HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: Jakaman ที่ 21 สิงหาคม, 2007, 10:32:39 pm
-
พอดีได้สายสัญญาณมาใหม่สองยี่ห้อครับเลยเอามาลอง เส้นนึงก็คือ Van den hul รุ่น Snow line ครับ กับสายของ Exam เป็นสาย PCOCC (จากร้าน Remet) ตอนแรกลองฟังสายของ Van den hul ก่อนครับ ผลคือใครที่ชอบเสียงสายพริ่วๆ บอกได้เลยว่าต้องชอบแน่ๆ เพราะกลางถึงปลายเสียงสูงทำได้ดีมากครับ แต่เบสบางมากๆครับ ฟังอยู่ 2 อาทิตย์ครับ เลยลองเปลี่ยนสายมาเป็น Exam คราวนี้เบสมาเยอะเลยครับ แต่ปลายเสียงยังสู้ Van den hul ไม่ได้ครับ เบสกินขาดครับ คราวนี้เลยลอง Test โดยการเอามาขนานกันดู โอ้วจอร์จ คราวนี้มาครบเลยครับ... ทั้งเบสทั้งแหลม พริ้วสุดๆ อยากให้ลองกันดูครับ... เมตรละ 200 เท่ากันเลยครับ ผมยังงงว่าสายราคาแค่นี้ให้เสียงได้เปลี่ยนได้ขนาดนี้เชียวหรือ...
ขณะที่พิมพ์อยู่นี่ก็ตื่นเต้นมากครับ เกิดมายังไม่เคยฟังเพลงได้เพราะและก็นานขนาดนี้มาก่อนเลยครับ...
-
ขนานกันแบบไหนครับ จับ inner connect with inner & outter with outter เลยรึไม่ หรือจับ inner มาขนานกันอย่างเดียว ถ้าให้ดีถ่ายรูปสายมาให้ดูหน่อยสิครับ :help
-
O0 O0 O0 d_d
-
;) Gain Clone ไวกับการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้วครับ ถ้าชอบก็น่ายินดีครับ c)
-
เรื่องเส้นสายเนี้ยนะครับ ถ้าไม่เจอกับตัวเอง พูดไปก็ลำบากใจครับ :shutup
ผมก็คนหนึ่งครับที่เจอกับตัวเอง ^-^ แต่เล่นเอาเหงื่อตกเหมือนกันเพราะวัดกันแบบ A-B test เลย Y] Y]
-
ถ้าจะทำจริงๆ ต้องเป็นแบบ blind test ครับ อยากลองกันไหมครับ
-
ก็ต่อขนานกันปกติเลยครับ เอาเส้นบวกกับบวก ลบกับลบมาต่อหัวท้ายเข้าบานาน่าตัวเดียวกันทั้งสองด้าน(In กับ Out) เรียกง่ายๆกว่าเอาสายมาขนานรวมกันเพื่อให้ได้จุดตัดที่มากขึ้นอ่ะคับ
_______________________
| |
-[]--------------------------------------[]- <== ประมาณนี้ครับ พอดีไม่มีกล้องถ่ายรูปเลยต้องทำอย่างนี้ให้ดูครับ
แต่แบบ Bind test อยากลองครับ ช่วยแน่ะนำวิธีการหน่อยสิครับผม...
-
blind test คือการทดสอบ โดยไม่ให้รู้ว่า อุปกรณ์ที่กำลังทดสอบคืออะไร ทำไว้เพื่อไม่ให้มีอคติ หรือความคาดหวังในอุปกรณ์ หรือรูปลักษณ์ หรือ ราคา มาเป็นตัวแปร ในการตัดสินความชอบครับ (placebo) ครับ
วิธีการก็ง่ายๆ ครับ เอาอุปกรณ์ชนิดเดียวกัน หลายๆยี่ห้อ/แบบ มาฟังโดยบน system เดียวกัน โดยให้คนอื่นเปลี่ยนให้ (ผู้ให้คะแนนจะต้องไม่รู้ว่ากำลังใช้อุปกรณ์อะไร) ผู้ให้คะแนนก็ให้คะแนนกันไป จากนั้นก็เอาผลลัพท์มา เฉลย (บางทีคนจัดอุปกรณ์ ไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย คะแนนยังมีต่างกันเลยครับ)
แต่หลายคนไม่ชอบ เพราะผลลัพท์ที่ทำกันมักจะออกมาในรูปแบบที่ทำให้อุปกรณ์ที่บางคนทดสอบเคยคิดว่ามีีผลมากมาย มันไม่คุ้มราคาครับ
-
แต่หลายคนไม่ชอบ เพราะผลลัพท์ที่ทำกันมักจะออกมาในรูปแบบที่ทำให้อุปกรณ์ที่บางคนทดสอบเคยคิดว่ามีีผลมากมาย มันไม่คุ้มราคาครับ
อันนี้เรื่องจริงครับ ไม่ใช่แค่ราคาของ ราคาความเชื่อถือของตัวบุคคลด้วยครับ เรื่องบางเรื่องเกี่ยวกับเสียง เถียงกันได้สามวันสามคืนไม่จบ อ้างเหตุผลมาสาธยายกันเป็นคุ้งเป็นแควเพื่อข่มกัน บางคนวางตัวประดุจเทพได้ยินเสียงที่มนุษย์ธรรมดาไม่ได้ยิน หรือได้ยินก็แยกแยะรายละเอียดไม่ได้เหมือนตัวเอง แต่พอชวน blind test กลับขวัญหนีดีฝ่อ แต่ถึงยังไงการ blind test ก็เป็นวิธีที่ดีในการลบความเชื่อผิด ๆ ได้ แถมยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ เสียเงิน เสียทอง กับเรื่องไม่เป็นเรื่องครับ :)
-
แต่หลายคนไม่ชอบ เพราะผลลัพท์ที่ทำกันมักจะออกมาในรูปแบบที่ทำให้อุปกรณ์ที่บางคนทดสอบเคยคิดว่ามีีผลมากมาย มันไม่คุ้มราคาครับ
อันนี้เรื่องจริงครับ ไม่ใช่แค่ราคาของ ราคาความเชื่อถือของตัวบุคคลด้วยครับ เรื่องบางเรื่องเกี่ยวกับเสียง เถียงกันได้สามวันสามคืนไม่จบ อ้างเหตุผลมาสาธยายกันเป็นคุ้งเป็นแควเพื่อข่มกัน บางคนวางตัวประดุจเทพได้ยินเสียงที่มนุษย์ธรรมดาไม่ได้ยิน หรือได้ยินก็แยกแยะรายละเอียดไม่ได้เหมือนตัวเอง แต่พอชวน blind test กลับขวัญหนีดีฝ่อ แต่ถึงยังไงการ blind test ก็เป็นวิธีที่ดีในการลบความเชื่อผิด ๆ ได้ แถมยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ เสียเงิน เสียทอง กับเรื่องไม่เป็นเรื่องครับ :)
O0 O0 O0 โดนใจมากครับ แล้วก็อยากเพิ่มว่าเพื่อให้ได้ข้อสรุปจริงๆการทำ BlindTest ควรใช้เวลาสักหน่อยนะครับ อย่าฟังแป้ปๆแล้วตัดสิน :secret
-
ขอดูรูปสายหน่อยครับ หน้าตามันเป็นอย่างไร ;)
-
ผมกลับไม่ชอบ A/B test หรือ blind test เลยครับ
เวลาผมเปลี่ยนอะไรลงไปผมจะฟังเป็นอาทิตย์เลยเพื่อให้แน่ใจว่ามันดีขั้นหรือแย่ลงจริง ๆ
บางคร้งการฟังสั้น ๆ อาจตื่นเต้นกับการเปลี่ยนแปลงจนลืมมองขอเสียของมันไป ถ้า system นั้นเราฟังทุกวัน มันก็ง่ายอยู้แล้วที่จะจับความแตกต่างได้ ต้องลองฟังกันนาน ๆ ครับ ;)
-
ถ้าเป็น bilnd test แบบเร็วๆผมไม่กลัวครับ แบบฟังต่อกันทันทีไม่เกินสิบวินาทีอะไรอย่างงี้ ผมเคยลองฟัง cd master กับ cd-r เทียบกันในรถแบบสลับแผ่นไปมา อันนั้นฟังออกครับ ปลายเสียงต่างกันนิดเดียวจริงๆ :headphone
แต่แบบฟังเสร็จต้องสลับสายแล้วฟังใหม่ คงต้องแบบพี่กบว่าล่ะครับ ฟังไปนานๆ สลับไปมา แล้วค่อยหาข้อสรุป d_d
-
ถ้าจะทำจริงๆ ต้องเป็นแบบ blind test ครับ อยากลองกันไหมครับ
น่าสนครับ เอ้าเดียวเสนอ แนวนี้แถวๆ ชลดีฝ่า อิอิ ;D ;D
http://www.htg2.net/index.php?topic=22836.0 (http://www.htg2.net/index.php?topic=22836.0)
-
blind test แบบนานๆก็ทำได้ครับ ที่ head-fi มีคนทำเหมือนกันครับ
อย่างที่เขียนไว้ล่ะครับ บางทีไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลยทุกอย่างเหมือนอุปกรณ์เดิมๆเพลงเดิมๆ แค่คนเปลี่ยนหลอกว่าเปลี่ยนแล้ว คนฟังยังเขวได้เลยครับ
วิธีครับ
1.) เปลี่ยนสายจริงๆ
2.) ไม่เปลี่ยนสาย แต่บอกว่าเปลี่ยน
3.) บอกว่าเปลี่ยนสายหนึ่ง แต่จริงๆใช้อีกเส้น
4.) ไม่ให้คนให้คะแนนรู้ว่ามีการเปลี่ยน/ไม่เปลี่ยนสาย (ไม่ให้รู้ว่าถูกทดสอบ) อันนี้ทำยากเหมือนกันครับ
5.) ใน sample ให้มีสายหลายๆแบบ ทั้งถูกทั้งแพง และให้มีสายซ้ำกัน โดยไม่บอกให้รู้
6) ถ้าจะทดลองเองแบบนานๆสบาย ก็ใช้วิธิ พราง sample ไม่ให้รู้ครับ เช่นทำให้ในภายนอกดูเหมือนกันหมด หรือ หลอกก็ได้ครับ เช่น เอาของหรูๆไปทำให้ดูไม่ดี กับของถูกๆมาทำให้ดูดี ครับ
ทุกอย่างทำโดยให้เครื่อง warm in ให้เข้าที่ครับ พยายามให้ตัวแปรอื่นๆ นอกจากสายคงที่ครับ
ผมว่าที่จริงแล้ว blind test จะบอกผลของอุปทานที่มีต่อการฟังมากกว่า ผลจากตัวสายเองอีกมั้งครับ