HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม โฮมเธียเตอร์ (HT) => มุม review (รวมกระทู้เด็ด) => ข้อความที่เริ่มโดย: ขุนจิต ที่ 20 เมษายน, 2008, 08:05:34 am
-
ขอเพื่อนแสดงความคิดเห็น และข้อ ติ -ชม อย่างเต็มที่กับตึก hi-fi center
เนื่องจากที่ผ่านมาผมได้มาอยู่ที่นี้ 4 ปีกว่าแล้ว ผมว่า เพื่อนที่ทำร้านค้า ในตึกทยอยหายไปมากเรื่อยๆๆ
ผมในฐานะร้านหนึ่งอยากทราบความคิดเห็น :victory :victory
ผมก็ไม่เข้าใจในการบริหารงานนัก แต่ เพื่อเป็นการปรับปรุง เพราะสัญญาตึกมีการต่อไปอีก 5 ปีแล้วเรียบร้อย
( บางข่าวก็ออกมาแบบจะทุบตึกทิ้งก็มี ทั้งๆๆที่บริเวณนี้เป็นบริเวณที่น่าจะเป็น ที่เริ่มแรกของเครื่องเสียงไทย )
อยากให้เพื่อนๆๆ ช่วยแนะนำและ บอกข้อเสนอแนะแบบเต็มที่ แบบไม่ต้องเกรงใจ
:drive1ซัดให้เต็มที่เลยครับ
ผมจะได้เอาเรื่องทังหมดนี้ส่งต่อให้กรรมการ บริหารให้ไปเร่งแก้ไขต่อไป ติเพื่อก่อ ครับ
......เชิญเต็มที่ ......
ส่วน พุธ หน้า จะมีงาน นี้เกิดขึ้น เพื่อนๆๆ มีมายังไง มาชมและช่วยติชมด้วยว่าเป็นไงบ้างครับ
ฝากข่าวงานเครื่องเสียง ที่ตึก Hi-fi center วันที่ 30 เม.ย-3 พ.ค 2551
http://www.hi-ficenter.com/
-
:secret ผมเริ่มก่อนเลยครับ ในฐานะร้านค้า คนหนึ่ง สังคมวงการเครื่องเสียงขาดความสามัคคี อึดอัดมานาน
ขอระบายทีเหอะ
ผมว่าความสามัคคี ที่นี้แปลกๆๆ ครับ ยิ่งนับวันยิ่งแปลกขึ้นเรื่อยๆๆ
อย่างบางร้าน ..ทุกทีมีค่าส่วนกลางเพื่อการบริหารงาน.......ตึกต่างๆหรือ คอนโดมิเนียม ก็มีค่าบริหารงานส่วนกลาง...................
บางร้าน ไม่จ่ายเฉยๆๆ ทั้งที่ตอนนี้เหลือไม่กี่ห้อง .......ว่างๆผมจะมาเฉลยห้องที่ไม่จ่ายกัน........หรืออยากรู้ไปดูที่น่า โฆษณาตึก ห้องไหนไม่มีรูปคือไม่จ่ายครับ
:secretจะได้ให้นักเล่นไปเตือนกันบ้างๆๆๆ ..... จ่ายไปเถอะ อย่างน้อยก็ไม่ทำให้เป็นข้ออ้างคนอื่นเค้า หรือคนมาใหม่ เหลือกันแค่นี้.:secret
:giveup :giveup ความสามัคคี หายกันไปไหนหมด และก็ไม่แพงอะไรมากนัก 2000 บาทต่อห้องเองถ้าจำไม่ผิด :giveup
ข้ออ้าง....ฟังขึ้นไหมเนี่ย....
คุณจะโฆษณาตึกก็เรื่องก็คุณ .....ผม+ฉันจ่ายค่าเช่าตึก big-cแล้ว ค่าโฆษณา+ค่าดูแล ไม่ต้องมาพูดถึงไม่เห็นได้ประโยชน์กับร้านผม+ฉัน
:whistlingแล้วที่ลงโฆษณาตึกตามหนังสือนี้ใครจ่าย หรือแจกฟรี และไอ้ที่ผมจ่าย มา 4 ปีกว่าเต็มๆ ผมจะจ่ายทำไม :'( :'(
พอมีใครมาจัดงานที่ตึก ........ อันนี้ก็น่าเห็นใจทั้ง 2 ฝ่าย ......
พี่เอาของมาลงที่ร้าน เลย.... ไม่ต้องจ่ายตังค์.... ออกร้านทำไมให้เสียตังค์.......
ผู้จัดงาน.....ก็ออกมาคุณต้องคุมร้าน.... ให้ได้ อีก ข้ออ้าง ฉันก็ไม่อยากลงทุนเสียเปล่า
...มีงาน หรือไม่มีงานมันก็ไม่ต่าง......จะบ้าตาย :giveup
และไอ้ที่ผมจ่ายตอนออกงานทั้งที่ ...ร้านผมก็ตั้งอยู่เฉยๆๆ ยังเสียตังค์เลย.......ห้องละ หมื่นอย่างน้อย
..ข่อยจะจ่ายทำไมหน่อ... และผู้จัดงาน.........ก็ไม่กล้า โฆษณา กันหรอก..เพราะไม่ได้แจกฟรี....
ส่วนร้านที่จะมาออก .... ข่อยจะออกทำไม หน่อ...
:-*ช่วยกันที่เหอะ ผมเองออกมาพูดก็อาจจะถูกด่า แน่ แต่ก็ไม่รู้จะทำไงแย้ว :'( :'(
( ร้านบางร้านก็สนิทกันมากๆ ส่วนผู้จัดก็ดีกับเรา ทางตึกก็ดีกับผม แต่ ถ้ายอมลดกันคนละนิด ทุกอย่างจะได้เดินหน้าต่อไปสักที่)
ทำไมไม่เล่นตามกติกาบ้างครับ ทุกอย่างจะได้ไปต่อ
จะบ้าตาย :'( :'(
พอตึก.....รับประเด็น ก็มาอ้างต่อ
.... ฉันเก็บเงินบ้างเจ้าไม่ได้ ไม่มีเงินมาบริหารตึก... เอากันเข้าไป...จิตช่วยไปบอกเค้าที่ ฉันบอกเค้าแล้วเค้าไม่จ่าย
คำบอกเล่า ที่เจอบ่อย เอามาเราให้ฟัง....
... ยังมีอีก ทางตึก หาคนมาดูสถานที่ :secretอย่ามาเลยตึกมันจะเจ๋ง อีก ว่ากันเข้าไป บางเจ้ากลัวเจ้าอื่นเข้ามาแย่งขายกัน อีก
... :secret จะเอามาเล่าให้ฟังอีก :secret
พูดไปก็น้อยใจ กับ กลุ่มครับ :'(
-
ไอ้ปัญหาใหญ่ที่สุด ผมว่าก็คือ ไอ้ความคลุมเคลือ ไม่ชัดเจนเนี่ยแหละครับ
ตกลงตึกจะอยู่แน่หรือเปล่า ซื้อของไปแล้ว ถ้านาน ๆ ใช้ไปมีปัญหา กลับมาตึกจะยังอยู่หรือเปล่าหว่า :cold
โดยรวมแล้ว ชอบครับ ที่มีร้านให้เลือกฟังเยอะ ๆ ได้ในวันเดียว แค่เดินเปลี่ยนร้านไปเรื่อย ๆ
ถ้ามีใครถามผม ผมก็จะแนะนำให้มาลองฟังที่นี่แหละครับ :secret
เข้าใจอยู่้แล้ว ว่าคนเล่นเครื่องเสียง HT ในเมืองไทยมันมีไม่ได้มากมายอะไร
แล้วตึกมันก็ไม่ได้ขายอย่างอื่นเลย จะไม่ให้มันเงียบได้อย่างไร
แต่ความเงียบนี่แหละครับ เป็นสิ่งที่นักเล่นเครื่องเสียงชื่นชอบกัน :headphone
สิ่งที่อยากให้ปรับปรุง ก็อยากจะให้มีร้านอื่น ๆ มาเปิดกันมาก ๆ ครับ
เช่น ร้านดัง P.. ย่านสุขุมวิท กับ H.. ฝั่งธน ถ้ามาจริง คงไม่ไปที่อื่นอีกแน่นอน
แล้วก็อีกอย่างคือ โซน DIY ครับ เห็น NPE เคยมาเปิดแล้วก็ย้ายออกไป
ถ้ายกบ้านหม้อมาไว้สักมุมได้คงจะดี ซื้อชิ้นส่วนพร้อมรับโมให้เสร็จสรรพไปเลย :victory
ส่วนตลาดนัดของมือสอง ผมไปหลายครั้ง มันมีบ้าง ไม่มีบ้าง
เลยไม่แน่ใจว่ายังไงแน่ครับ ช่วยบอกวันเวลาที่แน่นอนให้ได้หรือเปล่าครับ
เพราะถามยามที่นั่น ยามก็ไม่รู้ แล้วถ้่ามี software มือสองมาขายด้วย
เช่น CD DVD SACD DVD-A ก็น่าจะดีครับ d_d
ปล. เข้าไปแวะดูรูปที่เวปมา ไม่เห็นรูปบริษัท K... ควรจะแปลกใจไหมเนี่ย
เอาเหอะ ผมไม่คิดจะซื้ออยู่แล้วแหละ ไอ้แอมป์ยี่ห้อ M... กับลำโพงยี่ห้อ S... เนี่ย แพงเกิน ไม่มีปัญญา :giveup
-
ไปเดินตึกนี้มันเงียบเหงาครับ...ทั้งจำนวนร้าน และ จำนวนคนเดิน
ผมว่าตอนอยู่แยกกันในห้างใหญ่ๆดีกว่าครับ
-
ผมขออนุญาติเลยนะครับ
เกี่ยวกับตึกhi-fi center โดยส่วนตัวผมคิดว่าทำเลที่ตั้งของตึก
ไม่ค่อยดีครับคืออยู่ลับหูลับตาคนมากๆเลยครับ
ถ้าไม่ใช่คนที่อยู่ย่านระแวกนั้น
ยากครับที่คนอื่นๆจะรู้จักว่าตึก hifi อยู่ตรงไหน
เต็มที่น่าจะเห็นแต่ big c ครับ
และทุกครั้งที่ไปก็ต้องเอารถไปจอดที่big c
บรรยากาศด้านนอกตึก ก็ไม่โดดเด่นครับ
อยากคือถ้าไม่เห็นพวกลำโพง
หรืออะไรที่เกี่ยวกับเครื่องเสียงวางเรียงกันอยู่
บางทียังรู้สึก..ว่าเข้าไปผิดตึก..หรือเปล่าเลยน่ะครับ
บรรยากาศภายในค่อนข้างเงียบเหงาครับ
แต่การจัดตกแต่งของแต่ละร้านก็โอเคครับ
ส่วนคนไม่ค่อยมีไปเดิน น่าเกี่ยวกับทำเลของตึกไม่ดีมากกว่าครับ
ถ้าผมเป็นร้านค้า ผมก็คงหนีไปขายที่อื่นเหมือนกันครับ
เนื่องจากทำเลไม่ดีเอามากๆเลยน่ะครับ
ไปเป็นร้านค้าอยู่ตามห้าง คิดว่าน่าจะดีกว่าเยอะเลยน่ะครับ
อย่างน้อยๆ คนเดินก็พลุกพล่านกว่าแน่นอน
โอกาสที่จะได้ลูกค้าก็น่าจะมีเยอะกว่าน่ะครับ
ในบ้านเราผมคิดว่ายังมีน้อยคนที่เล่นเครื่องเสียง
เพราะไม่ค่อยได้เห็นมั้งครับ..
อย่างเช่นพวกโปรเจ็คเตอร...์ และอีกหลายๆอย่างที่ระดับโปร เขาเล่นกัน..
เดินตามห้างทั่วๆไปหมดสิทธิล่ะครับ อิๆ
เต็มที่ ต่อให้เดินเล่น ก็แถวพาวเวอร์บายมั้งครับ
แต่ผมเชื่อเลยว่าคนที่เดินตามห้างทั่วๆไป
ถ้าเขาได้มีโอกาสได้เห็นเช่นเดียวกับในตึกhifi
ผมว่ายังมีคนอีกหลายร้อยพันคน..
ที่ เขาก็อยากจะเล่นเครื่องเสียง
และอยากมีไว้เล่นด้วยบ้าง
เหมือนกันกับเราๆแน่นอนครับ.. :)
ขอเสริมอีกนิดนึงในส่วนของการขายสินค้า
ีก็อยากให้มีโปรโมชั่น หรือของแถมอะไรพิเศษๆบ้างครับ
และในส่วนของราคาสินค้าที่ราคาสูงๆ เป็นแสนขึ้นไป
ก็น่าจะมีการจัดโปรโมชั่น 6-12 เดือน 0% จะกี่% ก็ว่ากันไป
นานๆมีทีก็ยังดีน่ะครับ
อันนี้ก็แล้วแต่ความเหมาะสม
และความสะดวกของแต่ละร้านละกันครับ
แต่ถ้าทำได้ผมว่าก็น่าจะมีส่วนช่วยได้เยอะเลยล่ะครับ
้สำหรับคนที่สนใจ ..ที่อยากจะซื้อ..
สะดวกสำหรับคนงบน้อยแต่กิเลศเยอะ แต่ก็อยากเล่น อิๆๆ ;D
อันนี้..น่าจะมีเยอะเลยล่ะครับ..
ลองๆคิดดูเล่นๆละกันครับ
และที่แน่นอน
คนไทยในประเทศไทย
คือยังไงก็ยังมีคนยากจนมากกว่าคนรวยครับบ..
เรื่องทำเลที่ตั้งของตึก
จิงๆแล้วผมก็คิดว่ามันเป็นปัญหาที่น่าจะแก้ไขได้
ถึงจะเป็นไปได้ยากและอาจจะต้องเหนื่อยมากหน่อย
อันนี้ก็คงอยู่ที่ความสามารถของทางฝ่ายบริหารล่ะครับ
ถ้าให้ดีที่สุด ทุกๆฝ่ายต้องร่วมมือร่วมใจกันด้วยยิ่งดีครับ.. :)
-
เคยไปแค่ครั้งเดียวเอง ติดใจนะครับ อยากไปอีก
เพราะความเงียบไม่พลุกพล่านนี่แหละครับ :shutup
ไม่รู้จะออกความเห็นยังไง เอาเป็นว่าเอาใจช่วยละกันนะครับ c)
-
สวัสดีครับ
สิ่งที่คุณ 1080p บอกมาผมว่าก็เป็นอีกเหตุผล 1 นะครับ(เหตุผลหลักด้วยสำหรับผมนะครับ) ผมนะใจจริงอยากจะไปที่ ตึกhi-fi center เหมือนกันเคยได้ยินว่ามีตึกที่มีแต่เครื่องเสียงทั้งตึกตั้งอยู่ที่นั้น (น่าไปมั๊กๆ 0)]) แต่ เวลาจะไปผมว่าผมคงไปไม่ถูกนะครับ :cry2 เคยลองหาแผ่นที่มาดู แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเข้าทางไหนเหมือนกัน มีแต่ทางวันเวย์เต็มไปหมด ถ้าเลยคงหาทางเข้ากันมึน :D เลยครับก็เลยยังไม่ได้ไปสักที
ผมว่าถ้าย้ายมาแถวถนนพระราม 3 ผมว่าคงดีนะครับ ถนนกว้างดี :drive1 ขับง่าย ไม่งง ด้วย ตึกใหม่ๆกว้างๆแถวนั้นแยอะดีครับ (อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ )
O0 อย่างไรก็อยากให้วงการเครื่องเสียงอยู่กับเรานานๆนะครับ สู้ สู้ O0
-
พอมีแนวทางที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับ
.......การปรับปรุงไหมครับ เพื่อจะให้มันเดินต่อไปครับ
.......ทำยังไง......เพื่อนถึงอยากจะมากันบ่อยๆๆครับ.....
............ขอแนวทางด้วยครับ :victory :victory
-
ผมอยากให้งานต่าง ๆ ทุกงานที่จัดกัน....มาจัดกันที่นี่สัก 3 เดือน / ครั้ง
ไม่ใช่ไปจัดตรงโน้นที ตรงนั้นที จัดงานทีก็ต้องหาสถานที่ใหม่ ๆ กันไปทุกครั้ง
ผมเคยสงสัยว่า ทำไมต้องไปจัดงานที่ ตาม รร.ต่าง ๆทำไมถึงไม่จัดที่ Hi fi center
ก็ได้คำตอบ...แบบคิดเอาเองว่าคงเนื่องจาก
1. ที่จอดรถไม่เพียงพอ
2. ห้องฟังไม่เอื้ออำนวย
ในเมื่อ สามารถจอดรถได้ที่ big c ก็ขาดแค่ในส่วนของห้องฟัง
ถ้า hi fi center ทำส่วนของห้องฟังให้มีขนาดเล็กลงมา แล้วทำเป็น zone ห้องฟังโดยเฉพาะ
30-40 ห้อง ขนาด 3 x 4 m. คิดค่าเช่าในราคาไม่แพง
มีห้องโล่ง ๆ ...แล้วแต่ละเจ้ามาจัดออกแบบ ตกแต่งกันอาเอง
จะเป็นไปได้หรือเปล่าครับ...
ส่วนเรื่องของทำเลผมว่า ก็จัดว่าอยู่ในทำเลที่เหมาะสมแล้วละครับ ใจกลางเมือง O0
อีกเรื่องก็คือ
การจัดงานที่เดียวกันแบบต่อเนื่องจะป็นการง่ายสำหรับผู้ซื้อ-ผู้ขายทั้ง หน้าใหม่ และหน้าเก่า
อาจจะได้มาพบเจอกัน พูดคุยกันบ่อยขึ้น และอาจจะเป็นที่นั่งเล่นสำหรับ ผู้ที่ชื่นชอบเครื่องเสียง
ได้วนเวียนมาเจอกัน....ลักษณะเดียวกันกับ impact เมืองทอง มีจัดงานต่อเนื่องอยู่เรื่อย ๆ O0
เมื่เวลามีงานจะได้ประชาสัมพันธ์ง่ายขึ้น ผู้ซื้อรู้ว่ามีงานเครื่องเสียง ก็จะเข้าใจในทันทีเลยว่าต้องไปที่ไหน...ตรงนี้สำคัญมากนะครับ
เพราะสาเหตุหนึ่งที่จัดงานแล้วกร่อย ผู้คนมาน้อยก็เพราะส่วนนี้แหละครับ
ไม่รู้ว่าต้องไปที่ไหนจอดรถตรงไหน ต้องมานับหนึ่งกันใหม่ทุกครั้งไป :nono
นี่เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ..และผมชอบที่จะไป hi fi center ครับ
อยากให้อยู่นาน ๆ ไม่อยากให้เป็นแค่ตำนานครับ
ขอบคุณครับ
-
เพิ่งจะมีโอกาสไปเดินครั้งแรก เมื่อกี้นี้เองครับ.........เงียบมากๆ มีร้านเปิดอยู่ประมาณ5ร้าน รวมทั้งร้านพี่ขุนจิตด้วย
ส่วนเรื่องแนวทางการปรับปรุงผมมองไม่ออกจริงๆครับ
เท่าที่เห็นอยู่คือรอวันปิดกิจการอย่างเดียว ถ้าฝ่ายจัดการบริหารตึกยังเป็นชุดปัจจุบันและยังไม่มีการปรับเปลี่ยนมุมมองในบริหารจัดการที่ดีขึ้น
ที่ผมพูดแบบนี้เพราะว่า ถ้าผมเป็นฝ่ายบริหารของตึกที่มีความตั้งใจจริงๆ ผมจะพยายามรักษาระดับผู้เช่าเอาไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าทีจะทำได้
คือไม่ปล่อยให้เป็นเหมือนตึกร้างแบบ ทุกวันนี้หรอกครับ
ทุกวันนี้มีผู้เช่าอยู่ไม่ถึง5%ของพื้นที่ทั้งหมด ไหนจะค่าไฟอาคาร ค่าน้ำ ค่าบุคคลกรของอาคาร และสารพัดค่าใช้จ่าย....
ถ้าฝ่ายบริหารอาคาร พอใจกับตัวเลขเท่านี้ ก็โอเคครับ....รอทุบอย่างเดียว
-
ขอออกความเห็นหน่อยน๊ะครับ :)
ผมเองไม่ค่อยชอบตรงที่ มันไม่มีที่จอดรถเป็นของตัวเอง ต้องไปจอดที่ bigC แล้วเดินลงๆขึ้นๆ
ถ้าเป็นไปได้ น่าจะมีสะพานลอยลิงค์กับ bigC คงจะดีขึ้นเยอะ ดูเป็นส่วนหนึ่งกับห้าง
และคนทั่วไปสามารถเดินเข้ามาชมได้ คนที่ไม่เคยคิดจะเล่นก็อาจจะเริ่มต้นที่จุดนี้
อีกอย่างควรจะมีป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ อยู่ติดริมถนนตรงทางเข้าที่จอดรถ (ไม่แน่ใจว่าเดี๋ยวนี้มีรึยังครับ)
-
ผมเป็นคนนึงที่เดินที่นี้ประจำอยากเสนอว่าให้ร้านค้าที่ลงโฆษนาWHAT HI FI THAILAND มาเปิดที่นี้ให้หมดจะได้ไม่กระจัดกระจายไปหมด ผมว่าจะได้บังคับผู้ซื้อทางออมถ้าสนใจสินค้ายี่ห้อนี้ก็ต้องมาซื้อที่นี้ได้โปรโมตตึกไปในตัวครับ
(ถ้าเขียนตัวหนังสือผิดต้องขอโทษด้วยครับ) :)
-
ถามกรณี ต่าง จะช่วยได้ไหม
ไม่ทราบ ว่า เห็นมีหลายท่านพูดกัน
1. มีการจัดโปรโมชั่นสินค้าพิเศษ ทุกๆเดือน จะมีผลตอบรับไหม ตรงลานชั้น 1
2.มีการสัมนา เดือนละครัง จะดีไหม
3.มีการเปิดท้ายขายของเก่า จะดีไหม
เพราะพื่นที่ที่นี้ บางส่วนใช้ฟรีได้แต่เพียงช่วยค่าไฟ และค่าจัดการนิดหน่อย ซึ่งขออนุญาติเป็น ครั้งๆๆไป
มีใครมีความเห็นอื่นๆๆ บ้างครับ
:showoffติ-ชมกันให้เต็มที่เลย :victory :victory
-
ถามกรณี ต่าง จะช่วยได้ไหม
ไม่ทราบ ว่า เห็นมีหลายท่านพูดกัน
1. มีการจัดโปรโมชั่นสินค้าพิเศษ ทุกๆเดือน จะมีผลตอบรับไหม ตรงลานชั้น 1
2.มีการสัมนา เดือนละครัง จะดีไหม
3.มีการเปิดท้ายขายของเก่า จะดีไหม
เพราะพื่นที่ที่นี้ บางส่วนใช้ฟรีได้แต่เพียงช่วยค่าไฟ และค่าจัดการนิดหน่อย
มีใครมีความเห็นอื่นๆๆ บ้างครับ
ข้อ 1-2 ผมว่าถี่ไป ถ้าคนมาน้อยคนจัดงานจะหมดกำลังใจ ประมาณ 2-3 เดือนครั้งดีกว่า ถ้าจัดถี่ไปจะไม่เป็นการเร่งการตัดสินใจของลูกค้า "ซื้อเดือนหน้าก็ได้ จัดรายการทุกเดือนอยู่แล้ว"
จากข้อ 1 ถ้าจะจัดโปรโมชั่นสินค้าพิเศษ..ควรเป็นราคาพิเศษที่แท้จริง เพราะถ้ามีแต่ชื่องาน แต่ราคาไม่พิเศษจริง เดียวคนซื้อก็ไม่เดิน
3.มีการเปิดท้ายขายของเก่า อันนี้เห็นด้วยครับถ้าจะทำกิจกรรมดึงดูดคนครับ
-
http://www.hi-ficenter.com/news_5year.shtml
กลุ่ม Hi-Fi Center ได้เฮ ต่อสัญญาใหม่ 5 ปีผ่านฉลุย
ลั่นจัดกิจกรรมต่อเนื่อง เริ่มงานแรกปลายเดือนเมษายนนี้ทันที
ผู้ค้าระบบภาพและเสียงภายใต้ชื่อกลุ่ม Hi-Fi Center ได้ร่วมกันแถลงเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่าสัญญาใหม่ระหว่างเจ้าของอาคารกับกลุ่มผู้ค้าฯ ได้บรรลุข้อตกลงและต่อสัญญากันไปเรียบร้อยแล้วเป็นระยะเวลาอีก 5 ปี ซึ่งนับเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่จะทำให้กลุ่มผู้ค้าฯ สามารถรังสรรค์กิจกรรมเพื่อส่งเสริมธุรกิจแขนงนี้ให้มีความคึกคักยิ่งขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยจะประเดิมงานแรกปลายเดือนเมษายนนี้
กลุ่ม Hi-Fi Center ซึ่งประกอบไปด้วยผู้นำเข้าระบบภาพและเสียงใหญ่ที่สุดกว่า 12 บริษัท ซึ่งมี Brand สินค้าชั้นนำทั้งทางด้านระบบภาพและเสียง กว่า 50 Brand ที่ได้มาร่วมงานเปิดโชว์รูม ณ อาคาร Hi-Fi Center ย่านราชดำริ ได้เปิดแถลงร่วมกันเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ว่าทางกลุ่มฯ ได้บรรลุข้อตกลงในสัญญาเช่าชุดใหม่กับเจ้าของอาคารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้สามารถดำเนินธุรกิจในอาคาร Hi-Fi Center ต่อไปได้เป็นระยะเวลาอย่างน้อยอีก 5 ปี ซึ่งทำให้กลุ่มฯ มีความมั่นใจในการที่จะผลักดันให้ Hi-Fi Center เป็นศูนย์รวมระบบภาพและเสียงที่ใหญ่ที่สุด โดยมีสินค้าตั้งแต่ระดับ Entry Level ไปจนถึงระดับ Hi-End ให้เลือกมากที่สุดในทุกระดับราคา สามารถรองรับผู้บริโภคทุกกลุ่มได้อย่างทั่วถึงแท้จริง
โดยนอกจากจะร่วมเชิญพันธมิตรใหม่ให้มาเปิดโชว์รูมให้มากยิ่งขึ้นแล้ว นับแต่นี้ไปทางกลุ่มฯ จะรังสรรค์กิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมการขาย ให้ความรู้แก่ผู้สนใจในระบบภาพและเสียงอย่างต่อเนื่อง โดยจะเริ่มจัดงานแรกเพื่อฉลองสัญญาใหม่ระหว่างวันที่ 30 เมษายน ถึง 3 พฤษภาคม ศกนี้ ภายใต้ชื่องาน "AV Software : What AV Fair ครั้งที่ 8" โดยได้มอบให้นิตยสารในเครือ What Hi-Fi? เป็นผู้ดำเนินงาน ในงานนี้นอกจากจะมีสินค้าของกลุ่ม Hi-Fi Center แล้ว ยังจะมีสินค้าจากกลุ่มพันธมิตรมาร่วมโชว์และจำหน่ายในราคาพิเศษอย่างคับคั่งด้วย เชื่อว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และนักเล่นเครื่องเสียง รวมทั้งผู้ที่สนใจในระบบโฮม เธียเตอร์ ได้อย่างทั่วถึงและครบถ้วนอย่างแท้จริงทั้งทางด้านฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์
อาคาร Hi-Fi Center ตั้งอยู่บริเวณศูนย์การค้าราชดำริเดิม หลัง Big C ราชดำริ ในปัจจุบัน การเดินทางนอกจากสะดวกด้วยรถไฟฟ้าแล้ว ผู้มารถส่วนตัวสามารถนำรถไปจอดได้ที่ศูนย์การค้า Big C โดยวันธรรมดาจอดได้ฟรี 4 ชั่วโมง ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์จอดได้ฟรีทั้งวัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน โทร 02-279-6590, 02-616-6356-9
เปิดบริการทุกวัน 11.00 น. - 20.00 น.
จอดรถฟรี 4 ชั่วโมง ที่ BIG C ราชดำริ, วันเสาร์และวันอาทิตย์ จอดรถฟรี
-
ถามกรณี ต่าง จะช่วยได้ไหม
ไม่ทราบ ว่า เห็นมีหลายท่านพูดกัน
1. มีการจัดโปรโมชั่นสินค้าพิเศษ ทุกๆเดือน จะมีผลตอบรับไหม ตรงลานชั้น 1
2.มีการสัมนา เดือนละครัง จะดีไหม
3.มีการเปิดท้ายขายของเก่า จะดีไหม
เพราะพื่นที่ที่นี้ บางส่วนใช้ฟรีได้แต่เพียงช่วยค่าไฟ และค่าจัดการนิดหน่อย ซึ่งขออนุญาติเป็น ครั้งๆๆไป
มีใครมีความเห็นอื่นๆๆ บ้างครับ
:showoffติ-ชมกันให้เต็มที่เลย :victory :victory
ลองหาจุดขายที่ที่อื่นไม่มีดูไหมครับ เช่น
จัดงานหาคู่ให้ลำโพง เอาลำโพงเป็นที่ตั้ง รุ่นยอดนิยมหน่อย เช่น Totem rainmaker หรือ NHT Three
แล้วลองให้แต่ละร้านเอา CD กับ Int มาประชันกันดู ว่าออกมาแล้วได้เสียงแนวไหนกันบ้าง
หรือจัดชุดแบบกำหนดงบประมาณ แบบว่า สัปดาห์นี้ให้งบไม่เกิน 4 หมื่น
แต่ละร้านจะจัดชุดแบบไหนให้ เสียงออกมาได้ประมาณไหน ให้ไปเลือกฟังกัน
-
ผู้บริหารสงสัยไม่ใช่มือโปร ตึกนี้เมื่อก่อนคือ Robinson ราชดำริ คนเดินเยอะมากถึงมากที่สุด ทำไมเขาทำได้ เวลานี้ถึงแม้จะมีห้างยักษ์ใหญ่แถวนั้นหลายห้าง แต่ถ้าสามารถจับจุดเด่น แก้ไขจุดอ่อนของตึกให้ดีขึ้น ทำไมจะไม่มีคนเดิน ที่จอดรถก็ไปจอด Big C ได้อยู่แล้ว หรือจอด CTW แล้วข้ามมาก็เคยทำไม่เห็นไกลเท่าไหร่ อาการนี้รอวันปิด รอวันทุบอย่างเดียวถ้าไม่ปรับปรุงฝีมือการบริหาร หรืออาจจะขาดกำลังทุนก็เป็นได้ อันนี้น่าเห็นใจ พอตึกอยู่ในสภาพเช่นนี้ก็เป็นไปได้อย่างมากที่ผู้เช่าพื้นที่จะงอแง เป็นเรื่องปกติ
ลองเอาไอเดียผมไปไหม ทำชั้นนึงให้เป็น supermarket ไม่ต้องใหญ่มาก หาของกินอร่อย ๆ มาลงให้ได้แบบ The Mall ชั้นนึงหาร้านมือถือมาลงร้านใหญ่ ๆ ซักสองสามเจ้าแล้วเดี๋ยวเจ้าย่อยๆ ก็ตามมาเอง อีกชั้นหาเกมมาขายให้เพียบ ๆ แค่นี้รับรองคนตรึม ลดค่าเช่ากับค่าพื้นที่ส่วนกลางให้ดึงดูดใจผู้ลงทุนหน่อย เจ้าเก่าที่อยู่กันมานานก็ให้โปรโมชั่นพิเศษกันไปเลย ตึกอยู่กลางเมืองทำโปรดี ๆ เดี๋ยวก็ขึ้น
-
แต่ก่อนสมัยโรบินสันมันจะมีที่จอดรถที่เป็น ramp ขึ้นไปด้านซ้ายตรงข้างคลองแสนแสบ ตอนนี้ไม่รู้ยังอยู่ป่าวที่ข้างใต้เป็นตึกร้างๆ ผมว่ามันเป็นตึกปราบเซียนตึกหนึ่งครับ เคยมีคนจะเอาพันทิพย้ายมาที่นี่เนื่องจากพันทิพเก่าแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมไม่มา
เรื่องค่าเช่าจะบอกให้ว่าตึกดังๆก็กำลังแย่ บางตึกถึงขนาดให้ลูกค้าที่อยู่เดิมอยู่แล้วอยู่ฟรี ถ้าขายได้แล้วค่อยกิน % เพราะออกไปก็ไม่มีคนอื่นมาเช่า บางร้านที่ตกแต่งดีๆขายสินค้าแบรนด์ดีๆเจ้าของตึกเขาก็ขอให้อยู่ต่อ เพราะถ้าขืนปล่อยให้หนีไปกลายเป็นตึกร้างก็ยิ่งไม่ได้ค่าเช่าอยู่ดี :D
เครื่องเสียงไม่ใช่ปัจจัย 4 จะให้คนไปเดินบ่อยๆคงจะยาก
-
เห็นพี่ๆหลายๆท่านบ่นถึงเรื่องที่จอดรถ ก็อย่างที่ทราบดีว่าสามารถจอดได้ที่ BigC คงไม่น่าใช่ปัญหา หรือมาทางBTS เดินมาอีกหน่อยก็น่าจะได้
เพราะอย่างที่ผมไปฮ่องกง ต฿กที่หมงกก ก็ไม่เห็นมีที่จอดรถ หรือแถวอาบหลิวก็เช่นกัน เหมือนคลองถมบ้านเรา จอดรถไว้ใกล้แล้วเดินเอา ผมว่าจึงไม่น่าจะเป็นประเด่นหลักนะครับ
เพราะอย่างงานเครื่องเสียงบางครั้งจัด ที่จอดตามโรงแรมผมว่ายังจอดยากกว่าอีกครับ
ประเด็นผมว่าอยู่ที่เจ้าของตึกและร้านค้าเองมากกว่าครับ ทั้งร้านที่อยู่ในตึกและ ร้านค้าที่หวังจะให้มาเปิดในตึก ขาดความสามัคคีกัน
เช่นถ้ามีร้านนี้เปิดอีกร้านก็จะไม่มาเปิดงานหรือตึกเดียวกัน ยิ่งถ้ามองกลับไปถึงการลงทุนของร้านที่จะเข้ามาแล้ว ทางเจ้าของตึกไม่มีข้อเสนอที่น่าสนใจแล้วใครจะกล้ามาลงทุนละครับ
เหมือนโครงการใหม่ๆยังมีข้อเสนอให้ร้านค้าสนใจมาเปิดเลยครับ แล้วนี่ตึกก็เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักเล่นเครื่องเสียง ถ้าตึกมีร้านเปิดกันเยอะ ของขายเยอะ ผมว่านั่งแท็กซี่มาก็ยังมาเลยครับ
เอารถจอดที่อื่นก็ได้
เห็นส่วนใหญ่บริษัทดังๆแบรนใหญ่ๆก็นิยมเปิดตามห้างมากกว่า ร้านเล็กๆก็นิยมเปิดตามสถานที่ภายนอกที่ค่าเช่าถูกกว่า เช่นCTW หรือ Paragon เด๊ยวนี้ยังมีร้านเครื่องเสียงเยอะกว่าตึกไฮไฟอีกครับ
อย่างกิจกรรม เช่นมีคลีนิคเครื่องเสียง อาจจะเป็นช่วงสั้นๆไม่ถึงกับเรียกว่าสัมมนา หาห้องสักห้องไม่ต้องใหญ่มาก เชิญนักเล่น ผู้สนใจ หรือ อาจารย์ที่ได้รับความนับถือในวงการมาคอยตอบปัญหา
หรือแลกเปลี่ยนความคิดในชุดเครื่องเสียง สักสัปดาละ 2ชม.ก็ยังดีครับ เพราะมีหลายคนที่เล่นเครื่องเสียงโดยอาศัยเว็ปบอร์ด เป็นการสนทนาฝ่ายเดียวซะหลายกระทู้
บางกระทู้ได้รับคำตอบไม่ชัดเจน แต่ผู้ถามก็อยากได้รายละเอียดที่มากกว่า
เหมือนผมตอนแรกๆแหละครับ มีคำถามมากมายในหัวแต่ไม่รู้จะถามใคร บางครั้งไปถามจากเซลล์ในแต่ละร้านก็เน้นเชียร์ของตัวเองซะส่วนใหญ่
จึงไม่ได้คำตอบทีแน่นอนสักที หรือบางครั้งจะโทรสอบถามตามรายการก็โทรไม่ติด หรือไม่กล้าเพราะเป็นมือใหม่ กลัวจะอายออกอากาศ
จึงอยากขอความร่วมมือจากทุกๆฝ่าย เพื่อให้วงการเครื่องเสียงไทยได้เติบโตต่อไป
:help :help :help :help :help
-
เป็นไปตามกลไกของตลาดสินค้าฟุ่มเฟือยที่อิงกับภาวะเศรษฐกิจ ขนาดที่เยาวฮันร้านเก่าแก่ยังทำท่าไม่รอด
คงต้องรอทุกอย่างดีขึ้น คนมีกำลังจับจ่ายมากขึ้น อยู่ที่ไหนก็ตามไปซื้อครับ
-
ผมเคยไป2-3ครั้งครับ ที่ขาดไม่ได้คือต้องแวะไปConice... น้องเค้าน่ารักดี O0 ....นอกเรื่องไปนิดนึง
ความคิดผมเหมือนกับว่ามันรอวันเจ๊งจริงๆครับ แต่ผมก็ประทับใจหลายๆร้านที่นั่นมากๆครับ เห็นผมเด็กๆ รู้อยู่แล้วว่าตังไม่ถึงขั้นยังชวนไปนั่งฟังเล่นๆในร้าน คิดไม่ออกเลยจริงๆว่าคนที่เดินตึกนี้ เป็นคนกลุ่มไหน ถ้าไม่นับพวกที่เจาะจงว่าจะเอายี่ห้อนั้นๆจริงๆ เช่นCD, Amp ยี่ห้อ A.... หรือ M.. ไม่ก็ตั้งใจไปเอา Dream Power โดยเฉพาะ
ยกตัวอย่างเหตุผลที่คนจะไม่ไปเดินนะครับ
-วันนี้อยากซื้อแผ่น.. ก็มีน้อยจังเลย เหลือแค่ร้านพี่ตาลหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่ข้ามฝั่งไป CTW มีร้านใหญ่ๆตั้งหลายร้าน
-อยากซื้อAccessoriesต่างๆ... ผมว่าผมหาได้ถูกกว่านี้นี่นา ไม่รู้จะจ่ายแพงกว่าทำไม(อันนี้ค่อนข้างเซ็ง เพราะคิดว่าไปถึงแหล่งใหญ่แล้วแท้ๆ)
-กลุ่มคนเพิ่งเริ่มหัดฟังหัดซื้อ... ก็แต่ละร้านก็มีแต่ของที่ตัวเองเป็นตัวแทนนำเข้าโอกาสผสมข้ามสายเลยแคบหน่อย คนกลุ่มนี้ก็ชอบไปร้าน P มากกว่า สาขาเยอะด้วย มือใหม่เน้นบริการใกล้บ้านไว้ก่อน
-นักโมทั้งหลาย.. ไม่มีอะไรให้ซื้อแล้ว สุดท้ายต้องไปบ้านหม้ออยู่ดี
มันเลยเหมือนว่าเหลือคนแค่กลุ่มเดียว ที่เล่นของระดับสูงๆ ซึ่งมีน้อยยยยจริงๆ เลยไม่แปลกใจครับที่จะไม่มีคน
-
ล่าสุด สิ้นเดือนนี้ งานก็อาจจะไม่มีครับ ข่าวมาครับ
ไปแอบประชุมเล็กๆๆมาครับ
เห็นปัญหาทั้งหมดโยนไปที่ร้านเดียว... ถ้าร้านนี้อยู่ ถึงกับไม่ต้องจัดงานเลยครับ เพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง รอปิดตึกอย่างเดียว
ขนาดนั้นเลยว่ากันไป น่าจะถอยคนละนิดคนละหน่อยครับ :giveup :giveup
จะไปรอดไหมครับ ต้องเปลี่ยนชือตึกแล้วไหมเนี่ย ฮิฮฺออ
บริษัท ส่วนใหญ่ไม่ออกงาน เนื่องมาจากร้านที่เป็นปัญหา ก็ที่เป็น Delar แล้วจะออกทำไม ถ้ามีการจัด
งานก็แค่เอาของมาลงที่ร้านนนี้ไม่ต้องเปลืองงบออกบูท ทางผู้จัดก็ทำอะไรไม่ได้ ผู้จัดก็บอกแล้วจะทำไปทำไม
ผมว่าตึกนี้ ก็คงเงียบต่อไป ครับ
-
ผมไม่ไปเพราะเป็นกลุ่มคนชนบทครับ
ใจกลางเมืองรถติดไปไม่ไหว :nonono
-
เท่าที่ดูขาดจุดเด่นๆของตีกครับ ประกอบกับเศรษฐกืจช่วงนี้ไม่สู้ดีมาพักหนึ่งแล้วเลยเงียบเหงาเป็นพิเศษ หากจัดให้มีจุดเด่นบ้างก็จะดีขึ้น เช่นมีร้านมาลงขายแผ่นราคาพิเศษทุกวันพฤหัส มีการจัดงานลดราคาพิเศษจริงๆทุกปี มีการเอาของมาลดล้างสต๊อกประจำปี อะไรประมาณนี้ หรือมีการนำของแบบที่ขุนจิตว่าแบบเปิดท้ายรถขายมาลงให้ผู้ซื้อได้ซื้อในวันไหนสักวันทุกสัปดาห์ (ประการนี้ไม่มั่นใจเพราะพวกคนซื้อของมือสองชอบซื้อจากเว๊ปซึ่งมีบอร์ดขายมือสองรองรับแล้ว) ทำแบบหมอทีเจว่าเพื่อให้คนมาเดินมากขึ้นก็น่าจะดี อาจจัดร้านที่ขายของที่เด็กชอบมาขายพวกเครื่องเล่นเกมส์แผ่นเกมส์แบบว่าเด็กเดินพ่อแม่ก็มาเดินด้วย ทำให้ดูคึกคักหน่อย (สภาพบรรยากาศตอนนี้เดินเข้าไปดูมันทึมๆไม่ค่อยน่าจะเดินสักเท่าไหร่ ) หากร้านค้าเครื่องเสียงดังๆย่านนั้นหมดสัญญาชวนมาอยู่บนตึกบ้าง (ประเด็นหลักคือทำอย่างไรให้เระยะยาวเป็นตึกเครื่องเสียงแบบที่สิงคโปร์ครับ ) พวกการจัดสัมนาอะไรนี่ก็ช่วยได้เหมือนกันจัดเป็นระยะ โดยการจัด จัดพร้อมกับมีเครื่องเสียงราคาพิเศษ แผ่นราคาพิเศษ เครื่องที่ลูกค้าฝากขายมาลงด้วย ทุ่มทุนสร้างหน่อยครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการจัดดูสภาพเศรษฐกิจโดยรวมด้วยครับ ตอนนี้ผมว่าเริ่มเห็นสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัวแล้วครับ ถ้าไม่มีเหตุร้ายทางการเมืองเสียก่อน อีกสองสามเดือนน่าจะค่อยๆดีขึ้น :headphone
-
สมาชิกใหม่ครับ แต่ก็ไปเดินบ่อยอยู่เหมือนกันครับตึกHIFI ถ้าต้องการให้คนเดินเยอะๆ ก็ต้องเปลี่ยนผู้บริหารครับ เนื่องจากผมได้อ่านบทสัมภาษณ์แล้ว มีความรู้สึกว่า เขาต้องการคนเดินที่จะไปซื้อจริงๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วก็มีส่วนมากที่ไปเดินเล่นแล้วซื้อของก็มีครับ ถ้าลูกค้าเดิน10ซื้อ3 กับลูกค้าเดิน3ซื้อ3 ผลลัพท์มันไม่เท่ากันครับในแง่การขาย ลูกค้าเดิน 10ซื้อ3 ที่เหลืออีก7 อาจเป็นลูกค้าในอนาคตได้ แต่ถ้าเดิน3ซื้อ3 ลูกค้าในอนาคตไม่มีครับ เครื่องเสียงซื้อเปลี่ยนกันไม่บ่อยหลอกครับ
-
ผมไม่ไปเพราะเป็นกลุ่มคนชนบทครับ
ใจกลางเมืองรถติดไปไม่ไหว :nonono
:nonono คนอะไร ไปเป็นแต่ เสรีฯ กะ ซีคอนฯ แล้วก็ฟอร์จูน :D
-
ไม่ได้จบธุรกิจนะครับ
แต่....ต้องหาจุดขายก่อนครับ
คิดว่า ของมีให้เลือกมากหลากหลายยี่ห้อ/ครบทุกประเภท
ราคา ทำให้ต่ำกว่าปกติ(ราคาขายส่ง+กำไรนิดหน่อย?)บริษัทแม่ สนับสนุนเรื่องราคา
น่าจะมีศูนย์ซ่อม/ รับโมเครื่อง>>>>>>เก็บค่าเช่าถูกๆ3-6เดือนแรก
กิจกรรมให้มีความถี่หน่อย จัดสัมมนา ห้องโชว์จัดฉายหนังทุกสัปดาห์(เซตโชว์ระบบเครื่องเล่น/สาย/จอเปลี่ยนไปหลายๆยี่ห้อ)
งานเครื่องเสียวต่างๆ ชวนมาจัด ขอค่าน้ำค่าไฟก็พอ ต้องดึงคนมาตึกบ่อยๆครับ
มี1ชั้นที่ไม่ใช่เครื่องเสียง>>>>>>>>คอมฯ/โทรศัพท์/ของมือ2(เมียมือ2ห้ามจำหน่าย)
ทำเลใจกลางเมือง........เข้าได้ทุกทิศ ฝ่ารถติดหน่อย แต่จอดฟรีก็โอเคนะ
ต้องสร้างจุดเด่นที่อยากจะมาครับ
-
เอาแบบขำๆ... นอกจากเข้าออกไม่สะดวกแล้ว ผมว่าปัจจุบันฮวงจุ้ยตึกนี้ไม่ดีแล้วอ่ะ บางท่านอาจเถียงว่าเมื่อก่อนทำไมดัง แต่เวลามันเปลี่ยนไปนานมากแล้วครับ แถมสภาพแวดล้อมของตัวตึกก็เปลี่ยนไปมากมากแล้ว ทำให้ตึกนี้กลายเป็นคล้ายๆกับที่ตาบอด โดนตึกอื่นและธุรกิจคนอื่นเบียดบังหมด แถมตอนนี้ทางทรัพย์สินฯไล่ร้านค้ารอบๆตึกออกไปเยอะจนทำให้สภาพภายนอกดูรกร้าง ทรุดโทรม สกปรกมากๆ คนยิ่งไม่อยากเข้ามา ช่วงสิบปีก่อน ผมมาที่ตึกนี้ประจำเพราะหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ผมคือ big c มีสนง. ใหญ่บนตึกนี้ เลยได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในทางแย่ลงทุกปี ขนาดผู้บริหารของ big c ที่ผมดีลงานด้วยหลายๆคน ยังเอ่ยปากให้ฟังว่ายอดขายของสาขานี้ก็ตกต่ำทุกปี เข็นยังไงก็ไม่ขึ้น จนสุดท้ายต้องขยับออกไปอยู่ด้านหน้า ทำให้สาขาราชดำริ (ใหม่) กลับมากลายเป็นหนึ่งในสาขาหลัก ทั้งๆที่ตัวตึกห่างกันนิดเดียว
เอาแบบจริงจัง... ผู้บริหารตึกอ่อนหัดบวกกับผู้ค้า(หลายคน)เขี้ยวลากดิน เลยไปไม่รอด ถ้ายังไม่มีใครมีวิสัยทัศน์ที่จะยึดลูกค้านักเล่นเครื่องเสียงเป็นหลัก ผมว่าไม่มีทางแก้ เพราะมันขัดหลักพื้นฐานของการขาย/การตลาดสมัยปัจจุบัน ที่คุณต้องตอบสนองความต้องการลูกค้าให้ได้ แถมสมัยนี้นักเล่นมีทางเลือกมากมายเช่นสั่งซื้อทางเน็ต หรือหิ้วเข้ามาเอง เยอะก่าเมื่อก่อนมาก เพื่อนๆ ผมตอนนี้ร้อยละ 80 เห็นราคาโปรเจ็คเตอร์ (บางยี่ห้อ) ที่ขายในบ้านเราแล้วพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ากรูไปหิ้วมาเองดีกว่า ทั้งๆที่มีตังค์ เพราะพอไปเทียบราคาที่ขายกันที่เมกาแล้วบ้านเราบวกกันเยอะเกินไป สงสัยเผื่อขาดทุนตอนตกรุ่น ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่ามีบางร้านบอกผมว่าตอนนี้ยังต้องคูณ 40 บาทเพราะน้ำมันขึ้น ผมได้แต่อวยพรให้มันโชคดีเจอลูกค้าที่มีเงินเหลือใช้เยอะๆ :nonono
ความคิดส่วนตัวผม ตอนนี้น่าลองกระตุ้นตลาดเป็นระยะๆเลย เช่นจัดกิจกรรม ไม่ใช่ลดราคาอย่างเดียวแต่ต้องมีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ด้วย ถ้ารวมกลุ่มกันไม่ติดเพราะร้านพวกใหญ่ๆที่ยะโสๆทั้งหลายแหล่คงไม่สน ก็ทำเองเฉพาะร้าน av paradise เลย ผมว่าอาจดีกว่าซะอีก เหมือนเป็นการสร้างแบรนด์ตัวเองให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น เพราะ av paradise ที่ผมเห็นก็มีจุดขายที่คนอื่นไม่มีอยู่แล้ว 2-3 ข้อ ซึ่งเป็นจุดขายที่สำคัญและค่อนข้างยั่งยืนด้วยในมุมมองของคนเล่นเครื่องเสียงแบบค่อนข้างจริงจังอย่างผม นั่นคือ knowledge, know-how และ service ส่วน product range และ promotion/activity ยังน้อยไปนิดนึง คงต้องหาของแบบ mdiabox และ dream power มาสร้างกระแสและขยายฐานลูกค้าออกไปอีก
แต่ที่สำคัญที่เจ้าของร้านอย่างท่านจิตกะท่านเอ๋ต้องคิดหนักคือ ถ้าจะอยู่ต่อจะคุ้มมั้ย (ทั้งทุนทั้งแรงทั้งเวลา) เพราะเท่าที่ผมเห็นตอนนี้มีร้านที่ค้าขายแบบจริงใจไม่เอาเปรียบลูกค้าเหลือไม่กี่ร้าน ผมว่าโลเคชั่นและสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจที่นี่มันไม่ค่อยดีเลย มิบังอาจแนะนำวิธีการดำเนินธุรกิจ แต่ขอเอาใจช่วยครับ อ้อ..จะพยายามอุดหนุนด้วยครับ (ขอราคามิตรภาพด้วยนะ ฮ่า..ฮ่า..)
-
ขอเสนอสั้นๆนะครับ บางทีผมไปเมเจอร์-รัชโยธิน ผมชอบคิดว่าขอแค่ 2 ชั้นในตึกนี้ เป็นร้านเครื่องเสียง ก็คงจะดีครับ
-
ตอบสั้นๆเลยนะครับ......ใครย้ายหนีก่อน ได้เปรียบครับ... O0
-
- ทำเล+ที่จอดรถไม่ใช่ประเด็นครับ (ถ้าใช้คลองถม/วรจักรเจ๊งไปนานแล้ว)
- ความมีชีวิตชีวา มีของหลากหลายสำคัญกว่าเยอะ
ตัวอย่างที่ผมเคยคุยมานานแล้วก็เช่น
การเปิดให้ขายของมือสองในวันหยุด
บริเวณรอบๆบันไดเลื่อน
ซึ่งน่าจะสร้างบรรยากาศได้มากกว่า
แล้วก็ตอนเริ่มต้นก็ไม่ควรเก็บสตางค์คนที่มาขาย จะได้มีกันเยอะๆ
แล้วเมื่อเจริญรุดหน้า คึกคักมีชีวิตชีวา จะเก็บตังค์ก็ว่ากันไป
อีกอย่างผมว่าคนที่เล่นเครื่องเสียงพอเอาของเก่ามาขาย
ได้ตังค์ก็วนเวียนจับจ่ายกับเครื่องเสียงอีกนั่นแหละ
เดี๋ยวก็ไปซื้อของในตึกวนเวียนกันต่อไป
- ส่วนร้านเช่าใครยอมสู้อยู่ด้วยกันแต่ต้นก็ต้องสิทธิพิเศษกว่าเจ้าอื่นๆ
เหมือนพันทิพย์ราคาเจ้าแรกๆค่าเช่าจะถูกกว่า หน้าใหม่
- แล้วก็อีกประเด็น
สงสัยมานานแล้วว่าทำไมจะต้องมีแต่ร้านของผู้นำเข้าเท่านั้น
ทำไมเป็นร้านตัวแทนขายหลายๆอย่างหลายๆยี่ห้อ
โดยไม่มีของจำกัดว่าต้องเป็นผู้นำเข้าเท่านั้นไม่ได้เหรอ
เหมือนตัดสิทธิ์การขายพื้นที่ของตึกเอง + ตัดตอนความเจริญเติบโต
ซึ่งข้อจำกัดที่ว่าก็จะทำให้คนที่สนใจจะเปิดร้านเล็กๆแต่ไม่ได้นำเข้าเองหงายหลัง
แต่ผู้บริหารตึกอาจจะลืมนึกไปว่าทุกคนต้องเริ่มจากคลานก่อนจะเดินทั้งนั้น
ร้านค้าประเภทเอาของคนอื่นมาขาย วันดีคืนดีก็เติบโตจนสามารถนำเข้าเองได้
(ตัวอย่างร้านใหญ่ย่านสุขุมวิทก็มีให้เห็นอยู่)
อีกตัวอย่างนึง ลองนึกภาพตามดูนะครับว่า
ถ้าพันทิพย์พลาซ่าประกาศตั้งแต่ต้นว่า
จะเปิดพื้นที่เช่าให้กับผู้นำเข้าเท่านั้น
ไม่ให้มีการขายปลีก ย่อย ซ้ำซ้อนกันเด็ดขาด
รู้ไหม๊จะเกิดอะไรขึ้นกับพันทิพย์
ดูตึกไฮไฟเป็นแบบได้เลยครับ
แล้วคุณๆผู้บริหารรู้ไหม๊ครับว่า
ที่พันทิพย์หนะ ร้านที่สร้างเสน่ห์ให้ตึกนั้น
คือร้านประเภทไหน
บู๊ท+ร้านย่อยๆครับ
ส่วนผู้นำเข้ากับตัวแทนเขาไปอยู่เป็นคล้าย
สำนักงาน+ศูนย์บริการชั้นบนๆครับ
ฝากพี่จิตบอกผู้บริหารด้วยนะครับว่า
คิดเล็ก(จะ)ไม่เล็ก คิดใหญ่(จะ)ไม่ใหญ่
กำไรน้อย(จะ)ไม่น้อย กำไรมาก(จะ)ไม่มาก
หลักเศรษฐศาสตร์ระดับอนุบาลครับ
ด้วยความหวังว่า
แหล่งความรู้ด้านเครื่องเสียง
ของผมจะไม่เป็นอดีตอีก
(เนื่องจากแหล่งเริ่มของผมปิดตัวไปแล้ว)
โก้
-
ทำเล ที่จอดรถคลองถม วรจักร นำมาเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอกครับ เพราะกลุ่มเป้าหมายคนละกลุ่ม พฤติกรรมการเลือกซื้อหรือตัดสินใจซื้อก็ต่างกันมาก เนื่องจาก เครื่องเสียงเป็นสินค้าที่เข้าข่าย high involvement คือคนซื้อต้องการข้อมูลก่อนตัดสินใจมากกว่าซื้อของเล็กๆน้อยๆ ตามคลองถมและวรจักรมาก แถมยังต้องลองแล้วลองอีก อีกอย่างสินค้าที่ขายในคลองถมและวรจักรก็มีสินค้าประเภท high involvement ก็อาจจะพอมีบ้างแต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นของก๊อปปี้เลียนแบบ หรือของเล็กๆน้อยๆ มากกว่า และที่สำคัญ ความเป็น critical mass หรือ economy of scale ก็ต่างกันมากๆ ทั้งสองปัจจัยพื้นฐานนี้ทำให้เงื่อนไขเรื่องทำเล ที่จอดรถมีความสคัญต่อธุรกิจต่างกันมากจนเอามาเทียบกันไม่ได้
แต่ชอบไอเดียเรื่องให้คนมาขายของมือสองกันเอง แบบเปิดท้าย เพราะผมก็ว่าเงินที่ขายได้ก็เอามาซื้อใหม่นั่นแหละ
-
อิ อิ ของที่บ้านเหลือเยอะล่ะสิท่านไชยยศ ถ้ามีก็ดีนิมาเปิดท้ายแข่งกันกะผม อิ อิ
-
เหลือแต่ของโลว์เอ็นด์ครับพี่ อิ..อิ..
ถ้าพี่มีเหลือ อย่างพวก anaconda หรือ python อะไรทำนองเนี้ย ไม่ต้องเปิดท้ายก็ได้ครับ ผมจะไปสอยด้วยตัวเองเรย ฮี่..ฮี่.. :drunk
-
พี่ chaiyos ครับ
ที่พี่ว่าก็น่าจะมีส่วนจริงๆก็ได้
แต่สำหรับความคิดผม
ผมว่าเป็นเรื่องประกอบเสริม+อำนวยความสะดวกครับ
ผมอธิบายไม่เก่ง เอาเป็นว่าลองเปลี่ยนตัวอย่างเป็น
เครื่องประดับ+เพชรแถวๆบ้านหม้อก็ได้
ผมว่าที่จอดรถก็ไม่ค่อยสะดวกเหมือนกันนะครับ
เพียงแต่การเน้นความเป็นย่าน สามารถสร้างได้ชัดเจนกว่า
ขอบคุณครับพี่
โก้
-
นโยบายและแนวทางของผู้บริหารตึกน่าจะสำคัญที่สุดครับ
ลึก ๆ แล้ว ผมไม่รู้ว่าค่าเช่าปัจจุบัน มันดึงดูดหรือว่าพลักใสให้ร้านค้าอยู่หรือไปกันแน่
ทำเลผมว่าโอเคมาก ๆ ที่จอดรถใช้ที่บิ๊กซีก็ไม่ถือว่าขี้เหล่ครับ ห้างใหญ่หลายห้างวนหาที่จอดรถเป็นชั่วโมงคนก็ยังรุมกันเข้า
ถ้าผู้บริหารอยากให้อยู่รอดก็ต้องเร่งพิจารณาครับ ผมออกความเห็นตามนี้
-ก่อนอื่น ลดค่าเช่า โดยเฉพาะผู้ที่อยู่มานานแล้ว
-หาจุดขายของตึกใหม่ เช่นการเป็นศูนย์รวมเครื่องเสียง ภาพที่ครบวงจร ราคาถูกกว่าห้าง ต่อรองได้ (ดีกว่า พาวเวอร์บาย, พาวเวอร์มอลล เป็นต้น)
-เพิ่มร้านค้าจำหนายผลิตภัณฑ์ในระดับตลาดกลางมากขึ้น เช่น ทีวี LCD อาจนอกเรื่องไปเป็นของแต่งบ้าน บ้างก็ได้
-เพิ่มมุมครอบครัวดี ๆ สักมุมให้แม่บ้าน ลูก ๆ เลือกซื้อของคร่าเวลาระหว่างเราหาซื้อฟิวส์เธอจะได้ไม่ฟิวส์ขาด
-
คุณ chaiyos ตอบได้เยี่ยม
-
น่าเห็นใจครับ แต่บางร้านก็ไม่ไหวอย่างที่คุณจิตว่าครับ ค่าส่วนกลางไม่ยอมจ่าย ใช่ร้านขายพวกแผ่น+Accessoriesหรือป่าวครับ
ส่วนเรื่องที่ทางนั้นผมว่าการเดินทางมาไม่ยาก ไม่ง่ายครับ ถ้าเป็นไปได้นะครับ เอาร้านที่เหลือทั้งหมดย้ายมาไว้ชั้น1-2-3ให้เต็มให้หมด
แต่คงเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องตกแต่งกันใหม่หมด ค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อยๆ
-
ผมคิดว่าถ้ามีร้านค้าเยอะ ๆ มีสินค้าให้ดูหลากหลาย ในอานาคตก็คงจะมีลูกค้าไปเดินเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวก็เป็นได้ครับ ตอนนี้เศษฐกิจโดยรวมยังไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ น้ำมันก็มีราคาแพงมาก คนส่วนใหญ่จึงต้องชลอการซื้อเอาไว้ก่อน ก็เป็นแบบนี้กันทุกวงการแหละครับ
-
ขอเสนอนีดนึงนะ
ผมไม่เคยไปหรอกนะ ผมคนบ้านนอก
ผมไม่รู้หรอกนะ ว่าที่นั้นเค้าราคากันยังไง แต่ว่า ++++ผมไม่เคยรู้จักตึกนี้มาก่อนเลย++++
จนคุนจิตตั้งกระทู้นี่ละ :black_eye
ถ้าราคามันถูกแบบที่ควรจะเรียกว่าศูนย์รวมจริงคนก็คงแห่ไปซื้อละคับ (ไม่ไช่ถูกกว่านิดหน่อย)
อยากไห้มีการประกาศราคาออกมาเลยคับ โปรโมตกันหน่อย ราคาอะ( ถ้ามีของที่ผมอยากได้จะได้วิ่งไปซื้อ)
การโปรโมตเป็นครั้งๆๆไป ผมว่าไม่workนะคับ โดยส่วนตัวผมไม่ชอบเพราะทำไห้คนบางคนเสียเปรียบ
และเบื่อหน่าย ถ้าคุนขายเฉพาะทางจริงก็ทำไห้คนเค้ารู้ไปเลยว่าคุนนี่ละ ที่ซื้อแล้วไม่ผิดหวัง
ปล อยากลองเล่น dream power ดูบ้างนะคับ แต่บ้านอยู่ไกล้มากๆๆๆๆๆ มีแถวๆๆเสรีบ้างไหม (แถวเสรีก็มีร้านเครื่อง2-3ร้านนะคับ ไม่ทราบมีไห้ลองไหม)
แต่ก็แปลกนะคับ พวกค่าส่วนกลางเนี่ยมีคนไม่ยอมออกด้วยหลอ ตลกจัง หรือว่าพวกคุนเก็บกันเองไม่มีระบบมารองรับ
-
บางร้านเดินเข้าไปพนักงานนั่งคุยกัน แทบไม่มองเราหรือถ้ามองก็มองแบบหัวจรดเท้า
บ้านพนักงานก็สนใจมากๆ เดินตามแบบจะขายอย่างเดียว
ทั้ง 2 แบบเข้าแล้วได้ความรู้สึกแบบเดียวกันคือ อยากจะเดินออกให้เร็วๆไม่อยากอยู่แล้ว
บรรยากาศรอบๆรวมทั้งภายในตึกมันก็ มาคุ อยู่แล้ว ในร้านแต่ละร้านยัง มาคุ อีก
ชอบก็อยู่ร้านเดียวคือร้านขายชั้นวาง+ขาตั้ง ตรงประตูทางเข้าร้านคุณพิจิต เฮียแกอารมณ์+อัธยาศัยดีตลอด
ถามอะไรแกเต็มใจตอบ ไม่ซื้อแกก็ไม่เคยกดดัน
ผิดกับร้านข้างบน เคยไปขอลองฟัง Totem+Usher พอลองเสร็จผมบอก ขอบคุณครับ พนักงานมองผมหัวจรดเท้าแล้วบอก ไม่เอาไปเลยเหรอ
ผมบอกยังไม่โดน แล้วก็มีอีกช้อยที่อยากลองฟังอีก
เค้าถามว่า ตัวไหน พอผมบอกไปแค่นั้น พูดซะเสีย ประมาณว่าจะไปฟังทำไม สู้ตัวนี้ไม่ได้หรอก ไม่ดีหรอก ฯลฯ
แต่ผมยืนยันว่าอยากไปลองฟังก่อน(แล้วก็ไม่ประทับใจท่าทางของเค้าด้วย)
ก่อนเดินออก เจอพนักงานทำหน้าเซ็งๆเหยืดๆใส่อีกรอบ
สุดๆจิงๆ
คนเดินก็น้อยอยู่แล้ว เจอร้านเป็นแบบนี้อีก ลูกค้าก็คงเซ็งกันไปตามๆกัน
-
ไม่กล้าให้ความเห็น
เพราะไปครั้งสุดท้ายก็ไปหาพี่ขุนนั่นแหละคับ
ถ้าจำไม่ได้ ... ก็คงแปลได้ว่ามันนานขนาดไหนเนอะ
:D
-
เห็นด้วยกับคุณchaiyos และ่ที่สำคัญมากๆคือ
- ต้องเอาร้านค้าทุกๆร้านที่เคยอยู่และยังอยู่มาร่วมประชุม
- เอาทุกๆคนมาคุยหาข้อหรือเหตุแล้วหาวิธีแก้
- ให้เอาผู้ขายเป็นที่ตั้งก่อนเพื่อให้ผู้ขายสามารถอยู่ได้(ค่าเช่า)ในราคาที่เหมาะสม
- หาวิธีดึงผู้ค้ารายใหม่ๆมา
- หาวิธีโปรโมทตึกใหม่
- ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งชอปปิ้งเครื่องเสียงและอุปกรณ์ที่ใหญ่ที่สุด
เป็นเพียงหนึ่งความคิดเห็นเท่านั้นนะครับ
-
ผมมองไปข้างหน้านะ ร้านค้าที่ออกไปแล้วคงไม่มีทางที่จะกลับมาอีก เพราะเจอประสบการณืที่ไม่ค่อยดี
โจทย์คือ ถ้ารักกันจริงจะทำให้ผู้เช่าที่เหลืออยู่รอดได้อย่างไรมากกว่า
ถ้าจะเน้นแต่วงการเครื่องเสียงอย่างเดียวทั้งตึก ผมว่าเหนื่อยครับ รอดยาก ในตึกขายราคานึง นอกตึกถูกกว่าเป็นพันแบบนี้ ในตึกจะอยู่ได้ไงครับ
ผมว่าตึกจะอยู่ได้นะครับ ถ้า มีผู้เช่าจากวงการอื่น มาเช่า เพิ่มเติม
ดูอย่างตึก ภิรมย์พลาซ่า ที่สะพานเหล็กสิครับ ผมไม่รู้เขาอยู่กันได้ยังไง ตึกเล็กกว่าที่ hifi ซะอีกที่จอดรถไม่ต้องพูดถึง ไม่มีครับ
มีแค่ร้าน กล้องเก่าๆ 5-6 ร้าน ร้านขาย ต๊กตุ่นตุ๊กตา เกมส์ ของจุ๊กจิก แต่เขาก็อยู่กันได้เป็นสิบๆปี ก็แปลกดี สงสัยค่าเช่าถูก หรือเพราะความหลากหลาย? หรือลุกค้าเฉพาะกลุ่มเหนียวแน่น? หรือถูกทุกข้อ?
ถ้าผู้บริหารตึกไฮไฟ จะดึงผู้เช่าจากวงการอื่น อย่างกล้อง หรือ เกมส์ มาแจมก็น่าจะพอดึงคนรุ่นใหม่ๆมาได้บ้างนะครับ
ลองคิดแบบบูรณาการดูครับ ภาพจากกล้อง ขึ้นโปรเจคเตอร์หรือทีวีสวยๆ เล่นเกมส์เสียงออก 7.1 ดูจอใหญ่ๆคงสะใจดี เอามาจับรวมกันสร้าง trend ใหม่น่าจะดีขึ้นบ้างนะ หรือวงการอื่นๆที่ยังนึกไม่ถึง บางทีความหลากหลายอาจจะเป็นทางออกก็ได้
-
อยากให้มีร้านขายของกินเพิ่มด้วยครับ
ร้านกาแฟแบบเปิดแผ่นเสียงไปจิบกาแฟไป
มีร้านเกมเพิ่มด้วยก็ดี
ร้านสำหรับคุณผู้หญิงด้วยก็ดีฮะ จะได้เอาคุณเธอไปฝากไว้ :D
ถ้าเป็นร้านเครื่องเสียงอย่างเดียวแบบ Stand Alone ถ้าจะลำบากในยุคนี้
-
ที่คุณลี้คิมฮวงแนะนำเป็นแนวทางที่ควรทำมาก (ตังนานแล้ว) ครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้เหลือกันอยู่กี่ร้าน รวมกันแล้วมีกำลังและทุนทรัพย์พอที่จะเริ่มสร้าง hi-fi center ในรูปแบบใหม่มากน้อยแค่ไหน
ที่สำคัญ ผู้บริหารตึกจะเอาด้วยหรือปล่าว ถ้าดูจากประวัติที่ได้ฟังมาจากหลายๆท่านที่มีร้านในนี้(และเคยมีร้าน) ท่าทางจะลอยแพผู้เช่าซะมากว่าอ่ะครับ
ไม่ลองย้ายมาเยาฮัน ฟอร์จูนดูล่ะครับ เห็นอยู่กันได้นานมาก มีเจ๊งไปไม่กี่ราย คิดว่าทางนี้คงไม่เขี้ยวน้อยกว่าทาง hifi center เท่าไรหรอกครับค่าเช่าก็คงแพงกว่า แต่ traffic มากกว่าเยอะ potential customers ก็น่าจะเยอะกว่าด้วยเพราะมีลูกค้านักเล่นเครื่องเสียงขาประจำมากพอควร อันนี้คงต้องถามคนวงในอย่างพี่หมอธวัชอีกที
-
ผมว่าฟอร์จูนก็หายไปเยอะน่ะ ตอนกระแสพระเครื่องแรงผ่านไปก็นึกว่าเดินผิด :D แต่ตอนนี้ก็เห็นหายเกือบหมด :black_eye
แต่เห็นด้วยว่าทำเลฟอร์จูนดีกว่าเยอะ Y]
-
ถ้าย้ายมาฟอร์จูนก็มี potential customers เยอะกว่าแน่นอนโดยเฉพาะเสาร์บ่ายผมอยู่ประจำ อิ อิ อย่างร้าน บอม บอม นี่ตอนนี้ดังระเบิด ลูกค้าตรึมเลยจากร้านเล็ก ๆ ตอนนี้สบายแล้ว
ผมว่าการค้าเนี่ยเพียงแค่รู้จักอ่านตลาดให้ขาด ๆ หน่อย ก็ไม่ขาดทุนแล้วครับ พออยู่ได้แน่นอนแม้เศรษฐกิจจะไม่ค่อยดี ต้องอ่านเกมและปรับตัวตลอด สนอง need ลูกค้าให้มากและตรงจุดที่สุด
-
ผมชอบไปด้วยนะครับ พาเพื่อนพาลูกค้าไปดู
เมื่อก่อนมีหลายร้านมากๆ ตอนที่ไปบ่อยๆ ร้านเข้ามาเยอะ และกำลังจะเข้ามา เช่น IAV มาแป๊บเดียวแล้วหายไปเลยไม่ถึงปีด้วยมั๊ง
ผมว่าปัจจัยที่ทำให้คนเดินเยอะคือ
1. ร้านค้าต้องเยอะ เพราะบางทีนักฟังอยากลองฟังลำโพงนี้ แอมป์นั้น คนละค่าย คนละร้าน เช่นผมอยากได้ moon I-3 กับลำโพง NHT classic 3 ทำยังไงถึงจะได้ฟัง
2. มีร้านอาหารให้คนทานด้วย เพราะต้องใช้เวลาในการเดิน
3. ทางฝ่ายการตลาดของอาคารต้องวิ่งหาร้านด้วยให้มาเปิดสาขา และห้องฟังที่อาคาร
สรุปคือ ถ้ามีร้านเยอะๆ อุปกรณ์หลากหลาย ทั้งแพง ทั้งถูก มีแผ่นให้เลือก อุปกรณ์เสริมให้หาซื้อ ไปทีเดียวได้ชุดกลับไปฟังเลย ผมจะไป และจะไปบ่อยๆ ด้วย
Game-Over game-over@thaimail.com
-
อีกอย่างหนึ่งนะต้องสร้างบรรยากาศให้คึก ๆ ด้วยครับ คนซื้อถึงจะมีกำลังใจ ตัวอย่างเหมือนไปเดินพันธ์ทิพย์ ITMall Funan SimLim อะไรเทือกนี้แหล่ะ มันต้องคึกมันถึงจะอยากจ่ายตังค์ง่ะ ถ้าหงอย ๆ เหงา ๆ กลับบ้านไปดูหนังมัน ๆ ดีฝ่า
-
เห็นด้วยกับคุณ YOE UTD. ครับที่จะต้องหาร้านค้าจากวงการอื่นๆที่อาจเชื่อมโยงถึงกันเข้ามาอยู่ในตึกด้วยเช่นวงการถ่ายภาพ พวกที่เป็นกิจกรรมสันทนาการคล้ายกัน หรือที่ตอนนี้กำลังคึกคักน่าสนใจมากคือ Headfi เคยแวะเวียนเข้าไปดูเวป TAF และเคยไปเดินซื้อหูฟังที่ร้านมั่นคง ก็เห็นคนแวะเวียนกันไปอุดหนุนกันเยอะแยะ นักเล่นก็เล่นกันได้หนักหน่วงไม่แพ้นักเล่นเครื่องเสียงบ้านเลยนะครับ เคยเห็นคนนึงใช้สายสัญญาณ Nordost Vahalla ด้วยซ้ำ ร้านบอม บอม เองก็ได้ลูกค้าจากนักเล่นกลุ่มนี้ไม่น้อยเลย คงต้องอาศัยสัยทรรศน์ของคณะผู้บริหารตึกว่าจะสามารถหา Connectionของแต่ละวงการเจอหรือไม่ แล้วจะชวนเค้ามาค้าขายสำเร๊จรึเปล่า
-
บรรยากาศภายในตึกมันเหงาๆ ไปหน่อยครับ ถึงแม้ผมเองก็มองหาสิ่งที่ต้องการ อย่างที่ร้าน conice แต่เนื่องด้วยความเหงาของบรรยากาศ มันก็ทำให้ไม่อยากเดินสักเท่าไหร่ อีกอย่างห้องน้ำก็อยู่สูงเหลือเกิน แต่ไง ผู้บริหารตึกควรจะงัดมาตรการเด็ดออกมา :drive1
-
เคยไปมาแล้วครับ
ทำให้คิดได้ว่า ผมมาเดินทำอะไรอยู่ที่ตึกนี้ นั้งเล่น net อยู่บ้านยังสนุกและกว่าเลยครับ
และราคาส่วนใหญ่จะมีแต่ของราคาสูงมาก เลยมีลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น
-
ยังไม่มีโอกาสได้ไปครับ
ถ้าไปแล้วจะมาช่วย comment อาจจะเป็นพรุ่งนี้
เท่าที่อ่าน ๆ ดู อยากไปครับ เหอ ๆ
-
เป็นตีกที่รักความ สงบ ดีครับ :giveup
แต่กลัวสงบๆ นานๆไปจะกลายเป็น ร้าง เพราะไปทีนึง หายไปร้านนึงทุกที
-
ผมเคยไปหนเดียว สัก 1-2 ปีได้แล้ว จอดรถที่ Central World แล้วข้ามสะพานลอยไป
ดูจากภายนอก ตอนแรกนึกว่าไปผิดที่ ไม่มีป้าย ไม่มี display ให้เห็นว่าเป็นตึกเครื่องเสียงเลย
เข้าไปข้างใน บรรยากาศเหมือนตึกร้างยิ่งกว่า ร้านค้าน้อยมาก มืดทึม เงียบสงัด แอร์เย็นเฉียบ
ผมไม่ได้กะจะซื้อของนะ แค่จะไปเดินชม แต่สัมผัสแล้วก็ไม่มีกลับไปรอบสอง
ผมว่ามันต้องเรียกลูกค้าอย่างผมเข้าไปมากๆนะ เป็น Potential Customer ต้องดึงคนเข้าไปน่ะ
-
อีกอย่างหนึ่งนะต้องสร้างบรรยากาศให้คึก ๆ ด้วยครับ คนซื้อถึงจะมีกำลังใจ ตัวอย่างเหมือนไปเดินพันธ์ทิพย์ ITMall Funan SimLim อะไรเทือกนี้แหล่ะ มันต้องคึกมันถึงจะอยากจ่ายตังค์ง่ะ ถ้าหงอย ๆ เหงา ๆ กลับบ้านไปดูหนังมัน ๆ ดีฝ่า
พี่หมอพูดได้ตรงจุดจริงๆครับ คือบรรยากาศโดยรอบๆมันรู้สึกว่าไม่น่าซื้อของ แล้วห้องน้ำจะบ้าหรือไปอยู่ชั้น 5
อยู่ในมุมอับด้วย ไม่รู้ว่ามีใครเคยโดนจี้หรือเปล่า
สมมุติคุณสนใจอยากไปซื้อ Accuphase กำเงินสดไป 200,000 บาท ไปถึงตึกอยากเข้าห้องน้ำจะทำอย่างไร
ครับ ที่สำคัญคือต้องรวมทุกร้านมาอยู่ที่นี้ได้จริงๆถึงจะไปรอดได้
ลองเปรียบเทียบดูกับ Fortune หรือ อัมรินทร์พลาซ่าร์ น่าไปเดินกว่าเยอะ คือมันมีบรรยากาศน่าจับจ่าย
-
ผมเพิ่งไป มาเมื่อ อาทิตย์ ที่แล้วครับ ตอนแรก นึกว่าปิดไปแล้ว แต่พอเข้าไปดู มีเปิดอยู่แค่ 3-4 ร้านเองครับ เงียบเหงา มากๆ
-
ยังไม่เคยไปเลยครับ มันไกลบ้าน
-
ผมเคยไปครั้งสองครั้ง นานมากแล้วเป็นปี ผมว่ามีน้อยร้านที่ให้บริการหรือต้อนรับแบบเท่าเทียมกัน อาจจะเห็นว่าผมแต่งตัวไม่ภูมิฐานหรือว่ามาดูเฉยๆไม่ได้มาซื้อ มีร้านที่ขายแม๊กอินทอชก็ดี ให้บริการดี แต่มีอีกหลายร้านซึ่งดูเฉยๆ ไม่ค่อยกระตือรือร้นจะขาย หรืออยากจะพูดจาปราศรัย ก็ไม่ทราบเหมือนกัน ปัจจุบันคงไม่เป็นอย่างนี้แล้วก็ได้ ผมก็ติติงแบบตรงๆละครับ กระทู้ให้ติ-ชมเต็มที่ ผมว่าสู้ที่เพลินจิตไม่ได้
-
เหงามาก ๆ เลย ทั้งที่ทำเลดี เสียดายค่าไฟแอร์จริง ๆ
-
เหงามาก ๆ เลย ทั้งที่ทำเลดี เสียดายค่าไฟแอร์จริง ๆ
:cry2 ครับน่าเสียดายใน concept ที่รวมเอาร้านเครื่องเสียงหลายแบรนด์ มาอยู่ที่เดียวกันทำให้สะดวกต่อลูกค้าที่จะเลือกซื้อสินค้าได้โดยไม่ต้องตระเวนไปหลายๆ ที่ หรือต้องรอตอนงาน hifi
แต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (วันจักรี) ผมแวะไปตอนเที่ยงตกใจมากเพราะไม่มีคนเดินเลยมีแต่เจ้าของร้านชั้นล่าง 3 - 4 ร้านที่นั่งคุยกันเอง แถม bigC เองดันไม่เปิดแอร์ จะบ้าหรือไม่ ผมว่าอีก 2 - 3 เดือน เมื่อเขารื้อตึกรอบๆ บริเวณเสร็จและเริ่มมีการก่อสร้างอาคารศูนย์การค้าใหม่เมื่อไรตึกนี้น่าจะเข้าออกลำบากมากขึ้นอีกลูกค้าน่าจะหายไปอีกบานเลยครับ :cold ผมมีความเห็นส่วนตัวว่าพวกชมรมเครือ่งเสียงน่าจะหาตึกใหม่ได้แล้วครับ เช่นที่ fortune town หรือที่อืนๆ ย่านรัชดาที่รถไฟฟ้าไปถึงจะดีมากครับ :drive1
-
ผมว่ายากครับที่จะทำให้น่าสนใจเพราะบรรยากาศมันไม่น่าเดินไม่ว่าแสงสว่างหรือห้องน้ำที่อยู่ชั้นบนผมเสนอแนวทางดังนี้
1. ผมว่าน่าจะเริ่มให้มีร้านค้าเพิ่มมากขึ้นก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นร้านอาหาร เพราะจะทำให้คนเข้าตึกมากขึ้น
2. ส่วนเรื่องราคาสินค้าผมว่าราคาสูงกว่าข้างนอกแต่ก็น่าเห็นใจผู้นำเข้าครับเพราะหากขายถูกก็จะถูกตัวแทนจำหน่ายต่อว่าเพราะเท่ากับแย่งตัวแทนจำหน่ายขาย ก็ส่งผลให้ตัวแทนจำหน่ายอาจไม่ขายยี่ห้อเราผมเห็นสินค้าประเภทอื่นร้านผุ้นำเข้าก็จะไปเน้นในเรื่องบริการแทน โดยอาจมีศูนย์บริการไว้ที่ตึกเพื่อให้ลูกค้าสามารถซ่อมแซมสินค้าของบริษัทนำเข้า หรือมีรุ่นพิเศษที่จำหน่ายเฉพาะที่โชว์รูม หรือเปิดตัวสินค้าใหม่ การให้ข้อมูลที่ถูกต้องของสินค้า เป็นต้น เมื่อมีการบริการดีราคาอาจสูงกว่าข้างนอกผมว่าถ้าไม่สูงกว่ามากคนไทยส่วนใหญ่ขี้เกรงใจครับ อาจจะยอมซื้อแพงกว่าก็ได้
3. หรือมีส่วนที่เป็น OUTLET ขายสินค้าที่ตกรุ่นหรือสินค้าโชว์ซึ่งไม่สามารถซื้อกับร้านข้างนอกได้
4. เปิดท้ายขายของมือสองผมก้ว่าดีเพราะขายซื้อในเน็ตไม่เห็นของยังขายได้ถ้าได้เห็นของผมว่าน่าจะขายได้นะครับ
5. เครื่องเสียงคนอาจซื้อไม่บ่อยแต่พวกแผ่น ซื้อกันตลอดครับผมว่าร้านขายแผ่นก็จะเป็นตัวดึงดูดให้คนเข้ามาที่ตึกเพิ่มขึ้น พอเข้ามาเห็นสินค้ารุ่นใหม่ก็อาจหลวมตัววื้อก็ได้ครับ
ลองดูครับ
-
ผมว่าทำเลมีผลเยอะมากนะครับ ผมเดินที่นั่นมาหลายครั้งแล้วรู้สึกเหมือนผีหลอก, เวลามีงานที่ชั้นล่างก็ดูเงียบเหงาลงทุกปี
ถ้ามีนักลงทุน คนที่มองกาลไกล (ต้องมีทุนหน่อย) อาจเปลี่ยนทำเล ทำให้มันดูน่าเข้าก็ได้นะครับ
ขออนุญาตเอารูปจาก http://savvyhomes.in/mall.html มันน่าจะดูเข้าท่าดีครับ
-
ผมไปเดินมาเงียบมากๆ ตอนแรกหาไม่เจอว่าอยู่ตรงไหน ผมขึ้นไปชั้นบนๆส่วนมากเปิดแค่ร้านละชั้นเอง ร้านบางร้านก็ปิดหายหมด
-
ไปมาเมื่ออาทิตย์ที่มา เงียบ ผี หลอกแล้วครับ :bye1
-
เน้นการบริการ เป็นกันเอง ครับ อย่างขุนจิต
และภายใน นั้น ควร เน้นการบริการ ที่ดี ครับ
สินค้า อาจถูก กว่า 5% ก็น่าพอใจแล้ว
หรือ
หาก เช่าพื้นที่ ที่ เดินทาง สะดวก รถไม่ติด ที่จอดรถมาก
ผมเชื่อ ลูกค้าไม่หาย และน่าจะมากขึ้น
***
บางครั้งคุย กับผู้บริหารตึก ที่คุยไม่รู้เรื่อง หรือไม่พร้อมจะคุย
เหนื่อยเปล่าครับ ปรบมือข้างเดียวคงไม่ดังครับ