HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม โฮมเธียเตอร์ (HT) => ข้อความที่เริ่มโดย: redbook ที่ 07 มีนาคม, 2005, 04:14:39 pm
-
กำลังจะเดินสายกราวด์ให้กับชุดเครื่องเสียง เครื่องเล่น CD ไม่มีขากราวด์จะทำอย่างไรครับ อยากทราบว่าพวกสาย AC ที่เป็นออดิโอไฟล์เกรดจะช่วยให้เสียงดีจริงหรือไม่ ต้องเปลี่ยนให้กับ amp preamp และเครื่องเล่น CD/DVD ทั้งหมดเลยหรือไม่
-
อ่านโจทย์แล้ว เข้าใจว่าท่านหมายถึงชุดเครื่องเสียงไม่มีขากราวนด์ ชุดผมเองเดิมก็ไม่มีกราวนด์ครับ ผมเลยยกไปใส่ปลั๊กตัวเมีย IEC สามขา ทั้งแอมป์ ซีดี ดีวีดี (จริง ๆ แล้วจำเป็นสำหรับแอมป์ ลองกับแอมป์ดูก่อนก็ได้ครับ พวกเพลเยอร์เอาไว้ทีหลัง แต่ผมทำแล้วด้วยความอยากรู้ก็เลยทำหมดเลย) แล้วซื้อสายไฟเอซีมาใส่หัวท้ายเอาเอง (จะซื้อสำเร็จรูปก็ได้ครับสะดวกดี) ร้านที่รับใส่ IEC เท่าที่ทราบก็มีร้านหนุ่มไฮไฟ และเอวีโซน ลองตรวจสอบสนนราคาก่อนครับ ราคาขึ้นกับเกรดของปลั๊ก IEC ด้วยว่าจะใช้เกรดไหน
ใส่แล้วใช้สายไฟเอซีที่ไม่ใช่สายแถมหรือสายที่ติดมากับเครื่อง (หมายถึงเครื่องเสียงทั่ว ๆ ไปที่ไม่ใช่ไฮเอนด์ ซึ่งสายที่ติดมากับเครื่องน่าจะดีอยู่แล้ว) เสียงดีขึ้นครับ ฟังออกแน่นอน แต่ไฟบ้านเราต้องมีกราวนด์ด้วยนะครับ
-
ถ้าเปลี่ยน ท้ายเครื่องแล้ว ต้อง ระวัง เรื่อง กราวด์ที่บ้านด้วยนะครับ ถ้า ทำ กราวด์ที่บ้านไม่ดีอาจเกิดเสียง รบกวนได้
-
อยากเปลี่ยนดีวีดีที่บ้านเหมือนกันพอดีหมดประกันแล้ว
เห็นเคยมีคนโพสไว้บอกว่าแถวศิริราชก็มีช่างรับทำอยู่
มีใครเคยใช้บริการบ้างไหมครับ
เพราะร้านคุณหนุ่มไฮไฟ และเอวีโซนไกลจากบ้านผมมาก
หรือมีที่อื่นแนะนำไหมครับ
-
รบกวนถามคุณ batman ว่าสายและหัวที่ใช้ยี่ห้ออะไรครับ ราคาประมาณเท่าไร เพื่อจะได้ประมาณราคาได้ถูก ขอบคุณครับ
-
ผมใช้สายของ Supra รุ่น LoRad ซึ่งย่อมาจาก Low Radiation คือมีคลื่นรบกวนออกมาจากสายไฟน้อย เพื่อที่จะได้ไม่ไปรบกวนสายไฟหรือสายสัญญาณอื่น ๆ ในระบบ เป็นสายยอดนิยมยี่ห้อหนึ่งสำหรับ DIY (Do-It-Yourself) นัยว่ามันถูกดีครับเมื่อเทียบกับคุณภาพ ราคาตั้ง 900 บาทต่อเมตร ซื้อจากดีลเลอร์น่าจะลดได้อีกราว 20% ครับ สำหรับสายซูปรา หากซื้อจากเอเยนต์ (โคไนซ์) เขาบอกว่าบริการเข้าหัวปลั๊กให้ด้วยครับ แต่ความที่อยากลองทำเองดู ผมก็เลยซื้อจากดีลเลอร์แล้วเข้าหัวเอง ซึ่งคงจะไม่ประณีตเท่ากับที่ให้ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญทำให้ ถ้าจะให้ดีกว่านี้ก็อาจใส่หนังงู ท่อหด หล่อเรซินกันออกไซด์กันลัดวงจร ฯลฯ ซึ่งผมไม่ได้ทำครับ แค่ใส่ท้าย IEC กับเปลี่ยนสายไฟนี่ก็เห็นผลชัดขึ้นมาก มันทำให้ผมหายข้องใจเลยว่าทำไมเขาจึงเล่นสายไฟเอซีกัน ผู้เชี่ยวชาญบางท่านบอกว่าสายไฟมีผลต่อเสียงชัดเจนยิ่งกว่าสายสัญญาณเสียอีก
หัวปลั๊กตัวเมีย (ตัวท้าย) ผมใช้ Schurter รุ่น 4781 ตัวละราว ๆ 170 บาท หัวปลั๊กตัวผู้ ผมใช้ Arrow Hart สีส้ม ตัวละประมาณ 650 บาท สำหรับสายไฟเข้าแอมป์ กับ Hubbell เหลี่ยมดำ ตัวละ 350 บาท สำหรับสายไฟเข้าเครื่องเล่นซีดี ผมซื้อชูเตอร์จากร้านอุปกรณ์ร้านหนึ่งซื่งเข้าใจว่าเลิกกิจการไปแล้ว แต่ชูเตอร์นี่มีขายเกลื่อนกลาดครับ ราคาอาจปรับขึ้นไปแล้วบ้าง ส่วนปลั๊กตัวผู้ผมซื้อจากร้านไฮไฟฮัท แถว ๆ บ้านหม้อ (ได้ยินว่าย้ายไปแล้ว เท็จจริงไม่ยืนยันครับ) ผมว่าเขาบริการดีครับ
มีร้านเครื่องเสียงหรือร้านอุปกรณ์บางแห่งทำสายเอซีรุ่นนี้ออกมาขายสำเร็จรูปโดยเข้าหัวท้ายให้เสร็จ ที่เคยเห็นที่ร้านดีลเลอร์เจ้าประจำของผมซึ่งคงรับมาวางขายอีกต่อหนึ่งก็เป็นสายยาว 1.8 เมตร หัว Arrow Hart สีส้ม ท้ายชูเตอร์แบบที่ผมใช้ ราคาถ้าจำไม่ผิดราว ๆ 3,300 บาท ก็คงมีค่าแรงกับกำไรของดีลเลอร์บวกเข้าไป
สำหรับหัว Arrow Hart สีส้มนี่ผมพบว่ามันแปลกไปจากหัวปลั๊กยี่ห้ออื่นๆ ที่เคยลอง กล่าวคือ ขั้วที่ระบุว่าเป็น Insulation เอาเข้าจริงต้องใส่สาย + หรือสายที่มีไฟ (คือสาย Live ซึ่ง LoRad กำหนดเป็นสีน้ำตาล) ส่วนขั้วที่ระบุเป็น Live ต้องใส่สาย 0 (คือสาย Neutral ซึ่ง LoRad กำหนดเป็นสีฟ้า) หรือพูดให้ง่ายเข้าก็คือขั้วมันสลับกัน ส่วนขั้ว earth หรือสายกราวนด์นั้นปกติครับ
-
ที่ร้านของพี่จิต ตรง eSquare ก็รับเปลี่ยนท้ายเครื่องครับ น่าจะใกล้เข้ามาหน่อย
-
ที่ผมใช้ชูเตอร์นี่ก็เนื่องจากมันราคาไม่สูงน่ะครับ ผมเริ่มชิมลางจากท้ายชูเตอร์ หัว Pass & Seymour, Arrow Hart ฯลฯ สำหรับฮับเบลเหลี่ยมดำนี่เห็นด้วยครับว่าเป็นของดีราคาไม่แพงตัวหนึ่ง หลังจากใช้ไปสักพักก็ดูยี่ห้ออื่นแล้วผมว่าน่า upgrade ขึ้นไปเล่นเหมือนกัน ทั้ง Wattgate, FIM ส่วนหัวตัวผู้นี่ผมขอเพิ่ม Bryant เข้าไปอีกยี่ห้อ ถ้าพร้อมจะเล่นของดีราคาสูงหน่อย ผมว่าเล่นของดีไปเลยดีกว่าครับ จะได้ไม่ต้องเสียเงินสองต่อ
-
ผมกำลังจะทำสายไฟ AC ใหม่เหมือนกันครับ( 3 ขา ) แต่มีปัญหาที่ว่าจะรู้ได้อย่างไรครับว่า ขั้วไหนเป็นไฟ และขั้วไหนเป็นนิวตรอน หรือต้องใช้วิธีการฟั้งเสียงโดยการสลับปลั๊กไปมาเพื่อความแน่ใจก่อน เท่าที่สังเกตผมว่าฟังอยากนะครับว่าเฟสถูกต้องหรือเปล่าถ้าระบบไฟฟ้าไม่ดีจริง ขอบคุณครับ
sak
-
ขอรบกวนถามอีกเรื่องหนึ่งครับ แถวบ้านผมมีไฟดับแล้วฝนฟ้าผ่าตกบางครั้ง คิดว่าควรใช้สะพานไฟที่มีตัวกันฟ้าผ่า (200-300 บาทที่ใช้กันอยู่ทั่วไป) ด้วย ไม่แน่ใจว่าจะทำให้ผลของเสียงเป็นอย่างไร ถึงแม้จะใช้ wattgate มาต่ออีกทีหนึ่งครับ :o
-
ผมไม่เคยใช้สะพานไฟที่มีตัวกันฟ้าผ่าที่คุณเรดบุ๊คกล่าวถึงเลยครับ เลยไม่ทราบผลต่อเสียง (ซึ่งผมเดาว่าไม่น่ามีผลจนเห็นได้ชัดเจน) แต่หากมันป้องกันผลของฟ้าผ่าฟ้าคะนองได้ผล ผมว่าน่าใช้ครับ ส่วนตัวผมเอง ผมว่าเราคงต้องให้ความสำคัญของเรื่องป้องกันไฟกระชากนี่มาก่อนเรื่องเสียงครับ ผมใช้เครื่องกรองไฟ (line conditioner) ระบบ Isolator ซึ่งผู้ผลิตแจ้งว่าจะกันไฟกระชาก (surge หรือ spike) ได้ระดับหนึ่ง แต่หากแถวบ้านท่านมีปัญหาเรื่องไฟดับ ไฟตก และไฟกระชากทันทีทันใดบ่อย ๆ ใช้เครื่องคุมไฟ (stabilizer) ก็น่าจะปลอดภัยมากขึ้น ถนอมอายุชุดเครื่องเสียงได้อีกนานครับ อย่างไรก็ตาม หากมีฝนฟ้าคะนองแรง ๆ นี่ ปิดเครื่อง แล้วดึงปลั๊กไฟตัวผู้ต้นทาง (กรณีที่ใช้ปลั๊กรางหรือเครื่องคุมไฟ/กรองไฟ) ออกจากเต้ารับตัวเมียที่ฝาผนังน่าจะเหมาะสมที่สุดครับ เครื่องป้องกันทั้งหลายที่เราพูดถึงกันนั้นป้องกันได้แค่ระดับหนึ่ง หากโดนเข้าจัง ๆ นี่ผมว่าไปหมดทั้งชุดเครื่องเสียงทั้งเครื่องป้องกันครับ อันนี้น่าจะรวมไปถึงสายอากาศทีวี (ป้องกันฟลายแบ๊คเสื่อม) สายอากาศจูนเนอร์ (กรณีตั้งเสานอกบ้าน) และกล่องรับสัญญาณเคเบิลทีวีด้วยครับ เพื่อนผมคนหนึ่งเคยเจอมาแล้วครับ ฟ้าผ่าใกล้ ๆ บ้านซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวอยู่กลางทุ่ง ชุดเครื่องเสียง / คอมพิวเตอร์ พินาศยกชุดเลยครับ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เปิดเครื่องฟังขณะนั้น
-
ทราบว่าเครื่องกรองไฟจะทำให้คุณภาพเสียงเปลี่ยนไปมากครับ ไม่ทราบว่า Line Conditioner, Isolator หรือ Stabilizer ตัวไหนคืออะไร (ยี่ห้อในตลาดนะครับ) และจะมีผลต่อเสียงมากกว่ากัน เพื่อนผมเขาแนะนำให้เดินสายกราวน์ดีๆ (อย่างที่ถามในกระทู้นี้ครับ) โดยไม่ต้องใช้เครื่องกรองไฟ คุณภาพเสียงจะดีที่สุด แต่ฟ้าผ่านี่สิครับหมดชุดเลยนะ :-\ ใช้ UPS จะดีไหมครับ
-
ผมว่าถ้าวันไหน ว่างๆ ลองเล่นสายกราวนด์ แยกดู เปิดแอมป์ หาจุดที่กราวนด์ชัดที่สุด และเดินสายเส้นเดี่ยวแยกต่างหาก และต่อไปที่กราวนด์หลอด ที่ปักลงดินต่างหาก เขาว่าเสียงนิ่งขึ้นและเป็นการแยกกรานด์ต่างหากเลย คุณ cool nan ร้านช่างหนุ่ม เจาะท้าย งานเรียบร้อยมาก เพราะเขามีประสพกราณ์เรื่องนี้สูง ราคาไม่น่าเกลียด จาก office คุณ ไปทางถนน กาญจนภิเษก ถึงจะไกลแต่รถโล่ง ขับไปไม่ไกลครับ หรือฝากไว้ที่ office เดี่ยวผมให้เด็กผมเอาไปส่งให้ก็ได้น่ะครับ
-
ใหนๆพี่อูฐก็พูดถึงกราวด์แยกแล้ว ผมก็ขอถามต่อเลยว่าถ้าอย่างงี้ทำของแอมป์หนึ่งเส้น ของ CD เส้น แย่งนี้หรือเปล่าครับ แล้วระยะการเดินกราวด์ถึงกราวด์รอดควรจะไม่เกินเท่าใหร่ดีคับ :D
-
ตามที่คุณ Redbook ถามเมื่อวาน ตามความเข้าใจของผม ผมมีความเห็นดังนี้ครับ
1. Line Conditioner คือเครื่องกรองไฟ ทำหน้าที่ช่วยขจัดสัญญาณรบกวนที่มาพร้อมกับไฟเอซี ซึ่งมีคลื่นรบกวนจากสัญญาณวิทยุ ทีวี เครื่องเสียงกวนกันเอง และจากกระแสไฟเอซีที่ส่งมาเข้าบ้าน
2. Isolator เป็นเครื่องกรองไฟประเภทหนึ่ง ที่มีหม้อแปลงพันขดลวดแยกกันต่างหากสองชุด รายละเอียดทางเทคนิคมีมาก ผมอ่านแล้วก็ไม่ได้จดจำไว้เท่าไรครับ ผมดูจากผลของการใช้เป็นหลัก แต่เครื่องกรองไฟนี่ก็จะป้องกันพวกไฟกระชากได้ในระดับหนึ่ง
3. Stabilizer หรือเครื่องคุมไฟ ทำหน้าที่รักษาแรงดันของกระแสไฟฟ้าให้คงที่ ใช้ในกรณีที่ไฟบ้านเราตกหรือเกินมาก ๆ ซึ่งมักเกิดจากการอยู่ใกล้หรือไกลสถานีส่งไฟฟ้ามาก ตามปกติแล้วเครื่องเสียงทั่วไป โดยเฉพาะทีวี ก็ได้ออกแบบภาคจ่ายไฟให้รองรับกรณีนี้ได้ในระดับหนึ่ง แต่หากมีตัวนี้ช่วยไว้ ก็จะลดปัญหาไฟตกไฟเกินไปได้มาก ช่วยรักษาอายุเครื่องเสียงครับ
4. UPS หรือ Uninterrupted Power Supply ทำหน้าที่จ่ายกระแสไฟฟ้าเวลาไฟเมนในบ้านดับ เข้าใจว่าบางเครื่องมีตัวคุมไฟกรองไฟไว้ด้วย แต่หน้าที่หลักของมันคือจ่ายไฟที่เก็บไว้ในแบตเตอรี่เป็นไฟสำรองได้ในระยะเวลาจำกัด จึงน่าจะเหมาะกับพวกคอมพิวเตอร์มากกว่าครับ
ถามว่าเครื่องกรองไฟมีประโยชน์หรือไม่ หลายท่านบอกว่าใช้แล้วเสียงแห้ง อันนี้ผมว่าต้องดูเป็นตัว ๆ ไปครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับว่าการต่อ ground เพื่อขนขยะทางไฟฟ้าออกไปนี่สำคัญที่สุด ยิ่งถ้าได้ต่อกราวนด์แยกอย่างที่หลายท่านว่าไว้ก็น่าจะยิ่งดีครับ แต่ปัญหาของผมคือบ้านผมเป็นเฟอร์นิเจอร์แบบ built-in สายไฟฝังไว้ในผนังหมด กราวนด์รอดคงเป็นกราวนด์รวม ไม่ได้ทำเผื่อไว้เป็นห้องฟังเพลง การจะรื้อออกหรือเดินกราวนด์ใหม่ให้เครื่องเสียงแยกเป็นตัว ๆ ไปทำได้ลำบากครับ ผมก็เลยลองจัดหาเครื่องกรองไฟมาใช้หลังจากศึกษา test report ทั้งของไทยของฝรั่งมาระยะหนึ่ง
ผมไม่ใช้เครื่องคุมไฟเนื่องจากบ้านผมไม่มีปัญหาไฟตกไฟเกิน แต่รู้ว่ามีปัญหาเรื่องการรบกวนของคลื่นหรือสัญญาณทางไฟฟ้าแน่นอน เนื่องจากฟังเพลงตอนดึก ๆ สังเกตได้ว่าเสียงดีกว่าฟังตอนกลางวัน จะบอกว่าเสียงรบกวนก็คงไม่ใช่ เพราะบ้านผมอยู่ห่างจากถนนใหญ่เกือบ 1 กิโลเมตร และเป็นซอยตัน ไม่พลุกพล่าน ผมใช้เครื่องกรองไฟสองตัว ตัวแรกคือ Sidital Mountain 1 ของ Silicon ซื้อมาครั้งแรกต้องการใช้เป็นปลั๊กรางชั้นดี แต่พบว่ามีคุณสมบัติในการกรองไฟได้ดีในระดับหนึ่งด้วย ปัจจุบันผมใช้กับชุดเครื่องเสียงของโซนีซึ่งผมใช้ฟังในห้องทำงาน เมื่อเทียบกับคุณภาพแล้วผมว่าตัวนี้ราคาไม่แพง (ราว ๆ สี่พันบาท) จริงอยู่ครับที่ราคาสูงกว่าปลั๊กรางทั่ว ๆ ไป แต่เมื่อเทียบคุณภาพแล้วต่างกันมากครับ เงินที่จ่ายเพิ่มก็ไม่ได้มากจนยอมรับไม่ได้ ส่วนอีกตัวหนึ่งที่ใช้กับชุดเครื่องเสียงหลักคือ เอวีโซน รุ่น IS-500 Plus Premium Mark2 ซึ่งเป็นเครื่องกรองระบบ Isolator เท่าที่ใช้ดูก็ไม่ผิดหวังครับ กับเงิน 16,000 บาท (ผมซื้อกับดีลเลอร์) หลายท่านอาจบอกว่าแพง แต่เท่าที่ผมได้ใช้มาสามเดือนนี่ เห็นได้ชัดครับว่าดีขึ้นทั้งภาพและเสียง เสียงไม่ได้แห้งอย่างที่ว่ากัน ผมทราบเนื่องจากซีดีที่ผมสะสมไว้ส่วนหนึ่งเป็นแผ่นบันทึกการแสดงสด ไม่ใช่แผ่นออดิโอฟิล เสียงแผ่นพวกนี้ไม่ค่อยดีครับ พอใช้เครื่องกรองตัวนี้ก็รู้ได้ทันทีว่าเสียงอิ่มขึ้น ไม่หยาบกร้านเหมือนเดิม
เรื่องเครื่องกรองไฟนี่ทำให้ได้ข้อคิดอย่างหนึ่งคือ ประสบการณ์สำคัญกว่าทฤษฏีครับ เท่าที่ทดลองดู ผมเห็นด้วยว่าเครื่องกรองไฟบางตัวทำให้เสียงแห้งลงจริง ดังนั้นต้องทดลองฟังดูเป็นดีที่สุดครับ ที่จริงอุปกรณ์เครื่องเสียงทุกตัวนี่ต้องลองฟังครับ ถ้าผู้ผลิตแน่จริงต้องให้ลองฟังได้ ซึ่งผู้ผลิตเครื่องกรองไฟทั้ง Silicon และ AV zone ต่างก็ให้ทดลองฟังครับ ผมก็ซื้อมาสองตัวอย่างที่เล่าให้ท่านฟังนี่ล่ะครับ มีข้อแม้ว่าส่วนประกอบอื่น ๆ ต้อง OK ในระดับหนึ่งด้วยนะครับ ทั้งระบบสายดิน สายไฟเอซี สายสัญญาณ ฯลฯ มิฉะนั้นซื้อเครื่องกรองไฟมาจะไม่คุ้ม เมื่อทุกอย่างโอเคแล้ว ผมถึงได้เห็นชัดเลยว่าที่ผ่านมาเครื่องเสียงของผมไม่ได้แสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมาให้เห็น มาเห็นก็ตอนใช้อุปกรณ์เครื่องเคียงพวกนี้ด้วยครับ
-
คุณแบตแมนขอบคุณสำหรับคำตอบมากครับ มีคำถามต่อว่า การต่ออุปกรณ์สายไฟ AC ก็ควรจะเป็นดังนี้
1. ปลั๊กผนัง --> 2. เครื่องกรองไฟ --> 3.สาย+เต้าออดิโอไฟล์ (Wattgate ฯลฯ) -> 4.หัว-สาย-ท้ายออดิโอไฟล์ (Hubbell ฯลฯ) --> 5.แอมป์
ใช่ไหมครับ หรือ ไม่ต้องมี 3) ให้ต่อ 4) หัว-สาย-ท้าย Hubbell เข้ากับเครื่องกรองไฟเลย ?? รบกวนขอทราบประสบการณ์ด้วยครับ ผมกำลังจะเดินกราวด์แยกให้ที่ตำแหน่งที่ 1) ตอนนี้ผมไปเอาสาย TKD กับท้าย Shuter และ หัว Hubbel ที่ Hi-Fi Hut บ้านหม้อ มาลองครับ กำลังคิดที่จะต้องมีอะไรเพิ่มอีกบ้าง
-
ผมก็ใช้วิธีตามที่คุณเรดบุ้คลำดับการเชื่อมต่อมาให้ดูครับ แต่ผมไม่ได้ใช้ข้อ 3 (สายและเต้าออดิโอฟิล) ครับ ผมต่อสายไฟเอซีเข้ากับเครื่องกรองไฟเลย ผมคิดว่าข้อ 3 มีไว้ในกรณีที่สายไฟเอซีสั้นไป ก็ต้องใช้สายและเต้าแยกมาช่วยเชื่อมต่อเป็นสถานีส่ง คือใช้เป็นสายต่อ (extension cord) ครับ แต่ถ้าสายไฟเอซียาวพอก็คงไม่ต้องใช้ข้อ 3
สำหรับปลั๊กผนัง ผมใช้ National ธรรมดาครับ ส่วนปลั๊กตัวเมีย (หมายถึงเต้า output ไม่ใช่ IEC) ของเครื่องกรองไฟทั้งสองตัวที่ผมใช้ก็เป็น National เหมือนกัน อย่างไรก็ดี ผู้ผลิตทั้ง Silicon และ AV zone เขาก็สามารถ upgrade เป็น Wattgate ได้โดยเราจัดหามาเองครับ สำหรับ Mountain 1 คงไม่น่าจะ upgrade เนื่องจากราคาเต้ารับวัตต์เกตตัวเดียวก็สูงกว่าเมาเท่นวันแล้วครับ แต่ถ้าเป็นเครื่องกรอง Isolator รุ่น Space 1 หรือเครื่องกรองไฟ/คุมไฟ ตระกูล SXE ซึ่งผมเข้าใจว่าเขาคงใช้ปลั๊กตัวเมียของ Marinco ซึ่งถ้าเป็นตระกูลนี้ก็น่าจะอัพเกรดได้ครับ ค่อยคุ้มค่าตัว Wattgate หน่อย
โครงการต่อไปนี่ผมว่าจะลองอัพเกรดตัวรับตัวเมียที่ฝาผนังกับช่อง Audio ของเครื่องกรองเอวีโซน เป็นของ Wattgate ดูครับ และก็ลองหัวปลั๊กที่เกรดดีขึ้น รวมทั้งของเล่นบางอย่าง เช่น Tip-Toe ฐานรองเครื่อง ฯลฯ สุดท้ายนี่คงต้องทำห้องฟังอย่างจริง ๆ จัง ๆ ปรับ acoustic ของห้องฟัง สำหรับอะไรที่ต้องเพิ่มขึ้นอีกนั้น ผมเห็นด้วยกับความเห็นที่ 2 (คุณ ต.ต้น) ที่ว่าเล่นเครื่องเสียงต้องใจเย็น ๆ ค่อย ๆ เพิ่มงบประมาณ เนื่องจากเราจะสังเกตเห็นผลที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงไปทีละอย่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นครับ ค่อย ๆ ปรับไปทีละอย่างสองอย่าง มันลุ้น ๆ ดีครับ
-
ผมเขียน email ไปถามฝ่ายบริการลูกค้าของ Rotel ถามว่าควรจะ upgrade สายไฟ AC ที่มากับเครื่องดีไหม ได้คำตอบว่าไม่จำเป็น แต่ถ้าจะทำควรไปถามที่ Rotel Club ดู ผมได้ข้อมูลมาแชร์เป็นประโยชน์ดีและอ่านสนุกด้วย โดยเฉพาะเรื่องผลของไฟฟ้าต่อระบบ Hi-Fi เป็นภาษาปกิดนะครับ ::)
The Power and the Glory
http://www.russandrews.com/viewindex.asp?lookup=1&article_id=pgabout
Power cord for your Rotels
http://www.htguide.com/forum/showthread.php4?t=11924
-
อีกวิธี ใช้หม้อแปลง 1:1 แยกกราวด์ออกจากระบบ
cosmo
-
ที่บ้านยังไม่มีสายกราวด์ ผมกำลังจะปักกราวด์หรอด (ground rod) และต่อสายกราวด์สำหรับเครื่องเสียงโดยเฉพาะ เมื่อวันก่อนได้มีโอกาสไปเลือกปลั๊กไฟผนังเพื่อต่อกราวด์ครับ เห็นมีปลั๊กไฟแบบที่สายกราวด์ต่อเข้าเฉพาะรูต่อของขากราวด์ กับ อีกแบบหนึ่งที่ขากราวด์นี้เชื่อมกับเหล็กยึดปลั๊กไฟด้วย แบบหลังนี้ทำให้สายกราวด์ที่เดิมมาจากกราวด์หรอดเชื่อมเข้ากับท่อเหล็กร้อยสายไฟ (ให้กำแพง) ซึ่งจะเชื่อมกันไปทั้งบ้านเลย
ไม่ทราบว่าควรจะเลือกเดินกราวด์แบบไหนดีครับ ???