HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: มะขาม ที่ 04 กุมภาพันธ์, 2008, 01:26:53 pm
-
ไปเห็นมาแล้วแปลกมากครับ ผมสงสัยจังว่าจุใส้หลอดเเบบนี้ได้อย่างใรเเละคิดคำนวนอย่างไรครับ
-
filament ต่อ series กัน ก็เอาเเรงไฟfilamentของเเต่ละหลอดรวมกัน เหมือนใน tv หลอด อ่ะครับ เห็นตามวงจรมี C ต่อขนานกันเเล้วseries กับfilamemtด้วย
คิดว่าคงช่วยdrop ไฟไปเยอะเหมือนกัน เเต่วงจรเเบบนี้กลัวไฟดูดเพราะไม่มีหม้อเเลงมาเเยกกราวด์
-
ถ้ามี 50L6 สี่หลอด ทำไมไม่ Sery Filament ใช้ R Drop จุดใส้จากไฟบ้าน 220Vac เลยละครับ
ไฟจุดไส้หลอด 50V 4 หลอด ก็ 200V ที่เหลือ 30 V ไปคร่อม R
กระแสอนุกรม เท่ากัน 0.15 A
30/0.15=R=200 Ohm 5W ก็พอ
ลองดูนะครับ อย่าลืมติด Save T cut ไว้ด้วยนะครับ :showoff :showoff
-
:D :D ไมเอาแบบนี้เเน่ๆครับ ;D ;D อยากรู้ แต่ไม่อยากทำ 2f 2f
-
ก็ทำนอง 12A_7 ล่ะครับ ว่าชอบ ไฟหลอดมากหรือน้อย ท่านว่าเสียงต่างกันเชียว :whistling
-
ทำยังกัวิทยุโบราณเลย...ชอบทำแบบนี้...เวลาซ่อมทีนึงจับแท่นไม่ได้ โดนไฟดูดมาหลายรอบแล้ว ;D
การคำนวน...(ผมขอเดาเอานะครับคุณมะขาม)
ก็ใช้วิธีการอนุกรมและขนานกันของไส้หลอดให้ได้มากที่สุด เพื่อใกล้กับแรงดันไฟ AC ครับถ้ารวมกันแล้วได้ 220V พอดีก็ฟลุกไป ;D
แต่ถ้าไม่ถึงก็ต้องเอา R (ต้องตัวโตๆและร้อนมาก) มา Drop ไฟลงครับโดยใช้สูตร R=E/I ธรรมดาครับ
เมื่อ E คือแรงดันที่ให้ตกคร่อม R ไว้ และ I คือกระแสที่ไหลผ่านหลอดทั้งหมด
;D ;D ;D ;D ;D ;D
ทีนี้ความขี้เกียจตามมา ก็คือ ใช้ R ตัวโตๆมันร้อนและแพงมากเขาก็หลีกเลี่ยงโดยใช้ C มา Drop ไฟแทน R (ใช้ได้กับไฟ AC เท่านั้นนะครับ DC ใช้ไม่ได้)
ก็ใช้สูตร XC=1/(2 Pi f C)
โดย XC = คือ Capacitive Reactance ของ C
Pi = 3.1428
f = 50 Hz
C = ต่าความจุของ C หน่วยเป็น farad (ถ้าจำไม่ผิดนะ) ;D
ทีนี้ก็โยกย้ายสูตรสิครับ เพราะเราอยากรู้ค่า C นิครับ
C = 1/(2 Pi f XC)
สมมุติถ้าต้องการ R ค่าสัก 1k ก็แทนค่าสูตรเลย
C = 1/(2x3.1428x50x1000)
= 0.0000031 F
หรือ C= 3.1uF นั่นเอง ;D
ง่ายไหม... 2f
มั่วทั้งนั้น ;D
-
ทำยังกัวิทยุโบราณเลย...ชอบทำแบบนี้...เวลาซ่อมทีนึงจับแท่นไม่ได้ โดนไฟดูดมาหลายรอบแล้ว ;D
การคำนวน...(ผมขอเดาเอานะครับคุณมะขาม)
ก็ใช้วิธีการอนุกรมและขนานกันของไส้หลอดให้ได้มากที่สุด เพื่อใกล้กับแรงดันไฟ AC ครับถ้ารวมกันแล้วได้ 220V พอดีก็ฟลุกไป ;D
แต่ถ้าไม่ถึงก็ต้องเอา R (ต้องตัวโตๆและร้อนมาก) มา Drop ไฟลงครับโดยใช้สูตร R=E/I ธรรมดาครับ
เมื่อ E คือแรงดันที่ให้ตกคร่อม R ไว้ และ I คือกระแสที่ไหลผ่านหลอดทั้งหมด
;D ;D ;D ;D ;D ;D
ทีนี้ความขี้เกียจตามมา ก็คือ ใช้ R ตัวโตๆมันร้อนและแพงมากเขาก็หลีกเลี่ยงโดยใช้ C มา Drop ไฟแทน R (ใช้ได้กับไฟ AC เท่านั้นนะครับ DC ใช้ไม่ได้)
ก็ใช้สูตร XC=1/(2 Pi f C)
โดย XC = คือ Capacitive Reactance ของ C
Pi = 3.1428
f = 50 Hz
C = ต่าความจุของ C หน่วยเป็น farad (ถ้าจำไม่ผิดนะ) ;D
ทีนี้ก็โยกย้ายสูตรสิครับ เพราะเราอยากรู้ค่า C นิครับ
C = 1/(2 Pi f XC)
สมมุติถ้าต้องการ R ค่าสัก 1k ก็แทนค่าสูตรเลย
C = 1/(2x3.1428x50x1000)
= 0.0000031 F
หรือ C= 3.1uF นั่นเอง ;D
ง่ายไหม... 2f
มั่วทั้งนั้น ;D
แล้ว c ต้องทนได้กี่โวลต์ ครับ
-
ทำยังกัวิทยุโบราณเลย...ชอบทำแบบนี้...เวลาซ่อมทีนึงจับแท่นไม่ได้ โดนไฟดูดมาหลายรอบแล้ว ;D
การคำนวน...(ผมขอเดาเอานะครับคุณมะขาม)
ก็ใช้วิธีการอนุกรมและขนานกันของไส้หลอดให้ได้มากที่สุด เพื่อใกล้กับแรงดันไฟ AC ครับถ้ารวมกันแล้วได้ 220V พอดีก็ฟลุกไป ;D
แต่ถ้าไม่ถึงก็ต้องเอา R (ต้องตัวโตๆและร้อนมาก) มา Drop ไฟลงครับโดยใช้สูตร R=E/I ธรรมดาครับ
เมื่อ E คือแรงดันที่ให้ตกคร่อม R ไว้ และ I คือกระแสที่ไหลผ่านหลอดทั้งหมด
;D ;D ;D ;D ;D ;D
ทีนี้ความขี้เกียจตามมา ก็คือ ใช้ R ตัวโตๆมันร้อนและแพงมากเขาก็หลีกเลี่ยงโดยใช้ C มา Drop ไฟแทน R (ใช้ได้กับไฟ AC เท่านั้นนะครับ DC ใช้ไม่ได้)
ก็ใช้สูตร XC=1/(2 Pi f C)
โดย XC = คือ Capacitive Reactance ของ C
Pi = 3.1428
f = 50 Hz
C = ต่าความจุของ C หน่วยเป็น farad (ถ้าจำไม่ผิดนะ) ;D
ทีนี้ก็โยกย้ายสูตรสิครับ เพราะเราอยากรู้ค่า C นิครับ
C = 1/(2 Pi f XC)
สมมุติถ้าต้องการ R ค่าสัก 1k ก็แทนค่าสูตรเลย
C = 1/(2x3.1428x50x1000)
= 0.0000031 F
หรือ C= 3.1uF นั่นเอง ;D
ง่ายไหม... 2f
มั่วทั้งนั้น ;D
:o :o :pc :pc :pc มั่วเเบบนี้ผมชอบ จดๆๆๆๆ ครับ O0 O0
-
ทำยังกัวิทยุโบราณเลย...ชอบทำแบบนี้...เวลาซ่อมทีนึงจับแท่นไม่ได้ โดนไฟดูดมาหลายรอบแล้ว ;D
การคำนวน...(ผมขอเดาเอานะครับคุณมะขาม)
ก็ใช้วิธีการอนุกรมและขนานกันของไส้หลอดให้ได้มากที่สุด เพื่อใกล้กับแรงดันไฟ AC ครับถ้ารวมกันแล้วได้ 220V พอดีก็ฟลุกไป ;D
แต่ถ้าไม่ถึงก็ต้องเอา R (ต้องตัวโตๆและร้อนมาก) มา Drop ไฟลงครับโดยใช้สูตร R=E/I ธรรมดาครับ
เมื่อ E คือแรงดันที่ให้ตกคร่อม R ไว้ และ I คือกระแสที่ไหลผ่านหลอดทั้งหมด
;D ;D ;D ;D ;D ;D
ทีนี้ความขี้เกียจตามมา ก็คือ ใช้ R ตัวโตๆมันร้อนและแพงมากเขาก็หลีกเลี่ยงโดยใช้ C มา Drop ไฟแทน R (ใช้ได้กับไฟ AC เท่านั้นนะครับ DC ใช้ไม่ได้)
ก็ใช้สูตร XC=1/(2 Pi f C)
โดย XC = คือ Capacitive Reactance ของ C
Pi = 3.1428
f = 50 Hz
C = ต่าความจุของ C หน่วยเป็น farad (ถ้าจำไม่ผิดนะ) ;D
ทีนี้ก็โยกย้ายสูตรสิครับ เพราะเราอยากรู้ค่า C นิครับ
C = 1/(2 Pi f XC)
สมมุติถ้าต้องการ R ค่าสัก 1k ก็แทนค่าสูตรเลย
C = 1/(2x3.1428x50x1000)
= 0.0000031 F
หรือ C= 3.1uF นั่นเอง ;D
ง่ายไหม... 2f
มั่วทั้งนั้น ;D
แล้ว c ต้องทนได้กี่โวลต์ ครับ
ถ้าเป็นผมคงใช้ Volt สูงกว่า 220V ไว้ก่อนครับ.. :)