :D
ไม่แปลกใจแนวคิดนี้เลยครับ....เพราะกลุ่มพระราม3 เขาฟัง TT พร้อมเสียงฝนตก(พายุฝน...)...คุณDIY Man. ชอบแบบนี้นี่เอก 2f 2f
-
หนูไม่ยอม หนูไม่ยอม
ผมว่าเครื่องเล่นแผ่นของผมไม่เหมือนซีดีนะครับ ต้องมาฟังตอนที่เป็นซิสเต็มของผม เสียงต่างกันแน่นอนครับ เพียงแต่ว่าแผ่นที่เล่นเป็นแผ่นที่มีคุณภาพพอสมควร ก็เลยปราศจากเสียงกอบแกบ
:headphone :bowdown ผมรู้สึกว่าตัวเองยังเข้าไม่ถึง T/T จริงๆครับ K] :bowdownรบกวนเฮียปอและท่านดาวเหนือลองเปรียบเทียบโดยแนวความคิดส่วนตัวหน่อยซิครับว่า ทำไม T/T ให้เสียงและบรรยากาศอบอวนแตกต่างจาก CD อย่างไร ??? ทำไมคนมากมายเค้าถึงได้หันกลับมาเล่น Source ชนิดนี้กัน ผมดูๆ แล้วแนวโน้มของกระแสมันยัง 50:50 ระหว่างจะทำ Collective อย่างเต็มขั้นและไม่มีที่สิ้นสุดกับที่จะชอบ Play Back Source อย่าง T/T เพราะฟังเพลงแล้วมันดีกว่า CD จริงๆ :clap :clap
-
สำหรับผมนะครับ ท่านที่พอใจกับ CD และมี DAC ดี ๆ เล่น ผมคิดว่า CD ยังเป็นตัวเลือกแรก ๆ โดยไม่ต้องเปลี่ยนไปเล่นแผ่นเสียงเลยครับ เว้นแต่ชอบเปลี่ยนหรืออยากลอง
ความแตกต่างระหว่างซีดี กับ แผ่นเสียง ผมขอนำเสนอใoความต่างนเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเสียงเลยนะครับ แต่เป็นเรื่องของกายภาพกัน
1.ขนาด แผ่นเสียงมีขนาดใหญ่กว่าซีดี ทำให้หน้าปกมันเต็มตาเต็มมือกว่า โดยเฉพาะปกที่ออกแบบสวย ๆ มันทำให้คนเล่นเข้าถึงสิลปะการออกแบบปกในแบบเต็ม ๆ
2.แผ่นเสียงแม้ใหญ่กว่าแผ่นซีดี แต่บรรจุเพลงได้น้อยกว่า เพลงแจ๊สที่ผลิตเป็นแผ่นซีดีชุดเก่า ๆ มักจะแถมเพลง Alternate Take มาด้วย จึงทำให้ผู้ฟังซีดีรู้สึกว่าคุ้มค่ากว่าเล่นแผ่นเสียง เพราะบางแผ่นมีแค่ 4 เพลงเอง แต่อีกนั่นแหละ แผ่นเสียงบางชุด ไม่มีการผลิตซ้ำเป็นแผ่นเสียงอีกแล้ว ต้องไปหาซีดีเอาเอง และแผ่นเสียงบางชุด ไม่ผลิตเป็นแผ่นซีดีด้วย ดังนั้นก็ต้องไปหาฟังจากแผ่นเสียงเท่านั้น
ผมเคยสังเกตตัวเองอย่างนึงคือ เวลาผมฟังเพลงจากซีดี ผมจะไม่เคยนั่งอยู่กับที่ได้เกิน 3-4 เพลง ก็ต้องลุกไปทำอย่างอื่น หรือกว่าจะหมดแผ่นผมก็หลับไปเสียก่อน
แต่กับแผ่นเสียง ฟังจบหน้า A ผมต้องลุกไปเปลี่ยนหน้า B ทำให้รีแลกซ์ข้นถ้าฟังเพลงอย่างซีเรียสก็ยังมีช่วงเวลาที่ต้องเดินไปพลิกแผ่น
คนที่เล่นแผ่นเสียงใหม่ ๆ บ่นทุกคนว่า เอ้ยหมดหน้าแล้ว ต้องเดินไปเปลี่ยน หรือว่าใช้รีโมตคอนโทรลเปลี่ยนเพลงไม่ได้ ถูกบังคับให้ต้องฟังอัลบัมนั้นทั้งอัลบัม แต่จุดนี้ ทำให้คนเล่นแผ่นเสียงอินกับเสียงเพลงมากกว่า เพราะอะไรก็ไม่รู้ แต่ผมนี่แหละเป็นคนหนึ่งเลย ความไม่สะดวกสบายของแนเสียง ทำให้ฟังมันได้อย่างลงลึก
3.แผ่นเสียงจะต้องมีช่วงเวลาทำความสะอาดแผ่น เช่นบางแผ่นเมื่อไม่ฟังนาน ก่อนฟังจะต้องเอามาเช็ดน้ำยาทีนึง คนที่เล่นกันจริงจังต้องซื้อเครื่องล้างแผ่น ที่มีราคาแพงกว่าเครื่องเล่นริ่มต้นบางตัว มาใช้ ก่อนฟังก็ล้างก่อนเล่น วิธีนี้จะช่วยรักษาหัวเข็ม และทำความสะอาดให้แผ่นใหม่กริ๊บตลอดเวลา แต่ผมไม่ค่อยเห็นด้วยนะครับ ถ้าแผ่นไหนฟังประจำ เดือนนึงล้างทีก็พอ
แต่สำหรับซีดี รกษาไม่ให้มีรอยก็พอ การไปแตะต้องบนผิวของแผ่นซีดีไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่
4.แผ่นเสียงที่ผลิตมาแล้ว 50 ปี ยังเอามาฟังได้สบาย ๆ แม้จะเก็บรักษาไม่ดีนัก แต่แผ่นซีดี ที่ผลิตครั้งแรกตั้งแต่ปี 80 ผมไม่รู้ว่ามันยังอยู่ดีหรือเปล่า
-
ผมว่าการที่พวกเราชอบ รัก การฟังเพลง...ทำให้เราอยู่ร่วมกันในนี้
หาแต่การฟังเพลงของเราอาจจะมาจากหลายๆ Source
สำหรับผม...วันนี้หากเอา CD ดีๆ กับเครื่องเล่นแผ่นเสียงดีๆ มากัดกัน
ผมว่าหาคนชนะกันยาก.....
และที่สำครับเจ้า Source ทั้งสองอย่างนี้ให้เสียงดนตรีเหมื่อนกัน
ผมไม่ได้ไม่ชอบ CD หรือบอกว่า CD ไม่ดี...แต่ว่าผมยังมีเวลาเล่น CD ในอนาคต...อีกนาน
แต่แผ่นเสียง...ถ้าคุณไม่เล่นวันนี้ วันหน้ายิ่งหาเล่นได้ยากกกก...
การหาความสุขของแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างกัน... ;)
-
:clap :clap :clap ต้องขอบคุณเซียน T/T ทั้งสองท่านครับ ผมว่าทั้งหมดเป็น Comment และมุมมองที่น่าสนใจมากกกกสำหรับท่านที่ตัดสินใจจะเริ่มต้นมาเล่น T/T ครับ :victory
-
:clap :clap :clap ต้องขอบคุณเซียน T/T ทั้งสองท่านครับ ผมว่าทั้งหมดเป็น Comment และมุมมองที่น่าสนใจมากกกกสำหรับท่านที่ตัดสินใจจะเริ่มต้นมาเล่น T/T ครับ :victory
ได้ฟังอย่างงี้แล้วพี่DIYMan ไม่สนจะเล่น T/T บ้างเหรอครับ ^-^ ยังไม่สายถ้าจะเริ่มครับ ;D
-
ผมว่า เป็นเรื่องนา ๆ จิตตัง ระหว่าง ซีดี กับ T/T ซึ่งบางคนเค้าบอกว่า T/T มันล้าสมัย แต่ทำไมเราถึงได้หลงไหลเสียงของมันละครับ ((
ผมว่าผมคงล้าสมัยมาก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เพราะว่ายังคงชอบ เครื่องหลอด & T/T 2f 2f 2f
-
ได้ฟังอย่างงี้แล้วพี่DIYMan ไม่สนจะเล่น T/T บ้างเหรอครับ ^-^ ยังไม่สายถ้าจะเริ่มครับ ;D
คงยังไม่ :nonono อย่างแน่นอนครับ....55555 รอเอาไว้ให้คนเล่นกันเยอะๆ จน RS-Grammy ยอมทำ Vinyl ออกมาวางขายแทน CD ก่อน แล้วค่อยเล่นก็ยังทันครับ :wiggle
-
ได้ฟังอย่างงี้แล้วพี่DIYMan ไม่สนจะเล่น T/T บ้างเหรอครับ ^-^ ยังไม่สายถ้าจะเริ่มครับ ;D
คงยังไม่ :nonono อย่างแน่นอนครับ....55555 รอเอาไว้ให้คนเล่นกันเยอะๆ จน RS-Grammy ยอมทำ Vinyl ออกมาวางขายแทน CD ก่อน แล้วค่อยเล่นก็ยังทันครับ :wiggle
ของอย่างนี้...แล้วแต่ชอบครับ
อย่าดูถูก CD ของคุณ DIY Man. เพราะในวันงานฟัง DAC แล้วไปธรรมดา...
TT อาจสู้ไปได้เลยนะครับ
ไหนๆคุณDIY Man. ก็ไม่รักใน TT แล้ว...ผมขอแผ่นเสียงที่คุณDIY Man.เก็บไว้ละกันโดยเฉพาะแผ่นคาราบาว ;)
ขอบคุณครับ...ให้ผมไปเอาเมื่อใด Y]
-
รอเอาไว้ให้คนเล่นกันเยอะๆ จน RS-Grammy ยอมทำ Vinyl ออกมาวางขายแทน CD ก่อน
วันนั้นคงมีหิมะตกแถวๆบางบัวทองละครับ 2f ผมว่า RS-Grammy จะเลิกทำ CD แล้วขายแต่ MP3 มากกว่า
-
มีแผ่นเสียงน่อ เจ้านั้นน่ะ ทั้งคุ่เลย ทุกวันนี้ยังทำอยู่นะครับ แต่จะส่งให้ สถานีวิทยุเป้น ซิงเกิลมากกว่า
-
รอเอาไว้ให้คนเล่นกันเยอะๆ จน RS-Grammy ยอมทำ Vinyl ออกมาวางขายแทน CD ก่อน
วันนั้นคงมีหิมะตกแถวๆบางบัวทองละครับ 2f ผมว่า RS-Grammy จะเลิกทำ CD แล้วขายแต่ MP3 มากกว่า
ผมจะรอวันนั้นครับ 2f บางบัวทอง ช่วงนี้กลางวันร้อนมากครับ เสาร์- อาทิตย์ ผมต้องโดดเล่นน้ำในคลองหน้าบ้านคลายร้อนอยู่วันละหลายรอบครับ... ;D ;D
-
รอเอาไว้ให้คนเล่นกันเยอะๆ จน RS-Grammy ยอมทำ Vinyl ออกมาวางขายแทน CD ก่อน
วันนั้นคงมีหิมะตกแถวๆบางบัวทองละครับ 2f ผมว่า RS-Grammy จะเลิกทำ CD แล้วขายแต่ MP3 มากกว่า
2f 2f ฮา..มากๆ 2f 2f
-
ดีๆ ครับกำลังเก็บข้อมูล ;) :secret c) :clap ;Dถ้าวันไหนลองเอามากัดกันระหว่าง T/T กับ CD อย่าลืมชวนผมนะครับ :D
-
เห็น 256 steps volume ของคุณ DIYMan อยู่ไว ๆ เป็นไงบ้างครับ :euro
-
เห็น 256 steps volume ของคุณ DIYMan อยู่ไว ๆ เป็นไงบ้างครับ :euro
ก็เกิดจาก ไปเจอ Versions ของพี่สิงห์ในงาน Mid-Year ที่ผ่านมานั่นแหละครับ :o :o :o เห็นเสียง Relay มันดังแกรกๆๆๆแปลกดี เลยอยากลอง ผลคือคุณภาพเสียงใช้เลยครับ Channal To Channal นี่เด็ดขาด Stereo Image นิ่งดีมาก ไม่เหมือนพวก VR แถบ Carbon ที่จะวูบวาบเนื่องจากแต่ละข้างมันเพี้ยนไม่เท่ากัน
ตัวต้นแบบนี้ ผมยังใช้ Royal 1% อยู่เลยครับ ว่างๆว่าจะทำขึ้นมาอีกซัก 2 - 3 ชุด จะลองกับ R-Dale และ Carbon Composit แท้ๆ เทียบเสียงกันเล่นๆดูครับ
แต่ก่อนอื่นใด เสาร์นี้ผมต้องเอามันไปทดสอบกับ System ที่บ้านผมก่อน กับลำโพงความไวสูงๆ ว่าเจ้า Step Volume ตัวนี้มันจะมี Hum หรือ Noise เล็ดลอดออกมาให้ระคายเคืองหูหรือเปล่า?? ผมกลัวปัญหาเพราะมันออกแบบมาสำหรับ Solid Amp ที่พบรู้สึกว่า Scale ยังไม่ค่อยได้ ต้องคำนวนเปลี่ยนค่า R ใหม่หมดครับ O0
-
เอาวงจรมาเผยแพร่มั่งดิครับพี่ DIY MAN อยากเล่นมั่งอ่ะครับ
-
เอาวงจรมาเผยแพร่มั่งดิครับพี่ DIY MAN อยากเล่นมั่งอ่ะครับ
ใช่ตัวนี้หรือเปล่าครับ ???
http://www.htg2.net/index.php?topic=9349.0
-
เอาวงจรมาเผยแพร่มั่งดิครับพี่ DIY MAN อยากเล่นมั่งอ่ะครับ
นี่แสดงว่าคุณ 1856 กำลังหลงเล่นหลอดซะจนลืมความเคลื่อนไหวของกิจกรรมอันอลังการของสมาชิกฝั่ง "นักเลง Solid" ไปเลย.... 2f 2f 2f เดี๋ยวถ้าเผลอหลงมาเล่น T/T ตามกระแสกับเค้านะ ก็จะต้องลืมแอมป์หลอดไปเลย (เพราะต้องหันไปทุ่มซื้อแผ่น Vinyl หมด.....อิอิอิ) แซวเล่นนะครับ....ตกลง 12 นี้เราจะได้เจอกันไหมเอ่ย?? :-*
อ้า.....เข้าเรื่อง.....เจ้า 256 step ตัวนี้ ท่านอาจารย์ Wasin ได้นำมาเผยแพร่ครับอยู่ในกระทู้ใดกระทู้นึงนี่แหละ ลอง Search ดูครับผม
Project นี้ลงทุนไม่กี่บาทครับ แต่ที่ผมลองแล้วคิดว่า Detail และความโปร่งใสด้านเสียง และ Stereo Image กินขาด Volume แบบแถบ Carbon ได้แน่นอนครับ มีหลายท่านเอาไปเทียบกับ Selector Step Volume ที่ขายตัวละหลายพัน ก็ยังเด็ดกว่าครับ....(ผมชอบเชียร์ของดีราคาถูก 2f 2f 2f)
-
เดี๋ยวถ้าเผลอหลงมาเล่น T/T ตามกระแสกับเค้านะ ก็จะต้องลืมแอมป์หลอดไปเลย (เพราะต้องหันไปทุ่มซื้อแผ่น Vinyl หมด.....อิอิอิ)
นี่คือเรื่องจริงครับ หมดค่าแผ่นไปหลายตังค์เลยครับ ไม่กล้าคำนวนเลยว่ารอบปีที่นมาใช้จ่ายค่าแผ่นเสียงไปเท่าไหร่ :giveup
-
เห็น 256 steps volume ของคุณ DIYMan อยู่ไว ๆ เป็นไงบ้างครับ :euro
ตัวต้นแบบนี้ ผมยังใช้ Royal 1% อยู่เลยครับ ว่างๆว่าจะทำขึ้นมาอีกซัก 2 - 3 ชุด จะลองกับ R-Dale และ Carbon Composit แท้ๆ เทียบเสียงกันเล่นๆดูครับ
มันเป็น shunt mode ครับ (ไม่รู้ผมเรียกถูกมั๊ย) R ที่อยู่ข้าง relay แต่ละตัวจะตัด/ต่อลงกราวด์
แต่ก็อยากรู้ครับว่าชนิดของ R ตรงจุดนี้มีผลกับเสียงมากน้อยแค่ใหน
-
:clap เสียงดีๆๆ ... อิอิ
พี่ diyman ครับสำหรับ 256step เวลาที่ลดวอลุ่มจนสุดแล้วมันเงียบกริบเลยป่าวอะครับ ของป๋มมันยังไม่เสียงลอดออกมาอีกแฮะ ... ???
-
:clap เสียงดีๆๆ ... อิอิ
พี่ diyman ครับสำหรับ 256step เวลาที่ลดวอลุ่มจนสุดแล้วมันเงียบกริบเลยป่าวอะครับ ของป๋มมันยังไม่เสียงลอดออกมาอีกแฮะ ... ???
ของผมไม่เป็นนะครับ N]เท่าที่ผมเคยวัด (with Ohm-Meter) ดูเมื่อลดสุดๆ I/P ของ Stage ต่อไปจะได้ประมาณ 40 Ohmsถ้าจะเร่งให้ดังพอฟังกับแอมป์หลอด Miliwatts ที่ผมใช้อยู่ก็ต้องเร่งประมาณ บ่ายโมง-บ่ายสองโมงนั่นแหละครับ เทียบ GND ลด VR สุดๆ ขนาด 40 R ผมว่าก็แทบเสมือนจะ Short I/P ลง GND แล้วนะ ผมใช้กับแอมป์หลอดครับ I/P ที่เข้ามา มันไม่ค่อยแรงครับ สรุปว่าของผมเงียบเป็นปกติครับ
ถ้ามีเสียงลอดมาได้แสดงว่า Driver ก่อนเข้า Step Volume นี่แรงมากกกครับ ต้องลอง Drop ด้วย R ดูครับ ;D
-
ขอบคุณครับ d_d
-
เวลาที่ลดวอลุ่มจนสุดแล้วมันเงียบกริบเลยป่าวอะครับ ของป๋มมันยังไม่เสียงลอดออกมาอีกแฮะ ... ???
ของผมเมื่อปิดวอลลุ่มจนสุดก็จะยังมีเสียงเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินนิด ๆ เบาเกือบจะไม่ได้ยิน เนื่องจากผมได้ปรับค่า R ทั้ง 16 ตัวเพิ่มขี้นอีก 10 เท่าของวงจรที่ให้มา เพราะตอนแรกที่ทำเสร็จใหม่ ๆ ก็เป็นอย่างที่คุณ DIYMan ว่าไว้คือต้องเร่งลูกบิดไปเกือบบ่าย 3 โมง ปรึกษาคุณวศิน แนะนำให้เพิ่มค่า R ตามที่กล่าวไว้ครับ......ส่วนเรื่องน้ำเสียงหลังจากใช้เจ้าตัวนี้ แนะนำครับว่าต้องลอง O0 :euro
-
ส่วนเรื่องน้ำเสียงหลังจากใช้เจ้าตัวนี้ แนะนำครับว่าต้องลอง
:secret ต้องเลยล่ะคับ .... อิอิ ใครที่กรุ๊ปบายไปคราวที่แล้วงัดออกมาต่อเลยครับ ^-^
-
เวลาที่ลดวอลุ่มจนสุดแล้วมันเงียบกริบเลยป่าวอะครับ ของป๋มมันยังไม่เสียงลอดออกมาอีกแฮะ ... ???
ของผมเมื่อปิดวอลลุ่มจนสุดก็จะยังมีเสียงเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินนิด ๆ เบาเกือบจะไม่ได้ยิน เนื่องจากผมได้ปรับค่า R ทั้ง 16 ตัวเพิ่มขี้นอีก 10 เท่าของวงจรที่ให้มา เพราะตอนแรกที่ทำเสร็จใหม่ ๆ ก็เป็นอย่างที่คุณ DIYMan ว่าไว้คือต้องเร่งลูกบิดไปเกือบบ่าย 3 โมง ปรึกษาคุณวศิน แนะนำให้เพิ่มค่า R ตามที่กล่าวไว้ครับ......ส่วนเรื่องน้ำเสียงหลังจากใช้เจ้าตัวนี้ แนะนำครับว่าต้องลอง O0 :euro
พี่สิงห์ ค่า R ที่บอก 16 ตัวเพิ่มขี้นอีก 10 เท่า ค่าไหนบ้างครับ PM ดุ๊บดิ๊บ มาก็ได้ครับ..... :headphone
-
ค่า R ที่บอก 16 ตัวเพิ่มขี้นอีก 10 เท่า ค่าไหนบ้างครับ
R 16 ตัวที่วางอยู่ขนาบข้าง relay ทั้ง 8 ตัวนั่นแหละครับ ถ้าดูใน top overlay จะเริ่มต้นที่ 62 R ไปจนถึง 8K R แต่ละตัวก็เอา 10 คูณเข้าไปเช่น 62R คูณ 10 ก็เท่ากับ 620R ประมาณนี้อ่ะครับ ค่าอาจจะไม่ตรงทุกตัวก็เอาใกล้เคียงกันได้ครับ :euro
-
ส่วนเรื่องน้ำเสียงหลังจากใช้เจ้าตัวนี้ แนะนำครับว่าต้องลอง
:secret ต้องเลยล่ะคับ .... อิอิ ใครที่กรุ๊ปบายไปคราวที่แล้วงัดออกมาต่อเลยครับ ^-^
สงสัยคงต้องงัดออกมาซะแล้วเรา :victory