HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: cool ที่ 25 ตุลาคม, 2007, 11:16:09 am
-
ผมไ่ม่ทราบว่าโพสถูกที่รึเปล่า...ยังไงก็ขออนุญาตนะครับ
http://www.thaiavclub.org/forums/index.php?topic=5268.60 (http://www.thaiavclub.org/forums/index.php?topic=5268.60)
เอ่อ..ท่านใดลองแล้วบ้างครับ...โดยเฉพาะอาจารย์ withaya (ยกให้เลยครับ)
ขอโทษทุกท่านด้วยครับ..คืออยากรู้
-
ลองแล้วครับ N]
ความเดิมเมื่อตอนที่แล้ว...
นำไฟล์ MP3 มาแปลงร่างจาก 16 bit /44.1
มาเป็น 24 bit / 96 ครับโดยใช้ audio dvd creator
จากนั้นก็ไร้ท์แผ่น 4.7 G แผ่นนึงก็ได้ประมาณ 12 เพลงครับ
ตอนที่ 2...
นำไปเปิดกับเครื่อง DVD ที่เล่นกับ 24 /192
คือมันมีแบบนี้ครับ ฟิลลิปน์รุ่นถูกสุด FWD 16 แบบมีภาคขยายต่อลำโพงสองตัว
มีแววครับ เวทีมันกว้างขึ้น หัวโน๊ตเอย เอ...บรรยายไมู่ถูกครับ
ตอนที่ 3...
ถอดเครื่องไปใช้กับซีดเต็ม อนาถา
เร่งประมาณ 9.30 น. โอ...ผมเป็นบ้าจริง ๆ
ผมเคยฟังเสียงคุณนันทิดา ทรายกับทะเล บ่อย ๆ จาก MP3
แต่นี่มันม่ายช่าย แกมายืนร้องจริง ๆ ครับ
ตอนที่ 4...
สาเหตุมาจากอะไรครับ จาก 24 บิทรึเปล่า
แต่ต้นฉบับ มัน 16 บิท คอมมันทำอะไรครับ
มันฉลาดขึ้น หรือว่า ผมโง่มากขึ้นกันแน่
หรือเป็นที่เครื่องเล่นดีวีดี
หรือผมเป็นบ้าไปจริง ๆครับ
-
DVD-Audio authoring software
Normal DVD(Video) authoring software usually does not support DVD-Audio creation, so there is some special software:
[edit] Macintosh
* Sonic DVD Creator AV – The first DVD Audio authoring solution available. A spin off of the popular high end DVD Video authoring package. It allows DVD Audio authoring at the command line level only. Still widely used but no longer sold or supported by Sonic.
* Sonic Sonic Studio HD – Macintosh based tool used for High Density Audio mastering and to prepare audio for DVD-A authoring.
* Sonic Studio nexStage
* Sonic OneClick DVD – Converts prepared Sonic Studio EDLs into binary MLP files to be used in the authoring tool. Also generates scriptFile information to be added to DVD Creator AV projects.
[edit] Windows
* Sonic DVD-Audio Creator
* Cirlinca DVD-AUDIO Solo
* Minnetonka audio DiscWelder Bronze, Steel and Chrome II (with SurCode MLP)
* Steinberg WaveLab
* DigiOn Audio 2
* Gear Pro Mastering Edition
* DVD audio Tools package (see below).
-
จริงๆลิ้งค์ที่บอกมา ผมเคยเข้าไปอ่านนานมากแล้ว และเพื่อนผมที่ทำงานด้านดนตรีด้วยกันกับผมก็เข้าไปอ่านมาแล้วเหมือนกัน
แต่ขอไม่บอกนะครับว่าพวกผมคิดยังไง แต่ขอเสนอแนะคุณ Cool ส่วนตัวแล้วกันนะครับ จะได้ไม่ไปพาดพิงเวปโน้น
เอาเป็นว่า ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปแปลงเอา Sample และ Bits สูงๆ
เพราะว่าต้นฉบับจาก CDที่เอามาทำ มันเป็น Sample44.1และ Bitsrate ที่ 16
การที่เอามาUp เพิ่ม มันคือการเพิ่ม Noise เข้าไป เพื่ออุดช่องว่างให้มันเติมเต็มให้ได้ค่าตามที่คุณต้องการจะแปลง
ถ้าเขาเหล่านั้นบอกว่าฟังแล้วดีขึ้น อิ่มขึ้น ชอบมากๆ
นั่นแสดงว่า เขาเหล่านั้นชอบ Noise ครับ
แต่ถ้าจากอย่างอื่น เช่นโดยการ Record เข้ามาใหม่ ก็อีกเรื่องนึง
แต่ต้องดูหลายๆอย่างด้วย เช่น ผ่านอะไรก่อนเข้า Soundcard
และ record มาเท่าไหร่ Headroom เท่าไหร่อีก
อย่าไปแปลงเลยครับ มีแต่ให้คุณภาพแย่ลง เสียงขยะเพิ่มขึ้น
-
อยากให้คุณ cool ลองเข้าไปอ่านที่กระทู้นี้ ความเชื่อเกี่ยวกับ digital audio
http://ptgroup.110mb.com/forum/showthread.php?tid=188 (http://ptgroup.110mb.com/forum/showthread.php?tid=188) ครับมีข้อถกเถียงกันมากมายเกี่ยวกับ digital audio แต่ละคนที่เข้ามาแลกเปลี่ยนส่วนใหญ่ทำงานมืออาชีพ ศึกษาและทำงานด้าน digital audio มาเป็นสิบปี มีทั้งการทดลองหลักการ เหตุผล และความพยายามที่จะอธิบาย อ่านแล้วได้ประโยชน์จริง ๆ และผมเชื่อว่าไม่ทำให้หลงทางน่ะครับ
-
ที่จริงแล้วผมไม่ได้ซีเรียสกับเรื่อง DVD AUDIO นี่หรอกครับ
ผมมันคนจนครับ...ก็คิดอะไรแบบยาจก DVD แผ่นนึงไม่กี่ตังค์
ต่างจังหวัดมันหา LP ยากมาก ยิ่ง ซีดีทุกวันนี้ก็อัดมาแบบกำไรครับ...มากเข้าไว้
แค่หลักการมันก็ไม่ใช่แล้วครับ..แต่ความคุ้มค่านี่สิครับ
เครื่อง DVD มีอยู่แล้ว คอมก็มี MP3 มีเยอะครับ ไทยเทศ ผมใช้ HDD เก็บไว้ตอนนี้ 7 ลูกครับ
80*5 160*1 20*1 G เป็นเพลงที่ชอบสมัยยุค 60 70 กำลังวัยรุ่น ไอ้จะหาแผ่นซีดีคงยากครับ
ไอ้ที่มาอัดใหม่ เรียบเรียงใหม่นี่ก็ ลีลานักดนตรีก็มือไม่ถึงครับ ถึงเสียงร้องต้นฉบับก็แก่ลง
ยกตัวอย่างเช่น บางปะกง ของคุณรวงทอง เอามาอัดใหม่ คุณค่าความเป็นดนตรีมันต่างกันเยอะครับ
คนบ้าอย่างผมกำลังจะบอกว่า ...MP3 ที่มีอยู่แล้ว ปรับปรุงคุณภาพมันดีขึ้นเนี่ยทำได้มั้ย
ต้นทุนต่อหน่วย มันเป็นไง ยาจกอย่างผมไม่มีปัญญาหา DAC ในระดับ หลักหมื่นได้หรอกครับ
แต่พอลองทำดูแล้ว มันคุ้มค่าครับ มันอาจจะไม่ถูกหลักการทาง...แต่มัันเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำได้
ช่วงปิดเทอมผมจะส่งลูกไปเรียนติวเตอร์ที่ขอนแก่น ... ตรงคิวรถจะมีร้านก๋วยเตี๋ยว เจ้าของร้านเป็นผู้ชายกลางคน
ประมาณ 40 ปลาย ๆ ประมาณ ตี 5 แกจะนำเครื่องดนตรีวันละ 1 ชิ้นมาปล่อยอารมณ์ริมคลองข้างคิวรถ
บางวันก็ขลุ่ย แซก ทรัม ..ส่วนมากเป็นเครื่องเป่า ยิ่งช่วงนี้รู้สึกจะมีบทเพลงพระราชนิพนธ์ด้วย
แกก็ดูมีความสุขดี ผมส่งลูกเสร็จก็จอดรถฟังแกบรรเลงก่อนกลับบ้าน ถือเป็นกำไรชีวิต
ได้ฝึกทักษะการฟังดนตรี ฝีมือแกใช้ได้ครับ ดีกว่าผมเยอะ
ก็ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็แล้วกันครับ...ขอบคุณทุกท่านที่ให้ข้อคิดครับ
อย่าเครียดครับ...เดี๋ยวฟังดนตรีไม่เพราะครับ แกเร็วด้วย..555 (เหมือนผม)
-
เมื่อวานผมก็พึ่งจะได้ลอง DVD-Audio เทียบกับ CD-Audio เหมือนกัน เทียบกันแบบจะๆแผ่นต่อแผ่น ฟังสลับกัน สงสัยผมจะต้องขาย CD Micromeca ซะแล้ว :cry2
คนไม่เคยฟังด้วยตัวเองไม่มีทางรู้หรอกครับ ว่ามันดียังไง :whistling
-
ผมไ่ม่ทราบว่าโพสถูกที่รึเปล่า...ยังไงก็ขออนุญาตนะครับ
http://www.thaiavclub.org/forums/index.php?topic=5268.60 (http://www.thaiavclub.org/forums/index.php?topic=5268.60)
เอ่อ..ท่านใดลองแล้วบ้างครับ...โดยเฉพาะอาจารย์ withaya (ยกให้เลยครับ)
ขอโทษทุกท่านด้วยครับ..คืออยากรู้
พอดีเข้าไปอ่านมาคร่าวๆครับ ไม่ทราบว่าใช้หลักการณ์เอา chip VDO processor มาแปลงสัญญานเสียงแทน รึป่าวครับ???? แล้วถ้าเป็นยังงี้ จะต่อเสียงออกทางไหนครับ
-
ผมจะเอาแต่วิชาการนะครับ จริงๆไม่อยากเขียนเลยนะนี่ กลัวเข้าใจผมผิด
การที่ทำแบบนี้นั้น ผมขอมองว่าเป็นการ over sampling แบบภายนอกครับ กล่าวคือ ด้วยหลักการแล้ว ก็น่าจะคล้ายๆกับการใช้ IC over sampling ในตัวเครื่อง CD เอง โดยจะทำให้เรามองได้ว่ารูปกราฟที่ดูต่อเนื่องขึ้น แต่การใช้ computer ภายนอกนั้น ย่อมน่าจะมีอะไรที่พิเศษกว่า เพราะ ไม่จำกัดเรื่องเวลาในการ process ไม่เหมือนการใช้ CHIP ในตัวเครื่องที่จะต้องส่งข้อมูลให้ออกไปยัง DAC ให้แปลงเป็นสัญญาณเสียงตลอดเวลา ดังนั้น อาจย่อมมีการทำกระบวนการต่างๆที่มากกว่าหรือใช้algorithm ที่ฉลาดมากกว่าในการคำนวณและคาดการณ์ได้ ตัวอย่างเช่น ในหนังบางส่วนที่เอาเทคโนโลยีนาซ่าเรื่องการทำให้รูปที่ไม่ชัดนั้น มาผ่านกระบวนการทาง DSP แล้วภาพชัดเจนขึ้นได้ครับ
และอันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆครับ
ส่วน non over sampling นั้น ก็ต้องไปอ่านบทความ kusunoki หรือ YB เองครับ ในความคิดเห็นผม มันดึงเอา harmonic บางชิ้นที่สูญหายไปกลับคืนมาได้ ไม่ว่ามันจะเพราะอะไรก็ตามครับ มันฟังแล้วดี อืมดี...
ส่วน oversampling พวกนี้นั้น ผมก็ชอบครับ เพราะรายละเอียดที่ออกมามันมากกว่า เหมือนเวลาเราไปฟัง CD ตัว แพงงงงงงงงงงงงงงงงงงง อะไรอย่างนี้นะครับ มันก็ อืม ดี...ที่ยังไม่ได้ลอง DVD audio ก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ไม่ได้เล่น DVD ซักเครื่องเลยมากกว่า แถมโปรเจคเก่ากองดองเกลือเกาะ....
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม วิทยาศาสตร์ และศิลปศาสตร์ก็ทำให้เรามีความสุขมากขึ้นครับฟังแล้วดีมีความสุข นั้นคือเป้าหมายของผมครับ O0
-
ผมไ่ม่ทราบว่าโพสถูกที่รึเปล่า...ยังไงก็ขออนุญาตนะครับ
http://www.thaiavclub.org/forums/index.php?topic=5268.60 (http://www.thaiavclub.org/forums/index.php?topic=5268.60)
เอ่อ..ท่านใดลองแล้วบ้างครับ...โดยเฉพาะอาจารย์ withaya (ยกให้เลยครับ)
ขอโทษทุกท่านด้วยครับ..คืออยากรู้
พอดีเข้าไปอ่านมาคร่าวๆครับ ไม่ทราบว่าใช้หลักการณ์เอา chip VDO processor มาแปลงสัญญานเสียงแทน รึป่าวครับ???? แล้วถ้าเป็นยังงี้ จะต่อเสียงออกทางไหนครับ
ประมาณนั้นครับ แต่ไม่ใช่Chip video ครับ เป็น software ที่มี algorithm อยู่ครับ แล้ว ให้output ออกมาเป็นแผ่น DVD ครับ
-
หรือผมเป็นบ้าไปจริง ๆครับ
เป็นบ้าแล้วฟังเพลงเพราะขึ้น มีความสุขมากขึ้น ด้วยต้นทุนเพียงแผ่น DVD-R ไม่ถึงสิบบาท
การเป็นบ้ามันก็น่าพิสมัยไม่ใช่หรือครับ
ยินดีด้วยครับ d_d
เมื่อวานผมก็พึ่งจะได้ลอง DVD-Audio เทียบกับ CD-Audio เหมือนกัน เทียบกันแบบจะๆแผ่นต่อแผ่น ฟังสลับกัน สงสัยผมจะต้องขาย CD Micromeca ซะแล้ว :cry2
คนไม่เคยฟังด้วยตัวเองไม่มีทางรู้หรอกครับ ว่ามันดียังไง :whistling
แล้วจะไปทางใหนต่อครับ
1. DVD hi-end, 2. โม DVD อนาถา, 3. DIY DAC 24 bit
-
เมื่อวานผมก็พึ่งจะได้ลอง DVD-Audio เทียบกับ CD-Audio เหมือนกัน เทียบกันแบบจะๆแผ่นต่อแผ่น ฟังสลับกัน สงสัยผมจะต้องขาย CD Micromeca ซะแล้ว :cry2
คนไม่เคยฟังด้วยตัวเองไม่มีทางรู้หรอกครับ ว่ามันดียังไง :whistling
แล้วจะไปทางใหนต่อครับ
1. DVD hi-end, 2. โม DVD อนาถา, 3. DIY DAC 24 bit
คงต้องหาอานาคอนด้าให้ได้ก่อนครับ คุณ santi แต่ไม่รู้ว่าตามห้างที่ระยองจะมีอรุ่นที่ว่ารึเปล่า K) ถ้ารวยถูหวย 3 ตัวตรงซักงวด ก็จะถอย DVD hi-end สักเครื่องครับ ;D
ที่จริงตอนนี้มี DVD ของ Soken รุ่น T45 อยู่ฟังกับแผ่น DVD-Audio ก็เสียงดีอยู่ครับ แต่ไม่อยากโม เอาไว้ร้องคาราโอเกะ เดี๋ยวพัง :black_eye
คุณ sant มีอะไรเด็ดๆจะแนะนำผมบ้างไหมครับ :secret
-
อยากลองเหมือนกันครับ ว่ามันจะต่างกันยังไง เมื่อคืนลองหา download แต่ยังหาไม่ได้เลยครับ ไม่ทราบใครมี link หรือไม่ครับ
คือ ถ้าทำแล้วเราชอบมากกว่าก็ ok แล้วครับ ;) หรือถ้าไม่ชอบก็ถือเป็นประสบการณ์ครับ สิ่งที่สำคัญคือ ผมอยากลองอะครับ แหะๆ ถ้าใครมี link ที่ใช้ download software พวกนี้ ช่วย PM ให้หน่อยครับ ขอบคุณครับ ;)
คล้ายกับ ถ้าใคร ชอบถ่ายภาพจะเข้าใจว่า ภาพสวยๆ กว่าจะออกมาได้นอกจากต้องมีมุมมองและเทคนิคการถ่ายที่ดีแล้ว ยังต้องเก่งเรื่อง software ด้วยครับ (เช่น Photoshop) ผลลัพท์ออกมาทำให้คนมองภาพแล้วรู้สึกสวยรู้สึกมีความสูขเวลาที่ได้มองภาพก็ ok แล้วครับ :victory
-
คุณ sant มีอะไรเด็ดๆจะแนะนำผมบ้างไหมครับ :secret
:secret .......... แล้วก็ external DVD Writer
อยากลองเหมือนกันครับ ว่ามันจะต่างกันยังไง เมื่อคืนลองหา download แต่ยังหาไม่ได้เลยครับ ไม่ทราบใครมี link หรือไม่ครับ
พิมพ์ audio dvd creator download ในกุ๊กเกิ้ล :victory
-
พิมพ์ audio dvd creator download ในกุ๊กเกิ้ล
:victory ขอบคุณมากครับ :yahoo
-
DVD AUDIO CREATOR
ตัวนี้ได้ 24/96 แต่อีกตัวได้ 24/ 192 แต่หา...ไม่เจอครับ 2 วันแล่ว...DVD AUDIO SOLO
http://www.uploadtoday.com/download/?2887b11ee4134000084d5ba7938f507f (http://www.uploadtoday.com/download/?2887b11ee4134000084d5ba7938f507f)
-
ตัวนี้ได้ 24/96 แต่อีกตัวได้ 24/ 192 แต่หา...ไม่เจอครับ 2 วันแล่ว...DVD AUDIO SOLO
พิมพ์ cirlinca dvd audio solo download ในกุ๊กเกิ้ล :victory
-
ยาแก้ไอน้ำดำตราเสือดาวครับ...แคร๊ก ๆ
-
ยาแก้ไอน้ำดำตราเสือดาวครับ...แคร๊ก ๆ
:'( ยังหาไม่ได้เลยครับ แถมในเครื่องผมมันหมดอายุไปแล้วด้วย :cry2
เลือกเพลงที่ชอบซัก 5 แผ่น แล้วเผาไปเลยครับ (24/176.4 เก็บได้ประมาณ 60-70 นาที/แผ่น)
เดี๋ยวค่อยหาตัวใหม่มาเล่นกัน
-
ผมว่าถ้า โปรแกรมมันมี dsp และ algorithm ที่ฉลาดพอ น่าจะเพิ่มคุณภาพได้ระดับนึงนะครับ :headphone
ส่วนพวก บิทสูงๆ kHz สูงๆ ผมมองว่าปัจจุบันมันเป็นไปได้ครับ hardware เราทำงานเร็วขึ้น ผิดพลาดน้อยลง เสียงน่าจะดีขึ้นครับ Y]
-
อย่างนี้ต้องลองจับชนกับ CD Player + NON-Sampling DAC ดูครับ อิอิอิอิ
เดี๋ยวก็เถียงไม่จบแบบเว๊ปฝรั่งอีก..... :-\
-
อย่างนี้ต้องลองจับชนกับ CD Player + NON-Sampling DAC ดูครับ อิอิอิอิ
เดี๋ยวก็เถียงไม่จบแบบเว๊ปฝรั่งอีก..... :-\
เพื่อนๆที่ระยองได้ลองกันแล้วครับ
-
อย่างนี้ต้องลองจับชนกับ CD Player + NON-Sampling DAC ดูครับ อิอิอิอิ
เดี๋ยวก็เถียงไม่จบแบบเว๊ปฝรั่งอีก..... :-\
เพื่อนๆที่ระยองได้ลองกันแล้วครับ
เป็นอย่างไรบ้างครับ เล่าให้ฟังได้เปล่าครับ? ;)
-
เสียงที่ได้จากวิธีนี้กับเสียงที่ได้จาก Sound card ที่อัพเสียง เป็น 24 bit ได้ จะเหมือนกันมั้ยครับ :wiggle :yahoo
-
ผมดู DATA SHEET หลอดเพาเวอร์ค่า HARMONIC DISTORTION ทำไมสูงจัง 6B4G ที่ 3.2W ตั้ง 5% แต่พอนำมาทำเครื่องเสียงหลอดกลับเสียงดี ผมว่าถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ ยังงี้ถ้าอยากรู้ต้องลองครับ
-
๑. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่บอกต่อๆกันมา
๒. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เขาได้ทำตามๆกันมา(ประเพณี)
๓. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักว่า มันเล่าลือกันกระฉ่อนไปหมดแล้วว่าเป็นความจริง
๔. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักว่า มันมีอ้างอยู่ในปิฎก(คัมภีร์,ตำรา)
๕. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักว่า เป็นตรรก หรือการคำนวณ
๖. อย่าได้เชื่อโดยการอนุมานเทียบเคียง หรือคาดคะเนเอาเอง
๗. อย่าได้เชื่อโดยการตรึกตรองเอาตามอาการ
๘. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักว่า มันเข้ากันได้กับลัทธิความเชื่อ และทฤษฎีของตน
๙. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักว่า รูปร่างลักษณะน่าเชื่อถือ
๑๐. อย่าได้เชื่อโดยเหตุสักว่า ผู้สอนเป็นครูเป็นอาจารย์ของเรา... :shutup
-
..........ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปแปลงเอา Sample และ Bits สูงๆ
เพราะว่าต้นฉบับจาก CDที่เอามาทำ มันเป็น Sample44.1และ Bitsrate ที่ 16
การที่เอามาUp เพิ่ม มันคือการเพิ่ม Noise เข้าไป .......เขาเหล่านั้นชอบ Noise ครับ
...........อย่าไปแปลงเลยครับ มีแต่ให้คุณภาพแย่ลง เสียงขยะเพิ่มขึ้น
ขออนุญาตแสดงความเห็นต่อท้ายท่าน Minguta ครับ พอดีตามไปอ่านที่เว็บโน้นมาเหมือนกัน
ผมไม่คิดว่าการ up sampling เป็นการเติม Noise เข้าไปครับ ถ้าตามหลักวิชาแล้วมันเป็นการ "สังเคราะห์" ข้อมูลส่วนที่หายไปให้กลับมาโดยอาศัยการประมวลข้อมูลที่มีอยู่ครับปกติในทางคอมพิวเตอร์นั้นมีกระบวนการเหล่านี้อยู่และใช้กันมานานแล้ว เช่นสมมติ ส่งข้อมูลไป 20 bytes แต่ปรากฏว่า ปลายทางได้รับแค่ 19 bytes ก็จะมี algorithm ในการสังเคราะห์ข้อมูลกลับมาได้ เป็นต้น
ตามความเข้าใจของผมนั้น ในเรื่องการ upsampling นี้ก็ใช้หลักการสังเคราะห์ข้อมูลขึ้นมาใหม่เหมือนกันครับ เช่นถ้า sampling ทีความถี่เดิม จะมีข้อมูลของเวลา T1 , T2 แต่พอ upsamplling ขึ้น ก็จะต้องใส่ข้อมูลที่ T1.5 (อยู่ระหว่าง T1 กับ T2 เพราะซอยการ sampling ถี่ขึ้น) ซึ่งค่าที่ T1.5 นั้นไม่มีอยู่ เขาก็เลยอาศัยเอาข้อมูลแวดล้อม ( T0,T1,T2,T3,,,) มาวิเคราะห์ดูขึ้นอยู่กับ algorithm แล้วก็เติมค่าเข้าไปครับ ซึ่งถ้า alogorithm ที่ฉลาดแล้วผลที่ได้จะไกล้เคียงกับสัญญาณจริงมาก ที่เรา Sampling มาจากต้นฉบับ (เวลาที่เขาคิด algorithm เสร็จสามารถพิสูจน์ใน Lab ได้ง่ายนิดเดียวครับ โดยเอาสัญญาณของจริงกับ สัญญาณสังเคราะห์มาเทียบกัน ก็จะเห็นค่าเบี่ยงเบน ถ้าเพี้ยนเยอะก็ไปปรับปรุง algorithm ใหม่)
ขอเสริมอีกนิดนึงครับ ถึงแม้ว่าเราไม่ upsampling ก็ตาม แต่เวลาที่แปลงสัญญาณ ใน DAC นั้น DAC ก็จะต้องเติมส่วนที่ขาดไปอยู่แล้ว (เพราะสัญญาณอนาลอกเป็นสัญญาณที่ต่อเนื่อง ไม่ได้มาเป็นห้วงๆ ตามการ sampling ทางดิจิตอล) โดยการเติมอาจจะเกิดจากอุปกรณ์อนาลอกในวงจร เช่น Capacitor เป็นต้น ดังนั้นบุคลิกของ DAC แต่ละตัวก็จะขึ้นอยู่กับตอนนี้ครับว่าจะมีลีลาในการเติมอย่างไร
อย่างไรก็ตามการ upsampling แบบนี้ ดูตามหลักการแล้วน่าจะให้ผลดีกว่า การ upsampling แบบ real time โดยใช้ DAC ครับ เพราะการ upsampling แบบ real time นั้น ต้องตอบสนองทันที จึงไม่สามารถใช้การสังเคราะห์ที่ซับซ้อนได้ เพราะอาจจะทำงานไม่ทัน ที่สำคัญคือการ upsampling แบบ realtime อาศัยการ "ทำนาย" มากกว่าสังเคราะห์ครับ เพราะว่าจะมีเฉพาะข้อมูลในอดีตมาวิเคราะห์เท่านั้น เช่น หากต้องการเติมค่าที่ เวลา T1.5 ก็จะอาศัยข้อมูล ที่ T1,T0 , T-1 , T-2.... มาประมวล แล้ว"ทำนาย"ว่า T1.5 คืออะไร ต่างจากการสังเคราะห์แบบ batch ซึ่งสามารถนำข้อมูลที่ T2,T3,T4...... มาประมวลด้วยจึงแม่นยำกว่า
เดี๋ยวผมไปลอง upsampling ดูว่าเสียงมันดีขึ้นจริงหรือเปล่า :headphone แล้วมาส่งข่าวครับ
-
ขอแสดงความนับถือสองท่านข้างบนนี้ คนหนึ่งเจ้าคารมย์ :victory คนหนึ่งเจ้าความคิด :clap
-
:nono
ผมไม่ใช่นักวิจัยที่ดีครับ
ที่จริงเป็นกาลามะสูตรเมื่อประมาณ 2500 กว่าปีที่ผ่านมา
เป็นธรรมะที่พระองค์ท่านทรงตรัสรู้...แล้วก็ยังเป็นความจริงที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามกาล
ท่านใดสนใจใคร่ศึกษาธรรมะ...ก็ยินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้นะครับ
การให้ธรรมเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง :)
ขออภัยที่เพิ่มขยะให้กับบอร์ด..จริงๆ ครับ
-
^-^ ^-^ ^-^
ช่วยสรุปโดยย่อว่า โปรแกรมนี้มันเจ๋งอย่างไงด้วยครับ
d_d d_d d_d
-
ต้องขอโทษครับ
ซอฟแวร์ตัวนี้มีลิขสิทธิ์ครับ ทางผู้ผลิตเขาให้ดาวน์โหลดมาทดลองใช้
หากพึงพอใจและประสงค์จะใ้ช้ต่อต้องซื้อนะครับ
อะไรที่นอกเหนือจากนั้น หรืออะไรที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดกฏหมายหรือลิขสิทธิ์ ขอให้ PM ดีกว่านะครับ
เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจของผู้ดูแลบอร์ดด้วยครับ
-
ไปลองมาแล้วครับ เผา DVD ทิ้งไปเกือบโหล หลังจากได้คำชี้แนะจากคุณ santi ในที่สุดก็ได้มาฟังเปรียบเทียบ
โดยผมเลือกแผ่นบ้านๆ ที่ฟังบ่อยๆอะครับ
คู่มวย
CD Player NAD 542 กับ DVD-Soken-790 ที่ไปแย่งจากลูกสาวมา ส่วนเพลงที่ลองเล่นดูผมเอาเพลงที่ชอบมาลองครับเพราะจะได้จำเสียงได้
1.พี่ป้างดอกเดียว - ได้ยินข้อแตกต่างชัดเจน พี่ป้างจากแผ่น upsampling ออกมาร้องเพลงเสียงกระเส่าอยู่นอกตู้ลำโพง เสียงนุมนวลกว่าเดิม เสียงมีรายละเอียดเพิ่มขี้น ส่วนพี่ป้างเดิมจาก NAD ชอบอยู่ในตู้ลำโพงมากกว่า
2.น้าหงาคาราวาน - แผ่นนี้อัดมาแบบไม่ค่อยพิถีพิถันแบบพี่ป้าง เรื่องมิต่งมิติไม่ต้องพูดถึง เอาชัดเข้าว่า แต่พอดีชอบเพลงของน้าแก ผลปรากฏว่าการ upsampling ช่วยให้น้าหงาร้องเพลงไม่ต้องตะเบ็งมาก เสียงกลมกล่อมกว่าเดิม ฟังได้รื่นหูกว่า
3.James Blunt - รายนี้ผมชอบเพลงของแกครับ แต่แผ่นของแกคงไม่ถูกกับเครื่องของผม ไม่รู้อัดมายังไงฟังแล้วรู้สึกบาดหูทุกครั้ง (แต่ก็ยังชอบฟัง) การแยกแยะระหว่างของเก่ากับของใหม่ทำได้น้อยที่สุด แต่ที่จับความได้จะอาการคล้ายกับของน้าหงา คือเสียงจะนุ่มนวลขึ้น ไม่บาดหู
สรุปจากการฟังเพลงบ้านๆของผม
1. การ upsampling ช่วยให้เสียงนุ่มนวลขึ้นมากในทุกแผ่น ถ้าแผ่นที่อัดมาดีจะช่วยสร้างมิติของเสียง การแยกต้นกำเนิดของเสียงชัดเจนขึ้นครับ ท่าทางลูกสาวคงอดดู DVD การ์ตูนไปอีกหลายวัน
2.อย่างไรก็คุณภาพเสียงก็ยังขึ้นอยู่กับ DAC ในตัว Player อยู่มากครับ ผมลองกับ Phillips รุ่น สองพันกว่าบาท ทนฟังได้ไม่ถึง 2 เพลงครับ ต้องมาซับเลือดที่หู โดนบาดจนเหวอะไปหมด
ไม่ว่าแผ่นอะไร up ไม่ up ก็ฟังไม่ได้
จบข่าว
-
ผมก็ใช้phillipsอยู่ครับ ถ้าใช้ dacในตัวเครื่อง ลองเปลื่ยน jack rca ดูครับ
แบบไม่แพงมากก็ puresonic ของณัฐพง เสียงดีขึ้นเยอะครับ