HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: Golffy ที่ 04 กันยายน, 2007, 09:17:09 am
-
:) คือสมมุติผมทำ network ของลำโพง 8 ohm 2 ทาง ทิ้งไว้แล้วผมตัดที่ 3000 hz แล้วถ้าเอามาใช้กับดอก 4 Ohm จะเป็นปัญหาอะไรไหมครับ หรือว่าต้องแก้ไขค่าอะไรบ้างครับ
--ขอบคุงครับ-- :)
-
:) คือสมมุติผมทำ network ของลำโพง 8 ohm 2 ทาง ทิ้งไว้แล้วผมตัดที่ 3000 hz แล้วถ้าเอามาใช้กับดอก 4 Ohm จะเป็นปัญหาอะไรไหมครับ หรือว่าต้องแก้ไขค่าอะไรบ้างครับ
--ขอบคุงครับ-- :)
คิดว่าความถี่ที่ตัดจะเปลี่ยนไปครับ ดูได้จากสูตรครอบจักรวาล F=1/(2*Pi*R*C) ค่า R.ก็คือimpedance of speaker แต่ถ้าเป็นวงจร network ที่ซับซ้อนก็จะมีสูตรของมันเองอยู่ครับ แต่ยังไงมีผลกับจุดตัดค่อนข้างแน่นอนครับผม
-
ความถี่ตรงกลางจะโบ๋ไปเลยครับ วูฟเฟอร์จะตัดต่ำลง ทวีทเตอร์จะตัดสูงขึ้น
ต้องลดค่า L หรือเพิ่มค่า C หรือทำทั้งสองอย่างถ้าจะให้จุดตัดเท่าเดิม...ถ้าออเดอร์สูงๆ ทำใหม่เลยง่ายกว่า
-
ถามแบบง่ายๆ หน่อยครับ ขณะเปิดแอมป์ ลำโพงชุดนี้จะมี อิมพีเดนซ์ รวมเท่าใดครับ
-
ที่ถามเพราะว่า ลำโพงโคแอคของผมเขียนว่า 16 โอม แต่ถ้าลองวัด ตัวใหญ่จะใด้ 16 โอม และวัด ที่ทวีสเตอร์จะใด้ 16โอม งงแต่ทำไมรวมใด้ 16 โอมเท่าเดิม ช่วยบอกหน่อยนะครับ
-
:) คือสมมุติผมทำ network ของลำโพง 8 ohm 2 ทาง ทิ้งไว้แล้วผมตัดที่ 3000 hz แล้วถ้าเอามาใช้กับดอก 4 Ohm จะเป็นปัญหาอะไรไหมครับ หรือว่าต้องแก้ไขค่าอะไรบ้างครับ
--ขอบคุงครับ-- :)
เป็นปัญหาสำหรับคุณหรือเปล่าไม่รู้ครับ...
แต่ผลทางเสียงน่าจะเปลี่ยนแน่นอนครับ
เพราะจุดตัดจะเคลื่อนไป จะ over lab กันมากน้อย
แค่ไหนก็ต้องดู Imp ที่ความถี่นั้นๆของลำโพงครับผม
ที่ถามเพราะว่า ลำโพงโคแอคของผมเขียนว่า 16 โอม แต่ถ้าลองวัด ตัวใหญ่จะใด้ 16 โอม และวัด ที่ทวีสเตอร์จะใด้ 16โอม งงแต่ทำไมรวมใด้ 16 โอมเท่าเดิม ช่วยบอกหน่อยนะครับ
น่าจะเกี่ยวกับ C ก่อน Tweeter ครับ
Imp รวมถึงเท่าเดิมครับ เดาเอานะ... :D
...ว่าแต่คุณ stuart66 ใช้ อะไรวัด Ohm ของลำโพงครับ
-
เอาอย่างนี้ครับ อธิบายการทำงานของ crossover และลำโพงแบบง่ายๆ
ถ้าดูจากรูปแล้ว มันก็เหมือนกับเอาลำโพงสองตัวมาขนานกัน สมมติว่าแต่ละตัวมี imp ประมาณ 8 Ohm เพราะฉนั้นถ้ามาขนานกันมันควรจะได้ 4 ohm
แต่เจ้า crossover เองก็มี impedance ที่เปลี่ยนไปตามความถี่
ในส่วนเสียง bass/midrange crossover ที่ต่อกับ woofer/midrange จะมี impedance ต่ำมากๆเมื่อมีสัญญาณความถี่ต่ำเข้ามา แต่เมื่อถึงจุดตัด impedance ของมันจะสูงขึ้นมาก จนทำให้ความถี่สูงหลุดเข้ามาที่ woofer/midrange ไม่ได้
ขณะเดียวกันที่เสียงแหลม crossover ที่ต่อกับ tweeter จะมี impedance ต่ำ เมื่อมีสัญญาณความถี่สูงเข้ามา และมี impedance สูงเมื่อมีความถี่ต่ำ เพราะฉนั้น สัญญาณความถี่ต่ำก้จะไม่เข้ามาที่ tweeter เช่นเดียวกัน
สมมติว่า impedance ของ woofer คือ Rw ของ Tweeter คือ Rt impedance ของชุด cross ของความถี่ต่ำคือ Rl และความถี่สูงคือ Rh
ที่ความถี่ต่ำ จะได้ Impedance รวมคือ Rw+Rl // Rt+Rh แต่เนื่องจาก Rl มีค่าต่ำมากที่ความถี่ต่ำ และ Rh มีค่าสูงมาที่ความถี่ต่ำ R รวมก็คือ Rw นั่นเอง
เช่นเดียวกับความถี่สูงก็ยังเป็นแบบเดิมคือ Rw+Rl // Rt+Rh คราวนี้กลับกันคือ Rl มีค่าสูงมากๆที่ความถี่สูง และ Rh มีค่าต่ำมากที่ความถี่สูง R รวมก็คือ Rt
นี่คือเหตุผลว่าทำไมลำโพง woofer ก็ 8 ohm tweeter ก็ 8 ohm พอต่อ X-over ซึ่งดูเหมือนจะขนานกัน ก็ยังได้ imp รวมเท่ากับ 8 ohm อยู่ดี
-
อย่างนี้ opt ผมจะอ่านค่าใด้เท่าใดครับ
-
opt นี่อ่านค่ายังไงครับ งง :D
หรือกำลังพูดถึง impedance โดยเฉลี่ย?
-
หมายควาทว่าผมจะต้องใช้ เอ้าพุท ทรานฟรอเมอร์ ฝั่ง sec กี่โอมครับ
-
8 Ohm ครับ
-
เอาอย่างนี้ครับ อธิบายการทำงานของ crossover และลำโพงแบบง่ายๆ
ถ้าดูจากรูปแล้ว มันก็เหมือนกับเอาลำโพงสองตัวมาขนานกัน สมมติว่าแต่ละตัวมี imp ประมาณ 8 Ohm เพราะฉนั้นถ้ามาขนานกันมันควรจะได้ 4 ohm
แต่เจ้า crossover เองก็มี impedance ที่เปลี่ยนไปตามความถี่
ในส่วนเสียง bass/midrange crossover ที่ต่อกับ woofer/midrange จะมี impedance ต่ำมากๆเมื่อมีสัญญาณความถี่ต่ำเข้ามา แต่เมื่อถึงจุดตัด impedance ของมันจะสูงขึ้นมาก จนทำให้ความถี่สูงหลุดเข้ามาที่ woofer/midrange ไม่ได้
ขณะเดียวกันที่เสียงแหลม crossover ที่ต่อกับ tweeter จะมี impedance ต่ำ เมื่อมีสัญญาณความถี่สูงเข้ามา และมี impedance สูงเมื่อมีความถี่ต่ำ เพราะฉนั้น สัญญาณความถี่ต่ำก้จะไม่เข้ามาที่ tweeter เช่นเดียวกัน
สมมติว่า impedance ของ woofer คือ Rw ของ Tweeter คือ Rt impedance ของชุด cross ของความถี่ต่ำคือ Rl และความถี่สูงคือ Rh
ที่ความถี่ต่ำ จะได้ Impedance รวมคือ Rw+Rl // Rt+Rh แต่เนื่องจาก Rl มีค่าต่ำมากที่ความถี่ต่ำ และ Rh มีค่าสูงมาที่ความถี่ต่ำ R รวมก็คือ Rw นั่นเอง
เช่นเดียวกับความถี่สูงก็ยังเป็นแบบเดิมคือ Rw+Rl // Rt+Rh คราวนี้กลับกันคือ Rl มีค่าสูงมากๆที่ความถี่สูง และ Rh มีค่าต่ำมากที่ความถี่สูง R รวมก็คือ Rt
นี่คือเหตุผลว่าทำไมลำโพง woofer ก็ 8 ohm tweeter ก็ 8 ohm พอต่อ X-over ซึ่งดูเหมือนจะขนานกัน ก็ยังได้ imp รวมเท่ากับ 8 ohm อยู่ดี
O0 O0 หลักการที่เข้าใจง่ายเลยครับ
-
ขอบคุณคับ
-
... ดีจังครับ แอบมาอ่าน ..
ถ้าหากเรา ต่อ แอมป์ SE o/p 8 โอห์ม กับ ลำโพง 4 โอห์ม จะมีปัญหาอะรัยกับ แอมป์ กับ หลอด และ ลำโพง บ้างมั๊ยครับ ...
ขอบคุณครับ