HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: 100db ที่ 13 กันยายน, 2007, 11:44:54 am
-
:)
-
:secret..ความคิดผมนะ...ยอมใช้สายลำโพงยาวและสายสัญญาณสั้นครับ...ประหยัดเงินดีครับ..
-
ของผมขอให้สายป่านยาวไว้ก่อนดีกว่าครับ.... จะได้เล่นดีไอวาย นาน ๆ
ไม่ได้แซวน้องบอลซะนาน.... สบายดีนะครับ Y]
:disguise2
-
ต้องทั้งยาวทั้งใหญ่
-
แล้วเคยมีใครเอาสายแพมาทำสายลำโพงกันไหมครับ อยากรู้ว่าเสียงดีไหม
-
:secret..ความคิดผมนะ...ยอมใช้สายลำโพงยาวและสายสัญญาณสั้นครับ...ประหยัดเงินดีครับ..
ชุดนี้ใช้งานในออฟฟิศเผื่อวันไหนต้องทำงานดึกๆ เน้นเล็ก เรียบร้อย ประหยัด
ต่อจากช่อง audio out ของโน๊ตบุค --> Gainclone --> Tangband fullrange 3"
สายสัญญาณ : ถ้าไม่ใช่สายเงินฉนวนเทฟล่อนสีน้ำตาลที่ขายตามบ้านหม้อก็คงจะเป็น เบลเด้นที่ NPE อยากได้เส้นเล็กๆที่มันรวบซ้ายขวามาคู่กันเลยเพราะต้องร้อยขึ้นรูบนโต๊ะทำงาน
สายลำโพง : ถ้าไม่ใช้สายแลน cat5 แบบเดิมๆไม่ถัก ก็คงซื้อ Supra classic 1.6 หรือเอา Canare 4s11 ไบไวร์เส้นเดียวมาแตกหัว-ท้ายเข้าซ้าย/ขวาของผมขอให้สายป่านยาวไว้ก่อนดีกว่าครับ.... จะได้เล่นดีไอวาย นาน ๆ
ไม่ได้แซวน้องบอลซะนาน.... สบายดีนะครับ Y]
:disguise2
สวัสดีครับพี่สิงห์ สบายดีครับ
ช่วงนี้สายป่านไม่ค่อยแข็งแรงครับ โดนคุมงบประมาณอยู่บางส่วน ถ้าจะซื้ออะไรใหม่ๆต้องทยอยโล๊ะอะไหล่เก่าๆที่เก็บไว้มาขายบ้างไม่งั้น :read
ต้องทั้งยาวทั้งใหญ่
อ่า...อันนี้ไม่ค่อยเหมาะกับดิสเพลยในออฟฟิศครับ ถ้าที่บ้านน่ะโอเค ;D
แล้วเคยมีใครเอาสายแพมาทำสายลำโพงกันไหมครับ อยากรู้ว่าเสียงดีไหม
จะกัดกับ nordost เหรอครับ ;D
-
น่าจะได้อย่างเสียอย่างนะ สายลำโพงยาวกระแสเยอะไม่ดี สายสัญญาณยาวโอกาสถูกสัญญาณรบกวนสูง เอามันยาวเท่าๆกันเลยดีมะครับ ;D ;D ;D
-
สายลำโพง ต้องสั้นที่สุดเท่าที่ทำได้จะดีกว่านะ
-
ขึ้นอยู่กับชุดที่คุณมีมากกว่าครับ
สายสัญญาณยาวๆ จะเกิด C ในสายมากขึ้น เมื่อบวกกับ c input ของแอมป์ ก็เป็นโหลดที่ทำให้ปรีต้องทำงานหนักขึ้น ในขณะที่ความต้านทานของสายสัญญาณที่มากขึ้นตามความยาวแทบไม่มีผลอะไรนัก ทีนี้ถ้าปรีที่คุณมีมีความสามารถในการขับโหลด C ที่เกิดขึ้นนี้ได้ ความยาวของสายสัญญาณก็จะไม่เป็นปัญหา เช่นปรีคุณอัดฉีดกระแสได้ 20mAสบายๆเป็นต้น
สายลำโพงยาวๆจะเพิ่มความต้านทานให้สูงขึ้น ทำให้แอมป์คุณต้องขับสายลำโพงด้วยนอกเหนือจากขับโหลดลำโพง กระแสที่ออกมาก็จะเสียไปกับความต้านทานที่มากขึ้นของสายลำโพงครับ อีกอย่างคือสายลำโพงยาวๆมักมีค่า L เพิ่มมากขึ้น ทีนี้พอมี L ไปต่ออนุกรมกับลำโพง มันก็เกิด low pass filter network ขึ้นใช่ไหมครับ
ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือกอะไร Have Fun
-
:D ยาวตัด สั้นต่อ ไม่พอซื้อใหม่ ...อิอิ
-
สายสัญญาณยาว shield ต้องดีๆๆครับกัน noise...
-
ขึ้นอยู่กับชุดที่คุณมีมากกว่าครับ
สายสัญญาณยาวๆ จะเกิด C ในสายมากขึ้น เมื่อบวกกับ c input ของแอมป์ ก็เป็นโหลดที่ทำให้ปรีต้องทำงานหนักขึ้น ในขณะที่ความต้านทานของสายสัญญาณที่มากขึ้นตามความยาวแทบไม่มีผลอะไรนัก ทีนี้ถ้าปรีที่คุณมีมีความสามารถในการขับโหลด C ที่เกิดขึ้นนี้ได้ ความยาวของสายสัญญาณก็จะไม่เป็นปัญหา เช่นปรีคุณอัดฉีดกระแสได้ 20mAสบายๆเป็นต้น
สายลำโพงยาวๆจะเพิ่มความต้านทานให้สูงขึ้น ทำให้แอมป์คุณต้องขับสายลำโพงด้วยนอกเหนือจากขับโหลดลำโพง กระแสที่ออกมาก็จะเสียไปกับความต้านทานที่มากขึ้นของสายลำโพงครับ อีกอย่างคือสายลำโพงยาวๆมักมีค่า L เพิ่มมากขึ้น ทีนี้พอมี L ไปต่ออนุกรมกับลำโพง มันก็เกิด low pass filter network ขึ้นใช่ไหมครับ
ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือกอะไร Have Fun
ขอบคุณครับพี่วิทยา ชัดเจนดี ตัดสินใจได้แล้วครับ เอาสายสัญญาณสั้น สายลำโพงยาวดีกว่า
ฟังในออฟฟิศ คงเน้นเบาๆสบายๆ ความถี่ต่ำมากๆคงจะไม่ซีเรียสอะไร :)
-
ฟังในออฟฟิศ คงเน้นเบาๆสบายๆ ความถี่ต่ำมากๆคงจะไม่ซีเรียสอะไร
น่าจะใช้ ลำโพงคอม ชุดละ 699 บาท ดีกว่า
-
:) แบบนี้ต้องให้สั้นทั้งคู่ คุมด้วยรีโมต... สินะครับ :)
-
เอาประสบการณ์ที่เคยเจอมาเล่าละกัน เคยใช้ D102 MKII จาก Turn ไป Phono ความยาว 1.5 ม. อาการที่เจอคือเสียงค่อนข้างเนือยและจังหวะช้า ตอนแรกก็ไม่แน่ใจ อาจจะเทิร์นเราสปีดช้าก็ได้ (บางอย่างช้าๆก้ดีนิ ^-^) ลองสลับมาใช้กับซีดีดู โอ้โฮ ของจริงครับ ฟังเพลงร็อกแทบหลับเลย เพื่อความแน่ใจ อย่ากระนั้นเลย แบ่งครึ่งซะ เหลือ 75 เซ็น คราวนี้รื่นหูเลยครับ น่าฟังดีทีเดียว :headphone
คราวนี้สายลำโพงของ XLO ความยาว 2.5 ม. กับ 3.0 ม. เทียบกันจะๆ 3.0 ม. ให้เสียงที่น่าฟังกว่า มีจังหวะที่พอดีกว่า เนื้อเสียงอิ่มดีกว่า อย่างที่รับรู้ได้ไม่ยาก :victory
สายไฟก็อีกประเด็นหนึ่งครับ ไม่ใช่ว่าจะเอาตามความยาวที่ต้องการได้นะครับ เช่นปลั๊กผนังอยู่ใกล้เครื่อง ใช้มันแค่ 50 เซ็นก็พอ ประหยัดเงินดี อันนี้อาจจะทำให้ไม่ได้ของดีก็ได้นะครับ :nonono
แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ขึ้นกับชุดที่ใช้ด้วยนะครับ เอาเป็นว่า ความยาว(ทั้งของสายและของคุณ) มีผลกับคุณภาพ(เสียง)แน่นอน ;D แต่จะมากหรือน้อยก็อยู่ที่ชุดที่เราใช้นะครับ ซึ่งผลอาจจะแปรเปลี่ยนไปตามชุดด้วย d_d มีความสุขกับชุดเครื่องเสียงกันทุกท่านนะครับ :yahoo :bye1
-
อิจฉาคนมี ฮาร์ทฟิลด์ กับ 401 ฟังจังเลยครับพี่วัฒน์ :'( :'( :'(
-
เมื่อคืนลองเอาสาย twisted pair ชุบเงินฉนวนเทฟล่อนแบบในรูปแต่ยาวประมาณห้าเมตรมาต่อดูเสียงห่วยแตกเลยครับ รายละเอียดหายหมด ทึบๆขุ่นๆ ( เทียบกับ VDH D102 1ม.)
ลองปลดเอาสายลำโพง supra classic 1.6 จากลำโพง surround ที่ยาวประมาณ 10 เมตร มาต่อดู เสียงไม่ drop มากเหมือนสายสัญญาณ แต่กำลังวังชาก็หายไปหมดเหมือนกัน (เทียบกับ Vampire 2ม.)
สงสัยจะไม่เวิร์คแน่ๆ ถ้าไม่เล่นลำโพงคอมแบบที่พี่เจมี่ว่า สงสัยซื้อ micro compo หรือวิทยุหิ้วตัวเล็กๆที่มีรีโมทจะเวิร์คกว่า :nonono
-
อย่าว่าแต่ shuffle เลยครับ ต่อให้ ipod video ยังไม่แน่ว่าจะขับสายยาว 5 เมตรไหว
สายจาก turntable ยิ่งสำคัญครับ เพราะหัวเข็มมันผลิตกระแสได้น้อยมาก จะเอาแรงที่ไหนไปขับสายยาวๆไหว บางคนเขาถึงกับทำสายจาก turntable แค่คืบเดียว แล้วเอาโฟโนไปวางติดกับ turn เลย
-
K] มันไม่ดีทั้งคู่แหละ นอกจากจะเป็นงานกระจายเสียงสาธารณะ หรือ งานวัดก็ว่าไปอย่าง ส่วนวิธีแก้ไขกรณ๊ลำโพงต้องวางไกลๆ ให้เอาขดลวดแบบที่ใช้ในแอมป์(หาซื้อได้ที่นัฐพงศ์ ตัวละ 15 บาทเอง) มาอนุกรมในกรณีที่วงจรเราไม่ได้ใส่นะ โดยเฉพาะพวกเกนโคลนควรใส่อย่างยิ่ง เพราะไอซีมันเปราะบาง :headphone