HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: Jakaman ที่ 08 กรกฎาคม, 2008, 04:56:35 pm
-
ง่า...งานจำอวดของผมครับ เสียงใสเบสเยี่ยม วงจรคลาสสิค NON-Invert ใช้กับ LM3875TF รุ่นโค๊ดผลิต 4 หลัก เสียงที่ได้หวานมาก โทนบาลานด์เยี่ยมยอด ปลายพริ้ว... ที่สำคัญเบสมากเหลือเฟือ
หมายเหตุ ฟังจากหูสังกะสีของผมแล้วรู้สึกอย่างนั้น...
-
ดูกันให้เห็นชัดๆอีกที
-
อันนี้แจกปริ้นกะการวางอุปกรณ์ เผื่อใครอยากลองทำบ้าง... ดาวโหลดกันได้เลยนะครับ
-
O0 O0 O0 O0
-
เอ วงจรดูแปลกๆ เหมือน C ไม่ครบตัว
แล้วก็ ลายวงจร Feed Back มันยาวๆยังไงชอบกล
เซียน GC ช่วยแนะนำด้วยครับ
-
เอ วงจรดูแปลกๆ เหมือน C ไม่ครบตัว
แล้วก็ ลายวงจร Feed Back มันยาวๆยังไงชอบกล
เซียน GC ช่วยแนะนำด้วยครับ
มือใหม่หัดใช้ Protel ก็เงี้ยอ่ะคับ...มันเลยยาวอ้อมโลกไปหน่อย แต่เรื่อง C เนี้ย... ตัว Classic มันมีแค่นี้แหละครับ หากต้องการต่อ R-C pass filter ให้ต่อตรงตาไก่ครับ อย่างในรูปผมก็ต่อตรงนั้นแหละ แต่สำหรับผู้ที่ชอบใสๆกริ้งก็ไม่ต้องต่ออะไรเลยครับ แค่นี้ก็กริ้งมากๆแล้ว
ล่าสุดผมใช้ค่า R-C pass filter ที่ค่า R=1 โอห์ม และ C = 0.022uF 63V นะครับ(ดูจากรูป)
-
ผมไม่ใช่เซียนเกนโคลนแต่อ็อปแอมป์ทั่วๆไป ตัวฟีดแบ็คควรติดไอซีมากที่สุด ด้านลงกราวด์ติดกับกราวด์ของโหลดมากที่สุด ประมาณนี้แหละครับ ;D ;D
-
ผมไม่ใช่เซียนเกนโคลนแต่อ็อปแอมป์ทั่วๆไป ตัวฟีดแบ็คควรติดไอซีมากที่สุด ด้านลงกราวด์ติดกับกราวด์ของโหลดมากที่สุด ประมาณนี้แหละครับ ;D ;D
คุณwimครับถ้าRฟีดแบ๊คติดห่างจากขาของไอซีจะมีผลต่อเสียงอย่างไรบ้าง
คำว่า ด้านลงกราวด์ติดกับกราวด์ของโหลดมากที่สุด ขอช่วยขยายความหน่อยครับผมยังไม่ค่อยเข้าใจ ขอบคุณครับ
พันธุ์ศักดิ์
-
คุณwimครับถ้าRฟีดแบ๊คติดห่างจากขาของไอซีจะมีผลต่อเสียงอย่างไรบ้าง
คำว่า ด้านลงกราวด์ติดกับกราวด์ของโหลดมากที่สุด ขอช่วยขยายความหน่อยครับผมยังไม่ค่อยเข้าใจ ขอบคุณครับ
พันธุ์ศักดิ์
เอ...แบบว่าไม่ให้สัญญาณรบกวนภายนอกมาตัดหน้าเข้าไอซีก่อนสัญญาณฟีดแบ็คมั๊ง...อีกอย่างเส้นทางที่ยาวอาจมีการเหนี่ยวนำสัญญาณจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแถวๆนั้นเกิดแรงดันไปผสมกับสัญญาณฟีดแบ็คผลต่อเสียงเป็นอย่างไรผมก็ไม่มีประสพการณ์ด้านนี้เท่าไหร่ถ้าให้เดา ก็อาจจะเกี่ยวข้องกับความสงัดของแบ็คกราวด์นซึ่งส่งผลต่อความสะอาดของเสียงมั๊ง(เดาครับ)
ส่วนด้านกราวนด์ก็อีตรงพวงๆของRฟีดแบ็คนั่นแหละถ้ามีตัวไหนต่องลงกราวนด์(แล้วแต่แบบของวงจร)ก็เอาRตัวนั้นไปต่อให้ใกล้กราวนด์ของลำโพงมากที่สุด คงแบบนี้แหละ ;D ;D
-
ขอบคุณครับ
พันธุ์ศักดิ์
-
ปกติ gainclone เค้าจะมี C decoupling ประมาณ 1000uF วางไว้ใกล้ๆขา +v/-v supply ของ ic นะครับ ลองดูครับ เสียงอาจจะดีขึ้นอีกก็เป็นได้ครับ :headphone
-
1000uF วางไว้ใกล้ๆขา +v/-v supply ของ ic นะครับ ลองดูครับ เสียงอาจจะดีขึ้นอีกก็เป็นได้ครับ
เห็นด้วยครับว่า Supply C filter ค่า 1500-2200uF ควรว่าใกล้ขา +/- ของ IC มากๆ เพื่อช่วยเพิ่มเสถียรภาพของกำลัง output
-
1000uF วางไว้ใกล้ๆขา +v/-v supply ของ ic นะครับ ลองดูครับ เสียงอาจจะดีขึ้นอีกก็เป็นได้ครับ
เห็นด้วยครับว่า Supply C filter ค่า 1500-2200uF ควรว่าใกล้ขา +/- ของ IC มากๆ เพื่อช่วยเพิ่มเสถียรภาพของกำลัง output
ถูกต้องนะคร้าบบ...ตัวดีคลับปลิ้งยิ่งได้พวกชาร์จ-คายประจุได้เร็วๆยิ่งดี
-
1000uF วางไว้ใกล้ๆขา +v/-v supply ของ ic นะครับ ลองดูครับ เสียงอาจจะดีขึ้นอีกก็เป็นได้ครับ
เห็นด้วยครับว่า Supply C filter ค่า 1500-2200uF ควรว่าใกล้ขา +/- ของ IC มากๆ เพื่อช่วยเพิ่มเสถียรภาพของกำลัง output
ถูกต้องนะคร้าบบ...ตัวดีคลับปลิ้งยิ่งได้พวกชาร์จ-คายประจุได้เร็วๆยิ่งดี
ขอบคุณทุกคำตอบนะครับ
จริงๆแล้วเคยทำแบบเอา C filter 1000uF ตามสเปคเลยครับมาต่อใกล้ๆ(Hardwire ตัวแรกเลย) แต่รู้สึกว่าเปิดดังๆไปปลายจะแตกพร่าๆ(กระแสสำรองไม่พอ มันจะออกอาการนี้แหละ) คราวนี้ลองแยกภาคจ่ายไฟออกมาข้างนอก ซึ่ง C filter ก็อยู่ข้างนอกด้วยเพื่อดูผลความต่าง(ทดสอบความเชื่อที่มีกันมา) ผลคือไม่ต่างกัน(เอาหูสังกะสีของผมฟังนะครับ) คราวนี้เลยลองเพิ่มค่า C จาก 1000uF(Panasonic) เปลี่ยนเป็น 4500uF(Nichicon) อ้า..ปลายที่เคยแตกหายไป(แต่ C ยังห่างเหมือนเดิม) คราวนี้ลองเทสพละกำลังเสียงและแรงปะทะ โดยเปิดหนังเรื่อง Tranformers สังเกตุตอนที่หุ่นยนต์ยิงเลเซอร์ออกมากับช่วงที่เครื่องบินกำลังยิ่งหุ่นยนต์แมงป่อง ปุ ปุ ปุ ปุ ปุ.... รู้สึกว่าพละกำลังไม่มี เลยลองเปลี่ยน C filter เป็น 10000uF (เพื่อพิสูจน์ความเชื่อที่อาจารย์สอนมา) แค่นั้นแหละครับ เบสลึกมาเลยเป็นตัว เสียงดุดันของปืนสังเกตุได้ชัดเจนมาก ดัง พุบ พุบ พุบ พุบ เลยครับ เพื่อนมาฟังที่บ้านบอกว่า ผมซ้อน Sub เอาไว้แน่ๆ แต่ไม่มีครับ ใช้แค่ลำโพง 5 นิ้วนี่แหละ จากนั้นก็ออกแบบปริ้นเลยครับ แล้วลองประกอบเป็นตัวใหม่เข้าไป และแยกภาคจ่ายไฟออกมาเป็นปริ้นที่ซื้อตามท้องตลาดอีกตัว หลังจากนั้นก็เลยลองเอา C มาต่อเป็น Pass filter โอ้ว...เบสมากขึ้นไปอีก เลยลองเปลี่ยนค่าไปค่ามาเรื่อยๆ จนสรุปมาเป็นอย่างที่เห็นแหละครับ (คือมันลงตัวในแบบของผมนะ)
จริงๆแล้วอยากให้นึกถึงการไหลของกระแสด้วยนะครับ เหมือนกับน้ำอ่ะคับ จริงอยู่ว่าน้ำแท้งใหญ่และแรงดันน้ำสูง หากแรงดันน้ำมากเปิดน้ำไหลเข้าไปท่อใหญ่มาก น้ำมันจะไหลเฉี่อยๆ แต่ถ้าแรงดันน้อย ท่อน้ำเล็ก น้ำจะพุ่งแรง เหมือนกับไฟเช่นกัน หน้าตัดทางเดินใหญ่เกินไปก็ไม่ดี ทางเดินเล็กกระแสพุ่งแรงเพราะแรงดันมันน้อยนิด(แค่ไม่เกิน 35V ถือว่าน้อยมาก)เลยต้องทำให้หน้าตัดเล็กลง หากระยะมันไม่ได้ไกลขนาดเป็นเมตร บอกตรงๆว่าแทบไม่ส่งผลอะไรเลยครับในความคิดผมนะครับ เอาลายปริ้นมาเทียบ R Feedback แล้วห่างกันไม่ถึง 10 cm เลยครับ ส่วนเรื่องเสียงรบกวนหรือฮัม ไม่มีครับ...เงียบกริบ
ใครบ้านอยู่ในกรุึงเทพ สนใจมาฟังได้ครับ มาทดสอบหลายๆความคิดดีกว่าครับ ยกเครื่องของพี่ๆมาเทสเสียง เดี๋ยวผมพาไปเลี้ยงข้าวด้วยเลย ฟังกันหลายๆแนว หาข้อสรุปด้วยตัวเองดีกว่าจะได้สนุกกับการทำมากขึ้น ผมกำลังออกแบบปริ้นอันใหม่ให้มีภาคจ่ายไฟในตัวเลยเอาแบบใกล้ๆเลย แล้วจะลองทำอีกสักคู่ ฟังเทียบกัน แล้วถึงเวลานั้นจะเอาปริ้นมาแจกกันอีกครับ
-
จริงๆมันก็ได้ทั้งสองแบบแหล่ะครับ แล้วแต่ว่าใครจะชอบแบบไหน ขอแค่ไม่ฮัมไม่จี่ก็โอเคแล้วครับ :headphone
แบบที่คุณ Jakaman เล่นใส่ Cfilter เยอะๆ แน่นอนครับเรื่องเบสนี่ดีกว่าแบบแรกแน่ๆ แต่แบบที่ใส่ Cfilter น้อยๆจะเด่นเรื่องรายละเอียดกลาง+แหลมครับ อันนี้ก็ต้องแล้วแต่เจ้าของครับว่าจะจูนเสียงเค้าไปทางไหน d_d
-
C filter กับ C decoupling มันคนละอันกันครับ หน้าที่ต่างกันเล็กน้อย อันนี้แล้วแต่ชอบครับ :victory
-
C filter กับ C decoupling มันคนละอันกันครับ หน้าที่ต่างกันเล็กน้อย อันนี้แล้วแต่ชอบครับ :victory
ขอบคุณสำหรับความเห็นอีกครั้งครับ ความเห็นทุกความเห็นผมจะเอาไปปรับปรุงกับปริ้นอันใหม่ให้หมดเลยครับ...
เสริมอีกนิดสำหรับท่้านผู้อ่านท่านอื่นอาจจะยังไม่เข้าใจว่า C ทั้งสองภาคมีผลยังไงบ้างนะครับ
C decoupling = ต่ออนุกรมกับ Input + ทำหน้าที่ป้องกันไฟ DC เข้าไปในวงจรปรีหรือ Power โดยตรง และก็มีหน้าที่จำกัดความถี่ที่ไหลผ่านตัวมันด้วยครับ แต่หากไปใช้กับปรีแอมป์หรือพาวเวอร์แอมป์แล้วความต้านทานขาเข้าและขาออกจะสูงมากจึงไม่ส่งผลกับการจำกัดความถี่เท่าไหร่ ต้องใช้ค่าที่ต่ำมากๆจริงๆถึงจะสามารถกรองความถี่ต่ำๆออกไปได้
C by pass filter = ต่อขนานกับ Input (ต่อกับ Input(+) และกราวด์) ทำหน้าที่นำความถี่สูงลงกราวด์เพื่อจูนเสียงเพื่อให้เกิด Balance ระหว่างความถี่สูงและต่ำที่เกิดจากวงจรขยายที่ไม่สมมาตร โดยหากเราใช้ C ค่าต่ำมากจะกรองความถี่สูงๆออกไป(ลงกราวด์)ได้มากส่งผลให้เบสมากขึ้นหากให้มีผลจนถึงเสียงกลางให้เพิ่มค่าขึ้นมาอีกนิดครับ หากต้องการปรับละเอียดให้นำค่า R มาใส่เพิ่มลงไปด้วยหรือหากไม่รู้ว่าจะใช้ค่าอะไรดีให้นำ VR มาต่อเพื่อจูนค่าจนกว่าจะได้เสียงที่พอใจแล้วค่อยวัดค่าความต้ายทานจาก VR แล้วหาค่า R ที่ใกล้เคียงมาทดแทนทั้งสองข้างก็เป็นอันสมบูรณ์แล้วครับ โดยค่าที่เริ่มต้นนั้นผมแน่ะนำให้เริ่มต้นที่ค่า 0.001 uF ครับ แต่หากแอมป์หรือปรีของคุณมีเสียงเบสมากเกินอยู่แล้วไม่แน่ะนำให้ใส่ R-C filter นะครับ เพราะอาจจะทำให้เบสบวมมากเกินไป แต่ให้ลดค่า C ที่ใช้ในการ decoupling แทนครับ
-
C decoupling = ต่ออนุกรมกับ Input + ทำหน้าที่ป้องกันไฟ DC เข้าไปในวงจรปรีหรือ Power โดยตรง และก็มีหน้าที่จำกัดความถี่ที่ไหลผ่านตัวมันด้วยครับ แต่หากไปใช้กับปรีแอมป์หรือพาวเวอร์แอมป์แล้วความต้านทานขาเข้าและขาออกจะสูงมากจึงไม่ส่งผลกับการจำกัดความถี่เท่าไหร่ ต้องใช้ค่าที่ต่ำมากๆจริงๆถึงจะสามารถกรองความถี่ต่ำๆออกไปได้
ขอแย้งนิดนึงนะครับ แบบที่คุณ Jakaman ว่ามาน่าจะเรียกว่า C Coupling นะครับ
-
จริงๆแล้วอยากให้นึกถึงการไหลของกระแสด้วยนะครับ เหมือนกับน้ำอ่ะคับ จริงอยู่ว่าน้ำแท้งใหญ่และแรงดันน้ำสูง หากแรงดันน้ำมากเปิดน้ำไหลเข้าไปท่อใหญ่มาก น้ำมันจะไหลเฉี่อยๆ แต่ถ้าแรงดันน้อย ท่อน้ำเล็ก น้ำจะพุ่งแรง เหมือนกับไฟเช่นกัน หน้าตัดทางเดินใหญ่เกินไปก็ไม่ดี ทางเดินเล็กกระแสพุ่งแรงเพราะแรงดันมันน้อยนิด(แค่ไม่เกิน 35V ถือว่าน้อยมาก)เลยต้องทำให้หน้าตัดเล็กลง หากระยะมันไม่ได้ไกลขนาดเป็นเมตร บอกตรงๆว่าแทบไม่ส่งผลอะไรเลยครับในความคิดผมนะครับ เอาลายปริ้นมาเทียบ R Feedback แล้วห่างกันไม่ถึง 10 cm เลยครับ ส่วนเรื่องเสียงรบกวนหรือฮัม ไม่มีครับ...เงียบกริบ
หลายฯเรื่องในชีวิตประจำวันเราตัดสินใจด้วยความรู้สึกส่วนตัว จนลืมทฤษฎีทียอมรับให้เป็นกฎ :help :help
-
เอาลายปริ้นมาเทียบ R Feedback แล้วห่างกันไม่ถึง 10 cm เลยครับ ส่วนเรื่องเสียงรบกวนหรือฮัม ไม่มีครับ...เงียบกริบ
หลายฯเรื่องในชีวิตประจำวันเราตัดสินใจด้วยความรู้สึกส่วนตัว จนลืมทฤษฎีทียอมรับให้เป็นกฎ :help :help
แหะๆ ในเรื่องเสียงยอมรับว่าหูเราsensitiveไม่เท่ากัน เลยอาจเห็นการวิจารณ์ออกมาขัดแย้งกันอยู่เนืองๆ แต่ในการนำมาใช้กับวงจรพวกsensorซึ่งต้องขยายสัญญาณที่มีระดับต่ำมากๆอิมพีแดนซ์สูงมากๆ อันนี้เห็นผลชัดเจนครับยืนยันได้เพราะเจอมากับตัว... ;)
-
เห็นด้วยกับคุณ WIM และ Mr อะไรซักอย่างที่ออกแบบ Gain Amp ว่าหากวงจรที่ sensitive สูงๆ ความยาว/สั้นของทางเดินสัญญานน่าจะมีผลต่อเสียงของแอม/ปรีแอมป์ แต่ผมไม่เคยทดลองนะครับ
-
สมัยเล่นทรานซิสเตอร์เมื่อร่วม ๆ 30 ปี มาแล้ว ยึดหลักง่าย ๆ คือ เส้นทางเดินของกราวด์ใหญ่ไว้ก่อน เส้นทางเดินของแรงดันไฟสูงเส้นใหญ่และสั้น และสุดท้ายเส้นทางเดินของสัญญาณสั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เท่านี้ก็ได้แอมป์ดี ๆ ไว้ฟังแล้วครับ :)
-
ว้าวว กระทู้นี้ได้ความรู้ดีจังเลยคับ ผมแอบอ่านไปเรื่อยๆ เคยทำแต่ เกนโคลน 3875 ของ npe ตอนนั้นรู้สึกเสียงมันแหลมๆไปหน่อย สงสัยไปใส่ C filter ตรง feedback มั้งคับ
แต่ตอนนี้ข้างซ้ายมันชะตาขาดไปและ 555
เลยมาทำตัวใหม่ 3886 มีเสียงฮัม!! ฮือๆๆ แล้วพอเปิดเพลงดังๆ เพลงที่เบสเยอะๆ พอถึงช่วงที่ดังๆปุ๊ป เสียงพาลหายไปดื้อๆเลย - -" แบบว่าดับไปเลยอ่ะคับ แล้วซักพักมันก็กลับมาใหม่
ถึงช่วงไหนที่เสียงดัง มันก็ดับไปอีก
มันเป็นอารายอ่ะค้าบ ภาคจ่ายไฟไม่พอป่าวค้าบ
ตรงฟีดแบคผมไม่ได้ใส่ C Filter เลย อยากได้เบสเยอะๆ หม้อแปลงผมใช้ เทอรอย 5แอมป์ตัวเดียวขับ2ข้างอ่ะค้าบ
ว่าแต่พี่ Jakaman บ้านอยู่แถวไหนหรอคับ
-
อาการนี้ให้ตรวจสอบการระบายความร้อนของไอซีนะครับ
ไอซีจะหยุดการทำงานเมื่อความร้อนสูง
แก้ไขโดยเพิ่มขนาดฮีตซิ้งหรือ การยึดไอซีกับฮีตซิ้งว่าแนบสนิทดีหรือเปล่า
-
ไม่สามารถวิจารณ์เรื่องเสียงได้ครับ แล้วแต่ท่านเจ้าของงานชอบดีกว่า
ถ้าจะออกแบบใหม่ก็ลองเก็บ R C ที่ลอยอยู่ลงไปด้วยก็ดีครับที่ทางดูจะเหลือเฟือ
สมัยเรียน ถ้าอาจารย์เห็นอุปกรณ์ตัวลอยๆ ขายาวๆ ต้องเอากลับไปทำมาใหม่ครับ
เดินวงจรบนเบรดบอร์ดยังต้องเก็บให้เรียบเลย อย่าง C input ถ้าลงตัวแล้ว ก็บัดกรีลงปรินต์ได้เลยครับ
ผมยังไม่เห็นส่วน power supply นะครับ คุุณเล่ามาเข้าใจว่าไฟเข้ามาเรียบดีแล้ว ถ้าไม่ต้องการใส่ C เพิ่มในบอร์ด
ก็วางตาไก่พันสาย Power +/- ใกล้ๆขาของ IC เลยสิครับ IC ตัวนี้ต่อใช้งาน 5 ขาเอง เก็บไป 2 ที่เหลือก็หมูๆครับ
เรื่องขนาดลายวงจรคุณมุมคนรักหลอดบอกไปแล้ว ผมเสริมเรื่อง electrical clearance น่าจะมากกว่านี้นะครับ พวกขาที่ไม่ได้ใช้ (nc) จะไม่มีแพดเลยก็ได้ ถ้ามีแพดก็เอาไว้บัดกรีให้แข็งแรงก็พอ ใหญ่ขนาดนี้เสี่ยงกับการชอร์ตโดยไม่จำเป็นครับ
-
C decoupling = ต่ออนุกรมกับ Input + ทำหน้าที่ป้องกันไฟ DC เข้าไปในวงจรปรีหรือ Power โดยตรง และก็มีหน้าที่จำกัดความถี่ที่ไหลผ่านตัวมันด้วยครับ แต่หากไปใช้กับปรีแอมป์หรือพาวเวอร์แอมป์แล้วความต้านทานขาเข้าและขาออกจะสูงมากจึงไม่ส่งผลกับการจำกัดความถี่เท่าไหร่ ต้องใช้ค่าที่ต่ำมากๆจริงๆถึงจะสามารถกรองความถี่ต่ำๆออกไปได้
ขอแย้งนิดนึงนะครับ แบบที่คุณ Jakaman ว่ามาน่าจะเรียกว่า C Coupling นะครับ
ที่คุณว่ามาถูกต้องแล้วครับ จริงๆจะเขียนว่า C Coupling นั้นแหละครับ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า deCoupling เป็นยังไง (de หมายถึงลบหรือตัดออก) แต่เขียนตามข้างบนอีกทีเพื่อให้เข้าใจได้ตรงกันอ่ะคับ...
ทีทำเอาไว้แค่ที่เห็นเพราะมันเป็นเวอร์ชันแรกๆที่ออกแบบครับ แล้วค่อยปะโน้นต่อนี่อีกที อีกอย่างผมทำอย่างนี้เอาไว้เพื่อจูนเสียงด้วยเลยต่อเอาไว้อย่างนั้น... เพราะไม่รู้ว่าค่าอะไรจะเหมาะสมกับ System ที่ผมฟังอยู่ (ProAC Response One Clone และ DVD Soken+ DAC Adcom GDA-600) ก็เลยไม่ได้ทำปริ้นเพื่อรองรับเอาไว้ครับ เพราะุ้้ถ้าทำเอาไว้ป่านนี้ร่อนหมดแล้วหล่ะครับ เพราะลองเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเป็นสิบๆค่าเลยครับ นิสัยผมมันชอบถอดเปลี่ยนโน้นเปลี่ยนนี่ตลอดอยู่แล้ว และก็อยากให้มือใหม่ทำอย่างนี้ด้วยจะได้เรียนรู้ไปด้วย ไม่อยากให้ทำแบบสำเร็จแล้วก็จบกันไปมันจะไม่สนุกและไม่มีรสชาติในการ DIY นะผมว่า เอาเป็นว่าปริ้นตัวใหม่จะมีที่ใส่ R-C Filter เอาไว้ให้อย่างแน่นอนครับ เหมาะสำหรับคนที่หาค่า R-C และความลงตัวได้แล้วค่อยรื้อมาต่อตัวนี้ใหม่นะครับ
ล่าสุดตอนนี้ผมเอา C Coupling ออกไปแล้วครับ และเปลี่ยนเป็น R 1 Ohm/1 W/1% แทนแล้วครับ เสียงดีกว่าใช้ C Coupling มากๆครับ (แต่เสี่ยงเรื่องไฟ DC เข้ามาจากปรีแอมป์เหมือนกัน)
ใครสนใจมาฟังก็โทรมาได้ครับ ยินดีแบ่งปันครับ (086-6287027)
-
In electronics, decoupling refers to the preventing of undesired coupling between subsystems via the power supply connections. Nowadays, this is commonly accomplished by connecting localized capacitors close to the power leads of integrated circuits to act as a small localized energy reservoir; these supply the circuit with current during transient, high current demand periods, preventing the voltage on the power supply rail from being pulled down by the momentary current load.
;D ;D
-
In electronics, decoupling refers to the preventing of undesired coupling between subsystems via the power supply connections. Nowadays, this is commonly accomplished by connecting localized capacitors close to the power leads of integrated circuits to act as a small localized energy reservoir; these supply the circuit with current during transient, high current demand periods, preventing the voltage on the power supply rail from being pulled down by the momentary current load.
;D ;D
สุดยอดเลยครับ...แต่... เอ่อ....ช่วยแปลหน่อยอ่ะคับ ผมไม่เก่งอังกฤษ 2f
-
ลายปริ้นที่ออกแบบเพิ่มเติมจากที่แน่ะนำกันมาล่าสุดครับ ไม่ทราบว่ายังมีจุดไหนบกพร่องบ้างครับ... รบกวนวิจารณ์ด้วยครับ
-
แนวทางลายปริ้นกับอุปกรณ์ครับ
-
ผมคิดว่างานออกแบบของคุณ Wasin กับคุณ Lana Lenn ในกระทู้นี้ทำได้สวยมากครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=24622.50
ประเด็นอยู่ที่วิธีวางอุปกรณ์ที่ลงตัวดีมาก ทำให้ลายวงจรดูตรงไปตรงมา น่าจะััดัดแปลงต่อเติมไม่ยากครับ
-
ผมคิดว่างานออกแบบของคุณ Wasin กับคุณ Lana Lenn ในกระทู้นี้ทำได้สวยมากครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=24622.50
ประเด็นอยู่ที่วิธีวางอุปกรณ์ที่ลงตัวดีมาก ทำให้ลายวงจรดูตรงไปตรงมา น่าจะััดัดแปลงต่อเติมไม่ยากครับ
การออกแบบปราณิตและสวยมากครับ ผมสู้ไม่ได้เลย แต่ตรง R Feedback เนี่ยมันต้องใส่ซ้อนกับ IC ยังไงอ่ะคับ...(มือใหม่อย่างผมจะทำไม่ให้ช๊อตได้ป่าวไม่รู้สิครับ) แล้วจะหา Download ตัวลายปริ้นได้จากที่ไหนได้ครับ ผมหาแล้วในกระทู้นั้นไม่มีแจกครับ
จิงๆแล้วที่ผมทำปริ้นขึ้นมาเองเนี่ยก็เพราะว่าผมหาที่ Download ลายปริ้นมาทำไม่ได้ก็เลยต้องทำเอาเอง(งูๆปลาๆ)อย่างที่เห็นแหละครับ
Update ล่าสุดสำหรับผู้ที่(หลง)เอาลายปริ้นผมไปทำนะครับคือ ให้ตัด C 22 uF ออกแล้วจั๊มขาลงกราวด์โดยตรงเลย จากนั้น C 4.7 uF ให้เปลี่ยนเป็น R 1 Ohm 1 Watt 1% ใส่แทน แล้วที่สำคัญคือ R-C Filter นั้นให้สลับเอาปลายที่เป็น C ต่อเข้ากับขั่วบวกของ Input และปลายด้านขา R ให้ลงกราวด์แทน ซึ่งเป็นความลงตัวอย่างที่สุดของวงจรนี้แล้วครับ ไม่ต้องไปหา C ราคาแพงๆมาต่อ Cupling แล้วนะครับ R ตัวละ 1 บาทนี่แหละ สุดยอดเลย... เป็นความลงตัวที่ผมนั่งสับไปสับมากับอุปกรณ์ทั้งหมดแล้วครับ ความเป็นดนตรีที่ได้นั้นถือว่าสดและเบสกระชับมีมวลแรงปะทะได้เยี่ยมยอดแล้ว หากต้องการลองมากกว่านี้ให้แกะ R Feedback ออกแล้วนำไปบัดกรีไต้ขาของ IC ตรงๆเลย เพื่อทดสอบว่าระยะของ Feedback มีผลต่างกับปกติยังไงนะครับ ซึ่งตอนนี้ผมกำลังแก้ไขปริ้นใหม่ตามสิ่งที่ได้ทดลองมาทั้งหมดจนลงตัวแล้วมาแจกกันอีกทีนะครับ แต่ผมจะไม่เอาไดโอดมาไว้ในปริ้นเด็ดขาดเหมือนเดิมครับ เพราะต้นตำรับเค้าแยกภาคจ่ายไฟออกไปข้างนอก(กล่อง)เลย
สรุปค่าใช้จ่ายตัวสุดยอดของผมดังนี้ครับ
LM3875TF 190 บาท
R ทุกตัวไม่เกิน 4 บาท
C 0.022 uF ราคา 5 บาท
แผ่นปริ้น 50 บาท
รวมค่าอุปกรณ์เท่ากับ 190+4+5+50 = 249 x 2 = 498 บาท (ไม่รวมกล่องและภาคจ่ายไฟ)
สนใจมาฟังตัวจริงได้นะครับ ก่อนทำ ไม่เสียตังครับ... แค่อยากเผยแพร่ความรู้ในการทำเท่านั้นเอง ใครที่ยังไม่เคยฟังเสียงละเมียดของ ProAc Clone ก็มาฟังได้นะครับ ยินดีสอนวิธ๊ทำด้วย...พร้อมวงจร
-
O0 O0 O0
-
อยู่ในหน้าแรกของกระทู้ครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=24622.0 ไฟล์อยู่นี่ครับ http://www.htg2.net/index.php?action=dlattach;topic=24622.0;attach=49005
R feedback ลองใส่ด้านลายทองแดงสิครับ
-
อยู่ในหน้าแรกของกระทู้ครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=24622.0 ไฟล์อยู่นี่ครับ http://www.htg2.net/index.php?action=dlattach;topic=24622.0;attach=49005
R feedback ลองใส่ด้านลายทองแดงสิครับ
ขอบคุณครับ งามมากๆ
-
บทสรุปความลงตัวของปริ้นนี้แล้วนะครับ สำหรับในส่วนของ C Cuppling 4.7 uF ตรงนี้แล้วแต่ว่าคุณจะใส่ C หรือ R ค่า 1 โอห์มเอาไว้ก็ได้นะครับ แต่ผมลองหมดแล้ววงจรนี้น่าจะใช้ R 1 Ohm 1 W 1% จะเป็นการดีที่สุดครับ ราคาถูกด้วย(แค่ 1 บาท) และหากประกอบตามค่าอุปกรณ์ในนี้ผมรับรองว่าเสียงที่ได้อยู่ในระดับ Hi-End แน่นอนในราคาที่ถูกมากโขครับ ส่วน C 1000uF ผมใช้อยู่เป็น 10000uF นะครับเลยออกแบบให้ใหญ่พอที่จะใส่มันได้ครับ
ขอบคุณทุกท่านที่แน่ะนำทำให้วงจรนี้สมบูรณ์นะครับ
-
ขอเรียนถามคุณJakamanครับ
1 ด้านinput(ขา 7) R3 ขนานกับ R4และ C 0.022 ลงกราวด์ถูกต้องไหมครับ
2 ด้านoutput(ขา 3)ผมเข้าใจผิดหรือเปล่าว่าต้องมี R4 กับ C 0.022ต่อลงกราวด์
3 R 1 กับ R 4 ค่าเท่าไร และ C 0.022 คือ C 4ใช่ไหม ขอบคุณครับ
พันธุ์ศักดิ์
-
ขอเรียนถามคุณJakamanครับ
1 ด้านinput(ขา 7) R3 ขนานกับ R4และ C 0.022 ลงกราวด์ถูกต้องไหมครับ
2 ด้านoutput(ขา 3)ผมเข้าใจผิดหรือเปล่าว่าต้องมี R4 กับ C 0.022ต่อลงกราวด์
3 R 1 กับ R 4 ค่าเท่าไร และ C 0.022 คือ C 4ใช่ไหม ขอบคุณครับ
พันธุ์ศักดิ์
ตอบครับ
1 ด้านinput(ขา 7) R3 ขนานกับ R4และ C 0.022 ลงกราวด์ถูกต้องไหมครับ <== ใช่ครับ
2 ด้านoutput(ขา 3)ผมเข้าใจผิดหรือเปล่าว่าต้องมี R4 กับ C 0.022ต่อลงกราวด์ <== ไม่มีครับ ในวงจรต่อที่ Input อย่างเดียวครับที่ Output ไม่มีเนื่องจากลองต่อแล้วเสียงแห้งมากเลยเอาออกครับ
3 R 1 กับ R 4 ค่าเท่าไร และ C 0.022 คือ C 4ใช่ไหม ขอบคุณครับ <== R1 ค่า 1K ส่วน R2 ค่า 1 โอห์ม ครับ ส่วน C 0.022 uF ต้องขออภัยด้วยครับจมันเป็น C5 แต่เมื่อก่อนมี C4 22 uF อีกตัว แต่ผมตัดทิ้งไปแล้วแต่ลืมเปลี่ยนชื่อของ C5 เป็น C4 ครับ ต้องขอโทษด้วยครับ
ลองดูจากวงจรเอาครับ
-
ขอบคุณคุณJakamanมากๆครับ รบกวนคุณช่วยดูกระทู้ซื้อขายLM3875ด้วย
พันธุ์ศักดิ์
-
ใช้หม้อแปลง sec 24V-0-24V กระแสประมาณ 3 หรือ 4 แอมป์ ทำได้หรือเปล่าครับพอดีมีอยู่ 1 ตัวอยากลองทำดูครับ :help
-
ผมว่าไม่น่ารอดถ้าขับสองข้างพร้อมกันนะครับ(ไม่แน่ใจนะครับ) แต่แน่ะนำว่าเอามาขับตัวละข้างใช้ได้แน่นอนครับ
-
ใช้หม้อแปลง sec 24V-0-24V กระแสประมาณ 3 หรือ 4 แอมป์ ทำได้หรือเปล่าครับพอดีมีอยู่ 1 ตัวอยากลองทำดูครับ :help
ใช้ได้ครับ ลองฟังก่อน วันหลังจะเพิ่มเติมอย่างไรก็ค่อยว่ากัน มีอยู่แล้วไม่เสียหายอะไร
-
ผมว่าไม่น่ารอดถ้าขับสองข้างพร้อมกันนะครับ(ไม่แน่ใจนะครับ) แต่แน่ะนำว่าเอามาขับตัวละข้างใช้ได้แน่นอนครับ
ใช้หม้อแปลง sec 24V-0-24V กระแสประมาณ 3 หรือ 4 แอมป์ ทำได้หรือเปล่าครับพอดีมีอยู่ 1 ตัวอยากลองทำดูครับ :help
ใช้ได้ครับ ลองฟังก่อน วันหลังจะเพิ่มเติมอย่างไรก็ค่อยว่ากัน มีอยู่แล้วไม่เสียหายอะไร
ขอบคุณทั้งสองท่านครับจะลองดูครับ ขออนุญาติลอกการบ้านเจ้าของกระทู้เลยละกัน ขอหมั้น IC ไว้ให้ผมสักคู่นะเดี๋ยวเดือนหน้าค่อยแต่ง ตอนนี้ต้องหาเวลากัดแผ่นปริ้นส์ก่อน d_d
-
ผมว่าไม่น่ารอดถ้าขับสองข้างพร้อมกันนะครับ(ไม่แน่ใจนะครับ) แต่แน่ะนำว่าเอามาขับตัวละข้างใช้ได้แน่นอนครับ
ใช้หม้อแปลง sec 24V-0-24V กระแสประมาณ 3 หรือ 4 แอมป์ ทำได้หรือเปล่าครับพอดีมีอยู่ 1 ตัวอยากลองทำดูครับ :help
ใช้ได้ครับ ลองฟังก่อน วันหลังจะเพิ่มเติมอย่างไรก็ค่อยว่ากัน มีอยู่แล้วไม่เสียหายอะไร
ขอบคุณทั้งสองท่านครับจะลองดูครับ ขออนุญาติลอกการบ้านเจ้าของกระทู้เลยละกัน ขอหมั้น IC ไว้ให้ผมสักคู่นะเดี๋ยวเดือนหน้าค่อยแต่ง ตอนนี้ต้องหาเวลากัดแผ่นปริ้นส์ก่อน d_d
คุณTurbo กัดแผ่นปรินซ์เองหรือจ้างเค้ากัดให้ครับ ถ้าจ้างผมรบกวนกัดปรินซ์เผื่อผมด้วย 2 แผ่น แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไม่ต้อง ขอบคุณครับ
พันธุ์ศักดิ์
-
ผมว่าไม่น่ารอดถ้าขับสองข้างพร้อมกันนะครับ(ไม่แน่ใจนะครับ) แต่แน่ะนำว่าเอามาขับตัวละข้างใช้ได้แน่นอนครับ
ใช้หม้อแปลง sec 24V-0-24V กระแสประมาณ 3 หรือ 4 แอมป์ ทำได้หรือเปล่าครับพอดีมีอยู่ 1 ตัวอยากลองทำดูครับ :help
ใช้ได้ครับ ลองฟังก่อน วันหลังจะเพิ่มเติมอย่างไรก็ค่อยว่ากัน มีอยู่แล้วไม่เสียหายอะไร
ขอบคุณทั้งสองท่านครับจะลองดูครับ ขออนุญาติลอกการบ้านเจ้าของกระทู้เลยละกัน ขอหมั้น IC ไว้ให้ผมสักคู่นะเดี๋ยวเดือนหน้าค่อยแต่ง ตอนนี้ต้องหาเวลากัดแผ่นปริ้นส์ก่อน d_d
คุณTurbo กัดแผ่นปรินซ์เองหรือจ้างเค้ากัดให้ครับ ถ้าจ้างผมรบกวนกัดปรินซ์เผื่อผมด้วย 2 แผ่น แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไม่ต้อง ขอบคุณครับ
พันธุ์ศักดิ์
หากเป็นไปได้ เผื่อผมด้วย 2 แผ่นนะครับ
แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรครับ
ขอบคุณครับ
-
ผมว่าไม่น่ารอดถ้าขับสองข้างพร้อมกันนะครับ(ไม่แน่ใจนะครับ) แต่แน่ะนำว่าเอามาขับตัวละข้างใช้ได้แน่นอนครับ
ใช้หม้อแปลง sec 24V-0-24V กระแสประมาณ 3 หรือ 4 แอมป์ ทำได้หรือเปล่าครับพอดีมีอยู่ 1 ตัวอยากลองทำดูครับ :help
ใช้ได้ครับ ลองฟังก่อน วันหลังจะเพิ่มเติมอย่างไรก็ค่อยว่ากัน มีอยู่แล้วไม่เสียหายอะไร
ขอบคุณทั้งสองท่านครับจะลองดูครับ ขออนุญาติลอกการบ้านเจ้าของกระทู้เลยละกัน ขอหมั้น IC ไว้ให้ผมสักคู่นะเดี๋ยวเดือนหน้าค่อยแต่ง ตอนนี้ต้องหาเวลากัดแผ่นปริ้นส์ก่อน d_d
คุณTurbo กัดแผ่นปรินซ์เองหรือจ้างเค้ากัดให้ครับ ถ้าจ้างผมรบกวนกัดปรินซ์เผื่อผมด้วย 2 แผ่น แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไม่ต้อง ขอบคุณครับ
พันธุ์ศักดิ์
ว่าจะลองกัดเองครับผมว่าไม่น่ายากครับเพราะแผ่นเล็กลายเส้นน้อยและที่สำคัญถ้างานสำเร็จก็เป็นความภูมิใจเล็กๆครับว่าอย่างน้อยก็มีฝีมือเราอยู่ในงานนั้นด้วย แต่คงต้องอีกสักพักครับกว่าจะลงมือทำช่วงนี้ไม่ค่อยว่าง ถ้าคุณ พันธุ์ศักดิ์ทำเสร็จเอาผลงานมาโชว์กันบ้างนะครับ :headphone :showoff
-
ผมสรุปการทำทั้งหมดเอาไว้ที่
http://www.audiodevelop.com/lm3875.html
นะครับ
-
พอดีมีหลายท่านถามถึงอุปกรณ์ที่ลงว่ามองไม่ค่อยเห็น ผมเคยไปนั่งแกะๆ Protel หาวิธีเปลี่ยนสีของลายให้ดู Soft ลง เลยแก้รูปการลงอุปกรณ์ใหม่ดังนี้ครับ
-
Update 14/08/2008
ล่าสุดผมลองเอา Gainclone ของผมไปต่อกับโวลลุ่มเพื่อฟังตรงๆไม่ผ่านปรีแอมป์ ผลปรากฏว่าเสียงอู้มากๆเลยครับ... เลยสงสัยว่าเป็นอะไร สุดท้ายเอา RC Filter (R4,C4) ออกไป ผลสรุปคืออาการเสียงอู้หายไปและกลับมาสดใสเหมือนเดิม แสดงว่าท่านที่ต้องการที่จะนำไปต่อโวลลุ่มโดยตรงต้องตัด R4 และ C4 ออกไปด้วยนะครับ แล้วนำไปต่อที่ภาค Output แทน โดยนำไปบัดกรีกับบายดิ้งโพส (ขั่วต่อออกลำโพง) ก็ได้คับ :D
ทีนี้ผมก็รู้แล้วหล่ะว่าทำไมเค้านิยมต่อ RC Filter ที่ Output กัน... :giveup
หมายเหตุ LM3875TF ที่ผมขายอยู่หมดแล้วนะครับ ขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่อุดหนุนด้วยดีตลอดมา Y]