HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: paganini ที่ 23 พฤศจิกายน, 2007, 09:45:18 am
-
ปกติผมก็ใช้ 100K แต่ไม่รู้มี Ka Kb มาก่อน
ไม่รู้ว่าสองแบบต่างกันไหมครับ
-
ถ้าจำไม่ผิด แบบAคือแบบลิเนี่ย ถ้าใช้เป็นวอลลุ่ม เมื่อปรับเสียงเสียงก็จะดังขึ้นเป็นอัตราส่วนคงที่
แบบ B เป็นแบบLog คือ ถ้าใช้เป็นวออลุ่ม เมื่อปรับเสียงเสียงแรกๆจะค่อยๆดังขึ้นพอท้ายๆจะดังขึ้นอย่างรวดเร็ว
:wiggle จำผิดก็ขอโทษด้วย d_d
-
มี 100KC อีกตัวครับ
-
A - Logarithm เปลี่ยนค่าช่วงต้นมาก ช่วงปลายน้อย
B - Linear เปลี่ยนค่าคงที่
C - Anti Logarithm เปลี่ยนค่าช่วงต้นน้อย ช่วงปลายมาก
ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ
http://sound.westhost.com/pots.htm (http://sound.westhost.com/pots.htm)
-
ถ้าจำไม่ผิด แบบAคือแบบลิเนี่ย ถ้าใช้เป็นวอลลุ่ม เมื่อปรับเสียงเสียงก็จะดังขึ้นเป็นอัตราส่วนคงที่
แบบ B เป็นแบบLog คือ ถ้าใช้เป็นวออลุ่ม เมื่อปรับเสียงเสียงแรกๆจะค่อยๆดังขึ้นพอท้ายๆจะดังขึ้นอย่างรวดเร็ว
:wiggle จำผิดก็ขอโทษด้วย d_d
ผิดแล้วครับ A เป็นแบไม่ linear นะครับ B เป็นแบ linear ครับ ส่วน C จะตรงข้ามกับ A ครับ ลองวัดดูก็ได้ครับ
-
A - Logarithm เปลี่ยนค่าช่วงต้นมาก ช่วงปลายน้อย
B - Linear เปลี่ยนค่าคงที่
C - Anti Logarithm เปลี่ยนค่าช่วงต้นน้อย ช่วงปลายมาก
ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ
http://sound.westhost.com/pots.htm (http://sound.westhost.com/pots.htm)
O0 เยี่ยมเลยครับพี่ มีเวปยืนยันด้วย ผมก็ถามเพื่อนสมาชิกแล้วส่วนใหญ่เค้าก็บอกยังงี้เลยครับ :headphone
-
แบบเอเป็นแบบล๊อกถูกแล้วครับ แต่ค่าความต้านช่วงครึ่งแรกจะขึ้นน้อยมาก (ไม่ถึง 5 เปอร์เซ้นต์ของค่าทั้งหมด ) เพราะต้องการให้ปรับเสียงได้ละเอียดขึ้น และเป็นไปตามธรรมชาติของหูเรา ที่รับเสียงแบบล๊อกการิทึม ส่วนแบบบี เป็นแบบลิเนียร์ เส้นตรงมุม45องศา ใช้สำหรับเครื่องงานวัด หรือปุ่มปรับทุ้มแหลม เพราะเร่งเสียงได้เร็วดี บิดนิดเดียวดังลั่นทุ่ง แบบซีเป็นแบบแอนตี้ล๊อกกาลิทึม ใช้ในปุ่มทุ้มแหลมบางตัวเหมือนกัน และยังมีแบบผสม เช่น เอซี ซึ่งน่าจะใช้กับพวกเครื่องมือวัดต่างๆ เวลาใช้ส่วนใหญ่โวลุ่มเสียงดังค่อยจะใช้แบบเอ วงจรทดลองต่างๆ จะใช้แบบบี
-
แล้วที่เราเล่นกันอยู่เป็นแบบไหนหรอครับ :-\ :-\
-
แล้วที่เราเล่นกันอยู่เป็นแบบไหนหรอครับ :-\ :-\
ต้องดูตูดครับ :secret
-
อ่ะพี่ผมไม่ใช่พวกประมาณนั้นจะให้ไปดูตูดไม่เอา :nono
-
O0 O0 O0
-
ขอบคุณ AnalogLism ที่แก้ให้ :black_eye แก่แล้วจำผิดจำถูก :D :D
-
เยี่ยมจริงๆ O0 O0 O0 O0
-
กระจ่างแล้วครับท่าน ขอบคุณมาก ๆๆๆๆ
-
ขอบคุณครับ หาตั้งนาน K)
(http://sound.westhost.com/pots-f4.gif)
Taper Old Code New Code Alternate
Linear A B LIN
Log (Audio) C A LOG
Antilog F N/A N/A
(http://sound.westhost.com/pots-f5.jpg)
(http://sound.westhost.com/pots-f6.gif)
-
มี 100KC อีกตัวครับ
แบบ C ใช้วงการแพทย์ความงามเป็นส่วนใหญ่ครับ
-
c)พอดี amp ของผมมีปัญหาเรื่อง volume อยู่พอดี มีอาการดังนี้ครับ
1. ใช้ 100ka(log) หรือ 50ka แล้วลดเสียงไม่ได้เพราะจะมีเสียงซ่าๆดังมากครับ
2. เลยลองลดมาเป็น 10ka พอใช้งานได้แต่เปิดได้ไม่สุดครับ ทำให้เร่งไม่ค่อยได้(เปิดได้เบา) และเหมือน gain loss ครับ
3. ปัจจุบันใช้ 50kb(linear)ตัวนี้เปิดได้ตลอดย่านเสียงครับ ก็เลยใช้งานไปแต่ก็หาคำตอบไม่ได้เลยครับ
4. อีกคำถามครับ แล้วมีวิธีเลือกที่ถูกต้องยังไงครับ เช่นดูจากชนิดหลอด กระแสหลอด ความต้านทานgrid ยังไม่มีหลักการเลยครับ :giveup
ขอบคุณครับ
-
VR ต่อหน้าหรือหลัง หลอดปรีครับผม (อย่างไรก็ตามการต่อโวลลุ่มมักต่อแบบ NO DC Current เพราะส่วนใหญ่วัตต์ต่ำมาก เพราะเป็นเพียงแถบคาร์บอนฉาบ ยกเว้นแบบที่ใช้สวิทช์+ตัวต้านทานเป็นตัวๆ สามารถเลือกได้ว่าจะเอากี่วัตต์)
...ต่อหลังซีคัปปลิ้งขาออกของภาคปรี (หน้าเพาเวอร์แอ็มป์)
ค่าความต้านทาน สูงพอที่จะไม่ไปโหลดต่ำๆ(ขนานกับอิมพีแด้นซ์ของแอ็มป์แล้วจะต่ำลงอีก)ให้กับวงจรปรีเอง
เอ้าท์พุทอีมพีแด้นซ์ของวงจรปรี ควรต่ำพอ
...ต่อหน้าหลอดปรี (หลังภาคฟร้อนท์ หรือขาออก ของเครื่องเล่น)
กรณีนี้ ลองดูดาต้าชีท ของหลอดปรีด้วยว่า เขาบอกว่าควรใช้ RG เท่าไหร่ ใช้ค่าไม่เกินนั้นก็ผ่านครับ
บ้างก็บอกว่า ไม่ควรเกิน 1MOhmsหลอดบางเบอร์บอกว่าไม่ควรเกิน 100kOhms ก็มี
อย่างไรก็ตามต้องดูอิมพีแด้นซ์ขาออกของภาคขยายสุดท้ายของภาคขับ หรือเครื่องเล่นด้วยว่า ต่ำมากพอไหม
ถ้าต่ำมากพอ จะทำให้เรามีอิสระในการใช้โวลลุ่มค่าต่ำๆได้ แต่ถ้าเอ้าท์พุทอิมพีแด้นซ์ของแหล่งจ่ายสัญญาณสูง ก็ต้องทำให้เราจำเป็นต้องเลือกใช้ค่าสูงๆ อาจรวมไปถึงการใช้หลอดที่มีคุณสมบัติให้ใช้RG ค่าสูงๆได้เป็นต้น
ใครที่ชอบเล่นเครื่องเสียงรถ จะทราบตรงนี้ดี เพราะเพาเวอร์แอ็มป์รถ(ซึ่งที่จริงควรจะเรียกว่า "อินทีเกรทเต็ดแอ็มป์รถ หรืออิมทีเกรทเต็ดแอ็มป์+ครอสไปแอ็มป์/ครอสตัดซับ")มักมีโวลลุ่มซ้ำซ้อน สำหรับปรับเกน ซึ่งส่วนใหญ่ อิมพีแด้นซ์จะอยู่ในช่วง 10-50 kOhms
พอเจอกับฟร้อนท์บางรุ่น อิมพีแด้นซ์ขาออก หน่วยเป็น 1-2 kOhms มันก็เกิดอาการเสียงป้อแป้ ไม่โปร่ง ไม่มีพลัง (เครื่องรถชอบเรียกกันว่าทำเลเว่ลแม็ทชิ่ง) แต่พอสลับฟร้อนท์ที่ อิมพีแด้นซ์ขาออกต่ำๆ ได้ผลคนละเรื่องเลยก็มีครับ
หากมีจุดไหนผิดพลาดก็ขอเชิญทุกท่านโปรดชี้แนะด้วยครับ
ขอให้มีความสุขกับดนตรีทุกท่านครับ
-
O0VR ต่อหน้าหรือหลัง หลอดปรีครับผม
เคยต่อทั้งสองแบบครับ
1.ใช้ ipod ตรงไป หลอดdriver(paralelled 6n1p) ใช้ได้ดีครับ(แต่จำไม่ได้ว่าใช้ VR เท่าไร)
2. cd ไป pre หลอด (6922) แล้วไป หลอด driver มีเสียงผิดปกติมาก
อันนี้แสดงว่าน่าจะ 0utput impedance ของ 6922 สูงไปรึปล่าว
:-*แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนมาใช้ VR 50kb แล้วไม่มีปัญหากับทั้งสองแหล่งครับ นอกจากนี้ผมลดกระแสของหลอด driver(6n1p)ลงจาก 20 ma เหลือ 13 ma รู้สึกว่าปัญหาเรื่องจาก volume น้อยลง แสดงว่าเดิม มี dc current มากเกินที่ volume รับได้ใช้ไหมครับ
ขอบคุณครับ
-
ลองวาดวงจร ตอนที่มีปัญหา และ "หลังใช้VR 50kb แล้วไม่มีปัญหากับทั้งสองแหล่งครับ" ให้ชมได้ไหมครับ
อีกอย่าง ผมสงสัยว่า ตอนแรก ที่รันกระแสรวมสองข้าง ๒๐มิลลิแอ็มป์ มันโหดไปสำหรับเบอร์นี้หรือเปล่าครับ
http://www.tubes.ru/techinfo/HiFiAudio/6n1p.html
-
Y]เพิ่งเข้าใจก็วันนี้เองว่า 100ka 100kb 100kc ต่างกันอย่างนี้นี่เอง Y] O0
-
Y]เพิ่งเข้าใจก็วันนี้เองว่า 100ka 100kb 100kc ต่างกันอย่างนี้นี่เอง Y] O0
ผมก็เพิ่งเข้าใจเหมือนกันครับ
ขอขอบคุณพี่ ๆ ทุกท่านครับ :victory
-
ลองวาดวงจร ตอนที่มีปัญหา และ "หลังใช้VR 50kb แล้วไม่มีปัญหากับทั้งสองแหล่งครับ" ให้ชมได้ไหมครับ
อีกอย่าง ผมสงสัยว่า ตอนแรก ที่รันกระแสรวมสองข้าง ๒๐มิลลิแอ็มป์ มันโหดไปสำหรับเบอร์นี้หรือเปล่าครับ
http://www.tubes.ru/techinfo/HiFiAudio/6n1p.html
:nono20 ma คงโหดไปจริงฯครับ มันเลยมีกระแส leak มาที่ volumeได้ เลยขอลงวงจรให้ดูครับ อันที่สีฟ้าเป็นก่อนลดกระแส 20ma (ใช้ VR 100ka 50ka มีปัญหาหมดครับ) ส่วนรูปหลังสีเดงเป็นตอนปรับลดมาเป็น 13ma ใช้ 50kb ครับ ยังไม่กล้าเปลี่ยนเป็น 100kaครับ
:secret มีข้อมูลอีกนิดครับ คือผมใช้ meter วัดกระแสไฟตรงที่plate ของ driver tube ปรากฏว่า กระแส plate จะเปลี่ยนตลอดเวลาหมุน volume ครับ โดยถ้าเปิดเบากระแสจะน้อยกว่า เปิดดังครับเปลี่ยนมากกว่า 20 % (ตอนที่อัด 20ma แต่ตอนนี้ไม่เป็นแล้วครับ)
ขอบคุณครับ :bye1
-
ไม่เคยเจออาการเช่นนี้มาก่อน เป็นงงนิดหน่อยครับ
ดูจากภาพล่าสุดด้านล่างก่อนครับ(ดูจากค่าโวลท์ที่วัด น่าจะเป็น 2A3นะครับ)
ถ้าตัวต้านทาน คาโธดของภาคไดรฟ์ 200 Ohm และแรงดันตกร่อม 3V ตามนั้น กระแสที่คาโธดน่าจะเป็น 15mA ครับ
แต่คุณpraj แจ้งว่า 13mA คือวัดกระแสที่ผ่านเพลทโช้ค ตรงนี้งงครับ
ตัวต้านทาน ที่ตัดออกไป(เดิมต่อขนานกับVR) ถ้าเป็นผมผมจะดูที่คุณภาพโวลลุ่มที่ผมใช้ครับ
ไม่ใช้ถ้าโวลลุ่มคุณภาพสูง เชื่อถือ/ไว้ใจได้ ว่าคอนแท็คภายในมันจะไม่จากทำให้หลอดเป็นอันตราย (วงจรกริดขาดออกไปจากที่ทำงานสามขั้วเป็นไทรโอด กลายเป็น๒ขั้วไดโอด โดยพลัน)
ถ้าใช้ของคุณภาพไม่มั่นใจ หรือใช้สวิทช์ทำโวลลุ่ม ผมก็จะใช้ตัวต้านทานค่าสูงๆเป็นRGขนานไว้กันเหนียวครับ เพราะผมชอบใช้หลอดแรกเป็นพวกขาทอง (เกิดเป็นอะไรขึ้นมา มันเสียดาย/หายากซะด้วยซี)
สำหรับอาการที่เจอปัญหาตอนต่อดังภาพข้างบน ต้องรอผู้สันทัดกรณี ช่วยแจ้งอีกครั้งครับ
(ที่ว่ากระแสมันจะ Leakมานั้น มันมาได้ยังไงฤา ไม่น่าใช่ครับ)
ผมยังไม่เคยลองใช้หนักๆแบบนี้กับหลอดเบอร์นี้หรือหลอดปรี ใดๆ
ส่วนมากจะใช้ย่านกลางๆ ค่อนมาทางต่ำนิดๆ ของช่วงที่มันรองรับกระแสได้ เช่นถ้าบอกว่า 20mA MAX ผมจะใช้มันที่จุดทำงานประมาณ 7-8mA เป็นต้น
ใช้อยู่ทุกวันก็กับหลอด power ED8000 85mA 200V (VRK=48V) อัดเต็มพิกัด 17W ของมัน กับหม้อแปลงเอ้าท์พุท 5k ครับ
-
ในรูปสีแดงลืมวาดเพิ่ม R1k ต่ออนุกรมกับ choke ก่อนวิ่งมา 2a3 cathode ครับ
200 ohm กับ 3v ,15ma เป็นค่าที่คำนวนไว้ครับ ส่วนเวลาใช้จริงจะประมาณ 13-14ma ครับ(ขึ้นกับไฟบ้านครับ อยู่ต่างจังหวัดไฟมันขึ้นๆลงๆ อย่างไฟที่ plate 2a3 วัดได้ตั้งแต่ 450-475v ครับ) ส่วนที่ cathode อาจจะน้อยกว่า 3v เล็กน้อยครับ
เรื่องกระแสคิดว่าถ้าไม่มีปัญหาก็จะลองเอาไว้แถว 13-14ma นี่ล่ะครับ (วงจร DRD original ของ eletraprint ใช้หลอด 6an4 ที่ประมาณ 12-15ma ครับ)
Y]ส่วนตัวต้านทานที่ grid คงต้องใส่ไว้อย่างเดิมซัก 1M ดีมั้ยครับ( VR50kb หาได้แต่ของตลาดครับ ของดีๆที่พอมีอยู่ก็ 100ka,50ka,10ka ครับ) :bye1