HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: Anode ที่ 21 เมษายน, 2007, 10:58:48 pm
-
สงสัยเกี่ยวกับ DAC ขอความรู้ด้วยครับ
1.ในกระทู้ กรุ๊ป บาย Dac มีคำว่า Dual Dac ผมเข้าใจว่าในวงจร Dac เป็็น สเตอริโอซ้าย-ขวา อยู่แล้้ว ทำไมถึงต้องมี Dual Dac ด้วยครับ
2.วงจร Dac รับสัญญาณจากเครื่องเล่นDVD ที่ช่อง Coaxial Output ใช่ไหมครับ แล้วเราสามารถ เพิ่มอุปกรณ์ใน DAC ให้รับสัญญาณที่เป็น Optical Output ได้บ้างไหมครับ
3. ความหมายของคำว่า Non Oversampling คืออะไรครับ
4.ถ้าเครื่องเสียงที่บ้านเป็นเครื่องขยายเสียง และำลำโพงที่รวมราคาแล้วไม่ึถึงหมื่น(ใช้มาเป็นสิบปีแล้ว) ถ้าเอา Dac คั่นกลางระหว่าง เครื่องเล่น DVD ที่ใช้อยู่กับปรีแอมป์ จะพอจับสังเกตความแตกต่างที่เกิดขึ้นได้บ้างไหมครับ
ขอบคุณครับ
-
สงสัยเกี่ยวกับ DAC ขอความรู้ด้วยครับ
1.ในกระทู้ กรุ๊ป บาย Dac มีคำว่า Dual Dac ผมเข้าใจว่าในวงจร Dac เป็็น สเตอริโอซ้าย-ขวา อยู่แล้้ว ทำไมถึงต้องมี Dual Dac ด้วยครับ
2.วงจร Dac รับสัญญาณจากเครื่องเล่นDVD ที่ช่อง Coaxial Output ใช่ไหมครับ แล้วเราสามารถ เพิ่มอุปกรณ์ใน DAC ให้รับสัญญาณที่เป็น Optical Output ได้บ้างไหมครับ
3. ความหมายของคำว่า Non Oversampling คืออะไรครับ
4.ถ้าเครื่องเสียงที่บ้านเป็นเครื่องขยายเสียง และำลำโพงที่รวมราคาแล้วไม่ึถึงหมื่น(ใช้มาเป็นสิบปีแล้ว) ถ้าเอา Dac คั่นกลางระหว่าง เครื่องเล่น DVD ที่ใช้อยู่กับปรีแอมป์ จะพอจับสังเกตความแตกต่างที่เกิดขึ้นได้บ้างไหมครับ
ขอบคุณครับ
ตอบข้อ 3 ละกันทำได้ครับโดยเพิ่ม TORX173 (ตัวรับ), L,C ดูแนวทางจากนี้ก็ได้ครับ http://www1.harenet.ne.jp/~kadoki/kadoki/dac/dac.html (http://www1.harenet.ne.jp/~kadoki/kadoki/dac/dac.html)
เป็นภาษาญี่ปุ่นใช้โปรแกรมช่วยแปลเอานะครับ
4.จับสังเกตได้แน่นอนครับแตกต่างกันพอควรครับ ดูได้จากความนิยมไม่เสื่อมคลายครับยังมีกรุ๊บบายตลอด ;D
-
๑. dual dac มันเริ่มมาจากแนวคิดที่ว่าสัญญาณออกจาก DAC ตัวนึงมันน้อยมากทั้งซ้ายและขวา ยิ่ง tda1541 นั้นต้องขยายร่วมๆ 200 เท่าถึงจะพอกิน ถ้าจับมาคร่อมกันสองตัว output ก็แรงขึ้นสองเท่า ทำภาคขยายง่ายขึ้นอีกหน่อย
แถมยังมี quad dac ที่ใช้ 4 ตัวอีก อย่าง accuphase ใช้ถึง 16 ตัวถ้าผมจำไม่ผิด มีข้อดีที่แอบแฝงมาก็คือ noise floor เท่าเดิมในขณะที่สัญญาณแรงขึ้นมหาศาล ถ้าคิดว่า noise จาก dac เป็น random ซึ่งความจริงก็คงไม่เชิงนัก ;)
๒. ใช่ครับ ปกติรับที่ coaxial out ต้องเซ็ทให้เป็น pcm ด้วยมั้งครับ ส่วนเพิ่ม optical in ก็ไม่ยาก เพิ่มพวก TORX optical reciever เพิ่มได้ ลองหาในเนทดูครับ Y]
๓. non oversampling คือไม่มีการเพิ่มข้อมูลแทรกระหว่างกลางข้อมูลเดิมเลย คือต้นฉบับมายังไงก็ถอดสัญญาณไปอย่างงั้นเลย
ข้อมูลดิจิตอลมันเป็นรูปคลื่นที่เก็บไว้ในรูปขั้นบันได oversampling ก็เหมือนเพิ่มขั้นบันไดเล็กๆเข้าไประหว่างขั้นหลัก คงพอนึกออกว่าถ้าเพิ่มเข้าไปมากๆเข้า บันไดจะกลางเป็นพื้นเอียงแทนใช่ไหมครับ ซึ่งก็น่าจะดีกว่า เหมือนกับว่าคลื่นมัน smooth กว่า เสียงน่าจะดีกว่า แต่ข้อเสียเปรียบของ oversampling ก็มีอยู่ตรงที่เวลาอันจำกัดและต้อง switching อย่างรวดเร็วมากเพื่อให้ทันกับขั้นบันไดเล็กๆที่ต้องใส่เข้าไป ถ้าเร็วไม่พอ ถ้าไม่ stable พอ มันอาจจะทำให้รูปคลื่นเพี้ยนไป :P
๔. ถ้าเครื่องเล่นดีวีดีราคาไม่กี่พันน่าจะเห็นผลชัดเจนครับ :headphone
-
;D ขอบคุณทั้งสองท่านมากครับ
-
4.ถ้าเครื่องเสียงที่บ้านเป็นเครื่องขยายเสียง และำลำโพงที่รวมราคาแล้วไม่ึถึงหมื่น(ใช้มาเป็นสิบปีแล้ว) ถ้าเอา Dac คั่นกลางระหว่าง เครื่องเล่น DVD ที่ใช้อยู่กับปรีแอมป์ จะพอจับสังเกตความแตกต่างที่เกิดขึ้นได้บ้างไหมครับ
ใช้ลำโพงคอมพิวเตอร์ตัวเล็กนิดเดียวก็ฟังออกครับ
ขึ้นอยู่กับแผ่นที่ใช้ทดสอบด้วยครับ ควรเป็นแผ่นที่บันทึกมาดี
ถ้าเป็น MP3 128Kbps ส่วนใหญ่ฟังผ่าน DAC แล้วแย่ลง
-
โห.. อธิบายได้ละเอียดจัง O0