HTG2.club
ห้องสบายๆ... => มุม ตากล้อง,ท่องเที่ยว & ร้านอาหาร => ข้อความที่เริ่มโดย: Cantona ที่ 24 กันยายน, 2007, 10:33:37 pm
-
เมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2550 ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวประเทศญี่ป่นอีกครั้งที่เมืองฟุกุโอกะและฮิโรชิมา เนื่องจากสายการบินบางกอกแอร์เวย์ได้เปิดเส้นทางใหม่มาได้ประมาณ1ปี เลยมีการจัดไปเที่ยวแถบนี้มากขึ้นครับ นำภาพเมืองของเขาที่สะอาดดีมาให้ชมกันครั้บ แต่ช่วงนั้นอากาศที่ญี่ปุ่นร้อนมากๆ สถานที่แรกหลังจากเครื่องลงจอดที่ฟุกุโอกะที่ได้ไปชมคือ ศาลเจ้าดาไซฟุ สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.905 โดย Michizani Sugawara ที่ศาลเจ้านี้มีเทพเจ้าแห่งปัญญาและความรู้ ภายในศาลเจ้ามีต้นบ๊วยนานาชนิดกว่า6000ต้น มีขนมโมจิรสบ๊วยที่ขึ้นชื่อของเมืองนี้ รูปแรกเป็นสะพานที่เดินข้ามไปศาลเจ้า รูปที่2เป็นหน้าศาลเจ้า
-
พอเดินกลับออกมาจากศาลเจ้า 2ข้างทางจะมีร้านขายของที่ระลึกน่ารักๆของญี่ปุ่นมากมาย ไกด์ต้องขอร้องตอนเดินเข้าไม่ให้ลูกทัวร์แวะก่อนไปศาลเจ้า เพราะเกรงจะเสียเวลาซื้อของ ให้ออกมาซื้อกันตอนขาออก แต่ก็ยังทำให้การเดินทางต้องlateไปนิดนึง
-
จากนั้นก็เดินทางไปยังภูเขาไฟอะโสะ ที่ยังคุกรุ่นอยู่ใจกลางเกาะคิวชู ห้อมล้อมด้วยทุ่งหญ้าสีเขียว ทะเลสาบ ป่าไม้ บ่อน้ำพุร้อน ปัจจุบันถือเป็นภูเขาไฟที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนเกาะคิวชู ด้วยเส้นผ่าศูนย์กลาง120กม. ขึ้นไปสู่ปากปล่องภูเขาไฟด้วยรถกระเช้าไฟฟ้า ความงามของภูเขาไฟลูกนี้ทำให้มีการขนานนามว่าเป็นภูเขาไฟฟูจิลูกที่2ของญี่ปุ่น
-
ป้ายบอกให้ระวังแก๊สจากปล่องภูเขาไฟสำหรับผู้มีปัญหาด้านสุขภาพที่ติดไว้ในสถานีรถกระเช้า อีกภาพเป็นรูปป้อมที่ให้นักท่องเที่ยวหลบควันแก๊สกรณีที่มีควันจากปล่องภูเขาไฟออกมามากๆ
-
ข้างบนใกล้ๆปากปล่องภูเขาไฟมีชาวบ้านมาตั้งโต๊ะขายกำมาถันที่เอามาจากปากปล่องภูเขาไฟด้วย ไม่ทราบว่าเอาไปเป็นที่ระลึก หรือเอาไปรักษาสุนัขที่เป็นขี้เรื้อน จากนั้นคณะของผมก็เดินทางไปพักโรงแรมริมทะเลที่เมืองเบ็บปุ ที่เมืองนี้มีชื่อเสียงมากเรื่องบ่อน้ำร้อน ที่โรงแรมก็มีบริการออนเซ็นแบบญี่ปุ่นแท้ๆให้พวกเราไปลองอาบกัน2รอบเลยทั้รอบค่ำ และรอบเช้า อีกภาพเป็นทัศนียภาพริมฝั่งทะเลเมืองเบ็บปุถ่ายผ่านกระจกห้องที่ผมพัก
-
รุ่งเช้าได้ไปชม จิโคคุเมงุริ สถานที่ท่องเที่ยวของเมืองเบ็บปุ ที่มีฉายาว่าบ่อน้ำนรก สีสันจากแร่ธาตุที่เข้มข้น แต่ละบ่อก็มีสีแตกต่างกันออกไป
-
อีกบ่อน้ำพุร้อนที่อยู่ใกล้ๆอันแรกที่ได้ไปชมจะมีน้ำพุร้อนพุ่งขึ้นมาจากบ่อทุกครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็ได้ไปอบทรายร้อนที่ออนเซ็นของเมืองเบ็บปุ รามทั้งอาบน้ำแร่แบบต่างๆ ที่ถ่ายรูปมาเป็นป้ายแสดงราคาค่าอบทรายร้อนและอาบน้ำแร่
-
ช่วงบ่ายวันนั้นได้เดินทางต่อไปยังเมืองอิวาคุนิ ที่มีสะพานไทเคียว สะพานที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสามสะพานที่สวยงามที่สุดในประเทศญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปีค.ศ.1673 โดยเจ้าเมืองโยชิกาว่า ฮิโรโยชิ ที่สะพานนี้ไกด์บอกว่านางเอกพอลล่า มาถ่ายละครที่สะพานนี้ด้วย ข้างบนเขามีปราสาทอิวาคุนิที่คณะของเราพลาดโอกาสขึ้นกระเช้าไปชม เพราะมาถึงหลัง4โมงเย็น สถานีรถกระเช้าปิดแล้ว
-
ปราสาทอิวาคุนิ เมื่อไม่ได้ขึ้นกระเช้าไปชมปราสาทก็เดินเล่นรอบๆสวนข้างล่าง
-
รูปปั้นของKojiro Sasakiที่อยู่ในสวน จากนั้นก็ไปขึ้นรถไฟหัวกระสุนชินกันเซ็นที่วิ่งเร็ว240กม.ต่อชั่วโมงเดินทางไปสู่เมืองฮิโรชิมา
-
เช้ารุ่งขึ้นที่เที่ยวในเมืองฮิโรชิมาที่โด่งดังที่สุดที่ต้องไปดูคืออนุสรณ์สถานของสงครามโลกครั้งที่2 ที่ญี่ปุ่นโดนระเบิดปรมาณูคือ A-Bomb Dome หรืออะตอมมิคบอมบ์โดม เมื่อกองทัพฝ่ายพันธมิตรตัดสินใจทิ้งระเบิดปรมาณูลูกแรกลงที่เมืองฮิโรชิมา ทำให้สิ่งมีชีวิตและสิ่งปลูกสร้างทุกสิ่งเสียหายพังพินาศ เหลือเพียงตัวโดมบางส่วนที่ยังหลงเหลือมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ถึงแม้จะเหลือเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่ก็ยังได้รับการขึ้นทะเบียนจากUNESCOให้เป็นมรดกโลก
-
Childen's Peace Monumentในสวนสันติภาพ ที่เป็นที่ระลึกถึงโศกนาฏกรรมอันยิ่งใหญ่แห่งที่2ของชาวญี่ปุ่น ที่ทำให้ญี่ปุ่นตกเป็นผู้แพ้สงครามในครั้งนั้น สร้างขึ้นเพื่อเด็กที่เสียชิวิตจากปรมาณูในครั้งนั้น อีกภาพเป็นที่ลานหน้าสวนสันติภาพ พอดีวันที่ผมไปชมตรงกับวันที่9สิงหาคม ซึ่งตรงกับวันที่ปรมาณูลูกที่2ลงที่เมืองนางาซากิทำให้ญี่ป่นยอมแพ้สงคราม เลยมีการลดธงครึ่งเสา และมีเอาช่อดอกไม้มาวางที่หน้าสวนสันติภาพ เพื่อระลึกถีง
-
จากนั้นก็เข้าชมในHiroshima Peace Memorial Museum ที่มีของแสดงที่เกียวข้องกับการที่เมืองฮิโรชิมาโดนระเบิดปรมาณูเมื่อ 6 สิงหาคม 1945
-
โมเดลเปรียบเทียบก่อนและหลังเมืองฮิโรชิมาโดนปรมาณู
-
ภายในพิพิธภัณฑ์
-
ภาพถ่ายทางอากาศของเมืองก่อนและหลังโดนปรมาณู อีกภาพเป็นโมเดลแสดงการระเบิดของปรมาณู580เมตรเหนือพื้นดินใกล้ๆกับโดม
-
ในพิพิธภัณฑ์ และสานสวนสันติภาพเมื่อมองลงมาจากพิพิธภัณฑ์
-
บ่ายวันนั้นเดินทางสู่เกาะมิยาจิม่าโดยเรือเฟอรี่ เพื่อไปชมศาลเจ้าอิสึคุชิม่า ซึ่งค้นพบในปีค.ศ.593 ถูกบูรณะให้งดงามยิ่งใหญ่โดย คิโยโมริ ไทร่าผู้เกรียงไกร ประตูโทริอิที่ลอยเด่นเป็นสง่าอยู่กลางทะเล
-
ศาลเจ้านี้ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกแห่งในญี่ปุ่น ระหว่างทางไปศาลเจ้าก็มีร้านขายของดักนักช้อบปิ้งเหมือนกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆในญี่ปุ่น
-
ประตูเข้าก่อนถึงศาลเจ้าอิสึคุชิม่า ภายในศาลเจ้า
-
ประตูโทริอิที่หน้าวัดตอนไปชมนี้น้ำกำลังลงมันจึงไม่จมน้ำ เป็นเอกลักษณ์ของศาลเจ้านี้ อีกมุมหนึ่งของศาลเจ้า
-
เสร็จแล้วก็กลับมารอขึ้นเรือกลับที่ท่าเรือเฟอรี่ ใกล้ท่าเรือมีฝูงกวางจำนวนมาก ที่แปลกมากคือมันเชื่องมากๆ เดินตามคนที่ถือของกืนเฉยเลยครับ ตอนเย็นเขาจัดให้ไปช้อบปิ้งที่ห้างสรรพสินค้าไดมอนซิตี้
-
อาหารมื้อค่ำวันนี้ที่Kanidoraku Restaurant เป็นมื้อที่ทุกคนชอบมากๆ ทุกรายการเป็นเมนูปูทั้งหมด ซาซิมิปู ไข่ตุ๋นปู เทมปุระปู ซูชิปู
-
ลืมนำภาพเมืองฟุกุโอกะมาให้ชมครับ ถ่ายตอนเครื่องกำลังลง ขากลับก็รุ่งเช้าเดินทางบินจากสนามบินฮิโรชิมากลับสู่สนามบินสุวรรณภูมิโดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์
-
อุ อุ .... ๔ุกใจมากครับ กระทู้นี้ เพราะผมจะไปฟูกูโอกะ คืนวันศุกร์ นี้ เลยได้ดูแนวทาง+ข้อมูลไปเลย O0
-
อุ อุ .... ๔ุกใจมากครับ กระทู้นี้ เพราะผมจะไปฟูกูโอกะ คืนวันศุกร์ นี้ เลยได้ดูแนวทาง+ข้อมูลไปเลย O0
:o โหหหห พี่จ้า ได้ไปเที่ยวอีกแล้ว ดีจังเลย อิจฉา อิจฉา อยากให้ลูกโตเร็วๆบ้าง จะได้ไปถ่ายรูปเมืองนอกกะเค้าสักที กลัวว่าลูกโตแล้วจะเลิกเล่นกล้องไปซะก่อน ;D ;D ;D