HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: dragonus ที่ 11 กรกฎาคม, 2008, 05:36:56 pm
-
ผมไม่เคยเล่นแอมหลอด แต่ผมเคยได้ยินว่าต้องต่อลำโพงไว้ ถ้าเปิดเครื่องแล้วไม่ต่อลำโพงเครื่องจะพัง
ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นครับ สงสัยมานานแล้วช่วยช้ี็้ีแนะด้วยครับบบบ
-
ผมเองก็เคยเหมือนกันแต่ไม่ได้เปิดนานแค่ประมาณ5วินาทีแล้วปิด ต่อสายลำโพงแล้วเปิดดังเหมือนเดิมครับ(ลืมต่อสายลำโพง)....
-
ผมไม่เคยเล่นแอมหลอด แต่ผมเคยได้ยินว่าต้องต่อลำโพงไว้ ถ้าเปิดเครื่องแล้วไม่ต่อลำโพงเครื่องจะพัง
ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นครับ สงสัยมานานแล้วช่วยช้ี็้ีแนะด้วยครับบบบ
ไม่เห็นเป็นไงเลย เวลาทำเครื่องต้องเปิดเช๊คไฟตั้งนานก็ไม่ต่อลำโพง ที่ทำมาไม่เห็นมันพังซักที หรือว่าดวงดีไม่รู้
-
เคยเจอครับ เอ้าท์พุทรุ่นเก่า ๆ ลวดมันเล็กมาก สายลำโฑงหลุดขณะเปิดอยู่ดัง ๆ แป๊บเดียวขาดเลย
-
เข้ามารายงานครับ OPT แสงทอง 30W PP สายลำโพงหลุดตอนย้ายที่วางลำโพง ผมใช้เวลาหาว่าทำไมมันไม่ดังพักใหญ่ๆ
ก็ไม่เห็นจะเสียนะครับ ต่อกลับได้ก็ดังเหมือนเดิม :whistling แต่ในหนังสือที่ผมทำ เตือนว่าหลอด output อาจจะพังนะครับ :bye1
-
อย่าเสี่ยงดีกว่าครับ ไม่ประมาทดีที่สุด ที่มันรอดมาได้ส่วนใหญ่เป็น amplifier กำลังไม่สูง
ประสบการณ์ส่วนตัว เด็กเตะสายลำโพงด้านหลังหลุด ขณะที่ amplifier ทำงานเกือบเต็มกำลัง
หลอด 6550 สี่ตัวพังภายในเวลาไม่ถึง 10วิ. ตามด้วย OPT. ครับ :cry2
สรุปต้องขาย amplifier ตัวนั้นทิ้งไป...เพราะไปสั่งพัน OPT มายังไง เสียงก็ไม่เหมือนเดิม
สั่งบริษัทผู้ผลิตก็ไม่มี part แล้ว เพราะมัน discontinue ไปกว่า 20ปี...แล้ว เสียดายสุดๆ
หลอดผมไม่เสียดาย...แต่ OPT เนี่ย...พังทีร้องเจี๊ยกเลย มือ2 ก็ไม่มีขายเพราะไม่มีแกะออกมาขาย :cry2
สรุป...อย่าเสี่ยงและประมาทดีที่สุดครับ
-
แล้วหลักการที่ทำให้ หลอด กับ opt พังเป็นเพราะอะไรอ่ะ ไม่เข้าใจ :( แบบนี้เวลาประกอบกำลังทดลองก็ต้องต่อลำโพงด้วยซินะ ผมล่ะเวลาวัดไฟไม่เคยต่อลำโพงสักที ต้องหาลำโพง 30 บาทมาใช้แล้วล่ะ อ้อ !! ขอถามด้วยสักข้อแล้วถ้าสายลำโพงช๊อตกัน จะพังไหมครับ นับว่ายังโชคดีที่มีฟังแค่ 0.75 - 3 วัตต์ ;D
-
หรือเป็นที่ว่าเวลาที่ไม่ได้ต่อลำโพงทำให้เอาท์พุทเกิดอิ่มตัวขึ้นมาไม่มีโหลดระบายแรงดันเอซีในตอนที่หลอดเอาท์พุททำงานเต็มกำลัง... เหมือนคุณsawasdeeกล่าวถึงพอเอาท์พุทพังหรือช็อทก็ดึงหลอดพังตามไปด้วย ผมเองก็เคยได้ยินช่างหลายท่านบอกเหมือนกันเล่นหลอดอย่าลืมต่อลำโพง... ผมเคยซ่อมเครืองหลอดงานวัดไม่ได้ต่อลำโพงหรือสายลำโพงช็อทกันได้ยินเสียงเพลงดังมาจากเอาท์พุท....
-
ถูกอย่างที่คุณ sawasdee และ Somtick ครับ เอ้าท์พุทรุ่นใหม่ ๆ เผื่อลวดเยอะ จึงทนกว่า เมื่อสายลำโพงหลุด โหลดด้านไพรมารี่จะเปลี่ยนไปด้วยครับ กระแสจะไหลผ่านหลอดและเอ้าท์พุทมากขึ้น
-
ถูกอย่างที่คุณ sawasdee และ Somtick ครับ เอ้าท์พุทรุ่นใหม่ ๆ เผื่อลวดเยอะ จึงทนกว่า เมื่อสายลำโพงหลุด โหลดด้านไพรมารี่จะเปลี่ยนไปด้วยครับ กระแสจะไหลผ่านหลอดและเอ้าท์พุทมากขึ้น
ใช่แล้วครับคุณMC เวลาผมพันเอาท์พุทไม่ว่าจะเป็นตัวwatt สูงหรือต่ำจะเผื่อลวดให้เยอะๆไว้ครับ..
-
ผมก็ไม่ทราบว่ามีเหตุผลใด เพราะหลักวิชาการหลอดไม่ลึกพอ แต่ได้ยินมาว่าหากไม่มีโหลด หลอดเพาเวอร์มันจะอาร์คและพังได้ ไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวกับขนาดของขดลวด OPT ไหม
-
ผมก็ไม่ทราบว่ามีเหตุผลใด เพราะหลักวิชาการหลอดไม่ลึกพอ แต่ได้ยินมาว่าหากไม่มีโหลด หลอดเพาเวอร์มันจะอาร์คและพังได้ ไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวกับขนาดของขดลวด OPT ไหม
ก็เป็นอย่างที่ อ.Mc บอกไว้แหละครับ เมื่อ Secondary ไม่มี load ก็เท่ากับ Primary มองไม่เห็น load ไปด้วย
ค่า Control grid มันก็เพี้ยนไปด้วย...เริ่มจากการเผาตัวเอง ;D ...หลอดไหม้เสร็จถ้า OPT ทนไหวก็รอดไปครับ
อาการไม่มี load นี่หนักกว่า R Cathode ขาดเยอะครับ
เวลาปรับแต่งไม่ต้องลำโพงไว้ก็ได้ครับ เผื่อมีเหตุการณ์ผิดพลาด หา reactive load หรือ resistor 8Ohms.ต่อไว้เเทนก็ได้ครับ
ผมไม่ค่อยเห็นด้วยเวลาปรับแต่ง เช่นปรับ bias โดยที่ไม่ต่อ load เอาไว้...ค่ามันไม่ค่อยนิ่งครับ ( ไม่เกี่ยวกับกรณีที่ใช้หลอดใหม่เอี่ยม อันนั้นต้องใช้เวลานิดหน่อย)
:)
-
ถ้าไม่ป้อนsingnal ก็ยังไม่มีการผลิต power ออกมา ไม่ต่อ load ก็ไม่เป็นไร
ถ้าป้อนsingnal มีการขยายสัญญาณ มีการผลิต power ออกมาแล้วอย่างสมบูรณ์แล้ว พลังงานนี้จะถ่ายทอดผ่าน opt ไปยัง load ถ้าloadเป็น r ก็จะเปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อน ถ้าloadเป็น ลำโพง ก็จะเปลี่ยนพลังงานเป็นเสียง แต่ถ้าไม่ต่อ Load พลังงานที่ผลิตออกมาแล้วอย่างสมบูรณ์ก้อนนี้จะสะท้อนกลับ ผ่านopt และ หลอดโดยเอา opt และ หลอด เป็น load แทน ดังนั้นถ้าpowerต่ำๆมันก็ทนได้ ถ้าpowerสูงๆความร้อนที่ opt และ หลอด จะสูงอย่างรวดเร็ว
เรื่องนี้เป็นกรณีเดียวกับเครื่องส่งวิทยุ ที่ไม่ต่อเสาอากาศ หรือ เสาอากาศ ไม่match กับoutputของเครื่องส่ง
พิมพ์เหนื่อย :-X
-
ถ้าไม่ป้อนsingnal ก็ยังไม่มีการผลิต power ออกมา ไม่ต่อ load ก็ไม่เป็นไร
ถ้าป้อนsingnal มีการขยายสัญญาณ มีการผลิต power ออกมาแล้วอย่างสมบูรณ์แล้ว พลังงานนี้จะถ่ายทอดผ่าน opt ไปยัง load ถ้าloadเป็น r ก็จะเปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อน ถ้าloadเป็น ลำโพง ก็จะเปลี่ยนพลังงานเป็นเสียง แต่ถ้าไม่ต่อ Load พลังงานที่ผลิตออกมาแล้วอย่างสมบูรณ์ก้อนนี้จะสะท้อนกลับ ผ่านopt และ หลอดโดยเอา opt และ หลอด เป็น load แทน ดังนั้นถ้าpowerต่ำๆมันก็ทนได้ ถ้าpowerสูงๆความร้อนที่ opt และ หลอด จะสูงอย่างรวดเร็ว
เรื่องนี้เป็นกรณีเดียวกับเครื่องส่งวิทยุ ที่ไม่ต่อเสาอากาศ หรือ เสาอากาศ ไม่match กับoutputของเครื่องส่ง
พิมพ์เหนื่อย :-X
:clap :clap :clap
-
ถ้าไม่ป้อนsingnal ก็ยังไม่มีการผลิต power ออกมา ไม่ต่อ load ก็ไม่เป็นไร
ถ้าป้อนsingnal มีการขยายสัญญาณ มีการผลิต power ออกมาแล้วอย่างสมบูรณ์แล้ว พลังงานนี้จะถ่ายทอดผ่าน opt ไปยัง load ถ้าloadเป็น r ก็จะเปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อน ถ้าloadเป็น ลำโพง ก็จะเปลี่ยนพลังงานเป็นเสียง แต่ถ้าไม่ต่อ Load พลังงานที่ผลิตออกมาแล้วอย่างสมบูรณ์ก้อนนี้จะสะท้อนกลับ ผ่านopt และ หลอดโดยเอา opt และ หลอด เป็น load แทน ดังนั้นถ้าpowerต่ำๆมันก็ทนได้ ถ้าpowerสูงๆความร้อนที่ opt และ หลอด จะสูงอย่างรวดเร็ว
เรื่องนี้เป็นกรณีเดียวกับเครื่องส่งวิทยุ ที่ไม่ต่อเสาอากาศ หรือ เสาอากาศ ไม่match กับoutputของเครื่องส่ง
พิมพ์เหนื่อย :-X
เพิ่งนึกขึ้นได้ตอนเรียนเครื่องส่ง อ. ก็มีบอกเรื่องที่คุณ PORN บอกไว้เหมือนกันครับ ประมาณว่าถ้าสายกากาศไม่แมทซ์กำลังมันจะย้อนกลับมาที่ภาคส่งและเครื่องส่งเราก็จะเน่า :cold :cold :cold
-
อืม...ผมอีกคนนึงเวลาปรับแต่งภายในเครื่อง ชอบปลดลำโพงออกทุกครั้งแต่ก้อไม่เห็นเป็นอะไร :)
นั่นแสดงว่าผมไม่ได้ป้อนสัญญาณอะไรเข้าไปแบบที่พี่ PORN กล่าวมาแหงๆ
...แต่ต่อไปเอาชัวร์ ไปซื้อ R 8ohm ซัก 10-20วัตต์ มาต่อแทนลำโพงให้เป็นโหลดกันไว้ดีกว่านะคับพี่น้อง O0
-
ถ้าเป็นวิทยุรับ-ส่ง ก็จะเกิดอาการเครื่องเสียที่ช่างชอบเรียกว่า PA พังครับ เกิดจากสายอากาศไม่แมทช์ หรือลืมต่อสายอากาศแล้วกดคีย์ออกอากาศครับ :nono :nono :nono
-
O0ได้ความร้เพิ่มอีกแยะเลยคับ :clap :clap
-
ได้ประโยชน์มากทีเดียวเลยครับ มือใหม่อย่างผม ยังไม่รู้มาก่อนเลยครับ ว่าต่องต่อโหลดไว้ด้วยตอนทดสอบ
ทราบแล้วต้องบอกต่อครับ :secret
-
อืม...ผมอีกคนนึงเวลาปรับแต่งภายในเครื่อง ชอบปลดลำโพงออกทุกครั้งแต่ก้อไม่เห็นเป็นอะไร :)
นั่นแสดงว่าผมไม่ได้ป้อนสัญญาณอะไรเข้าไปแบบที่พี่ PORN กล่าวมาแหงๆ
...แต่ต่อไปเอาชัวร์ ไปซื้อ R 8ohm ซัก 10-20วัตต์ มาต่อแทนลำโพงให้เป็นโหลดกันไว้ดีกว่านะคับพี่น้อง O0
ต่อ load กันไว้ก่อนดีแน่ ถึงเราไม่ได้ป้อนสัญญาณอะไรเข้าไป แล้วกำลังปรับ ปรับ จูน จูน ถ้าเราไม่ต่อ load แล้วเกิด Amp มัน ออสซิเลตเอง plate อาจแดงขึ้นเองเฉยๆ แล้วตาจะแดงๆ พร้อมน้ำตาไหลๆ :black_eye :cry2
-
ขอบคุณครับ ผมเองก็ทดลองเปลี่ยน R- C แล้วไม่ต่อสายลำโพง ถอดหลอดออกด้วย พอยกไป เสียบสายลำโพง เสียบหลอด พอป้อนสัญญาณ เข้าไปใหม่ ปรากฎว่า มีเสียงปุ๊เบาๆ ออกที่ลำโพงทุกครั้ง ครับ ไม่ทราบว่าเกิดจาก ที่กล่าวมาจากกระทู้ข้างต้นหรือไม่ครับ :D
-
ต้องขอขอบคุณที่ให้ความกระจ่าง
ผมคิดว่ายังมีผู้ที่คิดไม่ถึงกับสิ่งนี้มากมายคงได้เข้าใจและไม่ต้องมาน้ำตาเช็คหัวเข่า :'(
-
ขอบคุณครับ ผมเองก็ทดลองเปลี่ยน R- C แล้วไม่ต่อสายลำโพง ถอดหลอดออกด้วย พอยกไป เสียบสายลำโพง เสียบหลอด พอป้อนสัญญาณ เข้าไปใหม่ ปรากฎว่า มีเสียงปุ๊เบาๆ ออกที่ลำโพงทุกครั้ง ครับ ไม่ทราบว่าเกิดจาก ที่กล่าวมาจากกระทู้ข้างต้นหรือไม่ครับ :D
มันอาจจะ ออสซิเลตที่ความถี่ต่ำๆ ผลจากเปลี่ยน R- C ไม่น่าเกี่ยวกับไม่ต่อ load อย่าเชื่อผมมากนะ บางทีผมก็มั่วนิ่มอ่ะ :shutup
-
ถึงจะไม่ป้อนสัญญาณใด ๆ เข้าที่อินพุท แต่อย่าลืมว่าสารพัดสัญญาณลบกวนต่าง ๆ ที่เกิดจากตัวอุปกรณ์จะเห็นสาเหตุตัวสำคัญที่ทำลายอุปกรณ์ตัวสุดท้าย ลืมเรื่องการสร้างแอมป์ทรานซิสเตอร์แล้วหรือครับ :)