HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: saranyo ที่ 09 กุมภาพันธ์, 2007, 11:02:12 am
-
ขอความรู้หน่อยครับผม พอดีต่อ noninvert gainclone ไว้ดูหนังฟังเพลง เรื่องฮัมไม่มีปัญหาครับ ใช้งานได้ดีเสียงดี แต่มีปัญหาคือหลังปิดสวิตซ์เครื่องประมาณ 1 วินาที จะมีเสียงปุกหรือ ตุบ ออกลำโพงครับ เลยอยากทราบวิธีแก้เสียงปุกออกลำโพงหลังปิดสวิตซ์ หน่อยครับ ผมลองแล้วโดยเอา C input coupling ออกอาการดังกล่าวก็หายไป แต่ถ้าใส่ไว้เสียงมันดีกว่า ตามชนิดของ C ที่ลองใส่ไป และน่าจะช่วย บล๊อค ไฟ DC ด้วย เลยไม่อยากแก้ปัญหาโดยการถอดออกครับ มีวิธีอื่นไหมครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ ???
-
มีรูปประกอบครับ :)
-
ทำกล่องได้สวยมากครับ
เสียงเป็นไงบ้างครับ
ให้ลองหา C 0.1uF/1KV มาต่อคร่อมสวิทช์ดูนะครับ
-
กล่องซื้อสีแบบระเบิดลายสวยๆมาแต่ยังไม่ได้พ่นครับ ใจร้อนอยากต่อฟังเสียงก่อน ไว้ดูหนังก็แจ๋วเลย ไว้ฟังเพลง ก็ดีครับ ให้รายละเอียดดี เบสดี
เรื่อง C spark killer คร่อม สวิตซ์ผมใส่แล้วครับ ตอนเปิด-ปิด สวิตซ์ เลยไม่มีเสียงจากสวิตซ์ แต่จะมีเสียง ประมาณ 1-2 วินาที หลังปิดสวิตซ์เท่านั้นครับ ???
-
หรือไม่งั้นใส่วงจร Soft Start เข้าไปครับ อิ อิ อิ แอป์หลอดไม่ ปุ้ง ปัง เวลาเปิด นะขอครับ ;D ;D ;D (เผื่อเปลี่ยนใจมาเล่นหลอด O0)
-
ของผมไม่ต่อสวิตช์ต่อปลั๊กไฟตรงๆเข้าหม้อแปลงเลย เวลาเสียบปลั๊กไม่มี ปุ๊กปั๊ก เลยครับ Y]
-
ฮีทซิงค์ยาวๆสวยๆแบบนี้ซื้อที่ไหนอ่ะครับ
-
หรือไม่งั้นใส่วงจร Soft Start เข้าไปครับ อิ อิ อิ แอป์หลอดไม่ ปุ้ง ปัง เวลาเปิด นะขอครับ ;D ;D ;D (เผื่อเปลี่ยนใจมาเล่นหลอด O0)
รบกวนขอตัววงจรหน่อยครับผม
ของผมไม่ต่อสวิตช์ต่อปลั๊กไฟตรงๆเข้าหม้อแปลงเลย เวลาเสียบปลั๊กไม่มี ปุ๊กปั๊ก เลยครับ Y]
แบบนั้น มันจะใช้งานลำบากครับ หรือถ้าทำแบบนั้นตอนฟังเสร็จ ดึงปลั๊ก ออกปุ๊บ 2 วินาทีตามมา มันก็มีเสียง ตุ๊บ ปั๊บ ครับ :o
ฮีทซิงค์ยาวๆสวยๆแบบนี้ซื้อที่ไหนอ่ะครับ
ร้านตาม ตจว ก็น่าจะมีขายนะครับ คู่นี้ผมซื้อสมัยอยู่เชียงใหม่ ร้าน ชัชวาลครับ ประตูสวนดอก อลูมิเนียมก็ซื้อที่เชียงใหม่ ร้านแดงกลอนประตู พับให้ด้วยครับ
-
วงจรแบบนี้ครับ C 1 คือ จุดที่คิดว่าน่าจะเป็นเหตุให้เกิดเสียงตุ๊บ หลับปิดเครื่องประมาณ 1-2 วินาที ครับ ???
-
วงจรนี้ผมก็ทำครับ ฮาร์ดวาย แต่ไม่มีเสียงตุ๊บดังว่า.... ลองเปลี่ยน C1 ดูว่าหายไหมนะครับ... :victory
วงจร T-Network ผมไม่มี C1 ตัวนี้ครับ ผมว่าเรนจ์เสียงกว้างขึ้น ครับ... O0
-
วงจรนี้ผมก็ทำครับ ฮาร์ดวาย แต่ไม่มีเสียงตุ๊บดังว่า.... ลองเปลี่ยน C1 ดูว่าหายไหมนะครับ... :victory
วงจร T-Network ผมไม่มี C1 ตัวนี้ครับ ผมว่าเรนจ์เสียงกว้างขึ้น ครับ... O0
ทีแรกว่าจะลอง วงจร T net work ด้วยครับ แต่เริ่มทำตัวนี้ดูก่อนก็เมื่อยตา เมื่อยมือมากเลยครับ เราะผมดันใช้ R chip (1/10w ตัวเล็กมากๆๆๆ) มาทำ R feed back กะว่าจะให้ทางเดินมันสั้นสุดๆ ไปเลย ใช้วิธีเชื่อมแบบมือนิ่งๆ โยงให้สายตะกั่วมันมาค่อยๆเชื่อม กับขอบ R chip แบบตวัดปลายหัวแร้ง ท้าทายดีครับ.. ขอฟังไปสักระยะจะเปลี่ยน วงจรดูแล้วจะลองเทียบกันดูครับ เดี๋ยวถ่ายรูป R chip feed back ให้ดูครับ.. :)
-
:) ใช้แหล่งจ่ายไฟเท่าไหรครับ
-
:) ใช้แหล่งจ่ายไฟเท่าไหรครับ
ใช้ 27-0-27 ครับ regulate ได้ไฟสูง วัดได้ประมาณ + - 37 volt ครับนี่ครับรูปR chip feed back ของผม :)
-
รบกวนขอตัววงจรหน่อยครับผม
เวลาต่อระวะงหน่อย ครับ ถ้า Ark ล่ะก้อ :blowup ต่อไว้ถนอมหลอดครับ หายากๆอยู่ :'(
-
ผมดันใช้ R chip (1/10w ตัวเล็กมากๆๆๆ) มาทำ R feed back กะว่าจะให้ทางเดินมันสั้นสุดๆ ไปเลย
ไว้ทำเทียบแล้วได้ผลไงบอกด้วยนะครับ อยากรู้ว่า R feed back สั้นมากๆ แบบนี้ มันเห็นผลขนาดไหนครับ ถ้าดีจะได้ทำม่าง กะว่าจะทำอีกสัก 2-3 ตัว... :victory
-
PCB Soft start ครับ ส่วน
วงจร Soft start เอามาจาก CEW ฉบับที่ 197 ครับ
ผมเอามาดัดแปลงลายปริ้นนิดหน่อย
เพราะ relay แบบต้นฉบับแถวบ้านผมรู้สึกจะไม่มีครับ
ยังไม่ได้ลองเหมือนกันครับ เพิ่งออกแบบ PCB เสร็จเมื่อกี้ครับ
-
ขอบคุณ คุณ Mr. One และคุณ Wasin มากครับ เดี๋ยวลองทำดูครับ หาอุปกรณ์ก่อน....
ไว้ทำเทียบแล้วได้ผลไงบอกด้วยนะครับ อยากรู้ว่า R feed back สั้นมากๆ แบบนี้ มันเห็นผลขนาดไหนครับ ถ้าดีจะได้ทำม่าง กะว่าจะทำอีกสัก 2-3 ตัว... :victory
ได้ครับ เดี๋ยวลองดู กำลังมันมือ... ว่าแต่พี่ ทำเยอะจังนะครับ สงสัยทำชุดไว้ดูหนังหรอครับ
-
ขอความรู้หน่อยครับผม พอดีต่อ noninvert gainclone ไว้ดูหนังฟังเพลง เรื่องฮัมไม่มีปัญหาครับ ใช้งานได้ดีเสียงดี แต่มีปัญหาคือหลังปิดสวิตซ์เครื่องประมาณ 1 วินาที จะมีเสียงปุกหรือ ตุบ ออกลำโพงครับ เลยอยากทราบวิธีแก้เสียงปุกออกลำโพงหลังปิดสวิตซ์ หน่อยครับ ผมลองแล้วโดยเอา C input coupling ออกอาการดังกล่าวก็หายไป แต่ถ้าใส่ไว้เสียงมันดีกว่า ตามชนิดของ C ที่ลองใส่ไป และน่าจะช่วย บล๊อค ไฟ DC ด้วย เลยไม่อยากแก้ปัญหาโดยการถอดออกครับ มีวิธีอื่นไหมครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ ???
ที่มันดัง ตอนปิดเครื่อง ผมเข้าใจว่า เกิดจาก ไฟซีก บวก และ ลบ ไม่เท่ากัน ทำให้เกิด DC ออกไปทางลำโพง การปิดสวิทซ์ ไฟที่จ่ายให้ Opamp มาจากการ Discharge ของ C Filter ที่ใช้ครับ C ทั้ง 2 ตัวต้องมีคุณสมบัติเหมือนกัน ไม่งั้น โวทล์ (กระแส) ที่ Discharge ออกมาจาก C มีค่าไม่เท่ากัน ก็จะมีความต่างศักดิ์ ที่ลำโพงเกิดขึ้น การออกแบบ Gaincard เน้นอุปกรณ์ นอนชิ้น มันเป็นไปได้ที่จะเกิดเสียงเหล่านี้ ไม่ว่าจะเปิด หรือปิด ถ้าอุปกรณ์ ไม่ดีจริงๆ แม้แต่ Giancard ที่คัดสรรค์อุปกรณ์ อย่างดีแล้ว ยังต้องมีสวิทซ์ เพื่อตัดเสียงออกลำโพง ก่อนที่จะป้อน หรือ ถอนไฟออกจากวงจรครับ
-
ว่าแต่พี่ ทำเยอะจังนะครับ สงสัยทำชุดไว้ดูหนังหรอครับ
ป่าวครับ ทำเพื่อลองเทียบแต่ละเวอชั่นน่ะครับ แล้ว กะว่าจะทำให้พี่+เพื่อนนอกวงการเอาไปใช้ :headphone
-
ที่มันดัง ตอนปิดเครื่อง ผมเข้าใจว่า เกิดจาก ไฟซีก บวก และ ลบ ไม่เท่ากัน ทำให้เกิด DC ออกไปทางลำโพง การปิดสวิทซ์ ไฟที่จ่ายให้ Opamp มาจากการ Discharge ของ C Filter ที่ใช้ครับ C ทั้ง 2 ตัวต้องมีคุณสมบัติเหมือนกัน ไม่งั้น โวทล์ (กระแส) ที่ Discharge ออกมาจาก C มีค่าไม่เท่ากัน ก็จะมีความต่างศักดิ์ ที่ลำโพงเกิดขึ้น การออกแบบ Gaincard เน้นอุปกรณ์ นอนชิ้น มันเป็นไปได้ที่จะเกิดเสียงเหล่านี้ ไม่ว่าจะเปิด หรือปิด ถ้าอุปกรณ์ ไม่ดีจริงๆ แม้แต่ Giancard ที่คัดสรรค์อุปกรณ์ อย่างดีแล้ว ยังต้องมีสวิทซ์ เพื่อตัดเสียงออกลำโพง ก่อนที่จะป้อน หรือ ถอนไฟออกจากวงจรครับ
ขอบคุณครับที่แนะนำครับ
คุณJamrat หมายถึง C6 C7 หรอครับ (ผมใช้ C panasonic ครับ)
หรือ ว่า หมายถึง C1 ครับ (ที่ตอนนี้ถอดมันออกอยู่ เพราะถอดแล้วมันไม่ "ตุบ" หลังปิดเครื่อง 2 วินาทีครับ)
วงจรนี้ผมก็ทำครับ ฮาร์ดวาย แต่ไม่มีเสียงตุ๊บดังว่า.... ลองเปลี่ยน C1 ดูว่าหายไหมนะครับ... :victory
วงจร T-Network ผมไม่มี C1 ตัวนี้ครับ ผมว่าเรนจ์เสียงกว้างขึ้น ครับ... O0
พี่ไทใช้ C1 C6 C7 ของอะไรครับ (ตอนนั้น)
-
ช่วงที่ผมทำ Gainclone ทั้ง Invert และ Non-Invert ยังไม่เคยทำแอมป์หลอด เลยไม่รู้จักว่า C oil เป็นไงเลยไม่ได้ใช้ครับ.... ทำให้ C1 ผมใช้แค่ SCR กับ Solen ค่าระหว่าง 2.2 / 3.3 / 4.7 ครับ
ส่วน C6 / C7 ผมใช้พานาโซนิค 1000uf-1500uf ครับ
หม้อแปลงเทอรอยด์ 18-0-18 240va 2 ลูกครับ
กรณีย์ของคุณ saranyo ผมว่าลองเปลี่ยนแค่ C1 ครับ หายี่ห้อดีๆ ค่าที่เท่ากันทั้ง 2 ข้างครับ (แต่ผมไม่ได้ใช้ C1 กับวงจร T-Network ผมชอบมากกว่า ส่วน 2 เวอร์ชั่นแรกยังไม่ได้ลองเอาออกครับ)
-
มารายงานการแก้ไขครับ...
C1 หมดปัญญาจะสรรหามาใส่ครับ ที่มีอยู่ทุกคู่ในมือ ใส่แล้ว บางตัวก็ดีขึ้น บางตัวก็แย่ลง แต่ทั้งหมดคือทำให้เกิดปัญหาการมีเสียง ตุบ delay มาหลังปิดเครื่อง สรุปเลยไม่ใส่มันซะ ตอนเลยเปลี่ยนมาใส่ C carbon แทน เสียงจะได้เนียนๆ นุ่มๆเผื่อช่วยได้ (พอดีได้ allen bradley มาวันก่อน)
มองๆไปมาอยากเพิ่ม ไดนามิก และเบส อีก จึงเพิ่ม หม้อแปลงพาวเวอร์อีกลูก ขับมันข้างละลูกเลย
รูปบน lm3886 จากอมร ตอนนี้สู้ 3875 ไม่ได้ เลยรื้อเอาแท่นมาทำ แบบแยกพาวเวอร์ supply ซะ
รูปล่าง เลยเป็นอย่างที่เห็นครับ ซ้อน 2 ชั้นเลย....
-
ภายในแปลงร่างเป็นแบบนี้ครับ..ก็ดีเหมือนกัน จะได้มีที่เหลือตรง ซิงค์เอาไว้ ทำอีก 1 คู่ แบบคนละวงจร หรือไม่ก็ ทดลอง R feedback อย่างที่เคยว่าไว้....ต่อไป 8)
-
ไม่น่าจะเกี่ยว C1 เลยครับน่าจะเกี่ยวกับการวางตำแหน่งของตัวอุปกรณ์และการเดินสายมากกว่าครับ
-
ไม่น่าจะเกี่ยว C1 เลยครับน่าจะเกี่ยวกับการวางตำแหน่งของตัวอุปกรณ์และการเดินสายมากกว่าครับ
ผมทดลองแล้วครับ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงตำแหน่งอุปกรณ์อื่นเลย ครับ แต่พอใส่เข้าไปก็เป็นเรื่องครับ แนะนำผมหน่อยครับ ว่าควรทำไงดี... ???
-
ขอบคุณครับที่แนะนำครับ
คุณJamrat หมายถึง C6 C7 หรอครับ (ผมใช้ C panasonic ครับ)
หรือ ว่า หมายถึง C1 ครับ (ที่ตอนนี้ถอดมันออกอยู่ เพราะถอดแล้วมันไม่ "ตุบ" หลังปิดเครื่อง 2 วินาทีครับ)
Quote from: ไท… on 09 February, 2007, 06:38:56 PM
ตอนปิดเครื่อง อาจมีเสียงแปลกๆขึ้นได้ครับ เพราะตอนนั้น C1 จะ Discharge ผ่าน R2 ลง ground ซึ่งมันทำให้เกิด DC ตกคร่อมที่ R2 เกิดเป็นสัญญาญ ส่งเข้า 3875 ขยายได้ ชึ่งจะมีเสียงมากหรือน้อย หรือต้องนานเท่าไรถึงจะดัง ก้ขึ้นอยู่กับ ค่า ของ r และ c นั้นๆ ผมอยากให้ลองจังเลยครับ
1 หรี่ โวลุ่ม มาจุดต่ำสุด (R1 ลง ground) ปิด amp มีเสียงไหม
2 หรี่ โวลุ่ม มาจุดต่ำสุด (R1 ลง ground) ปิด CD ปิด amp มีเสียงไหม
และอีกอย่างครับ offset วัดได้กี่ มิลิโวลท์ ครับ
-
ขอบคุณมากๆครับ คุณjamrat ที่ช่วยแนะนำ :)
ตอนนี้แก้ปัญหาได้แล้วครับ...!!! :yahoo :yahoo เป็นไปตามที่คาดครับ ค่า C1 กับ R2 มีผลกับปัญหานี้ สำหรับกรณีผม C ค่า 0.15 uF ลองค่าR2 แล้ว ที่ค่าไม่เกิน 15k จะไม่เกิดเสียง ของ C1 Discharge ผ่าน R2 ออกลำโพงตอนปิดเครื่องครับ(ผมใช้ที่12K เสียงไม่ต่างจากเดิมที่ใช้ค่า 22K) นอกจากนี้ผมลองหลายๆค่าครับ พบว่า ที่ค่าต่ำๆลงไป(ประมาณ 10Kและต่ำกว่า)เสียงจะเครียดๆ และจัด แหลมมามากไป
และที่พบโดยบังเอิญก็คือว่า ที่ R2 นี้ผมใช้ R Carbon film 5 % เสียงที่ได้กลับฟังสบายและ soft ลง ไม่คม เหมือน ใช้ R 1% ครับ (ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันแฮะ...!!!)
นอกจากนี้ตามที่เคยคุยกับพี่ไท เรื่องที่ทดลองชนิด ของ R feedbackผมได้ทลองเปลี่ยนจาก R Chip มาใช้ R ยี่ห้อ Resista ซื้อจาก นัฐพงศ์ ค่าเท่าเดิม และบัคกรี ให้ใกล้ขามากที่สุด ผมลองฟังเสียงที่ได้ปรากฎว่าสู้ R chip ไม่ได้ครับในทุกด้านเลย ที่ฟังได้ชัดคือรายละเอียด ความลื่นไหล เสียงแหลมไปไกลกว่า ส่วนเบสใกล้เคียงแต่เสียงมัวๆลงไป เสียงจากไม่กว้างและชัดเท่า R chip ครับ c)
อยากให้พี่ไทและท่านอื่นๆลองนะครับ ราคาถูก จึงสามารถซื้อมาเยอะๆเพื่อวัดค่า match ก่อนใช้ได้เลย ปัญหาคือทำยากต้องมีปากกาจับเครื่องมือ ช่วยในการทำงานด้วย และอย่าแช่หัวแร้งไว้นานเกิน ต้องรีบบัคกีให้เร็วเพราะตัวมันบอบบางครับ (ทนได้ 1/10W เองครับ)
ขอบคุณคุณJamrat อีกครั้งมีอะไรเพิ่มเติมช่วยแนะนำด้วยนะครับผม :bye1
-
ค่า C1 กับ R2 มีผลกับปัญหานี้ สำหรับกรณีผม C ค่า 0.15 uF ลองค่าR2 แล้ว ที่ค่าไม่เกิน 15k จะไม่เกิดเสียง ของ C1 Discharge ผ่าน R2 ออกลำโพงตอนปิดเครื่องครับ(ผมใช้ที่12K เสียงไม่ต่างจากเดิมที่ใช้ค่า 22K) นอกจากนี้ผมลองหลายๆค่าครับ พบว่า ที่ค่าต่ำๆลงไป(ประมาณ 10Kและต่ำกว่า)เสียงจะเครียดๆ และจัด แหลมมามากไป
มีการทดลองกัน ผมจำไม่ได้แล้วว่าใน web ไหน เขาบอกว่า R2 = R4 (เสียง)จะดีที่สุด การที่ลด R ลงโดยใช้ C เท่าเดิมจริงๆเสียงแหลมไม่ได้เพิ่มหรอกครับ แต่ความถี่ต่ำถูกกดลงครับ เลยดูเหมือนเสียงสูงมันมากขึ้น คำนวนจาก f = 1/(2 x 22/7 x Rin x C2) f = ความถี่ต่ำสุด ที่ลดลง 3 db, Rin = R2 ขนานกับ R ภายใน Opamp ซึ่งประมาญได้เท่ากับ R2 จะเห็นว่าเมือค่า R ยิ่งน้อย จุด Cutoff ของความถี่ต่ำยิ่งสูงขึ้นครับ :black_eye
ลองออกแบบวงจรหน่วงเวลาใช้ IC 555 ก็ได้ครับ ใช้รีเรย์ Normally close , short จุดร่วม ระหว่าง ขา 7 และ c1 และ R2 ลง ground สิครับ หน่วงไว้สัก 30 วินาที เวลาเปิด input จะ short ลง ground ดังนั้น ใช้ร่วกับภาคหน้าที่เป็นหลอดได้แน่ๆ และเวลาปิดเครื่อง ตำแหน่งนี้ลง ground ไม่มีเสียงลำคารแน่ๆ และไม่มีผลต่อเสียงครับ
แน่นอนครับ R แต่ละชนิดมีผลต่อเสียง ก็แล้วแต่ชอบครับ ;)
-
ผมคงไม่เก่งพอจะออกแบบวงจร หน่วงจาก IC 555 แน่เลยครับ :giveup ใครพอมีวงจรรบกวนหน่อยครับ เพราะไม่แน่อาจจับหลอดมาลองไว้หน้า gain clone ดู และที่สำคัญจะได้จบปัญหา เสียงที่เกิดจาก C2 discharge ด้วยครับ..
-
ตัวช่วยคำนวนสำหรับ 555 ครับ :) http://freespace.virgin.net/matt.waite/resource/handy/pinouts/555/ (http://freespace.virgin.net/matt.waite/resource/handy/pinouts/555/)
-
นี้เขารวบรวมไว้ และมีตัวอย่าง ดีมากครับ
http://home.cogeco.ca/~rpaisley4/LM555.html#30
http://home.cogeco.ca/~rpaisley4/LM555.html
-
ขอบคุณทั้ง 2 ท่านมากครับ ใจดีจริงๆ เดี๋ยงลองดูครับ..
-
ขอความรู้หน่อยครับผม พอดีต่อ noninvert gainclone ไว้ดูหนังฟังเพลง เรื่องฮัมไม่มีปัญหาครับ ใช้งานได้ดีเสียงดี แต่มีปัญหาคือหลังปิดสวิตซ์เครื่องประมาณ 1 วินาที จะมีเสียงปุกหรือ ตุบ ออกลำโพงครับ เลยอยากทราบวิธีแก้เสียงปุกออกลำโพงหลังปิดสวิตซ์ หน่อยครับ ผมลองแล้วโดยเอา C input coupling ออกอาการดังกล่าวก็หายไป แต่ถ้าใส่ไว้เสียงมันดีกว่า ตามชนิดของ C ที่ลองใส่ไป และน่าจะช่วย บล๊อค ไฟ DC ด้วย เลยไม่อยากแก้ปัญหาโดยการถอดออกครับ มีวิธีอื่นไหมครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ ???
Simply insert a 1 K resistor just between the pin 7 and the coupling cap. It works in my case.
This res prevents currents from entering the amplifiers non-inverting input which may be passed through to the load upon power-down of the system due to the low input impedance of the circuitry when the under-voltage
circuitry is off. This phenomenon occurs when the supply voltages are below 1.5V.
-
Thank you very much Mr.Emmy's Daddy for your experience O0.I'll try that this evening and hope it solve my problem.I'm now worrying about the unequal value for R2 and R4 that Mr.Jamrat mention before. It may psychological problem for my ear right now ever the sound 's very good.It'd be better if I leave it as original value for R2 and Simply insert a 1 K resistor between the pin 7 and the coupling cap.I hope my case would be the same.
-
.... the unequal value for R2 and R4 ...
The value of R2 and R4 ideally should be the same (for Non-inverting mode). My understanding is that it will help reducing the DC offset at output.
-
ฮีทซิงค์ยาวๆสวยๆแบบนี้ซื้อที่ไหนอ่ะครับ
ผมเห็นมีขายที่บ้านหม้อสแควครับ ชั้น๑ เข้าไปอยู่ขวามือก่อนถึงร้าน REMET ที่ขายอุปกรณ์ไว้โมเครื่องหลอดครับ
-
Simply insert a 1 K resistor just between the pin 7 and the coupling cap. It works in my case.
This res prevents currents from entering the amplifiers non-inverting input which may be passed through to the load upon power-down of the system due to the low input impedance of the circuitry when the under-voltage
circuitry is off. This phenomenon occurs when the supply voltages are below 1.5V.
เรียนคุณEmmy's Daddy ครับ ผมได้ทดลองแก้ไขตามวิธีดังกล่าวแล้วครับ แต่มันก็ยังมีเสียงอยู่ดีครับ (ตอนปิดสวิตซ์ ตื่นเต้นมาก ลุ้นผล.. ???) ผมเลยทดลองเพิ่มค่าเข้าไป จนถึง 22K ก็ยังไม่หายครับ นั่ง งงๆ มองอยู่นานก็ไม่รู้จะทำไงครับ :'(
เลยนึกถึงวิธีของคุณJamrat ที่ช่วยแนะนำไว้ คือshort จุดร่วม ระหว่าง ขา 7 และ c1 และ R2 ลง ground ไว้ ผมทำเป็นลักษณะ สวิตซ์ mute ครับเพราะไม่อยากเพิ่ม วงจร Delay (มันอาจยุ่งยากเกินไปสำหรับผม ) ซึ่งก็ช่วยได้ดีมากครับ (ไม่มีผลต่อเสียง ไม่ผลต่อทางเดินสัญญานด้าน out put) สงสัยคงจะแก้ด้วยวิธีนี้ล่ะครับ....
ขอขอบคุณคุณ Emmy's Daddy และคุณJamrat มา ณ โอกาศนี้ด้วยครับ :)
-
ยินดีด้วยครับ c) c) c)
-
ยินดีด้วยครับ ไอเดียดี เดี๋ยวผมเอาด้วยคนครับ... แต่คงเอา IC555 มาตัดการทำงานของรีเลย์ตอนช๊อตลงกราวด์ครับ มีอีกวิธีคือ หลัง C1 ให้เอา R ค่า 10 Ohm มาใส่ระหว่าง C1 และ R2 ครับ คือต่อก่อนเข้า 3875 ครับ อันนี้ก็พอช่วยได้นะครับ ผมใช้วิธีนี้อยู่ เวลาปิดไม่มีเสียง แต่ตอนเปิดมีนิดๆครับ
การทำงานคือ เมื่อตอนที่ C1 มีการ Spark ช่วงเปิดใหม่ๆแล้วคลายประจุส่ง DC เข้าไปยัง 3875 จะถูก R 10 Ohm จำกัดกระแสที่ไหลผ่านลงทำให้เสียงที่ออกไปยังลำโพงก็พลอยเบาลงด้วยครับ
-
ฮีทซิงค์ยาวๆสวยๆแบบนี้ซื้อที่ไหนอ่ะครับ
ผมเห็นมีขายที่บ้านหม้อสแควครับ ชั้น๑ เข้าไปอยู่ขวามือก่อนถึงร้าน REMET ที่ขายอุปกรณ์ไว้โมเครื่องหลอดครับ
เป็นร้านที่ขายซิงค์ที่แพงมากๆร้านนึงครับ :secret
3875 ของผมก็เป็นครับ พอปิด ซักสามวิจะมีเสียงแปลกๆโผล่มาแวบนึง แล้วหายไป
ของผมไม่ต่อ C1 ครับ ก็ไม่มีอาการอะไร O0
-
ฮีทซิงค์ยาวๆสวยๆแบบนี้ซื้อที่ไหนอ่ะครับ
ผมเห็นมีขายที่บ้านหม้อสแควครับ ชั้น๑ เข้าไปอยู่ขวามือก่อนถึงร้าน REMET ที่ขายอุปกรณ์ไว้โมเครื่องหลอดครับ
เป็นร้านที่ขายซิงค์ที่แพงมากๆร้านนึงครับ :secret
3875 ของผมก็เป็นครับ พอปิด ซักสามวิจะมีเสียงแปลกๆโผล่มาแวบนึง แล้วหายไป
ของผมไม่ต่อ C1 ครับ ก็ไม่มีอาการอะไร O0
ของผมมีอยู่ตัวนึงดังเป็นเสียงเพลงเลยล่ะครับ
พอปิดจะเงียบไปพักนึงแล้วจะมีเสียงเพลงดังขึ้นมาแบบไม่ชัดประมาณ 1-2 วิแล้วก็เงียบสนิท :D
-
พอปิดจะเงียบไปพักนึงแล้วจะมีเสียงเพลงดังขึ้นมาแบบไม่ชัดประมาณ 1-2 วิแล้วก็เงียบสนิท
พูดเจงเหรอครับ แปลกดี .... ผมว่า Gainclone แต่ละคนทำนี่มันมีอะไรปลีกย่อยแตกต่างกันออกไปอีก แบบนี้เป็นอาร์ตดีครับ สงสัยก่อนประกอบเครื่อง ต้องทำสมาธิ จิตใจปลอดโปร่ง เครื่องจะได้ออกมาดีๆ ครับ... ของผมทำมาที่เจอปัญหาก็พวกฮัม แต่ก็ปราบอยู่หมด (โดยคนอื่นช่วยปราบ 555)
-
พอปิดจะเงียบไปพักนึงแล้วจะมีเสียงเพลงดังขึ้นมาแบบไม่ชัดประมาณ 1-2 วิแล้วก็เงียบสนิท
พูดเจงเหรอครับ แปลกดี .... ผมว่า Gainclone แต่ละคนทำนี่มันมีอะไรปลีกย่อยแตกต่างกันออกไปอีก แบบนี้เป็นอาร์ตดีครับ สงสัยก่อนประกอบเครื่อง ต้องทำสมาธิ จิตใจปลอดโปร่ง เครื่องจะได้ออกมาดีๆ ครับ... ของผมทำมาที่เจอปัญหาก็พวกฮัม แต่ก็ปราบอยู่หมด (โดยคนอื่นช่วยปราบ 555)
ที่แปลกยิ่งกว่าคือตอนต่อใหม่ๆไม่เป็น ใช้ไปสองสามเดือนถึงเป็น
ทีแรกนึกว่า C electrolyte มีปัญหา แต่เปลี่ยนแล้วมันก็ไม่หาย เป็นสองข้างเลยด้วย
ฟังอย่างอื่นก็ปกติดี เสียงก็ดีกว่าตอนต่อใหม่ๆ วัด DC offset ก็น้อยมากๆ ก็เลยช่างมัน ฟังไปทั้งอย่างนี้แหล่ะ ;D
-
ของผมมีอยู่ตัวนึงดังเป็นเสียงเพลงเลยล่ะครับ
พอปิดจะเงียบไปพักนึงแล้วจะมีเสียงเพลงดังขึ้นมาแบบไม่ชัดประมาณ 1-2 วิแล้วก็เงียบสนิท :D
อืมม อาการเดียวกันครับ แต่ผมเป็นแต่แรกเลย :headphone d_d
คงแบบที่พี่ Jamrat บอกมั้งครับ Cfilter มันคายประจุไม่เท่ากัน เกิดความต่างศักย์ กระแสไหล วงจรก็ทำงาน
แต่ไฟตอนนั้นมันลดลงมามากแล้ว เสียงเลยแตกๆแปลกๆ ;D
ดูแล้วก็ไม่น่าเป็นห่วงอะไรครับ :wiggle
-
แน่ะนำคุณ 100db ครับ แสดงว่าหม้อแปลงที่ใช้กระแสน้อยไปครับ หรือไม่ก็ไม่เต็ม... ไม่ทราบว่าใช้หม้อแปลงที่มีแรงดันเดียวเต็มลูกรึป่าวครับ ถ้าไม่ใช่แน่ะนำให้เปลี่ยนเป็นเทอร์รอยแรงดันเดียว กระแส 5A ขึ้นไปครับ และจะดีขึ้น หรือให้ดีที่สุดให้แยกภาคจ่ายไฟออกเป็นสองชุดข้างใดข้างมันไปเลยครับ รับรองว่าอาการเสียงแปลกๆซื้ดๆจะหายไปในบันดล
ก่อนทำตามที่ผมแน่ะนำ..ให้ลองถอด input ออกข้างใดข้างนึงแล้วฟังดูว่ายังมีเสียงแบบนี้อยู่หรือไม่ ถ้าหายเป็นปลิดทิ้งก็แสดงว่ากระแสไม่พอครับ แต่ถ้ายังเป็นเหมือนเดิมคงต้องลดค่า R Feedback(R ที่ต่อคร่อมขา 3 กับขา 8 ) ลง ผมใช้ 20K ไม่มีปัญหาใดๆครับ แต่เกณฑ์การขยายจะลดลงนะครับ(ถ้าของเดิมเป็น 22K ก็ไม่ต้องเปลี่ยนครับ) ผมแน่ะนำให้ใช้ค่า 39K 1/2 W ต่อดู เสียงที่ได้จะสดและมีความเป็นดนตรีสูงมาก แต่กระแสของหม้อแปลงต้องสูงพอนะครับ และหากท่านใดใช้แรงดัน 12-0-12V แน่ะนำให้หาหม้อแปลง 7A ขึ้นไปหรือสั่งพันก็จะให้ความแตกต่างของเสียงมากพอควรครับ
สรุปคือเท่าที่เล่น Gainclone มา ทำให้รู้ว่ากระแสไฟมีผลอย่างมากในการขับเคลื่อน LM3875 โขอยู่ และเป็นแอมป์ที่สามารถบอกความแตกต่างในเรื่องการใช้อุปกรณ์ได้ดีทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงค่า R Feedback หรือ C มันค่อนข้างจะบอกความชัดเจนของอุปกรณ์ได้สูงเลยทีเดียว หากคุณต้องการที่จะศึกษาว่า C ยี่ห้อไหนเสียงต่างกันยังไง ผมแน่ะนำให้ลองเปลี่ยนกับแอมป์ชุดนี้ คุณจะรู้เลยว่าอันไหนเสียงเป็นยังไง... หากจะสังเกตุตัว Gaincard ต้นฉบับจะแยกภาคจ่ายไฟออกไปและตัวใหญ่พอสมควร ฉะนั้นผมคิดว่าการบังคับกระแสให้คงที่และเพียงพอเป็นเรื่องที่ต้องทำก่อนอันดับแรกครับ Y]
-
แน่ะนำคุณ 100db ครับ แสดงว่าหม้อแปลงที่ใช้กระแสน้อยไปครับ หรือไม่ก็ไม่เต็ม... ไม่ทราบว่าใช้หม้อแปลงที่มีแรงดันเดียวเต็มลูกรึป่าวครับ ถ้าไม่ใช่แน่ะนำให้เปลี่ยนเป็นเทอร์รอยแรงดันเดียว กระแส 5A ขึ้นไปครับ และจะดีขึ้น หรือให้ดีที่สุดให้แยกภาคจ่ายไฟออกเป็นสองชุดข้างใดข้างมันไปเลยครับ รับรองว่าอาการเสียงแปลกๆซื้ดๆจะหายไปในบันดล
ก่อนทำตามที่ผมแน่ะนำ..ให้ลองถอด input ออกข้างใดข้างนึงแล้วฟังดูว่ายังมีเสียงแบบนี้อยู่หรือไม่ ถ้าหายเป็นปลิดทิ้งก็แสดงว่ากระแสไม่พอครับ แต่ถ้ายังเป็นเหมือนเดิมคงต้องลดค่า R Feedback(R ที่ต่อคร่อมขา 3 กับขา 8 ) ลง ผมใช้ 20K ไม่มีปัญหาใดๆครับ แต่เกณฑ์การขยายจะลดลงนะครับ(ถ้าของเดิมเป็น 22K ก็ไม่ต้องเปลี่ยนครับ) ผมแน่ะนำให้ใช้ค่า 39K 1/2 W ต่อดู เสียงที่ได้จะสดและมีความเป็นดนตรีสูงมาก แต่กระแสของหม้อแปลงต้องสูงพอนะครับ และหากท่านใดใช้แรงดัน 12-0-12V แน่ะนำให้หาหม้อแปลง 7A ขึ้นไปหรือสั่งพันก็จะให้ความแตกต่างของเสียงมากพอควรครับ
สรุปคือเท่าที่เล่น Gainclone มา ทำให้รู้ว่ากระแสไฟมีผลอย่างมากในการขับเคลื่อน LM3875 โขอยู่ และเป็นแอมป์ที่สามารถบอกความแตกต่างในเรื่องการใช้อุปกรณ์ได้ดีทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงค่า R Feedback หรือ C มันค่อนข้างจะบอกความชัดเจนของอุปกรณ์ได้สูงเลยทีเดียว หากคุณต้องการที่จะศึกษาว่า C ยี่ห้อไหนเสียงต่างกันยังไง ผมแน่ะนำให้ลองเปลี่ยนกับแอมป์ชุดนี้ คุณจะรู้เลยว่าอันไหนเสียงเป็นยังไง... หากจะสังเกตุตัว Gaincard ต้นฉบับจะแยกภาคจ่ายไฟออกไปและตัวใหญ่พอสมควร ฉะนั้นผมคิดว่าการบังคับกระแสให้คงที่และเพียงพอเป็นเรื่องที่ต้องทำก่อนอันดับแรกครับ Y]
คิดว่าไม่น่าใช่หม้อแปลงครับ เพราะอาการที่ว่าเป็นหลังปิดสวิทซ์ แล้วอีกอย่างหม้อแปลงที่ผมใช้ 25-0-25, 20A น่าจะเหลือเฟือครับ
ทีแรกเอาไว้ใช้กับ บริดจ์+ขนาน แต่ฟังไปฟังมาเดี่ยวๆฟังดีสุดครับ
อ้อ ผมใช้วงจร invert ครับ input 10k, feedback 221k ได้วงจรมาจากพี่จำรัสตั้งแต่สมัยหัดบัดกรีเลยครับ ;)
-
อ้อ...ผมก็แยกภาคไฟไว้นอกเหมือนกันครับ เวลาต่อเล่นหลายๆตัวก็ไม่ต้องถอดเข้าถอดออกให้ยุ่งยากเสียบปลั๊กอย่างเดียว
ผมใช้ปลั๊กไฟธรรมดาเป็นเต้ารับขาออกชุดไฟ เคยบึ้มเพราะเผลอเสียบไฟ 220 เข้าแอมป์โดยตรงด้วย C ระเบิดปุ๊เลย ;D
-
.. อีกอย่างหม้อแปลงที่ผมใช้ 25-0-25, 20A น่าจะเหลือเฟือครับ
:o :o :o
ทีแรกเอาไว้ใช้กับ บริดจ์+ขนาน แต่ฟังไปฟังมาเดี่ยวๆฟังดีสุดครับ
ลองหมดแล้ว ผลสรุปเหมือนกัน ... ;)
-
ทีแรกเอาไว้ใช้กับ บริดจ์+ขนาน แต่ฟังไปฟังมาเดี่ยวๆฟังดีสุดครับ
ลองหมดแล้ว ผลสรุปเหมือนกัน ... ;)
ผมยังไม่ได้ลอง Jeff Rowland clone 3886 เป็นเรียงเป็นตับ ตัวจริงหลายตังค์ ค่าโคลนก็หลายตังค์อยู่
ให้เกียรติคุณ Emmy's daddy ลองก่อนละกัน ถ้าดีเดี๋ยวผมตาม ;D ;D ;D
http://www.shine7.com/audio/jeff.htm
-
ผมยังไม่ได้ลอง Jeff Rowland clone 3886 เป็นเรียงเป็นตับ ตัวจริงหลายตังค์ ค่าโคลนก็หลายตังค์อยู่
ให้เกียรติคุณ Emmy's daddy ลองก่อนละกัน ถ้าดีเดี๋ยวผมตาม ;D ;D ;D
http://www.shine7.com/audio/jeff.htm
3 ปีที่แล้ว หมดหลายตังค์ อิอิ
เคย DRV134 + LM3886TFx4 (แบบใน http://www.national.com/appinfo/audio/files/BPA-200_Application_Note.pdf )
แต่ไม่ได้ใช้ input transformer Jensen
Transformer 25-0-25/10A + 10,000 x 6 (stereo) + 220UF per rail, elna cap.
Res ballard 0.22/5w , Res feedback 22K+1K (0.5%) +Cap 100UF
Input cap 4.7UF SCR.
Bass สุด ๆ มิติ+แหลมไม่ดี เท่าใช้ ตัวเดียว
ลองกับลำโพง หลายตัว ผลคล้ายๆกัน
อาจเพราะเกิด Time smear
อย่างที่ 47 Lab ว่าไว้ "Only the simplest can accommodate the most complex." ;)
-
ผมยังไม่ได้ลอง Jeff Rowland clone 3886 เป็นเรียงเป็นตับ ตัวจริงหลายตังค์ ค่าโคลนก็หลายตังค์อยู่
:secret ยังมี LM3886TF เหลืออีก 8 แต่คงไม่ลองอีกแล้ว :secret
-
แน่ะนำคุณ 100db ครับ แสดงว่าหม้อแปลงที่ใช้กระแสน้อยไปครับ หรือไม่ก็ไม่เต็ม... ไม่ทราบว่าใช้หม้อแปลงที่มีแรงดันเดียวเต็มลูกรึป่าวครับ ถ้าไม่ใช่แน่ะนำให้เปลี่ยนเป็นเทอร์รอยแรงดันเดียว กระแส 5A ขึ้นไปครับ และจะดีขึ้น หรือให้ดีที่สุดให้แยกภาคจ่ายไฟออกเป็นสองชุดข้างใดข้างมันไปเลยครับ รับรองว่าอาการเสียงแปลกๆซื้ดๆจะหายไปในบันดล
ก่อนทำตามที่ผมแน่ะนำ..ให้ลองถอด input ออกข้างใดข้างนึงแล้วฟังดูว่ายังมีเสียงแบบนี้อยู่หรือไม่ ถ้าหายเป็นปลิดทิ้งก็แสดงว่ากระแสไม่พอครับ แต่ถ้ายังเป็นเหมือนเดิมคงต้องลดค่า R Feedback(R ที่ต่อคร่อมขา 3 กับขา 8 ) ลง ผมใช้ 20K ไม่มีปัญหาใดๆครับ แต่เกณฑ์การขยายจะลดลงนะครับ(ถ้าของเดิมเป็น 22K ก็ไม่ต้องเปลี่ยนครับ) ผมแน่ะนำให้ใช้ค่า 39K 1/2 W ต่อดู เสียงที่ได้จะสดและมีความเป็นดนตรีสูงมาก แต่กระแสของหม้อแปลงต้องสูงพอนะครับ และหากท่านใดใช้แรงดัน 12-0-12V แน่ะนำให้หาหม้อแปลง 7A ขึ้นไปหรือสั่งพันก็จะให้ความแตกต่างของเสียงมากพอควรครับ
สรุปคือเท่าที่เล่น Gainclone มา ทำให้รู้ว่ากระแสไฟมีผลอย่างมากในการขับเคลื่อน LM3875 โขอยู่ และเป็นแอมป์ที่สามารถบอกความแตกต่างในเรื่องการใช้อุปกรณ์ได้ดีทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงค่า R Feedback หรือ C มันค่อนข้างจะบอกความชัดเจนของอุปกรณ์ได้สูงเลยทีเดียว หากคุณต้องการที่จะศึกษาว่า C ยี่ห้อไหนเสียงต่างกันยังไง ผมแน่ะนำให้ลองเปลี่ยนกับแอมป์ชุดนี้ คุณจะรู้เลยว่าอันไหนเสียงเป็นยังไง... หากจะสังเกตุตัว Gaincard ต้นฉบับจะแยกภาคจ่ายไฟออกไปและตัวใหญ่พอสมควร ฉะนั้นผมคิดว่าการบังคับกระแสให้คงที่และเพียงพอเป็นเรื่องที่ต้องทำก่อนอันดับแรกครับ Y]
GC มันมีเสน่ห์ตรงนี้ล่ะครับ sensitive และเล่นได้หลากหลายจริงๆ :headphone
อีกอันที่น่าลองก็ regulated power supply ;D
ผมยังไม่ได้ลอง Jeff Rowland clone 3886 เป็นเรียงเป็นตับ ตัวจริงหลายตังค์ ค่าโคลนก็หลายตังค์อยู่
JR มันขนานกันธรรมดารึเปล่าครับ พอมีวงจรมั้ยครับ :) ถ้ามีภาคจ่ายไฟขอด้วยนะครับ ;)
:secret ยังมี LM3886TF เหลืออีก 8 แต่คงไม่ลองอีกแล้ว :secret
ลงหน้าซื้อขายก็ได้ครับพี่ เปลี่ยนมือให้น้องๆเล่นมั่ง :headphone d_d :drunk
ที่พี่เคยลองเล่นกับ Cfilter ค่าสูงๆพี่ได้ใส่ snubber ไว้ด้วยมั้ยครับ :help
-
พี่เคยลองเล่นกับ Cfilter ค่าสูงๆพี่ได้ใส่ snubber ไว้ด้วยมั้ยครับ :help
เคยลองวงจรนี้ กับ LM3875 (220UF per rail, papa FC) ต่างกันหน่อยที่ผมใช้ 25-0-25V / 250V กับ MU820
(http://www.chipamp.com/images/ps.gif)
Bass ดี+แน่นกว่า Classic gainclone มาก เหมาะกับลำโพงที่ขับยาก ๆ
แต่ เสียงมัน คล้ายไปทางกับเครื่อง solid state .... กลาง + แหลม + มิติคนละแนวกับ Classic gainclone .... แล้วแต่คนชอบ นานาจิตตังครับ
เสียงอย่างเดียว ฟังเบาๆ เสียงเบส แหลม รายละเอียด จมหายหมดเลย
เคยใช้ pre หลอด (SL-1 clone) กับ gainclone ลงตัวดีเหมือนกัน เสียงอิ่มขื้นมาก
-
JR "น่าจะ" เป็นสามตัวขนานกันแล้วจับมาบริดจ์ ทีนี้มันก็จะรับ 4 Ohm ได้แบบสบายๆ :)
-
:o สุดยอดเลยครับคุณ 100db ไปหามาจากไหนครับ 20A เนี่ย... :clap ผมอยากได้บ้าง ช่วยบอกแหล่งซื้อได้ป่าวครับ ถือว่าเอาบุญ :'(
-
:o สุดยอดเลยครับคุณ 100db ไปหามาจากไหนครับ 20A เนี่ย... :clap ผมอยากได้บ้าง ช่วยบอกแหล่งซื้อได้ป่าวครับ ถือว่าเอาบุญ :'(
ซื้อต่อชาวบ้านมาครับ ;D
เห็นว่าสั่งเข้ามาจากใต้หวันหรืออะไรประมาณนี้ล่ะ
-
:headphone ขออนุญาตเอาของเก่ามาเล่าใหม่อีกทีครับ เรื่องของ Rectifier ครับ ผมลองเอา C 220 nF 63V(ไม่แน่ใจว่าค่านี้ป่าวมันเขียน 220nJ 63) คร่อมที่ไดโอดช่วยได้หน่อยนึงครับ ตอนนี้ปิดเสียงไม่ดัง แต่เปิดดังปุ๊นิดๆครับ ??? แต่หม้อแปลงคุณ 100db สุดยอดเลยครับอยากได้บ้างจังครับ O0
-
มีพี่ท่านนึงใช้ 15A สองลูกน่ะ โหดกว่าอีก ;D
วันก่อนเพื่อนยก(เรียกว่าลากน่าจะตรงกว่า)หม้อแปลงรถไฟ เข้า 230 ออก 220 การันตีที่ 3kw มาให้ลองเล่นเป็นเครื่องกรองไฟ
ขนาดประมาณ 10" x 10" x 10"
อันนี้ถึงจะสุดยอด.....หนัก ;D