HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: PDT ที่ 25 เมษายน, 2007, 08:50:28 am
-
ผมสงสัยค่า L ใน Power Supply ค่าที่เหมาะสมเราต้องดูอะไรบ้าง ขอยกตัวอย่างหลอดเบอร์ EZ81 เช่นใน Data Sheet ดูจากอะไร เช่นวงจรปรีของ อ.มด ถ้าไส่ L แทนตรง R 1 K/3W ใช่ไหมครับ
ขอบคุณครับ
-
ผมสงสัยค่า L ใน Power Supply ค่าที่เหมาะสมเราต้องดูอะไรบ้าง ขอยกตัวอย่างหลอดเบอร์ EZ81 เช่นใน Data Sheet ดูจากอะไร เช่นวงจรปรีของ อ.มด ถ้าไส่ L แทนตรง R 1 K/3W ใช่ไหมครับ
ถูกต้องแล้วครับใส่แทน R 1 K ตัวนั้นเลย เห็นในดาต้าของ Phillips ควรใช้ประมาณ 10 H ครับ
http://www.mif.pg.gda.pl/homepages/frank/sheets/030/e/EZ81.pdf
แต่ถ้าจะเอาค่าให้กระแสไหลเท่าเดิมเปะก็ให้ใช้ค่า L = 3 H ครับ 150 mA เท่ากับ กระแส max ของ EZ81 เลย :headphone
-
ผมสงสัยค่า L ใน Power Supply ค่าที่เหมาะสมเราต้องดูอะไรบ้าง ขอยกตัวอย่างหลอดเบอร์ EZ81 เช่นใน Data Sheet ดูจากอะไร เช่นวงจรปรีของ อ.มด ถ้าไส่ L แทนตรง R 1 K/3W ใช่ไหมครับ
ขอบคุณครับ
ขอแยกประเด็นในคำถามก่อนนะครับ เรื่องแรกคือการใช้ Choke ในวงจร Power Supply อีกเรื่องคือการดัดแปลงวงจรที่เดิมเป็น R มาใช้ L แทน
การใช้ Choke ใน Power Supply มี 2 แบบคือใช้เป็น Load ของ Rectifier ที่เรียกวงจร Choke input ใน Datasheet นั่นแหล่ะครับ กับใช้เป็น Filter กรองให้ Ripple น้อยลง ใน Datasheet จะบอกค่า Choke ที่เหมาะสมในวงจร Choke input ไว้ให้ ก็ควรใช้ ไม่น้อยกว่า ค่าที่ระบุไว้ครับ ส่วนในวงจร Filter ก็แล้วแต่ออกแบบครับ Choke ค่ามาก อัตราการกรองก็มากขึ้น ขึ้นกับว่าอยากจะกรองเท่าไหร่ครับ
ส่วนเรื่องการดัดแปลงวงจรเดิมจาก R มาเป็น L ก็ต้องคำนึงถึงค่า L ที่ใช้ทดแทนอัตราการกรองเดิมได้ก่อน สมมุติวงจรเดิม RC มีอัตราการกรอง 1/100 เท่า หมายถึงว่า Ripple จะเหลือแค่ 1/100 จากก่อนเข้าวงจรกรอง อย่างน้อยๆ L ที่เอามาใช้แทน ก็ควรจะกรองได้ 1/100 เท่าด้วย นี่เป็นประเด็นแรก อีกประเด็นคือเรื่องแรงดันตกคร่อม (Drop) ซึ่งโดยปกติแล้ว Choke จะมี DCR ต่ำ ทำให้ Drop Voltage น้อยกว่า หมายความว่าเมื่อคุณเปลี่ยนเป็น Choke แล้ว มีโอกาสที่จะได้แรงดันที่ส่งไปวงจรขยายมากกว่าเดิม (โดยประมาณก็ 10-15% ครับ) ทีนี้แรงดันที่ได้เพิ่มขึ้นนี้ มันมากเกินไปรึเปล่า? สมมุติเดิมวงจรใช้แรงดัน 200V ซึ่งพอดีกับ Max Rating ของหลอด พอคุณเปลี่ยนเป็น Choke กลับได้เป็น 220V ซึ่งก็ไม่ดีกับหลอดแล้ว และอาจจะเกินค่าทนได้ของอุปกรณ์บางตัวด้วย ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องพวกนี้ด้วยครับ :)
-
ถูกต้องแล้วครับใส่แทน R 1 K ตัวนั้นเลย เห็นในดาต้าของ Phillips ควรใช้ประมาณ 10 H ครับ
http://www.mif.pg.gda.pl/homepages/frank/sheets/030/e/EZ81.pdf
แต่ถ้าจะเอาค่าให้กระแสไหลเท่าเดิมเปะก็ให้ใช้ค่า L = 3 H ครับ 150 mA เท่ากับ กระแส max ของ EZ81 เลย :headphone
เข้าใจว่าคุณ magneto คำนวณค่า Reactance 1k ที่ 50Hz กลับมาเป็นค่า Choke 3H ซึ่งวิธีนี้ไม่ถูกต้องครับ ในวงจร Filter นั้น ต้องแยกคิด DC กับ AC ครับ Voltage Drop บน Choke จะเกิดจากค่า DCR ของ choke ไม่เกี่ยวกับว่าค่า Inductance จะเป็นเท่าไหร่ครับ สมมุติ Choke 2 ตัว ค่า 10H DCR 100R กับ 50H DCR 100R ลักษณะนี้เมื่อนำมาใช้ในวงจรเดียวกัน Voltage Drop บน Choke จะเท่ากันครับ แต่จะเห็นว่า Reactance ที่ 50Hz ของ Choke ทั้ง 2 ตัวไม่เท่ากัน ลักษณะนี้ Choke 50H ซึ่งมี Reactance มากกว่า จะสามารถกรอง Ripple (AC) ได้มากกว่าครับ
อีกประการหนึ่งคือ อันที่จริงแล้วต้องคิด Reactance ที่ 100Hz ครับ เนื่องว่า Rectifier ที่คุณ PDT แนบมาเป็น Full wave เมื่อใช้กับไฟ 50Hz ของบ้านเรา จะได้ Ripple 100Hz ครับ :)
-
ผมสงสัยค่า L ใน Power Supply ค่าที่เหมาะสมเราต้องดูอะไรบ้าง ขอยกตัวอย่างหลอดเบอร์ EZ81 เช่นใน Data Sheet ดูจากอะไร เช่นวงจรปรีของ อ.มด ถ้าไส่ L แทนตรง R 1 K/3W ใช่ไหมครับ
ขอบคุณครับ
ขอแยกประเด็นในคำถามก่อนนะครับ เรื่องแรกคือการใช้ Choke ในวงจร Power Supply อีกเรื่องคือการดัดแปลงวงจรที่เดิมเป็น R มาใช้ L แทน
การใช้ Choke ใน Power Supply มี 2 แบบคือใช้เป็น Load ของ Rectifier ที่เรียกวงจร Choke input ใน Datasheet นั่นแหล่ะครับ กับใช้เป็น Filter กรองให้ Ripple น้อยลง ใน Datasheet จะบอกค่า Choke ที่เหมาะสมในวงจร Choke input ไว้ให้ ก็ควรใช้ ไม่น้อยกว่า ค่าที่ระบุไว้ครับ ส่วนในวงจร Filter ก็แล้วแต่ออกแบบครับ Choke ค่ามาก อัตราการกรองก็มากขึ้น ขึ้นกับว่าอยากจะกรองเท่าไหร่ครับ
ส่วนเรื่องการดัดแปลงวงจรเดิมจาก R มาเป็น L ก็ต้องคำนึงถึงค่า L ที่ใช้ทดแทนอัตราการกรองเดิมได้ก่อน สมมุติวงจรเดิม RC มีอัตราการกรอง 1/100 เท่า หมายถึงว่า Ripple จะเหลือแค่ 1/100 จากก่อนเข้าวงจรกรอง อย่างน้อยๆ L ที่เอามาใช้แทน ก็ควรจะกรองได้ 1/100 เท่าด้วย นี่เป็นประเด็นแรก อีกประเด็นคือเรื่องแรงดันตกคร่อม (Drop) ซึ่งโดยปกติแล้ว Choke จะมี DCR ต่ำ ทำให้ Drop Voltage น้อยกว่า หมายความว่าเมื่อคุณเปลี่ยนเป็น Choke แล้ว มีโอกาสที่จะได้แรงดันที่ส่งไปวงจรขยายมากกว่าเดิม (โดยประมาณก็ 10-15% ครับ) ทีนี้แรงดันที่ได้เพิ่มขึ้นนี้ มันมากเกินไปรึเปล่า? สมมุติเดิมวงจรใช้แรงดัน 200V ซึ่งพอดีกับ Max Rating ของหลอด พอคุณเปลี่ยนเป็น Choke กลับได้เป็น 220V ซึ่งก็ไม่ดีกับหลอดแล้ว และอาจจะเกินค่าทนได้ของอุปกรณ์บางตัวด้วย ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องพวกนี้ด้วยครับ :)
รบวนถามเพิ่มเติมครับ...คุณภาพตัวต้านทานตรงตำแหน่งนี้มีผลต่อเสียงหรือใม่ครับ.
-
เข้าใจว่าคุณ magneto คำนวณค่า Reactance 1k ที่ 50Hz กลับมาเป็นค่า Choke 3H ซึ่งวิธีนี้ไม่ถูกต้องครับ ในวงจร Filter นั้น ต้องแยกคิด DC กับ AC ครับ Voltage Drop บน Choke จะเกิดจากค่า DCR ของ choke ไม่เกี่ยวกับว่าค่า Inductance จะเป็นเท่าไหร่ครับ สมมุติ Choke 2 ตัว ค่า 10H DCR 100R กับ 50H DCR 100R ลักษณะนี้เมื่อนำมาใช้ในวงจรเดียวกัน Voltage Drop บน Choke จะเท่ากันครับ แต่จะเห็นว่า Reactance ที่ 50Hz ของ Choke ทั้ง 2 ตัวไม่เท่ากัน ลักษณะนี้ Choke 50H ซึ่งมี Reactance มากกว่า จะสามารถกรอง Ripple (AC) ได้มากกว่าครับ
:) เจอตัวคนเก่งแล้ว Y] ครับผมคิดคร่าวๆ เอาครับ ที่ความถี่ 50 Hz ครับ แต่วงจร Full wave มี Ripple = 100 Hz ครับ และที่เลือกค่า 3 H เพราะความผมชอบใช้ค่า L ต่ำ มาเป็นประเด็นหลักครับ ชอบความกระชับๆนะครับ :headphone สงสัยต้องกลับไปอ่านเพิ่มแล้วเรา :headphone ว่าแต่คุณ Mr. Tube นี่แน่นปึกเลย ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป คุณ Mr. Tube ช่วยแสดงวิธีการคำนวนค่าโช๊คที่จะเอามาใส่ในวงจรนี้ให้ดูซักตัวอย่างจะได้ไหมครับ :)
-
รบวนถามเพิ่มเติมครับ...คุณภาพตัวต้านทานตรงตำแหน่งนี้มีผลต่อเสียงหรือใม่ครับ.
ผมจะถือว่าอุปกรณ์ทุกตัวที่เราใช้ แม้แต่สิ่งเล็กน้อย (สำหรับผม) อย่าง Connector, ที่พักสาย, ตะกั่วบัดกรี ล้วนมีผลต่อเสียงที่ได้ครับ เพียงแต่เราจะสังเกตมันได้ใน System ของเราหรือไม่? และถ้าสังเกตได้ เราจะใส่ใจกับมันรึเปล่าน่ะครับ :)
-
รบวนถามเพิ่มเติมครับ...คุณภาพตัวต้านทานตรงตำแหน่งนี้มีผลต่อเสียงหรือใม่ครับ.
ผมจะถือว่าอุปกรณ์ทุกตัวที่เราใช้ แม้แต่สิ่งเล็กน้อย (สำหรับผม) อย่าง Connector, ที่พักสาย, ตะกั่วบัดกรี ล้วนมีผลต่อเสียงที่ได้ครับ เพียงแต่เราจะสังเกตมันได้ใน System ของเราหรือไม่? และถ้าสังเกตได้ เราจะใส่ใจกับมันรึเปล่าน่ะครับ :)
ครับผมขอบคุณมากครับ...จะลองหาแบบดีๆมาลองดูครับ. :)
-
ผมสงสัยค่า L ใน Power Supply ค่าที่เหมาะสมเราต้องดูอะไรบ้าง ขอยกตัวอย่างหลอดเบอร์ EZ81 เช่นใน Data Sheet ดูจากอะไร เช่นวงจรปรีของ อ.มด ถ้าไส่ L แทนตรง R 1 K/3W ใช่ไหมครับ
ขอบคุณครับ
ขอแยกประเด็นในคำถามก่อนนะครับ เรื่องแรกคือการใช้ Choke ในวงจร Power Supply อีกเรื่องคือการดัดแปลงวงจรที่เดิมเป็น R มาใช้ L แทน
การใช้ Choke ใน Power Supply มี 2 แบบคือใช้เป็น Load ของ Rectifier ที่เรียกวงจร Choke input ใน Datasheet นั่นแหล่ะครับ กับใช้เป็น Filter กรองให้ Ripple น้อยลง ใน Datasheet จะบอกค่า Choke ที่เหมาะสมในวงจร Choke input ไว้ให้ ก็ควรใช้ ไม่น้อยกว่า ค่าที่ระบุไว้ครับ ส่วนในวงจร Filter ก็แล้วแต่ออกแบบครับ Choke ค่ามาก อัตราการกรองก็มากขึ้น ขึ้นกับว่าอยากจะกรองเท่าไหร่ครับ
ส่วนเรื่องการดัดแปลงวงจรเดิมจาก R มาเป็น L ก็ต้องคำนึงถึงค่า L ที่ใช้ทดแทนอัตราการกรองเดิมได้ก่อน สมมุติวงจรเดิม RC มีอัตราการกรอง 1/100 เท่า หมายถึงว่า Ripple จะเหลือแค่ 1/100 จากก่อนเข้าวงจรกรอง อย่างน้อยๆ L ที่เอามาใช้แทน ก็ควรจะกรองได้ 1/100 เท่าด้วย นี่เป็นประเด็นแรก อีกประเด็นคือเรื่องแรงดันตกคร่อม (Drop) ซึ่งโดยปกติแล้ว Choke จะมี DCR ต่ำ ทำให้ Drop Voltage น้อยกว่า หมายความว่าเมื่อคุณเปลี่ยนเป็น Choke แล้ว มีโอกาสที่จะได้แรงดันที่ส่งไปวงจรขยายมากกว่าเดิม (โดยประมาณก็ 10-15% ครับ) ทีนี้แรงดันที่ได้เพิ่มขึ้นนี้ มันมากเกินไปรึเปล่า? สมมุติเดิมวงจรใช้แรงดัน 200V ซึ่งพอดีกับ Max Rating ของหลอด พอคุณเปลี่ยนเป็น Choke กลับได้เป็น 220V ซึ่งก็ไม่ดีกับหลอดแล้ว และอาจจะเกินค่าทนได้ของอุปกรณ์บางตัวด้วย ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องพวกนี้ด้วยครับ :)
รบวนถามเพิ่มเติมครับ...คุณภาพตัวต้านทานตรงตำแหน่งนี้มีผลต่อเสียงหรือใม่ครับ.
รบวนถามเพิ่มเติมครับ...คุณภาพตัวต้านทานตรงตำแหน่งนี้มีผลต่อเสียง มากน้อยขนาดไหนครับ (เพราะผมชอบใช้แบบ ไวด์วาว)
-
ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป คุณ Mr. Tube ช่วยแสดงวิธีการคำนวนค่าโช๊คที่จะเอามาใส่ในวงจรนี้ให้ดูซักตัวอย่างจะได้ไหมครับ :)
ยินดีครับคุณ magneto
ผมกะเอาจากรูปวงจรที่แนบมา ข้างหนึ่งน่าจะกินกระแสราว 2mA ซึ่งน้อยจนน่าใจหายสำหรับ EL86 (จริงๆ แล้ว R Load เป็น 10k รึเปล่าน่ะครับ) เอาเป็นว่า 2 ข้างต้องการกระแส 40mA ละกัน จะได้ไม่ดูน้อยเกินไป
ประการแรกเราจะต้องหาค่า L ที่มีอัตรากรองเทียบเท่ากับ RC วงจรเดิมก่อน เดิม R = 1k และ C = 180uF ก็หาค่า L ที่มี Reactance 1k ที่ 100Hz มาแทน R จะได้ค่า L = 1.6H นี่คือค่าขั้นต่ำครับ ถ้าใช้ L มากกว่านี้ ก็จะได้อัตราการกรองมากขึ้นไปอีก
ประเด็นต่อมาก็คือเรื่อง Voltage Drop ครับ เดิมกระแสไหลผ่าน R = 40mA เท่ากับว่าจะมีแรงดันตกคร่อม R = 40V สมมุติ Choke 1.6H ที่เราได้มา มี DCR 20R เพราะฉะนั้นแรงดันตกคร่อม Choke ก็จะเหลือแต่ 0.04 x 20 = 0.8V หมายความว่าเราจะได้แรงดัน Output จาก Filter LC นี้เพิ่มขึ้นอีก 40 - 0.8 =39.2V แรงดันที่จ่ายให้วงจรก็จะเป็น 250+39.2 = 289.2V ถ้าจำไม่ผิดก็เกิน Rating ของ EL86 แต่พอผ่าน R load แล้วไม่เกิน ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ที่มีปัญหาคือ มี C ตัวหนึ่งทนได้แค่ 275V แบบนี้ก็อาจจะ :blowup ได้ครับ ก็ต้องไปเปลี่ยน C ตัวดังกล่าวด้วย :)
คงพอใช้เป็นแนวทางการดัดแปลงวงจรได้นะครับ :bye1
-
รบวนถามเพิ่มเติมครับ...คุณภาพตัวต้านทานตรงตำแหน่งนี้มีผลต่อเสียง มากน้อยขนาดไหนครับ (เพราะผมชอบใช้แบบ ไวด์วาว)
ตอบไปตะกี้แล้วครับ คงสวนกันรึเปล่า??
คือมันขึ้นกับ System และผู้สังเกตครับ บางทีอาจจะต่างกันมาก บางทีอาจจะไม่ต่างกันเลยครับ ต้องลองเปลี่ยนและฟัง เพื่อเก็บเป็นประสบการณ์ของใครของมันครับ ;)
-
ขอบคุณ คุณ Mr.tube และพี่ฑูลมากเลยครับ และจะใช้ข้อมูลจากพี่ๆในการ Diy ไปเรื่อยๆ ครับ
มีอีกคำถามครับผมได้ลองต่อวงปรีตัวนี้ปรากฏว่าไฟเกินเป็น 270 v ทำให้มีผลต่อหลอดไหมครับ
และผมสังเกตแถวๆหัวหลอดจะมีคราบคล้ายเขม่า,ฝ่า (แต่ไม่ดำ) เกาะรอบๆและบริเวณที่แถวๆ
ฐานของหลอดก็มีแต่ไม่มาก เพราะก่อนจะเอาหลอดเสียบลงผมสังเกตว่าไม่มี หลอดของผมเป็นหลอดที่โลโก้เป็นรูปดาว น่าจะเป็นซูกวง
ช่วยไขข้อข้องใจด้วยครับ
-
ตอนนี้ใส่โช๊คแล้วใช่หรือไม่ครับ
รบกวนน้อง pdt ช่วยวัดไฟตรง 2 จุดนี้ให้หน่อยครับ VA และ VB
-
หรือท่านใดที่รู้ว่าปรีตัวนี้กินกระแสทไหร่ ช่วยแจ้งด้วยครับ จะคำนวนตามที่คุณ Mr. tube ครับ
-
http://www.htg2.net/index.php?topic=9548.0
VB = 249.1 V
ดูตาม Link คุณมดทำไว้ครับ
เจอตัวคนเก่งแล้ว
ถามจริง คุณ magneto เป็นสมาชิก HTG2 ไม่รู้จักคุณ Mr. Tube เหรอครับ :secret :secret :secret
-
ตอนนี้ใส่โช๊คแล้วใช่หรือไม่ครับ
รบกวนน้อง pdt ช่วยวัดไฟตรง 2 จุดนี้ให้หน่อยครับ VA และ VB
เดี๋ยวตอนเย็นผมจะกลับไปวัดให้ครับ แต่ L ผมยังไม่ได้ใส่ ของผมต่อแบบเป็นกองยังไม่เรียบร้อยถ้ามีโอกาศจะขอโชว์บ้าง
-
http://www.htg2.net/index.php?topic=9548.0
VB = 249.1 V
ดูตาม Link คุณมดทำไว้ครับ
ขอบคุณมากครับคุณ Charoen.P แล้วพอจะทราบ VA ไหมครับว่าประมาณเท่าไหร่ (ผมอยากรู้กระแสที่โหลดดึงไปนะครับ)
ถามจริง คุณ magneto เป็นสมาชิก HTG2 ไม่รู้จักคุณ Mr. Tube เหรอครับ
:) รู้จักครับ แต่ยังไม่ได้ขอคำแนะนำเป็นการส่วนตัวครับ :)
เดี๋ยวตอนเย็นผมจะกลับไปวัดให้ครับ แต่ L ผมยังไม่ได้ใส่ ของผมต่อแบบเป็นกองยังไม่เรียบร้อยถ้ามีโอกาศจะขอโชว์บ้าง
ลองดูครับ แล้วอุปกรณ์ใส่ค่าตรงตามวงจรเลยใช่ไหมครับ :)
-
ขอบคุณ คุณ Mr.tube และพี่ฑูลมากเลยครับ และจะใช้ข้อมูลจากพี่ๆในการ Diy ไปเรื่อยๆ ครับ
มีอีกคำถามครับผมได้ลองต่อวงปรีตัวนี้ปรากฏว่าไฟเกินเป็น 270 v ทำให้มีผลต่อหลอดไหมครับ
และผมสังเกตแถวๆหัวหลอดจะมีคราบคล้ายเขม่า,ฝ่า (แต่ไม่ดำ) เกาะรอบๆและบริเวณที่แถวๆ
ฐานของหลอดก็มีแต่ไม่มาก เพราะก่อนจะเอาหลอดเสียบลงผมสังเกตว่าไม่มี หลอดของผมเป็นหลอดที่โลโก้เป็นรูปดาว น่าจะเป็นซูกวง
ช่วยไขข้อข้องใจด้วยครับ
ไม่ทราบว่าตอนวัดไฟได้ต่อโหลดไว้รึปล่าวครับ...ถ้าไม่ต่อจะวัดได้ที่ประมาณๆ 278 โวลท์น่ะครับ
-
ไม่ทราบว่าตอนวัดไฟได้ต่อโหลดไว้รึปล่าวครับ...ถ้าไม่ต่อจะวัดได้ที่ประมาณๆ 278 โวลท์น่ะครับ
อึม....ฮือ ปึ๊กจริงๆพี่เด็กหลอดแก้ว O0
-
หรือท่านใดที่รู้ว่าปรีตัวนี้กินกระแสทไหร่ ช่วยแจ้งด้วยครับ จะคำนวนตามที่คุณ Mr. tube ครับ
ถ้าดูจากข้อมูลในวงจร
แรงดันแหล่งจ่าย 250V
Total Resistance = R load + R plate เพราะมันอนุกรมกันอยู่ แต่เราไม่รู้ R plate ของหลอด รู้แต่ R load = 100k
I = E/R = 250/100k = 2.5mA
กรณีที่ R plate = 0 กระแสก็จะไหล 2.5mA ครับ แต่ความจริงแล้ว R plate ไม่มีทางเท่ากับ 0 เพราะฉะนั้น Total R ก็ต้องมากกว่า 100k แน่ ผมจึงประเมินเอาว่ากระแสน่าจะไหลราว 2mA กว่าๆ เท่านั้นเองครับ ถ้าเป็นผม คงจะลด R load เหลือแค่ 5-10k ให้กระแสไหลมากกว่านี้ครับ ;)
-
อึม....ฮือ ปึ๊กจริงๆพี่เด็กหลอดแก้ว O0
ขอมาก็จัดหั้ยคับ.... ;D
-
ขอมาก็จัดหั้ยคับ....
:headphoneงั้นเสาร์นี้ขอให้พี่ไปช่วยพี่อุ๋ยหน่อยได้ไหมครับ ผมมือเจ็บเลยช่วยได้ไม่มากตอนนี้ :headphone
-
ขอโทษพี่ฑูลด้วยนะครับ เลยไม่ได้วัดแรงดันให้เลย พอดีพึ่งกลับมาจากทำงานต่างจังหวัด ผมวัดขณะไม่มีโหลดนะครับ ปกติ VA=276 V, VB=275 V ใส่ L ขณะไม่มีโหลด VA=265 V, VB=224 V L ค่าประมาณ 3.4 H ส่วนค่า L ก็ใช้วิธีการหาค่าตามที่พี่แนะนำไว้ ผมพอจะฟังออกนิดหน่อยว่าใส่ L แล้วเสียงจะนุ่มขึ้นความใสจะลดลงหน่อย
-
แล้วมีวิธีตรวจดูว่าค่า L ที่ใส่ไปมันอิ่มตัวหรือเปล่าอะครับ อาการมีเสียงจี่นี่ไช่มันอิ่มตัวหรือเปล่าครับ :D
-
ขอโทษพี่ฑูลด้วยนะครับ เลยไม่ได้วัดแรงดันให้เลย พอดีพึ่งกลับมาจากทำงานต่างจังหวัด ผมวัดขณะไม่มีโหลดนะครับ ปกติ VA=276 V, VB=275 V ใส่ L ขณะไม่มีโหลด VA=265 V, VB=224 V L ค่าประมาณ 3.4 H ส่วนค่า L ก็ใช้วิธีการหาค่าตามที่พี่แนะนำไว้ ผมพอจะฟังออกนิดหน่อยว่าใส่ L แล้วเสียงจะนุ่มขึ้นความใสจะลดลงหน่อย
เดี๋ยวจะลองใช้โปรแกรมช่วยคำนวนดูอีกที่นะครับ :headphone
แต่รู้สึกว่าแรงดันที่ได้ก็พอไหวนะครับ (ค่า L คือค่า L ที่ 50 Hz นะครับ ถ้าใช้กับวงจร fullwave ก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 2 เท่า หรือประมาณ 7 เฮนรี่)แต่รู้สึกว่าโช๊คจะใหย๋ไปนิดหนึ่งครับ VB=224 V ขณะไม่ต่อโหลด ถ้าต่อโหลดแล้วจะเหลือเท่าไหร่น่า.... :)
และกรณี ที่เสียงที่ได้นุ่มไปจะรายละเอียดหาย ให้ใช้ค่า c ประมาณซัก 0.22 ไมโครฟารัด ต่อขนานกับ L จะช่วยเพิ่มรายละเอียดให้มีมากขึ้นได้
แล้วมีวิธีตรวจดูว่าค่า L ที่ใส่ไปมันอิ่มตัวหรือเปล่าอะครับ อาการมีเสียงจี่นี่ไช่มันอิ่มตัวหรือเปล่าครับ
ส่วนใหญ่แล้วการอิ่มตัวของแกนเหล็กจะเกิดจากกระแสไหลเกินหรือเอ็ดดี้เคอเร้น จนทำให้เกิดความร้อนที่แกนเหล็ก ความร้อนจะทำให้เกิดความสูญเสียทางด้านแม่เหล็ก ทั้งนี้และทั้งนั้น ความร้อนตัวนี้ต้องใช้เวลาในการสะสมที่แกน
จึงแยกอาการสาเหตุการจี่ได้เป็น
1.ถ้าจี่ในตอนเปิดเครื่องเลย ก็น่าจะมีสาเหตุมาจากสายสัญญาน
2.จี่ตอนที่ L เริ่มร้อน ก็อาจจะสันนิฐานได้ว่า น่าจะเกิดมาจาก L อิ่มตัวครับ :)
-
:kicking กรณีที่ในวงจรมีโช้ค แต่หาไม่ได้ จะใช้ R แทนได้มั๊ย เช่นในวงจรระบุว่า 10H 200ma 120 Ohm ถ้าได้จะใช้ R ค่าเท่าไหร่ดี รบกวนด้วยนะขอรับ เห็นหลายท่านบอกว่าใช้แทนกันกัน และเสียงดีด้วย K] :drive1
-
วันนี้ทำการบ้านมาน้อยครับ เอาเป็นว่าขอตอบน้อง PDT ก่อนนะครับ
เรื่องรายละเอียดของการคำนวนค่า L ให้เป๊ะค่อนข้างจะยุ่งยากมากครับ
เอาเป็นว่า สรุปให้ใช้ค่าตามนี้ก็แล้วกันนะครับ ใช้ L 20 เฮนรี่ 25 มิลิแอมป์ มาต่อแทน R 1 K เลยนะครับ และเปลี่ยนค่า c ให้น้อยลงอีกหน่อยตามวงจรเลยนะครับ จะใช้ 33 หรือ 47 ไมโครก็ได้ครับ เสียงจะได้ไม่ทึบมากนักครับเพราะยังไงๆ โช๊ค ก็ช่วยให้ริปเปิ้ลน้อยลงอยู่แล้วครับ :)