HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: Lotto1976 ที่ 19 พฤษภาคม, 2008, 12:39:01 am
-
:help :help เพิ่งต่อครับ แล้วก้อไม่มีเสียงเลย ต่อโดยใช้ ปริ้นซ์ แบบสำเร็จรูป (ที่เจาะรูเยอะๆ) ท่าทางว่าจะต่อผิด หรือว่าจ่ายไฟไม่พอ ผมถอด ภาคจ่ายไฟแจกแอมป์เก่าตัวเก่า หม้อแปลง 12 โวลท์ ผ่านไดโอดแบบบริด วัดไฟ DC ได้ 13.5 v แล้วมาต่อเข้าครับ ขอวิธีแก้ไขด้วยครับ
-
ไฟ +/- 13V ใช่ไหมครับ
เท่าที่ดูวงจรที่ต่อมีไม่ครบ + ผิดอย่างแรก
ลองใช้วงจร ตามหน้าแรก ที่นี่ครับ (เพิ่ม R 20K จากขา 7 ลงกราวน์ ด้วยนะครับ)
www.national.com/ds/LM/LM3875.pdf
หรือดูนี่ก้อได้ครับ
http://www.audiosector.com/nigc_kit-users_guide.pdf
-
เด่ว จะลองดูครับ สงสัย อยู่ที่ว่า + เนี่ย ผิดยังไงเหรอ ครับ คือกำลังศึกษา อิเลค ครับยังไม่ชำนาญ ขอบคุณพี่มาก ๆ เลยครับ
-
ผมลองทำแบบ นี้ก้อไม่ดัง ครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=8310.0
:cry2 :cry2
-
ผมลองทำแบบ นี้ก้อไม่ดัง ครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=8310.0
:cry2 :cry2
วงจรนี้ ดูจากขา น่าจะเป็น LM1875
(http://www.htg2.net/index.php?action=dlattach;topic=8310.0;attach=10392;image)
ถ้าเป็น LM3875 ขาที่ถูกใช้ คือ
ขา 7 (input+)
ขา 8 (input-)
ขา 3 Output
ขา 1 ไฟ+
ขา 4 ไฟ-
-
ผมถอด ภาคจ่ายไฟแจกแอมป์เก่าตัวเก่า หม้อแปลง 12 โวลท์ ผ่านไดโอดแบบบริด วัดไฟ DC ได้ 13.5 v แล้วมาต่อเข้าครับ
อีกอย่าง
ภาคจ่ายไฟ ต้องเป็นแบบคู่ +/0- ( +13.5V, 0, -13.5V) นะครับ
-
ดูจากรูปเหมือนกับว่าคุณใช้ไฟแค่ +13V, 0V เท่านั้น แล้วเอา +13V ต่อกับ V+ ที่ IC ส่วน 0V ไปต่อที่ V- วงจรเลยไม่มีจุดอ้าง 0V ต้องใช้ไฟ +13v, 0v, -13v
-
น่าจะต่อแบบนี้ครับ :headphone
ตอนนี้ปัญหาน่าจะอยู่ที่ power supply นะครับ เอา +13Vdc มาจากไหนอ่ะคับ อาจจะต้องทำซ้ำเพิ่มชุดนึงเพื่อให้ได้ -13Vdc ออกมาด้วยครับ
อย่าเพิ่งรีบต่อนะครับ เดี๋ยว :blowup รอทำความเข้าใจเรื่อง power supply กันก่อนครับ คิดว่ายังเข้าใจผิดอยู่ Y]
-
ขอบคุณครับ :victory เดี๋ยวจะหาชุดจ่ายไฟใหม่ก่อน ครับ บอร์ดนี้ พี่ๆ ใจดีทุกคนเลย :clap
-
c) c) ดังแล้วครับ พี่น้อง ขอบคุณมาก ๆ เลย :whistling :whistling :yahoo แต่เสียงออกจะเบสเยอะไปหน่อย อยากได้เสียงใส ขี้นนิดนึง ไม่ทราบว่าพอจะทำได้ไหมครับ พี่ๆ ;)
-
แต่เสียงออกจะเบสเยอะไปหน่อย อยากได้เสียงใส ขี้นนิดนึง ไม่ทราบว่าพอจะทำได้ไหมครับ พี่ๆ ;)
ลองลดค่า C ที่ติดกับ IC ครับ (ตามรูป 3,300UF)
ที่เห็นใช้กันมาก 1,000UF หรือ 1,500UF ครับ
-
ลองลดค่า C ที่ติดกับ IC ครับ (ตามรูป 3,300UF)
ที่เห็นใช้กันมาก 1,000UF หรือ 1,500UF ครับ
[/quote]
พี่ Emmy's Daddy ขอความรู้อีกนิดครับ c นี้ใช้ทำหน้าที่อะไร ครับ และถ้าเพิ่มงบอีกสัก นิด ให้เสียงดีขึ้น ควรใช้อุปกรณ์อะไรเพิ่ม ดี เพราะตอนนี้ผมใช้แบบ พื้นๆ ครับ ขอบคุณพี่ล่วงหน้า สำหรับคำตอบครับ O0 O0 O0
-
ลองลดค่า C ที่ติดกับ IC ครับ (ตามรูป 3,300UF)
ที่เห็นใช้กันมาก 1,000UF หรือ 1,500UF ครับ
พี่ Emmy's Daddy ขอความรู้อีกนิดครับ c นี้ใช้ทำหน้าที่อะไร ครับ และถ้าเพิ่มงบอีกสัก นิด ให้เสียงดีขึ้น ควรใช้อุปกรณ์อะไรเพิ่ม ดี เพราะตอนนี้ผมใช้แบบ พื้นๆ ครับ ขอบคุณพี่ล่วงหน้า สำหรับคำตอบครับ O0 O0 O0
[/quote]
ถ้า c ค่าเยอะๆที่ท่านถามนี่เป็น c filter คับ เอาไว้ทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพของภาคจ่ายไฟคับ
ส่วน c ค่าน้อยๆๆที่ต่อตรงขาบวก เนี่ย เป็น c coupling ครับ ทำหน้าที่ตัดความถี่ที่ไม่ต้องการทิ้งครับ
ในกรณีเปลี่ยน c เนี่ยเสียงเปลี่ยนแน่นอนครับ อย่างเช่น c filter ถ้าใส่ค่าเยอะขึ้นเนี่ยเสียงมันจะหนักขึ้น แน่นขึ้น แต่ถ้าค่ามากไปเบสจาบวม และเสียงจาแข็งครับ
---ส่วน c coupling เนี่ย ถ้าอยากเปลี่ยนเล่นเนี่ยให้เปลี่ยน type ของ c ไปเลยครับ เช่นจาก c electrolyte เนี่ยเปลี่ยนเป็น c พลาสติกเนี่ย เสียงมันจะสว่างขึ้น แหลมไปได้ไกลขึ้นครับ เพราะว่าc พลาสติกเนี่ยจะผ่านความถี่ได้ดีกว่า c electrolyte ครับ
-
ขอบคุณ คุณเบน มากครับ เดี๋ยวเสาร์นี้ ไปลุย บ้านหม้อเลย ครับ เพราะเหลือ Lm3875tf อีก 2 ตัว จะได้ทำลงกล่อง :clap :whistling เสาร์นี้ตัวเบาแน่เลย :wiggle
-
ก็ยังดีอานะที่ไม่ดัง
ของผมควันออกครับบบบบบ :blowup :blowup :blowup
ขนาดแค่ amp หูฟังนะตอนนี้เนียนแล้วววววววว
RA-1 clone ครับตัวแรกในชีวิต ตอนนี้ยังดีอยู่เลยยย
-
ถามผู้รู้อีกเรื่องครับ (รบกวนยืมรูปพี่ๆ ในบอร์ดด้วยนะครับ) c ที่ต่อเข้าขา + ของแจ็ค มีหน้าที่ยังไง เรียกอะไร ค่าเท่าไหร่ มีผลกับเสียงยังไงบ้างครับ จะได้หามาลงกล่องทีเดียวเลย
-
ถามผู้รู้อีกเรื่องครับ (รบกวนยืมรูปพี่ๆ ในบอร์ดด้วยนะครับ) c ที่ต่อเข้าขา + ของแจ็ค มีหน้าที่ยังไง เรียกอะไร ค่าเท่าไหร่ มีผลกับเสียงยังไงบ้างครับ จะได้หามาลงกล่องทีเดียวเลย
ผมบอกไปแล้วนิคับ :) มันคือ c coupling คับ ทำหน้าที่ตัดความถี่ที่ไม้ต้องการออกคับ ถ้าเปลี่ยนc ตัวนี้อะ มันผลยิ่งกว่าเปลี่ยน c filter อีกคาบ ถ้าใช้c ดีดีตรงนี้เสียงจะดีขึ้นทันตา :headphone
-
ถามผู้รู้อีกเรื่องครับ (รบกวนยืมรูปพี่ๆ ในบอร์ดด้วยนะครับ) c ที่ต่อเข้าขา + ของแจ็ค มีหน้าที่ยังไง เรียกอะไร ค่าเท่าไหร่ มีผลกับเสียงยังไงบ้างครับ จะได้หามาลงกล่องทีเดียวเลย
ผมบอกไปแล้วนิคับ :) มันคือ c coupling คับ ทำหน้าที่ตัดความถี่ที่ไม้ต้องการออกคับ ถ้าเปลี่ยนc ตัวนี้อะ มันผลยิ่งกว่าเปลี่ยน c filter อีกคาบ ถ้าใช้c ดีดีตรงนี้เสียงจะดีขึ้นทันตา :headphone
เพิ่มเติมครับ C coupling นี่ มีหน้าที่หลัก 2 อย่าง
1. กันไฟ DC ที่อาจรั่วมาจากภาคก่อนหน้า เข้ามาที่ตัว IC
2. C coupling กับ R input (ขา 7 ลงกราวน์ในกรณีของ non-inverting config) ทำงานร่วมกันเป็น high pass filter
Freq cut off ~ 1/(2 * Pi * R * C)
ค่าปกติที่ผมใช้ตอนเล่น gainclone คือ R 22K กะ C coupling 4.7UF (2.2 - 10UF ยัง ok).
-
ฝาก พี่ Emmy's Daddy ดูให้อีกที
-
ฝาก พี่ Emmy's Daddy ดูให้อีกที
ลองปรับค่าอื่นดูครับ ถ้าเอาหวานๆ ค่าลดเหลือสัก 2.2 แล้วแต่คนครับ
-
22k ต่อตรงกลางระหว่าง 4.7uf กับ 1k แล้วอีกด้านลงกราวน์ไปครับ
ถอด 0.1uf ที่คร่อม 220k ออกด้วยนะครับ มันจะ damp สัญญาณ input เล็กๆ พวก detail / ambience / ปลายเสียง จะหายหมดครับ ;)
-
ขอบคุณ พี่ analoque พี่ Emmy's Daddy พี่ SILICON พี่ เบน พี่ Night_Angel ใจดีทุกคนเลย :clap :clap :clap
-
พี่ analoque คับ พอเอา c 0.1 ที่คล่อม R220k ออกแล้ว ปรากฏว่า เวลาเสียบ input มีเสียงออกลำโพงดังมาก แล้วมีเสียง ซี่ ๆ ดังตลอด พอเอาใสกลับก้อหาย อาการนี้ ปกติรึเปล่า (ยังไม่ได้ใส่ c คับปลิ้ง) หรือว่าหา c คับปลิ้งมาใส่ก้อหาย
-
c 0.1uF ตัวนี้น่าจะมีผลช่วยในเรื่องการกรองความถี่สูงทิ้งครับ เวลาเสียบ input สัญญาณ in rush เข้ามา มันก็เข้ามาประจุเจ้าต้วนี้ก่อน ก็พอบรรเทาไปได้
ความจริงแล้วต้องปิดแอมป์ก่อนค่อยต่อ input ครับ
เสียงซ่าๆนี่ไม่ปกติครับ ถ้า hardwire ไม่ดีก็เป็นอาการนี้ล่ะครับ (เวลาผมทำ hardwire ก็เป็นเหมือนกันครับ แหะๆ) ทีนี้ไล่จุดบัดกรี/เดินสายกันสนุกมือเลย ;)
อยาก hardwire เนียนๆ ลองปรึกษาพี่ Withaya ดูครับ หรือขอคำแนะนำจากพี่ๆท่านอื่นๆดูครับ ส่วนผม hw แล้วมีปัญหาบ้าง ไม่มีบ้าง เลยไม่กล้าแนะนำครับ
บางทีเราเลยต้องหาอะไรมาใส่เพิ่มเพื่อให้เสียงมันไม่ซ่า (0.1uF // 220k) ก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุครับ แต่ถ้าทำได้ควรจะแก้ที่ต้นเหตุจะดีกว่าครับ
วงจรนี้ผมก็ใช้อยู่ครับ ไม่มีตัวเก็บประจุคั่นหรืออยู่ใน / หรือแตะๆอยู่กับ signal path ซักตัวเดียว ทำลงใน pcb ตัวเล็กๆ ไม่มีเสียงรบกวนเลยครับ
ถ้าสนใจ คลิ๊กตรง analoque's download ได้เลยครับ มีไฟล์ protel pcb gain clone อยู่ในนั้น ส่งเมลให้ร้านซีเกททำได้เลยครับ ถูกดี
ส่วนใส่ c coupling แล้วจะหายมั้ย? ไม่รู้เหมือนกันครับ ถ้าโชคดีอาจจะหายครับ คงต้องลองดู O0
-
d_d ขอบคุณคับ พี่ analoque :whistling เด่วทำตัวใหม่เลย จะทำให้เนียน ๆ เลยพี่ พรุ่งนี้ไปบ้านหม้อจะได้ใส่ อะไหล่ ดี ๆ บ้าง :victory
-
ค่าอุปกรณ์วงจรของคุณแหม่งๆ นะผมว่า
เท่าที่ดู... คุณต่อแบบ Non-invert ใช่ไหมครับ
ผมว่า C ที่ขนาน 220k เอาออกไปก็ได้ครับ
มันเป็นตัว Limit ย่านความถี่สูง ซึ่งจะขึ้นกับ input impedance ครับ
input impedance คุณสูงมาก ประมาณ 220k แน่ะ สูงมากไปครับ
มันจะทำให้ DC Offset ที่ลำโพงคุณสูงนะครับ ระวังลำโพงไหม้
***แนะนำว่าใช้ย่าน 10k ถึง 33k ก็พอครับ
***(ยิ่งน้อย=เสียงยิ่งดี, BackGND Noise=ยิ่งสงัด, ฺ
แบนวิช=เหมาะสม, DcOffset=ที่ลำโพงจะน้อยด้วย ไม่เสี่ยงลำโพงไหม
แต่หากน้อยมากไป=แบนวิช จะแคบ และเกนจะตกด้วย หากภาคหน้ามันมี impedance สูง
ประกอบกับไม่เสรียรภาพ)
R 220k ที่คร่อมขา 7 และ 8 เปลี่ยนเป็็น 22k 1/4 w ก็พอครับ
(หรือวัตน้อยกว่านี้ก็ได้) ค่าน้อย เนื้อเสียงดีขึ้น-ไม่บาง แต่ DC Offest อาจจะสูงขึ้นบ้าง
ส่วน R ที่คร่อมขา 8 ลง GND ใช้ซัก 1k ก็พอครับ
จะได้ เกนขยาย (VoltageGain) เป็น 23 เท่า
ซึ่งเป็นเกนที่ OpAmp ทำงานอย่างเสถียรภาพ แบวิช กำลังเหมาะ
ส่วน R 1k ไว้อย่างนั้นก็ได้
หากต้องการเสียงดี....
ควรเน้นแบบ Non inductive เช่น แบบ คาร์บอนคอมโพสิท
และต้องติดที่ขา OpAmp เลยยิ่งดี
อย่าใช้ตัวใหญ่นะครับ เอาตัวเล็กๆ
ส่วน C-Filter 1000uF
สำหรับ Non invert ผมว่าน้อยไปครับ
ใช้ซัก 1800-3300 น่าจะกำลังดี
การที่เสียงไม่ใส ผมว่า เป็นที่อุปกรณ์ร่วมมากกว่าครับ
ทั้งค่าของ ฟีดแบค และชนิดของ R C
C-Filter ค่าที่มากขึ้น เบสจะมีมวล ออกหนาๆ
แต่ไม่ได้ลดความใสลงหรอกครับ
ตรงข้าม หากน้อยเกินไป ผมว่าเบสแห้งแลงมากๆ
วงจร invert น่ะ ใช้ค่าน้อยๆ ได้ครับ
เพราะจุดเด่นของมัน อยู่ที่ความน่าฟังของย่านเสียงกลาง
แต่แรงปะทะย่านเสียงต่ำมันไม่โดดเด่นอยู่แล้ว
แต่วงจรนี้ Non invert ผมว่ายังไงก็ไม่เหมาะ
ลองดูครับ
วงจรนี้ เด่นด้านความใส และเบสที่กระชับมากๆ มากสุดๆ ออกแนวจะแจ้ง โป๊กๆ
แต่อย่าลืมวัด DC Offset ที่ลำโพงก่อนต่อลำโพงด้วยนะ
ตอนเปิด ไม่ควรจะเกิน 70 mV
เพราะเมื่อฟังไปเรื่อยๆ พอ Chip มันร้อนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก
ใช้ตะกั่วคุณภาดีๆ นะครับ
ฟังออกได้ไม่ยากเลย สำหรับวงจรนี้ เพราะมันเด่นด้านความใส
ลองทำดูครับ
-
ขอบคุณพี่ TaoTao มากครับ ที่ชี้แนะ ได้ความรู้เพิ่มมากๆ ครับ แม้บางอย่างอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจ ก้ออาศัยข้อมูลในบอร์ดนี้ศึกษาไปเรื่อยๆ ครับ ตอนนี้หาหนังสืออ่านเพิ่มอีกด้วย พี่ๆ ในบอร์ดนี้น่ารัก และ อบอุ่นมากๆ ครับ d_d กะว่าถ้าตัวนี้สำเร็จ จะเอามาให้พี่ๆ ดู แล้วตัวต่อไปผมจะเป็นแอมป์หลอด c) c) c) ยังไงก้อคงต้องรบกวนพี่ ๆ ชี้แนะให้ครับ d_d
-
อ้อ อีกอย่าง
มันมี Volume ต่อหน้า Amp หรือเปล่าครับ
ถ้าไม่มี
วงจรคุณไม่มี DC Load นะครับ
เอา R ค่าซัก 47k มาต่อจากขา input ลง GND ไปนะครับ
ป้องกันเสียง ปุปะ ได้เวลา switch
-
input impedance คุณสูงมาก ประมาณ 220k แน่ะ สูงมากไปครับ
มันจะทำให้ DC Offset ที่ลำโพงคุณสูงนะครับ ระวังลำโพงไหม้
***แนะนำว่าใช้ย่าน 10k ถึง 33k ก็พอครับ
***(ยิ่งน้อย=เสียงยิ่งดี, BackGND Noise=ยิ่งสงัด, ฺ
แบนวิช=เหมาะสม, DcOffset=ที่ลำโพงจะน้อยด้วย ไม่เสี่ยงลำโพงไหม
แต่หากน้อยมากไป=แบนวิช จะแคบ และเกนจะตกด้วย หากภาคหน้ามันมี impedance สูง
ประกอบกับไม่เสรียรภาพ)
ตรงจุดนี้ใส่ค่า 220k ได้ครับ จริงๆก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะ 3875 มันเป็น transistor input ซึ่งมี input impedance ประมาณ 20k อยู่แล้วครับ การเอา 220k มาขนานเข้าไปตรงนี้ 3875 ก็จะเห็น input ที่เข้ามาเป็น 22k//220k ก็จะตกลงมาจาก 22k นิดหน่อยครับ
ก็เหมือนกับเราเปิดรูไว้สองรูตรงจุดนี้ให้น้ำไหล รูเล็กหน่อย 220k และรูใหญ่หน่อย 22k ตรง 3875 รูเล็กมันก็ไม่ค่อยมีผลครับ เพราะน้ำมันไปไหลออกที่รูใหญ่เกือบหมด
เมื่อกี้นี้ผมลองถอด 220k ออกไปเลย (ถ้าตามทฤษฏีแล้วการถอดตัว 220k ออกไปเลย ก็เท่ากับเอา R ความต้านทานสูงมากเป็น 100Mohm (อากาศ) มาต่อแทน 220k - worst case scenario)
ก็ไม่มีปัญหาครับ เสียงก็เงียบดีตามปกติ ทุกอย่างเป็นปกติดี
ผมก็ซนกว่าปกติอีกนิดหน่อย ทีนี้ต่อ 220k ลอยๆไว้
ฟังๆอยู่ ก็แตะ 220k ลงกราวน์ไปบ้าง ปล่อยลอยไว้บ้าง
ไม่มีเสียงแปลกปลอมออกมาจากลำโพงครับ ทุกอย่างเป็นปกติ
ที่เห็นเขียนวงจรให้ใส่ 220k ตอนแรก ก็เพราะเห็นว่ามีของอยู่ในมือแล้ว ถ้าใส่ 22k ไปเดี๋ยวจะต้องไปเดินหาอีก :giveup
ส่วนเรื่อง c-filter นี่คงแล้วแต่คนชอบครับ ผมพยายามใช้ค่าน้อยที่สุดที่ไม่มีปัญหา เพราะต้องการเน้นกลาง/แหลม มากๆ ยิ่งใช้ filter ค่าเยอะมากเท่าไหร่ การจะดึงรายละเอียดของเสียงกลางและแหลมกลับมาได้นี่ค่อนข้างลำบากครับ แต่ถ้าใช้ค่าน้อยมากๆก็จะเริ่มขาดเสถียรภาพไปครับ ก็ต้องถอยมานิดนึง Y]
เบสสำหรับผมถือว่าพอใจครับ ;)
-
อืม....
แต่ Non invert
ic ที่ผ่านมือผมมาหลายๆ ตัวนี่
หาก R ที่ input impedance เราใส่ค่า่สูงๆ
DC Ofset อาจจะมากก็ได้นะครับ
Lot แรกๆ ที่ผมทำ ก็ไม่มากเท่าไร
ไม่กี่ mV
แต่ Lot หลังๆ นี่ ไม่ได้เลย
มันวิ่งไปเป็นสิบ mV ที่ตอนเปิดเครื่อง
พอฟังไปหลาย ชม ที่ความดังมากๆ ลั่นบ้าน จน Sink ร้อนจัด (Sink ท่อยัก)
DC o/p ทะทุไปเป็นร้อย mV เลย
ตอนนั้นก็หวาดเสียวครับ
เพราะมันขับ Triangle อยู่
ผมเลยต้อง Bias และแก้ปัญหาใหม่ จน DC o/p มันเป็น ศุนย์หรือใกล้เคียงอีก
ว่าแต่.... คุณลองวัด DC offset หรือยังเอ่ย
ถ้าน้อย ก็ดีใจด้วยครับ น่าจะเป็น Chip Lot เก่าๆ หรือไม่ก็ได้ Chip คุณภาพที่ดี
การแก้ปัญหาที่ง่าย และเสียงก็ดีด้วย
ก็อย่างที่บอกแหละครับ
ให้ i/p impedance ที่พอเหมาะ จะเหมาะสมกว่า
ข้อดีอีกอย่าง
การที่ i/p impedance ที่ต่ำ
มันจะมีกระแสไหลสูงขึ้นเล็กน้อย
การ Shield จากสนามแม่เหล็ก เนื่องจาก กระแส ที่ไหล ดีขึ้น
เป็นผลให้ สงัดขึ้นนะครับ
แต่ ปัจจุบัน
ผมก็ไม่ได้ใช้ทั้งสองวงจรแล้วครับ
ทำมาเป็นสิบบอร์ด ไม่รวม HW จนมาพบวงจรที่เสียงถูกใจ
แต่ก็แลกกับการคำนวณที่วุ่นวาย, การ Bias ที่ยากหน่อย
-
เพิ่งรู้
มีค่าอุปกรณ์ อยู่ในมืออยู่แล้วอ่ะนะ
ถ้างั้นใช้ไปเถอะครับ
เพิ่งรู้ อิอิ
-
ถามพี่ ที่พอจะรู้น่ะครับ จากวงจรนี้เป็น invert-gianclone ผมต้องต่อ input สลับกันใช่หรือเปล่าครับ + เข้าขา 8 แล้ว ขา7นี้ต่อลงกราวแล้วต่อเข้า - เลยใช่ไหมครับ ค่าอุปกรณ์ตามนี้เลยไหม เพราะตอนแรกยังสับสน ระหว่าง invert-gianclone กับ non invert-gianclone อยู่ครับ แสดงว่าตอนแรกผมต่อ non invert-gianclone แต่ไปใช้วงจร invert-gianclone ประมาณนี้
-
อืม....
แต่ Non invert
ic ที่ผ่านมือผมมาหลายๆ ตัวนี่
หาก R ที่ input impedance เราใส่ค่า่สูงๆ
DC Ofset อาจจะมากก็ได้นะครับ
Lot แรกๆ ที่ผมทำ ก็ไม่มากเท่าไร
ไม่กี่ mV
แต่ Lot หลังๆ นี่ ไม่ได้เลย
มันวิ่งไปเป็นสิบ mV ที่ตอนเปิดเครื่อง
พอฟังไปหลาย ชม ที่ความดังมากๆ ลั่นบ้าน จน Sink ร้อนจัด (Sink ท่อยัก)
DC o/p ทะทุไปเป็นร้อย mV เลย
ตอนนั้นก็หวาดเสียวครับ
เพราะมันขับ Triangle อยู่
ผมเลยต้อง Bias และแก้ปัญหาใหม่ จน DC o/p มันเป็น ศุนย์หรือใกล้เคียงอีก
ว่าแต่.... คุณลองวัด DC offset หรือยังเอ่ย
ถ้าน้อย ก็ดีใจด้วยครับ น่าจะเป็น Chip Lot เก่าๆ หรือไม่ก็ได้ Chip คุณภาพที่ดี
การแก้ปัญหาที่ง่าย และเสียงก็ดีด้วย
ก็อย่างที่บอกแหละครับ
ให้ i/p impedance ที่พอเหมาะ จะเหมาะสมกว่า
ข้อดีอีกอย่าง
การที่ i/p impedance ที่ต่ำ
มันจะมีกระแสไหลสูงขึ้นเล็กน้อย
การ Shield จากสนามแม่เหล็ก เนื่องจาก กระแส ที่ไหล ดีขึ้น
เป็นผลให้ สงัดขึ้นนะครับ
แต่ ปัจจุบัน
ผมก็ไม่ได้ใช้ทั้งสองวงจรแล้วครับ
ทำมาเป็นสิบบอร์ด ไม่รวม HW จนมาพบวงจรที่เสียงถูกใจ
แต่ก็แลกกับการคำนวณที่วุ่นวาย, การ Bias ที่ยากหน่อย
ก็เป็นได้ครับ เพราะปกติ R ตัวนี้ก็ใช้กันอยู่ 20k-22k ปกติผมก็ใช้ 23.2k Y]
รู้สึกว่าจะมีแสดงวิธีการคำนวนไว้ด้วย ว่าออฟเซตน้อยสุด R ตัวนี้ต้องไปเท่ากับ Rfeedback จำไม่ได้ว่าเห็นครั้งสุดท้ายที่ไหน :-\
ตอนนี้พี่ใช้วงจรอะไรอยู่ล่ะครับ ถ้าไม่เป็นความลับมาก เผื่อท่านอื่นๆสนใจ :showoff
เพิ่งรู้
มีค่าอุปกรณ์ อยู่ในมืออยู่แล้วอ่ะนะ
ถ้างั้นใช้ไปเถอะครับ
เพิ่งรู้ อิอิ
ผมหมายถึงมือคุณ Lotto1976 น่ะครับ ;)
ถามพี่ ที่พอจะรู้น่ะครับ จากวงจรนี้เป็น invert-gianclone ผมต้องต่อ input สลับกันใช่หรือเปล่าครับ + เข้าขา 8 แล้ว ขา7นี้ต่อลงกราวแล้วต่อเข้า - เลยใช่ไหมครับ ค่าอุปกรณ์ตามนี้เลยไหม เพราะตอนแรกยังสับสน ระหว่าง invert-gianclone กับ non invert-gianclone อยู่ครับ แสดงว่าตอนแรกผมต่อ non invert-gianclone แต่ไปใช้วงจร invert-gianclone ประมาณนี้
อืมม จริงด้วยแฮะ เหมือนตอนแรกตั้งใจจะต่อ inverted gc นี่เอง Y] ผมเลยพาออกทะเลไปไกลลิบเลย กลายเป็น noninverted ไป ;D พอดีผมยังไม่ได้ลอง inverted น่ะครับ ไม่มีเวลา
ถ้าตามที่ผมเข้าใจ น่าจะใช้ได้เลยครับ แต่รู้สึกว่ามีบางท่านใช้ตัวต้านทานปรับค่าได้ตรง 220k//0.1uF แทนนะครับ เอาไว้ปรับ offset ให้เป็นศูนย์ แล้วถ้าเป็นผมก็จะเอา 0.1uF ออกเหมือนเดิม
ถ้ายังไงลองดูหัวข้อเก่าๆอย่างของพี่ MasterAT (pcb gc group buy) พี่ oui (ในหัวข้อ gc ของคุณ ammchor) วงจรพวกนี้ใช้ได้แน่นอนครับ ลองถามความเห็นพี่ๆท่านอื่นๆดูด้วยครับ ;)
-
รบกวน พี่ๆ อีกนิดครับ คือตอนนี้เกือบ 100% แล้วครับแต่ติดที่ว่า ผมต่อ non-invert ตามรูปแล้วปรากฏว่า เสียงกลาง แหลมได้อย่างใจผมเลย c) แต่ติดตรงที่ว่า :cry2 เบสหายครับ ออกน้อยไป เหมือนเล่นคนละเวทีกันเลยทีเดียว แต่ใจอยากได้เบสมาด้วย ออกชัดๆ แน่นๆ มาเป็น ลูกๆ เลย N] และอีกอย่างคือมี noise มาด้วยนิด ๆ ห่างลำโพงเกิน 2 เมตรไม่ค่อยได้ยิน ขอรบกวนพี่ ๆ อีกนิดนึงแล้วกัน ว่าจะปรับแต่งตรงไหนดี เพราะกลาง แหลม มาแล้ว เหลือเบส เนี่ยตกรถมาไม่ทัน :headphone ตอนนี้ได้แต่ทำตู้ไว้รอกำลังออกแบบอยู่
อีกนิดครับ ถ้าใช้หม้อแปลง 24-0-24 3 แอมป์ ใช้ข้างละลูก จะพอไหมครับ...... :help
-
สวัสดีครับ
ลองเพิ่ม R 22k เป็น 47K ผมว่าเบสน่าจะมาเยอะขึ้น ส่วนหม้องแปลง ขอใหญ่อีกหน่อยดีกว่าครับ ซัก 6-7 แอมป์ ตอนที่ผมทำ ใช้ 500VA ต่อสองข้างเลยครับ d_d
-
ลองเอา 33uF และ 4.7uF ออกด้วยนะครับ ;)
-
ลองเอา 33uF และ 4.7uF ออกด้วยนะครับ ;)
หรือไม่ก็ลองสลับตำแหน่ง C 33 uF กับ 4.7 uf ดูครับ
เพิ่มกระแสหม้อแปลงจะเห็นผลเยอะกว่ามากในเรื่องเบสครับ
ถ้ากระแสไม่พอนี่เบสอาจจะหาย หรือมาไม่เป็นลูกๆ :whistling
-
หรือไม่ก็ลองเล่นชิป Lm3886 ดูล่ะครับอาจจะชอบก็ได้นะ
-
ผมต่อ non-invert ตามรูปแล้วปรากฏว่า เสียงกลาง แหลมได้อย่างใจผมเลย c) แต่ติดตรงที่ว่า :cry2 เบสหายครับ ออกน้อยไป ...แต่ใจอยากได้เบสมาด้วย ออกชัดๆ แน่นๆ มาเป็น ลูกๆ เลย
ลองนี่ก่อนครับ เผื่อจะได้เบสที่อยากได้ โดยไม่กระทบ เสียงกลาง แหลม (ง่ายสุด+เสียตังค์น้อยสุด)
-
ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนครับ :victory
-
เสร็จแล้ว แอมป์ อนาถา (อนาจาร) ด้วยงบ ไม่เกิน 600 บาท แบบใช้ของเหลือ มาประกอบ กับอะไหล่เหลือ ๆ ถ้าหางบได้จะไปเปลี่ยน หม้อแปลงเป็นเทอร์รอย แบบพวกพี่ๆ บ้าง สุ่มเสียงก้อพอฟัง ในระดับหนึ่ง ออกแนว แข็ง บาดหูไปนิดหน่อย คิดว่าคง รันอิน สักพักก่อน ครับ c) c) c) *****แต่ว่า อยากถามว่าใส่วอลลุ่มแล้วเสียงไม่เหมือนเดิม เสียงกลางหายไป เสียงบางเสียงที่ได้ยินตอนก่อนใส่หายไป (เสียงโซโล่ แล้ว กัดปิ๊ก ปลายเสียงหาย ) หรือว่าต้องใส่ วอลลุ่มดีๆ ครับ
-
ต่อ ครับ (ตัวแรกเลยครับ)
-
อีกนิด
-
รูปสุดท้าย ครับ มีอะไรดีๆ แนะนำมาได้เลย ครับ จะได้เอาไว้ปรับปรุงครับ ติได้เลยครับ d_d
-
***แต่ว่า อยากถามว่าใส่วอลลุ่มแล้วเสียงไม่เหมือนเดิม เสียงกลางหายไป เสียงบางเสียงที่ได้ยินตอนก่อนใส่หายไป (เสียงโซโล่ แล้ว กัดปิ๊ก ปลายเสียงหาย ) หรือว่าต้องใส่ วอลลุ่มดีๆ ครับ
คิดว่าเป็นอาการปกติของการใช้ passive pre ครับ โดยเฉพาะเมื่อฟัง ที่ความดังเบา ๆ
โดยส่วนตัว ผมชอบ gainclone แบบมี pre หรือ buffer มากกว่า
ถ้าไม่นับ ที่ใช้หลอด อยากให้ลอง ต่อยอด ตาม แนวคิดข้างล่างครับ
(คือ มี pre-> Vol -> amp, ใช้ power supply ปกติ)
เผื่อจะชอบมากกว่า standard gainclone เหมือนผม :)
http://sound.westhost.com/project115.htm
-
ฝากให้พี่ Emmy's Daddy
ตอนนี้ต่อแบบนี้ครับ
-
ฝากให้พี่ Emmy's Daddy
ตอนนี้ต่อแบบนี้ครับ
C 33UF ใช่ครับ คือ ตัว c คับปลิ้ง
ตอนนี้ใช้ผมว่าเยอะไปครับ แต่ก้อไม่น่าเสียหายอะไร
C ตัวนี้ กับ R 47K ที่อยู่ติดกัน ทำงานเป็น วงจร high pass filter
ที่ความถี่ = 1 / (2 * Pi * R * C)
= 1/ (2*3.14*47000* (33/1000000))
= 0.1 Hz
*โดยส่วนตัว* ผมว่า ความถี่ต่ำกว่า 20 Hz เราฟังไม่ออก (ยกเว้น แต่ใช้ subwoffer จีงจะ "รู้สึก" ได้)
ในขณะเดียวกัน มันทำให้เกิด ความเพี้ยน แบบ inter modulated มากขึ้น
ผลคือ ความถี่สูง ๆ มีโอกาสถูก กลืน ไปโดยความถี่ต่ำ ๆ มากขึ้น ไม่ใช่ที่แค่ปรี+แอมป์ แต่ที่ชัดเจนคือที่ลำโพง ครับ
*โดยส่วนตัว* ผมว่า the magic of high and mid range ของเกนโคลน
ส่วนหนึ่ง มาจากการใช้ Cที่ supply น้อย ๆ --> Voltage ตกเร็ว ตอนขับความถี่ต่ำ ทำให้เสียงเบสหดตัวเร็ว (บางคนเรียก เบสกระชับ)
ผลคือ ความเพี้ยน แบบ inter modulated ระหว่าง ความถี่ต่ำ และ ความถี่สูง น้อยกว่า
ผลคือ ความถี่สูง ๆ มีโอกาสถูก กลืน ไปโดยความถี่ต่ำ น้อยกว่า ขึ้น โดยเฉพาะที่ ลำโพง ครับ
กลับมาที่คำถามครับ
ถ้าใช้ R 47K ผมว่า C coupling 1UF
ได้จุดตัด ที่ =1/ (2*3.14*47000* (1/1000000)) = 3.5 Hz
ก้อใช้ได้แล้วครับ ( C ดี ๆ ค่าน้อย ๆ = ราคาย่อมเยากว่า ) :)
-
อีกนิด
ไม่รู้เป้นไรผมกับชอบ EI มากกว่า torroid อาครับอย่างน้อยก็ headamp ทุกตัวผมก็ใช้ EI henry นี้แหละครับบ
ว่าแต่ตัวนี้กี่ V กี่ AMP ครับ จาได้ทำบ้างครับอิอิ
-
อีกนิด
ไม่รู้เป้นไรผมกับชอบ EI มากกว่า torroid อาครับอย่างน้อยก็ headamp ทุกตัวผมก็ใช้ EI henry นี้แหละครับบ
ว่าแต่ตัวนี้กี่ V กี่ AMP ครับ จาได้ทำบ้างครับอิอิ
ใช้ 24 -0 -24 3แอมป์ ครับ ปัจจุบัน ใช้ข้างละลูก (ฟังไม่ดังมาก ครับ แค่นี้ ก้อ ลั่นบ้านแล้ว อิอิ) :secret