HTG2.club

Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: มะขาม ที่ 04 กุมภาพันธ์, 2008, 01:26:53 pm

หัวข้อ: จุดใส้หลอดแบบนี้คำนวนอย่างไรครับ
เริ่มหัวข้อโดย: มะขาม ที่ 04 กุมภาพันธ์, 2008, 01:26:53 pm
ไปเห็นมาแล้วแปลกมากครับ ผมสงสัยจังว่าจุใส้หลอดเเบบนี้ได้อย่างใรเเละคิดคำนวนอย่างไรครับ
หัวข้อ: Re: จุดใส้หลอดแบบนี้คำนวนอย่างไรครับ
เริ่มหัวข้อโดย: คุณโชค ที่ 04 กุมภาพันธ์, 2008, 01:54:10 pm
filament ต่อ series กัน ก็เอาเเรงไฟfilamentของเเต่ละหลอดรวมกัน เหมือนใน tv หลอด อ่ะครับ เห็นตามวงจรมี C ต่อขนานกันเเล้วseries กับfilamemtด้วย
คิดว่าคงช่วยdrop ไฟไปเยอะเหมือนกัน เเต่วงจรเเบบนี้กลัวไฟดูดเพราะไม่มีหม้อเเลงมาเเยกกราวด์
หัวข้อ: Re: จุดใส้หลอดแบบนี้คำนวนอย่างไรครับ
เริ่มหัวข้อโดย: เขียวหวาน ที่ 04 กุมภาพันธ์, 2008, 02:00:52 pm

อ้างถึง
ถ้ามี 50L6 สี่หลอด ทำไมไม่ Sery   Filament ใช้ R Drop จุดใส้จากไฟบ้าน 220Vac เลยละครับ

อ้างถึง
ไฟจุดไส้หลอด 50V 4 หลอด ก็ 200V ที่เหลือ 30 V ไปคร่อม R
กระแสอนุกรม เท่ากัน 0.15 A     
30/0.15=R=200   Ohm  5W ก็พอ

ลองดูนะครับ อย่าลืมติด Save T cut ไว้ด้วยนะครับ :showoff :showoff
หัวข้อ: Re: จุดใส้หลอดแบบนี้คำนวนอย่างไรครับ
เริ่มหัวข้อโดย: มะขาม ที่ 04 กุมภาพันธ์, 2008, 02:22:25 pm
 :D :D    ไมเอาแบบนี้เเน่ๆครับ  ;D ;D อยากรู้ แต่ไม่อยากทำ 2f 2f
หัวข้อ: Re: จุดใส้หลอดแบบนี้คำนวนอย่างไรครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Mr. One ที่ 04 กุมภาพันธ์, 2008, 03:04:30 pm
ก็ทำนอง 12A_7 ล่ะครับ ว่าชอบ ไฟหลอดมากหรือน้อย ท่านว่าเสียงต่างกันเชียว  :whistling
หัวข้อ: Re: จุดใส้หลอดแบบนี้คำนวนอย่างไรครับ
เริ่มหัวข้อโดย: tubeman ที่ 04 กุมภาพันธ์, 2008, 03:36:37 pm
ทำยังกัวิทยุโบราณเลย...ชอบทำแบบนี้...เวลาซ่อมทีนึงจับแท่นไม่ได้ โดนไฟดูดมาหลายรอบแล้ว  ;D

การคำนวน...(ผมขอเดาเอานะครับคุณมะขาม)

ก็ใช้วิธีการอนุกรมและขนานกันของไส้หลอดให้ได้มากที่สุด เพื่อใกล้กับแรงดันไฟ AC ครับถ้ารวมกันแล้วได้ 220V พอดีก็ฟลุกไป  ;D

แต่ถ้าไม่ถึงก็ต้องเอา R (ต้องตัวโตๆและร้อนมาก) มา Drop ไฟลงครับโดยใช้สูตร R=E/I ธรรมดาครับ

เมื่อ E คือแรงดันที่ให้ตกคร่อม R ไว้ และ I คือกระแสที่ไหลผ่านหลอดทั้งหมด

 ;D ;D ;D ;D ;D ;D

ทีนี้ความขี้เกียจตามมา ก็คือ ใช้ R ตัวโตๆมันร้อนและแพงมากเขาก็หลีกเลี่ยงโดยใช้ C มา Drop ไฟแทน R (ใช้ได้กับไฟ AC เท่านั้นนะครับ DC ใช้ไม่ได้)

ก็ใช้สูตร XC=1/(2 Pi f C)

โดย XC = คือ Capacitive Reactance ของ C
       Pi = 3.1428
       f  = 50 Hz
       C = ต่าความจุของ C หน่วยเป็น farad (ถ้าจำไม่ผิดนะ)  ;D

ทีนี้ก็โยกย้ายสูตรสิครับ เพราะเราอยากรู้ค่า C นิครับ

C = 1/(2 Pi f XC)

สมมุติถ้าต้องการ R ค่าสัก 1k ก็แทนค่าสูตรเลย

C = 1/(2x3.1428x50x1000)
  = 0.0000031 F

หรือ C= 3.1uF นั่นเอง  ;D

ง่ายไหม... 2f

มั่วทั้งนั้น  ;D
หัวข้อ: Re: จุดใส้หลอดแบบนี้คำนวนอย่างไรครับ
เริ่มหัวข้อโดย: เขียวหวาน ที่ 04 กุมภาพันธ์, 2008, 03:42:34 pm
ทำยังกัวิทยุโบราณเลย...ชอบทำแบบนี้...เวลาซ่อมทีนึงจับแท่นไม่ได้ โดนไฟดูดมาหลายรอบแล้ว  ;D

การคำนวน...(ผมขอเดาเอานะครับคุณมะขาม)

ก็ใช้วิธีการอนุกรมและขนานกันของไส้หลอดให้ได้มากที่สุด เพื่อใกล้กับแรงดันไฟ AC ครับถ้ารวมกันแล้วได้ 220V พอดีก็ฟลุกไป  ;D

แต่ถ้าไม่ถึงก็ต้องเอา R (ต้องตัวโตๆและร้อนมาก) มา Drop ไฟลงครับโดยใช้สูตร R=E/I ธรรมดาครับ

เมื่อ E คือแรงดันที่ให้ตกคร่อม R ไว้ และ I คือกระแสที่ไหลผ่านหลอดทั้งหมด

 ;D ;D ;D ;D ;D ;D

ทีนี้ความขี้เกียจตามมา ก็คือ ใช้ R ตัวโตๆมันร้อนและแพงมากเขาก็หลีกเลี่ยงโดยใช้ C มา Drop ไฟแทน R (ใช้ได้กับไฟ AC เท่านั้นนะครับ DC ใช้ไม่ได้)

ก็ใช้สูตร XC=1/(2 Pi f C)

โดย XC = คือ Capacitive Reactance ของ C
       Pi = 3.1428
       f  = 50 Hz
       C = ต่าความจุของ C หน่วยเป็น farad (ถ้าจำไม่ผิดนะ)  ;D

ทีนี้ก็โยกย้ายสูตรสิครับ เพราะเราอยากรู้ค่า C นิครับ

C = 1/(2 Pi f XC)

สมมุติถ้าต้องการ R ค่าสัก 1k ก็แทนค่าสูตรเลย

C = 1/(2x3.1428x50x1000)
  = 0.0000031 F

หรือ C= 3.1uF นั่นเอง  ;D

ง่ายไหม... 2f

มั่วทั้งนั้น  ;D
แล้ว c ต้องทนได้กี่โวลต์ ครับ
หัวข้อ: Re: จุดใส้หลอดแบบนี้คำนวนอย่างไรครับ
เริ่มหัวข้อโดย: มะขาม ที่ 04 กุมภาพันธ์, 2008, 03:48:21 pm
ทำยังกัวิทยุโบราณเลย...ชอบทำแบบนี้...เวลาซ่อมทีนึงจับแท่นไม่ได้ โดนไฟดูดมาหลายรอบแล้ว  ;D

การคำนวน...(ผมขอเดาเอานะครับคุณมะขาม)

ก็ใช้วิธีการอนุกรมและขนานกันของไส้หลอดให้ได้มากที่สุด เพื่อใกล้กับแรงดันไฟ AC ครับถ้ารวมกันแล้วได้ 220V พอดีก็ฟลุกไป  ;D

แต่ถ้าไม่ถึงก็ต้องเอา R (ต้องตัวโตๆและร้อนมาก) มา Drop ไฟลงครับโดยใช้สูตร R=E/I ธรรมดาครับ

เมื่อ E คือแรงดันที่ให้ตกคร่อม R ไว้ และ I คือกระแสที่ไหลผ่านหลอดทั้งหมด

 ;D ;D ;D ;D ;D ;D

ทีนี้ความขี้เกียจตามมา ก็คือ ใช้ R ตัวโตๆมันร้อนและแพงมากเขาก็หลีกเลี่ยงโดยใช้ C มา Drop ไฟแทน R (ใช้ได้กับไฟ AC เท่านั้นนะครับ DC ใช้ไม่ได้)

ก็ใช้สูตร XC=1/(2 Pi f C)

โดย XC = คือ Capacitive Reactance ของ C
       Pi = 3.1428
       f  = 50 Hz
       C = ต่าความจุของ C หน่วยเป็น farad (ถ้าจำไม่ผิดนะ)  ;D

ทีนี้ก็โยกย้ายสูตรสิครับ เพราะเราอยากรู้ค่า C นิครับ

C = 1/(2 Pi f XC)

สมมุติถ้าต้องการ R ค่าสัก 1k ก็แทนค่าสูตรเลย

C = 1/(2x3.1428x50x1000)
  = 0.0000031 F

หรือ C= 3.1uF นั่นเอง  ;D

ง่ายไหม... 2f

มั่วทั้งนั้น  ;D
:o :o :pc :pc :pc มั่วเเบบนี้ผมชอบ จดๆๆๆๆ ครับ O0 O0
หัวข้อ: Re: จุดใส้หลอดแบบนี้คำนวนอย่างไรครับ
เริ่มหัวข้อโดย: tubeman ที่ 04 กุมภาพันธ์, 2008, 03:56:11 pm
ทำยังกัวิทยุโบราณเลย...ชอบทำแบบนี้...เวลาซ่อมทีนึงจับแท่นไม่ได้ โดนไฟดูดมาหลายรอบแล้ว  ;D

การคำนวน...(ผมขอเดาเอานะครับคุณมะขาม)

ก็ใช้วิธีการอนุกรมและขนานกันของไส้หลอดให้ได้มากที่สุด เพื่อใกล้กับแรงดันไฟ AC ครับถ้ารวมกันแล้วได้ 220V พอดีก็ฟลุกไป  ;D

แต่ถ้าไม่ถึงก็ต้องเอา R (ต้องตัวโตๆและร้อนมาก) มา Drop ไฟลงครับโดยใช้สูตร R=E/I ธรรมดาครับ

เมื่อ E คือแรงดันที่ให้ตกคร่อม R ไว้ และ I คือกระแสที่ไหลผ่านหลอดทั้งหมด

 ;D ;D ;D ;D ;D ;D

ทีนี้ความขี้เกียจตามมา ก็คือ ใช้ R ตัวโตๆมันร้อนและแพงมากเขาก็หลีกเลี่ยงโดยใช้ C มา Drop ไฟแทน R (ใช้ได้กับไฟ AC เท่านั้นนะครับ DC ใช้ไม่ได้)

ก็ใช้สูตร XC=1/(2 Pi f C)

โดย XC = คือ Capacitive Reactance ของ C
       Pi = 3.1428
       f  = 50 Hz
       C = ต่าความจุของ C หน่วยเป็น farad (ถ้าจำไม่ผิดนะ)  ;D

ทีนี้ก็โยกย้ายสูตรสิครับ เพราะเราอยากรู้ค่า C นิครับ

C = 1/(2 Pi f XC)

สมมุติถ้าต้องการ R ค่าสัก 1k ก็แทนค่าสูตรเลย

C = 1/(2x3.1428x50x1000)
  = 0.0000031 F

หรือ C= 3.1uF นั่นเอง  ;D

ง่ายไหม... 2f

มั่วทั้งนั้น  ;D
แล้ว c ต้องทนได้กี่โวลต์ ครับ

ถ้าเป็นผมคงใช้ Volt สูงกว่า 220V ไว้ก่อนครับ.. :)