HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: ecko1 ที่ 24 กันยายน, 2006, 09:23:02 am
-
สวัสดีครับ
ขอความเห็นเกี่ยวกับหลอด3ตัวนี้
มันแตกต่างกันอย่างไร คุณภาพ แนวเสียง
ตัวแรก
-
2
-
2
-
3
-
ผมเคยฟังแต่ amperex 6922 ครับเสียงเนียนละเอียดกว่า อัมน้อยกว่าเมื่อเทียบกับ slynvanai
มีอีกตัวหนึ่งที่น่าฟังครับไม่ใช้ขาทอง..ให้เสียงเบสที่มากกว่า 6922
-
6922 siemen เสียงเหมือนกับ mullard ผสมกับ tela รายละเอียดจะสดไสแต่น้อยกว่า tela แต่ความถี่ตำจะมีพอสมควรแต่นุ่มนวลน้อยกว่า mullard สำหรับAmperex รายละเอียดดีครับแต่น้อยกว่า tela แต่ทุกหลอดมีข้อเสียครับ หายากและมีราคาแพงครับ
-
เพิ่มเติมครับ mini watt เสียงกลางๆดี ข้อดีเทียบกับ 3หลอดดังกล่าวราคาพอหาได้ครับ
-
พี่รักหลอดครับ 6922 ของ Siemens กับ Telefunken ที่ว่านี้เป็นหลอดรหัสเบอร์อะไรครับ
-
เป็นแนวเสียงของหลอดตระกูลนี้ครับไม่ขื้นกับรหัสเบอร์ logo ให้ดูลักษณะ plate และ gatter ถ้าแตกต่างกันเสียงจะไม่เหมือนกัน ถ้าเหมือนกันเสียงจะแตกต่างกันมากต้องลองฟังดูแต่ทั้งนี้ขื้นอยู่กับวงจร อุปกรณ์ และโดยเฉพาะ out put มีผลมากนะครับ ต้องลองฟังเทียบดูนะครับ
-
คือผมสงสัยน่ะครับ ผมเห็นหลอด Siemens Cca กับ E188cc หน้าตามันก็เหมือนกันเสียงก็น่าเหมือนกัน ราคามันยังต่างกันพอสมควร ส่วน Siemens Cca ทุกอย่างเหมือนกันหมดทั้งโครงสร้าง plate กับ Getter ต่างกันแค่ปีผลิต ลักษณะอักษรที่พิมพ์และกล่องไม่เหมือนราคามันยังต่างกันมาก และใน web ยังบอกว่าเสียงต่างกัน มันหูดีฟังออกกันขนาดนั้นเลยหรือครับ นึกว่าพี่รักหลอดเคยฟัง Siemens Cca เทียบกับ Telefunken Cca และ Mullard 6dj8 มาแล้วน่ะครับ ;)
-
ที่จริงแล้วยี่ห้อเดียวกันแนวเสียงต่างกันไม่มากครับ แต่โดยมากรุ่นที่ผลิตในปีแรกเสียงมักจะดี cca เสียงมักจะดีกวาทั่วๆไป เช่น
-
ที่จริงแล้วยี่ห้อเดียวกันแนวเสียงต่างกันไม่มากครับ แต่โดยมากรุ่นที่ผลิตในปีแรกเสียงมักจะดี cca เสียงมักจะดีกว่าทั่วๆไปจะเนียนกว่าครับเช่น amperex ธรรมดา กับ PQ (PREMIUM QLALITY) ส่วนใหญ่ใช้กับเครื่องวัดต่างๆเช่น scope มักจะใช้หลอดนี้แนวเสียงรายละเอียดจะมากกว่าธรรมดาแต่ด้องฟังแบบจับผิดกันนะครับ tele ก็เช่นเดียวกัน แต่อยางไรก็ตามแนวเสียงจะเป็นแนวเดียวกันในแต่ละยี่ห้อ อย่าเครียดครับ ส่วนมากมักจะเป็นนักสะสมหลอดเหมือนกับสะสมของรักของหวง ได้มาก็ไม่กล้าฟังหรอกครับ ยกเว้นคนที่ชอบฟังจริง ไม่จำเป็นที่ต้องใช้หลอดหายากหรอกครับใช้ ยี่ห้อและจากโรงงานที่ผลิตเดียวกันเถอะครับ จะต่างกันแค่เพียงตอนจับผิดเสียงในระยะแรกเท่นั้นครับหลังจากนั้นจะเคยชินและจะเป็นเสียงที่เคยชินเหมือนๆกันครับไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ของแพงเกินไปครับ ท่านอื่นๆมีความเห็นเช่นไรครับขอความเห็นด้วย
-
ที่จริงแล้วยี่ห้อเดียวกันแนวเสียงต่างกันไม่มากครับ แต่โดยมากรุ่นที่ผลิตในปีแรกเสียงมักจะดี cca เสียงมักจะดีกว่าทั่วๆไปจะเนียนกว่าครับเช่น amperex ธรรมดา กับ PQ (PREMIUM QLALITY) ส่วนใหญ่ใช้กับเครื่องวัดต่างๆเช่น scope มักจะใช้หลอดนี้แนวเสียงรายละเอียดจะมากกว่าธรรมดาแต่ด้องฟังแบบจับผิดกันนะครับ tele ก็เช่นเดียวกัน แต่อยางไรก็ตามแนวเสียงจะเป็นแนวเดียวกันในแต่ละยี่ห้อ อย่าเครียดครับ ส่วนมากมักจะเป็นนักสะสมหลอดเหมือนกับสะสมของรักของหวง ได้มาก็ไม่กล้าฟังหรอกครับ ยกเว้นคนที่ชอบฟังจริง ไม่จำเป็นที่ต้องใช้หลอดหายากหรอกครับใช้ ยี่ห้อและจากโรงงานที่ผลิตเดียวกันเถอะครับ จะต่างกันแค่เพียงตอนจับผิดเสียงในระยะแรกเท่นั้นครับหลังจากนั้นจะเคยชินและจะเป็นเสียงที่เคยชินเหมือนๆกันครับไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ของแพงเกินไปครับ ท่านอื่นๆมีความเห็นเช่นไรครับขอความเห็นด้วย
;) Oh!....ถามถูกคนกันเลยแหละครับ เจ้าพ่อ 6922 ตัวจริงเสียงจริงเลย Tele Vintage รุ่นแรกขาทองเบื่อแล้วผมขอจองนะพี่....5555
-
6922 Tele รุ่นแรกขาทองคือรุ่นนี้หรือเปล่าครับ สงสัยเดี๋ยวต่อคิวกันอีกหลายคน :) :) :)
-
น่าอิจฉาคนมีหลอดดีๆเล่น :cry2
-
น่าอิจฉาคนมีหลอดดีๆเล่น :cry2
:cry2 แต่ผมอิจฉาคุณหลุย นะครับ มีหลอด ดี ๆ ขาย 2f 2f 2f
-
น่าอิจฉาคนมีหลอดดีๆเล่น :cry2
:cry2 แต่ผมอิจฉาคุณหลุย นะครับ มีหลอด ดี ๆ ขาย 2f 2f 2f
:black_eye ขายไปซะจนจะเอาหลอดกาแฟมาทำแอมป์เล่นแล้วคับ :cry2
-
ที่จริงแล้วยี่ห้อเดียวกันแนวเสียงต่างกันไม่มากครับ แต่โดยมากรุ่นที่ผลิตในปีแรกเสียงมักจะดี cca เสียงมักจะดีกว่าทั่วๆไปจะเนียนกว่าครับเช่น amperex ธรรมดา กับ PQ (PREMIUM QLALITY) ส่วนใหญ่ใช้กับเครื่องวัดต่างๆเช่น scope มักจะใช้หลอดนี้แนวเสียงรายละเอียดจะมากกว่าธรรมดาแต่ด้องฟังแบบจับผิดกันนะครับ tele ก็เช่นเดียวกัน แต่อยางไรก็ตามแนวเสียงจะเป็นแนวเดียวกันในแต่ละยี่ห้อ อย่าเครียดครับ ส่วนมากมักจะเป็นนักสะสมหลอดเหมือนกับสะสมของรักของหวง ได้มาก็ไม่กล้าฟังหรอกครับ ยกเว้นคนที่ชอบฟังจริง ไม่จำเป็นที่ต้องใช้หลอดหายากหรอกครับใช้ ยี่ห้อและจากโรงงานที่ผลิตเดียวกันเถอะครับ จะต่างกันแค่เพียงตอนจับผิดเสียงในระยะแรกเท่นั้นครับหลังจากนั้นจะเคยชินและจะเป็นเสียงที่เคยชินเหมือนๆกันครับไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ของแพงเกินไปครับ ท่านอื่นๆมีความเห็นเช่นไรครับขอความเห็นด้วย
ผมเห็นด้วยกับพี่รักหลอดเลยครับ
ซื้อมาครั้งแรกเปรียบเทียบเสียงแล้วดีกว่าจริง ๆ แต่พอเล่นไปนาน ๆ มันก็ชินไปเอง 555 อย่างนี้ไม่ต้องใช้ของแพงแล้วล่ะครับ เพราะผมก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน
-
ไม่จำเป็นที่ต้องใช้หลอดหายากหรอกครับใช้ ยี่ห้อและจากโรงงานที่ผลิตเดียวกันเถอะครับ จะต่างกันแค่เพียงตอนจับผิดเสียงในระยะแรกเท่นั้นครับหลังจากนั้นจะเคยชินและจะเป็นเสียงที่เคยชินเหมือนๆกันครับไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ของแพงเกินไปครับ ท่านอื่นๆมีความเห็นเช่นไรครับขอความเห็นด้วย
ถูกใจครับพี่ :groovy :groovy :groovy
-
ตอนเปลี่ยนเข้าไปแล้วชินมันก็ Ok น่ะครับ แต่ตอนเปลี่ยนออกเอาของเดิมกลับมาใส่มันจะไม่ OK น่ะซิครับ 555
อ้าวนอกประเด็นคนถามซะแล้ว เดี๋ยวผู้ตั้งกระทู้เซ็งแย่ ผมเพียงอยากถามคุณรักหลอดเรื่อง Siemens และ Tele 6922 ที่ฟังว่ามันจะเป็นรุ่นเดียวกับที่ผู้ตั้งกระทู้
ถามคือ Cca หรือไม่ เพราะผมเองก็มีหลอด Cca นี้อยู่แต่ยังไม่ได้เอามาฟังซะทีกะว่าจะเอามาทำ phono จะได้รู้เป็นแนวทางว่าทำออกมาแล้วแนวเสียงจะเป็นอย่างไร
มีข้อดีข้อเสียอย่างไร จะได้ออกแบบให้เหมาะสมครับ
-
ผมฟังทั้ง cca และไม่ใช่ cca เก่ากว่า cca และใหม่กว่า cca siemen เสียงก็คือ siemen เยอรมันครับ เรียงกันครับ cca ก่อน cca ไม่ใช่ cca และใหม่สุดครับตางกันที่ความเนียนของเสียง ไม่เคยฟังก็จะไม่รู้ครับ อย่าลองฟังเลยครับเดียวเสียหูขายไปดีกว่าได้ราคาดี
-
หลอด phillip E88cc SQ เสียงเป็นไง
ผมฟังดูแล้วเบสจะลงลึกกลางดี แต่ปลายแหลมสู่ ampalex 6922 ขาทอง ไม่ได้
ไม่รูหูฝาดไปเปล่า
แต่ถ้าใครจะปล่อย CCa siemens หรือ e88cc Tere gold pin ราคามิตรภาพบอกมานะครับ หรือจะแลกกับ ampalex6922 gold pin โดยผมจะเพิ่มเงินส่วนต่างให้ครับ
-
ด้วยความสงสัยเลยเอามาฟังแล้วครับ
เปรียบเทียบกับ Mullard 6dj8 ฟังกับ phono audio research ph-3 โดยฟังแค่ Cca Siemens ก่อน เพราะมันใช้ 3 หลอด พอดีมี Siemens อยู่เกิน 3 หลอด ส่วน Telefunken Cca กับ E88CC ของ siemens กับ Valvo มีแค่อย่างละ 2 หลอดเลยไม่ได้ลอง ส่วนยี่ห้ออื่นไม่มีเลยไม่ได้ลอง เหมือนกัน
ผลเปรียบเทียบคือ Siemens มีรายละเอียดเสียงดีกว่านิดหน่อย ฟังเป็นธรรมชาติกว่า และสดใสกว่าเล็กน้อย ถ้ามี Mullard อยู่แล้วไม่คุ้มที่จะซื้อเพิ่ม ยกเว้นฟังแล้วชอบสไตล์เีสียงของมันจริงๆ ก็คงต้องเสียตังค์กันล่ะครับ ส่วนผมคงยังไม่ได้ใช้เองจริงจังเก็บสะสมไว้ก่อนรอมีโครงการอยากใช้แล้วค่อยเอามาใช้ ตอนแรกกะเอามาทำ phono แต่ตอนนี้ยกเลิกไปแล้ว ใช้หลอดอื่นแทนไปซะแล้ว ส่วน phono audio research ยืมเพื่อนมาฟังตอนยังทำ phono ไม่เสร็จ เดี๋ยวคงคืนเขาไป
-
ทำไมรูปมันใหญ่จัง ลืมบอกไปว่าฟังสลับไปมาแค่หลอดละชั่วโมงเดียวเอง คงไม่ค่อยได้ผลดีนักแต่ก็พอฟังออกเล็กน้อย
-
ถ้าใช้เครื่อง audio research แล้วจะไม่ชอบ mullard เลย siemenเองยังสู้ tele ไม่ได้ c coupling ยังใช้ electro ซึ่งจัดมาก แสดงว่าอยู่ที่วงจร การจัดไฟ อะไหล่ที่ลง สังเกตุดู่ใช้ C แยะมากโดยเฉพาะ sparque ดังนั้นแต่ละ brand จะ mach กับหลอดแต่ละยี่ห้อ เปรียบเทียบต่างยี่ห้อ ยากมาก ต้องพยายามจับแนวเสียงให้ได้ หรือลองกับเครื่องที่ mach กันกับหลอดหรือ ลองกับเครื่อง ที่ diy เอง
-
คูณ ECKO 1 ครับ phillip sq (supper quality ) คือหลอด phillip คัดพิเศษนั้นเอง เสียงก็คือ phillip เด่นเสียงกลางค่อนข้าง flat ถ้าต้องการเสียงแบบ amperex ต้องใช้หลอด nos amperex buggy boy holland รายละเอียดถึงจะใกล้เคียงกันครับแต่ราคา ...พอกันครับ
-
ตอนผมเปิดดูแผงวงจรของเจ้า audio research ph-3 ผมก็ว่ามันใช้ของธรรมด๊า ธรรมดามากเลย ประเภทตัวละ 5 บาท 10 บาท ทำไมมันจึงได้ขายแพงจัง ไม่อยากบอกเพื่อนเลยว่าซื้อมาได้ยังไง (วะ) แต่ที่ผมประทับใจมันเบื้องต้นคือความเงียบครับ มันปราศจากฮัมจนต๊กกะใจ จนทำให้รู้ว่าแอมป์ กับ ปรี ผม มันไม่ฮัมเท่าไรเลย มันฮัมมาจาก dac นี่เอง มิน่าทำแอมป์ทำ ปรี กี่ตัวมันก็รู้สึกฮัมทุกที เพราะ dac เป็นตัวยืนในการส่งเสียงฮัม นี่เอง แต่ในราคาที่ต้องจ่ายไปสำหรับ phono comercial ตัวนี้ มันแทบจะเอามาทำ phono โดยใช้วงจรบ้าเลือดแบบ sakuma sang ได้เลย 555
-
c ตัวสีขาว sparque ใช่หรือไม่ อุปกรณืน้อยจรืงๆ ดูแล้วผีดไปจาก audio research iรุ่นๆเก่านะครับ
-
ไม่ใช่ spaques ครับ เป็น audiocap ส่วนใหญ่ที่เห็น Cap เป็น audio cap กับ rel cap มี wima บ้าง R หน้าตาเป็น Resista กับตัวเขียวๆไม่รู้ R อะไร พอดีรุ่นนี้เป็น phono อย่างเดียวเลยดูไม่ค่อยมีอุปกรณ์อะไรเลย อีกด้านหนึ่งเป็นชุดจ่ายไฟครับ ซ่อนอยู่ในมุมมืด โล่งโจ้งจริงๆ อยู่ห่างกันเป็นวามิน่าไม่ค่อยฮัม รุ่นนี้ก็เิ่พิ่งตกรุ่นหมาดๆ เองครับ
-
ส่วนอันนี้เป็น phono ของผมเองครับมันต้องรกๆและมีฮัมเล็กน้อยพอได้อารมณ์ของ diy ตอนนี้แอบอยู่ในมุมมืดเพื่อลองฟังไปก่อนเดี๋ยวได้หม้อแปลงใหม่ค่อยเอาลงกล่อง เสียงพอไปวัดไปวาตอนบ่ายๆไม่อายใครได้ ( คิดเข้าข้างตัวเองไว้ก่อนครับ อุตสาห์หลังขดหลังแข็งนั่งทำ ) ^-^ ^-^ ^-^
-
มิน่า มองดูแล้วเหมือนของ actor ใช้ c ตัวเดียวกันเลย ใช้ pre pono test หลอด สู้ใช้ amp ไม่ได้ครับ การฟังเปรียบเทียบยากครับ
-
มิน่า มองดูแล้วเหมือนของ actor ใช้ c ตัวเดียวกันเลย ใช้ pre pono test หลอด สู้ใช้ amp ไม่ได้ครับ การฟังเปรียบเทียบยากครับ
ข้อนี้ขอสนันสนุนพี่รักหลอดครับ ฟังยากกว่าฟังจาก Int. เยอะครับ มีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเยอะกว่า จนบางทีหลงทางได้ครับ :headphone
-
งั้นเอาไว้หาแอมป์ของเพื่อน test ดู ตอนนี้ไฟลท์บังคับครับ เป็นอุปกรณ์เดียวที่ใช้ 6DJ8 นอกนั้นผมยังไม่เคยทำเล่นเลย งานน้ต้อง :giveup