HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: นิ่ม ที่ 28 กุมภาพันธ์, 2007, 08:23:23 pm
-
เพื่อนทำสายลำโพงช็อตกัน พังเกลี้ยง2ข้างเลย แล้วก็ยกให้ผมซ่อมแต่ตอนนี้ผมเล่นหลอดหนังสือทรานซิสเตอร์เก่าๆไม่รู้ว่าให้ใครยืมหายหมด ท่านใดมีขอหน่อยครับเอาวงจรกับตำแหน่งอุปกรณ์ด้านบนครับ ขอบคุณครับ
-
วงจร และรายละเอียดทั้งหมดอยู่ในหนังสือ เครื่องเสียงวัตต์สูงเล่มนี้ครับพี่ :)
ผมมีหนังสือ แต่มีมีเครื่องสแกนเนอร์ พยายามใช้กล้องมือถือถ่ายอย่างไรก็ไม่ชัดครับ :-\ รอท่านอื่นๆ มา post ช่วยครับ
ยังมีในหนังสือรวมโครงงานอีกเล่มครับ สีเขียวๆ น่าจะเป็นเล่ม 5 ตอนนี้ผมหาไม่เจอแล้ว K]
-
พอดูได้ไหม ไม่มี Scanner
-
พอดูได้ไหม ไม่มี Scanner
ได้ครับ ขออุปกรณ์ด้านบนปริ้นด้วยครับ ถอดแล้วลงไม่ถูก
-
ลองดูอันนี้นะครับ
-
วงจรผมว่าไม่ค่อยจำเป็นครับ ตอนนี้ลองหา TR เบอร์ที่จะมาเปลี่ยนแทนของเดิมก่อนดีกว่า ไม่แน่ใจว่ายังมีขายครบทุกเบอร์หรือเปล่า?? (ผมห่าง Solid ไปซะนาน :nonono) ผมว่าอาการขนาดนี้ จานบินติด Sink น่าจะไป อาจจะทะลุลามไป Short ยัง Driver อีกด้วยครับ ตอนเปลี่ยนต้องไล่ให้แน่ใจครับ ถอดออกมาวัดเลยตัวต่อตัว และต้องเปลี่ยนให้หมดก่อนเสียบไฟ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวไปอีก คุญนิ่มลองซ่อมดูครับ ไม่ยาก :victory
-
อะไหล่หาไม่ยากครับ มีขายครบทุกตัวครับ ราคา Tr เอ้าท์พุท อยู่ที่ประมาณตัวละ 80 บาท ถ้าของ Moto จะแพงกว่าอยู่ที่ประมาณ 100 บาท ต่อตัวนะครับ
-
คุณนิ่มครับ
ถอดเพาเว่อร์ทรานซิสเตอร์
ถอดทรานซิสเตอร์ไดรฟ์(ติดซิ้งค์)ทั้งสองคู่ออกก่อน
ทำความสะอาดปริ้นท์
ยังไม่ต้องปรับอาร์เกือกม้านะครับ เอาไว้ตำแหน่งเดิมนั่นแหละ
จัดการเปลี่ยน BD 139 ตัวชดเชยอุณหภูมิก่อน
ขณะนี้ ไม่มีตัวไดรฟ์ สองคู่ และเพาเว่อร์ทรานซิสเตอร์นะครับ
จากนั้นป้อนไฟเข้าไปตามเดิม วัดไฟดูว่าปกติไหม
โดยทั่วไป มักจะพังแค่ สูงสุด ๗ตัว ตามที่บอกไป(ที่บอกให้ถอดออกแล้วก็เปลี่ยน)
ส่วนภาคขยายโวลท์ทั้งหลาย มักไม่เป็นไร
ผมพอทราบบ้างเพราะเคยประกอบและซ่อมมาสองสามรอบจากอาการสายลำโพงชอร์ทนี่แหละ
(วงจรป้องกันลำโพงเอาไม่อยู่ครับ)
จากนั้นจึงค่อยเปลี่ยนไดรฟ์และเพาเว่อร์ชุดใหม่ลงไปแทน
ภาคไดรฟ์ของเดิมใช้ สองคู่เบอร์ตามนี้ (ตัวซีข้างหลัง คืออัตราขยายกระแสจะสูงกว่าเอและบี)
2SD669AC
2SB649AC
ถ้าต้องการไดรฟ์ที่แข็งแรงกว่าหน่อยก็เบอร์ C2238/A968 (แต่ต้องกลับทิศครับ เพราะเรียงขาไม่เหมือนกัน)
ภาคเอ้าท์พุท ไหนๆก็พังแล้ว เอาอย่างนี้ก็ได้ครับ ไม่ต้องไปติดยึดกับ เจ้าจานบินก็ได้
ถ้าลำโพง๘โอห์มใช้คู่เดียว
ถ้าต้องการขับ ๔โอห์ม ใช้สองคู่
2SA1943 2SC5200 ของโตชิบ้า (ของแท้พักหลังจะยิงเลเซ่อร์ทำพาร์ทนัมเบอร์)
ไหนๆก็ทำแล้วถ้าต้องการเสียงดีกว่าก็ถือโอกาส โมฯเลยดีไหม(ซีเก่าๆคงเริ่มเสื่อมบ้างแล้ว)
MUR1620/1620R รองฉนวนยึดกับพื้นเครื่อง(เป็นอลูอยู่แล้วฉ)
3300uF/63V nippon Chemicon x2 ที่ใกล้ไดโอด และx4 ที่เพาเว่อร์ทรานซิสเตอร์(ถ้าใช้เพาเว่อร์ทรานซิสเตอร์สองคู่)
แยกจ่ายไฟแต่ละแชแน่ลเลยครับ
เดินสายไฟในเครื่องใหม่ทั้งหมด สายไฟทั้งหลายใช้สายไฟรถยนต์ไม่เกี่ยงสี (ฉนวนบาง ทองแดงใหญ่ดี แวววาวดีมาก เข้าใจว่ามาจากโรงงานที่ดีทีเดียว)
ทรานซิสเตอร์ก็เล่นได้สนุกไม่เบาครับ
-
ขอนิด เวลาซ่อมช็อตอินพุทกับ g ด้วยนะครับ
-
เพาเวอร์กะว่าจะลอง 2SA1943 2SC5200
ตัวขับจะลอง 2SB546 2SD401 แล้วจะรายงานความคืบหน้าต่อไปครับว่าควันขึ้นไหม :showoff
-
คุณนิ่มครับ 2SB546 2SD401 กับ 2SD669AC 2SB649AC ขาทรานซิสเตอร์มันไม่เหมือนกันนะครับ เห็นหลาย ๆ คนบอกว่า 2SB546 2SD401 เสียงดีครับ (ศรีสุทธา มีขายครับของจริง) เสร็จแล้วได้ความอย่างไรบอกด้วยน่ะครับ
-
พอดีไปเจอมาครับ เลยเอามาให้ดู เผื่อช่วยได้ครับ มีคู่มือด้วย
http://www.magnetaudio.com/store/pdffile/Manual%20ma%20-200%20a.pdf
-
:clap ดีใจจัง ยังมีคนเล่น MA-200 อยู่..ผมเองก็ยังใช้อยู่ตั้งแต่เรียน ปวส. นี่ก็สิบกว่าปีแล้ว
ผมว่าน่าจะมีกระทู้คนเล่น MA-200 นะครับ จะได้ช่วยเหลือกัน
-
ผมซ่อมเสร็จแล้วครับ1ตัว มีมาให้ซ่อมเพิ่มอีก1ตัวของเพื่อน สร้างเมื่อตอนเรียนเทคนิคเหมือนกันครับ กล้องอยู่ที่แฟนครับ(แพร่)ไม่มีกล้องถ่ายลงให้ดู 2SA1943 2SC5200 ตัวละ40-50 บาท 2SB546 2SD401 ตัวละ15-25 บาทครับ
-
O0 ขอโชว์นิด..ส นึงนะครับ ไม่มีอะไรมาก ผมว่ามันทนดี
-
เครื่องนี้เปลี่ยนเบอร์แล้ว เบสเพียบ ทนกว่าเดิม ลองเปลี่ยนไป3เครื่องยังไม่มีพังกลับมา
เครื่องนี้2ข้างใช้ทรานซิสเตอร์เพาเวอร์8ตัว(ตัวอื่นใช้4ตัวเนื่องจากขี้เกียจต่อขนาน)
-
อีกเครื่อง
-
:clap เห็นได้ชัดว่า.. กระทู้นี้ รวมกูรู bipolar เพียบเลย O0
ผมเคยทำแต่ลดไฟลงเหลือ + - 40 โวลต์ ใช้ C2922+A1216 และตัดภาค soft clip ออก แต่ตอนนี้ให้แฟนฟังแล้วครับ :headphone
-
:headphone ไม่ทราบว่าแนวเสียงของ ma-200 เป็นอย่างไรบ้างครับ พอดีผมใช้ sa-4 อยู่อยากจะใช้ตัวที่วัตต์สูงขึ้นอีกหน่อย
แนะนำด้วยครับ ขอบคุณมาก
-
เอ..หาหลอดใส่ข้างหน้าแทน จะเป็นไงน้อ แบบลูกผสมครับ
-
เรียนคุณหมีน้อย
เสียงของ MA200 (สภาพเดิมๆ) ก็จะออกแนวนุ่มนวลครับ ขับลำโพง๘โอห์ม เสียงพอมีน้ำหนักให้สัมผัสได้บ้าง
แต่ถ้าเทียบกับแอ็มป์สมัยใหม่ รายละเอียดจะไม่ค่อยมีเท่าใดนัก
คงต้องโมฯ+ดัดแปลงพอสมควร หากต้องการคุณภาพเสียงที่ดีและถูกใจกว่าเดิม
...ตัวต้านทาน ใช้แบบคาร์บอนในส่วนที่เป็นทางเดินสัญญาณ(แต่ถ้าหาเมทัลฟิล์มยี่ห้อรีซิสต้าได้ ก็ใช้ทั้งหมดก็พอไหว)
ส่วนที่ทำหน้าที่จ่ายกระแส หรือโหลดใช้เมททัลฟิล์ม หรือไวร์วาว(เดลสีดำ)ในบางจุด
...ไดโอดอัลตร้าฟาสท์
...ตัวเก็บประจุในภาคจ่ายไฟ ทุกหน้าที่ ใช้ของดีหน่อย (โลว์อิมพีแด้นซ์)
...ภาคซอฟคลิปปลิ้ง ตัดออกไปก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมี
....ทรานซิสเตอร์ภาคไดรฟ์ เปลี่ยนเบอร์ใหม่ ที่ใหญ่และแข็งแรงกว่าเดิม (หรือใช้คู่เพาเว่อร์ที่บอกไว้ข้างล่างนี้ก็ได้ จะได้เพิ่มชุดเพาเว่อร์ได้สองสามคู่)
....เสริมฮีทซิงค์ ใช้ฉากอลูอย่างหนาครึ่ง ซม (สูง ๓นิ้ว ยาวประมาณ ๑๐นิ้ว ) ติดราบไปกับพื้นเครื่อง
....ทรานซิสเตอร์ขาออก เปลี่ยนเป็นของแซนเก้นเบอร์ใหม่ ราคาประหยัดแยะเลย
2SA2151 คู่กับ 2SC6011 ใช้สองหรือสามคู่ก็ได้ (เพิ่มRE0.22 5Wด้วย)
ผมเองก็ยังตามหา หม้อแปลงของเจ้าตัวนี้( แบบ EIเท่านั้น ) อีกตัวนึง เอามาเสริมกำลังให้มันตามแนวทางที่ว่าไว้ครับ
((((((หากท่านใดมีแล้วไม่ได้ใช้ก็รบกวนแจ้งข่าวด้วยครับ))))))
ขอบคุณครับ
-
ขอบคุณมากครับ คุณคุ้ม :clap :clap :clap ที่ได้ให้ข้อมูลครับ
-
ภาพที่1
-
เรียนคุณหมีน้อย
เสียงของ MA200 (สภาพเดิมๆ) ก็จะออกแนวนุ่มนวลครับ ขับลำโพง๘โอห์ม เสียงพอมีน้ำหนักให้สัมผัสได้บ้าง
แต่ถ้าเทียบกับแอ็มป์สมัยใหม่ รายละเอียดจะไม่ค่อยมีเท่าใดนัก
คงต้องโมฯ+ดัดแปลงพอสมควร หากต้องการคุณภาพเสียงที่ดีและถูกใจกว่าเดิม
...ตัวต้านทาน ใช้แบบคาร์บอนในส่วนที่เป็นทางเดินสัญญาณ(แต่ถ้าหาเมทัลฟิล์มยี่ห้อรีซิสต้าได้ ก็ใช้ทั้งหมดก็พอไหว)
ส่วนที่ทำหน้าที่จ่ายกระแส หรือโหลดใช้เมททัลฟิล์ม หรือไวร์วาว(เดลสีดำ)ในบางจุด
...ไดโอดอัลตร้าฟาสท์
...ตัวเก็บประจุในภาคจ่ายไฟ ทุกหน้าที่ ใช้ของดีหน่อย (โลว์อิมพีแด้นซ์)
...ภาคซอฟคลิปปลิ้ง ตัดออกไปก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมี
....ทรานซิสเตอร์ภาคไดรฟ์ เปลี่ยนเบอร์ใหม่ ที่ใหญ่และแข็งแรงกว่าเดิม (หรือใช้คู่เพาเว่อร์ที่บอกไว้ข้างล่างนี้ก็ได้ จะได้เพิ่มชุดเพาเว่อร์ได้สองสามคู่)
....เสริมฮีทซิงค์ ใช้ฉากอลูอย่างหนาครึ่ง ซม (สูง ๓นิ้ว ยาวประมาณ ๑๐นิ้ว ) ติดราบไปกับพื้นเครื่อง
....ทรานซิสเตอร์ขาออก เปลี่ยนเป็นของแซนเก้นเบอร์ใหม่ ราคาประหยัดแยะเลย
2SA2151 คู่กับ 2SC5661 (ถ้าจำไม่ผิด) ใช้สองหรือสามคู่ก็ได้ (เพิ่มRE0.22 5Wด้วย)
ผมเองก็ยังตามหา หม้อแปลงของเจ้าตัวนี้( แบบ EIเท่านั้น ) อีกตัวนึง เอามาเสริมกำลังให้มันตามแนวทางที่ว่าไว้ครับ
((((((หากท่านใดมีแล้วไม่ได้ใช้ก็รบกวนแจ้งข่าวด้วยครับ))))))
ขอบคุณครับ
ตรง
...ภาคซอฟคลิปปลิ้ง ตัดออกไปก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมี
เปลี่ยน ตัวไหนบ้างครับ
-
:yahoo อย่าลืมนะครับว่าลายปริ๊นท์ตรงภาคหลังมีการตัดต่อด้วยไล่วงจรให้ดีๆนะครับ เดี๋ยวจะว่าเค้าวางยาอีกอ่า
-
:yahoo อย่าลืมนะครับว่าลายปริ๊นท์ตรงภาคหลังมีการตัดต่อด้วยไล่วงจรให้ดีๆนะครับ เดี๋ยวจะว่าเค้าวางยาอีกอ่า
ตัดปริ๊นและโยงสายใต้ปริ๊น JUMPERตรงกลางใส่R.39K วางยาไว้แค่นี้ครับ :victory
-
คุณ พี่นิ่ม เก่งจังครับ ;D
-
คุณ นิ่ม เก่งจังครับ ;D
โพสแอมป์ 45 โชวหน่อยครับพี่ Y]
-
ยังไม่เรียบร้อยเลย ไม่กล้าโชว์ ในนี้มีแต่เครื่องสวยๆอายเค้า :)
-
เรียนคุณหมีน้อย
เสียงของ MA200 (สภาพเดิมๆ) ก็จะออกแนวนุ่มนวลครับ ขับลำโพง๘โอห์ม เสียงพอมีน้ำหนักให้สัมผัสได้บ้าง
แต่ถ้าเทียบกับแอ็มป์สมัยใหม่ รายละเอียดจะไม่ค่อยมีเท่าใดนัก
คงต้องโมฯ+ดัดแปลงพอสมควร หากต้องการคุณภาพเสียงที่ดีและถูกใจกว่าเดิม
...ตัวต้านทาน ใช้แบบคาร์บอนในส่วนที่เป็นทางเดินสัญญาณ(แต่ถ้าหาเมทัลฟิล์มยี่ห้อรีซิสต้าได้ ก็ใช้ทั้งหมดก็พอไหว)
ส่วนที่ทำหน้าที่จ่ายกระแส หรือโหลดใช้เมททัลฟิล์ม หรือไวร์วาว(เดลสีดำ)ในบางจุด
...ไดโอดอัลตร้าฟาสท์
...ตัวเก็บประจุในภาคจ่ายไฟ ทุกหน้าที่ ใช้ของดีหน่อย (โลว์อิมพีแด้นซ์)
...ภาคซอฟคลิปปลิ้ง ตัดออกไปก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมี
....ทรานซิสเตอร์ภาคไดรฟ์ เปลี่ยนเบอร์ใหม่ ที่ใหญ่และแข็งแรงกว่าเดิม (หรือใช้คู่เพาเว่อร์ที่บอกไว้ข้างล่างนี้ก็ได้ จะได้เพิ่มชุดเพาเว่อร์ได้สองสามคู่)
....เสริมฮีทซิงค์ ใช้ฉากอลูอย่างหนาครึ่ง ซม (สูง ๓นิ้ว ยาวประมาณ ๑๐นิ้ว ) ติดราบไปกับพื้นเครื่อง
....ทรานซิสเตอร์ขาออก เปลี่ยนเป็นของแซนเก้นเบอร์ใหม่ ราคาประหยัดแยะเลย
2SA2151 คู่กับ 2SC5661 (ถ้าจำไม่ผิด) ใช้สองหรือสามคู่ก็ได้ (เพิ่มRE0.22 5Wด้วย)
ผมเองก็ยังตามหา หม้อแปลงของเจ้าตัวนี้( แบบ EIเท่านั้น ) อีกตัวนึง เอามาเสริมกำลังให้มันตามแนวทางที่ว่าไว้ครับ
((((((หากท่านใดมีแล้วไม่ได้ใช้ก็รบกวนแจ้งข่าวด้วยครับ))))))
ขอบคุณครับ
ตรง
...ภาคซอฟคลิปปลิ้ง ตัดออกไปก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมี
เปลี่ยน ตัวไหนบ้างครับ
ตัดโดยถอดซีออก ๒ ตัวมั้งครับ ต้องดูวงจร จึงจะจำได้
แต่จะทำจริงหรือครับ
วงจรนี้คือเสน่ห์ของแอ็มป์ตัวนี้เลยนะครับ
เอาออกไป มันก็ไม่ใช่ MA200 แล้วหละ อาจเหลือแค่ เอ็มเอ ยี่สิบ ครับ เฮ่ๆๆ
-
มีตัวนี้อยู่เหมือนกันครับรู้สึกว่ามันจะนานมากแล้ว วางไว้ เฉยๆ มาหลายปีแล้ว ไม่รู้ว่าพังหรือยัง
-
ในตอนนั้นค่อนข้างจะฮิตกันมาก ทั้งปรีและเพาเวอร์ของแมคเน็ต (PR3a+MA200)ก็แจ่มแล้วครับตอนนั้น :headphone
-
ในตอนนั้นค่อนข้างจะฮิตกันมาก ทั้งปรีและเพาเวอร์ของแมคเน็ต (PR3a+MA200)ก็แจ่มแล้วครับตอนนั้น :headphone
แต่ลองกับ NAD 3020A เสียงดีกว่าครับ (ใช้ NAD เป็นปรี)
โดย สาย Interconnect ใช้สาย Monster M1000
-
โดยส่วนตัวแล้วชอบ MA-200 มากครับ ทำและโมอยู่หลายปีเหมือนกัน
ผลจากการโมได้ผลดังนี้
1. Resistor ทั้งหมดใช้เป็น Resista (สมัยนั้นยังหาได้ครบทุกค่า)
2. C 220 ufd 6.3 volt ค่อนข้างมีผลต่อเสียงใช้เป็น Rubycon Black Gate
3. Transistor ทุกตัวใช้เบอร์เดิมหมด
4. Transistor Output (MJ15003/MJ15004) ใช้เป็น Moto ขาทอง คู่เดียวเหมือนเดิม
เสียงดีที่สุด พอขนานเข้าไปอีกคู่เสียงกลับเลวลง หรือเปลี่ยนเป็น
MJ21193/MJ21194 เสียงก็ไม่ดีไปกว่าเบอร์เดิม Moto ขาทอง
(ของมีอยู่แล้วได้มาจากคลองถมนานมาแล้ว)
-
ถ้าใครเคยชอบ pre ของ NAD 3120 ในอดีต
แนะนำให้ดู Magkit MA-100A http://www.magnetaudio.com/store/th/product.asp?idproduct=107&idCategory=33&SCID=4985469 (http://www.magnetaudio.com/store/th/product.asp?idproduct=107&idCategory=33&SCID=4985469)
วงจรคล้ายกันมาก ;)
-
วงจรของแม็กเน็ตตัวแรก คือ ma-1 และ pr-1,3,5,7 กีอบมาจากน้องแนท รุ่น 3020b ครับ เหมือนกันยังกับแกะ
-
ผมชอบ ตรงปิดเปิด power ไม่มีเสียงตุบตับ ออกลำโพงให้ตกใจเลยครับ ผมใช้อยู่ 2 ปีกว่าไม่กินลำโพงเลย ไม่ใด้ต่อวงจรป้องกันลำโพง สุดยอด O0
-
มีตัวนี้อยู่เหมือนกันครับรู้สึกว่ามันจะนานมากแล้ว วางไว้ เฉยๆ มาหลายปีแล้ว ไม่รู้ว่าพังหรือยัง
หม้อแปลงไฟ
ถ้าจะไม่ใช้ อี "ไอ" แล้ว หันไปคบกับน้อง "โดนัท " แทน
บอกด้วนเน่อ เฮ่ๆๆ
-
เหลือหม้อแปลง ei ของเดิมๆ (กรุงธนวิทยุ) อยู่ตัวครับ pmมาครับ
-
วงจรของแม็กเน็ตตัวแรก คือ ma-1 และ pr-1,3,5,7 กีอบมาจากน้องแนท รุ่น 3020b ครับ เหมือนกันยังกับแกะ
ภาคปรี ของ NAD 3020B กับ 3120 เหมือนกันใช่ไหมครับ
-
ภาคปรี ของ NAD 3020B กับ 3120 เหมือนกันใช่ไหมครับ
น่าจะเหมือนกันครับ เพราะใช้ PCB แผ่นเดียวกัน
3120 ไม่มี Tone control แค่นี่เองครับ
-
ภาคปรี ของ NAD 3020B กับ 3120 เหมือนกันใช่ไหมครับ
น่าจะเหมือนกันครับ เพราะใช้ PCB แผ่นเดียวกัน
3120 ไม่มี Tone control แค่นี่เองครับ
NAD 1020 คงเหมือนกันเช่นกัน
ขอบคุณครับ :)
-
เหลือหม้อแปลง ei ของเดิมๆ (กรุงธนวิทยุ) อยู่ตัวครับ pmมาครับ
PM ไปแล้วครับผม
-
ตอนนี้ราคาหม้อแปลงขึ้นเป็นเท่าตัว ลูกละ 2 พันกว่า แล้ว :cold(ของไทยทรานฟอร์เมอร์ ถ้าของแสงทองอาจทะลุ 3 พันบาท
)
-
ตอนนี้ราคาหม้อแปลงขึ้นเป็นเท่าตัว ลูกละ 2 พันกว่า แล้ว :cold(ของไทยทรานฟอร์เมอร์ ถ้าของแสงทองอาจทะลุ 3 พันบาท
)
ราคานี้ หมายถึง EI หรือเทอรอยน์ ครับ :)
-
ตอนนี้ราคาหม้อแปลงขึ้นเป็นเท่าตัว ลูกละ 2 พันกว่า แล้ว :cold(ของไทยทรานฟอร์เมอร์ ถ้าของแสงทองอาจทะลุ 3 พันบาท
)
ถ้าเป็นขนาดนั้น ผมยอมทำแหล่งจ่ายไฟสวิทชิ่ง เล่นดีกว่าครับ เบาก็เบา ใช้ทองแดงก็ไม่มาก (ขาออกผมชอบใช้สายไฟ ฉนวนเทฟล่อน)
-
ยังต้องการวงจรมั้ยครับ ถ้าต้องการเดี๋ยวผมแสกนให้ครับ
-
ขอวงจรด้วยคนครับ ของเดิมไหม้ไปข้างนึง ไปหาที่magnet เค้าบอกไม่ทำรุ่น ma-200 แล้ว
-
ถึงคุณคุ้ม ขอเวลาหาอีกเดี๊ยวนะครับ ไม่ได้เล่นนานแล้ว ตอนนี้หาเจอแต่ EIของTRON
ลูกเบ้อเร่อเท่อแต่ใช้กับMA200เหมือนกัน
-
ถึงคุณคุ้ม ขอเวลาหาอีกเดี๊ยวนะครับ ไม่ได้เล่นนานแล้ว ตอนนี้หาเจอแต่ EIของTRON
ลูกเบ้อเร่อเท่อแต่ใช้กับMA200เหมือนกัน
ขอบคุณครับ "คุณคลั่งหลอด" ดูชื่อล็อกอินแล้วเข้าใจเลยครับ ว่าไม่ได้เล่นนานแล้วแน่ๆ เฮ่ๆๆ
ผมก็ติดนิสัยใช้หลอดขยายเช่นกันครับ
ถ้าจะเล่นอะไรเป็นคู่ ก็ขอให้มันแม็ทช์ แบร็น เม็ทช์โค้ด อย่างเช่นหม้อแปลงตัวนี้ก็ไม่เว้นครับ
แปลกใจจังครับว่า ทำไมEIของTRON จึงเบ้อเร่อเท่อ สั่งพันเป็นพิเศษกระแสสูงกว่ามากๆหรืออย่างไรครับ
(เท่าที่ดูๆ EI ของ KTC ก็เขื่องพอตัวแล้ว)
-
ตอนนี้ output เปลี่ยนมาใช้ MJ15024 กับ MJ15025 ก็ยังคงยึดติด กับ ตัวถังจานบิน อยู่ เพราะความ คลาสิก ยังคงมีอยู่ในหัวใจ
(http://images.torrentmove.com/ik/img234medium.jpg) (http://images.torrentmove.com/show.php?id=122eec1b2e52048374e1a5f46afa4480)
จากรูปนี้ เป้นจุดที่ถุกวางยาไว้คับ ตามที่ เพื่อนสมาชิก แจ้งไว้คับ
-
ใช่เลยครับ สมัยเรียน ปวช. เล่นเอาเพื่อนๆผม งงกันพักใหญ่ จนต้องซื้อชุดลงปริ้นมาดู เลยถึงบางอ้อ
วางกันอย่างนี้เอง
-
วงจรนี้แม้จะเก่าแต่เสียงมันฟังสบายดีนะครับ ไม่เหมือนเครื่องเสียงบ้านหม้อที่แหลมบาดหู ทุ้มกระแทกหน้าอก
-
วงจรนี้แม้จะเก่าแต่เสียงมันฟังสบายดีนะครับ ไม่เหมือนเครื่องเสียงบ้านหม้อที่แหลมบาดหู ทุ้มกระแทกหน้าอก
เห็นด้วยครับ มันฟังสบายจริงๆ ตอนหลังผมจับคู่มันกับ Pre balance วงจรจาก passdiy น่าฟังกว่าปรีคู่ขวัญของมันอีก ถ้ามันให้รายละเอียดของเสียงที่มากกว่านี้อีกสักหน่อย ผมว่าแอมป์นอกราคาแพงๆ กินมันยาก....นับถือคนออกแบบครับ O0