HTG2.club

Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: dome ที่ 18 กันยายน, 2008, 10:29:21 am

หัวข้อ: อยากรู้เรื่องเครื่องชาร์จแบตรถยนต์
เริ่มหัวข้อโดย: dome ที่ 18 กันยายน, 2008, 10:29:21 am
ขอนอกเรื่องแต่คิดว่าเป็นประโยชน์   คือรถยนตผม์ใช้น้อยครับ เจอแบตจ่ายไฟไม่พอบ่อย ไม่รู้หลักการทำงานของเครื่องชาร์จแบตยังไงทำเองหรือซื้อดีครับ ไม่รู้จะซื้อที่ไหน
และแบตถ้าไม่ใช้ให้ถอดขั้วลบออก ถามว่าจริงๆมันก็ยังคายประจุใช่ไหมครับ สุดท้ายไฟก็อ่อนลงอยู่ดี (ถ้าเข้าใจไม่ผิด) แล้วจะมีวิธีไหนที่จะทำให็แบตใช้ได้ทนนานๆบ้างครับ
หัวข้อ: Re: อยากรู้เรื่องเครื่องชาร์จแบตรถยนต์
เริ่มหัวข้อโดย: PV ที่ 18 กันยายน, 2008, 11:30:42 am
ไฟรั่วหรือเปล่าครับ
ดับเครื่องแล้วถอดขั้วแบต เอาแอมป์มิเตอร์ วัดดูครับ
รถ ถ้าไม่ค่อยใช้ อาทิตย์ละครั้ง ควร start เครื่อง เอารถวิ่งรอบหมู่บ้านเล่นซัก 10-20 นาที
เครื่องชาร์จแบต ผมทำเองครับ ดัดแปลงจากซัพพลาย คอมเก่าๆ
หัวข้อ: Re: อยากรู้เรื่องเครื่องชาร์จแบตรถยนต์
เริ่มหัวข้อโดย: dome ที่ 18 กันยายน, 2008, 12:29:28 pm
ขอวงจรด้วย+อุปกรณ์ที่ใช้
หัวข้อ: Re: อยากรู้เรื่องเครื่องชาร์จแบตรถยนต์
เริ่มหัวข้อโดย: PV ที่ 18 กันยายน, 2008, 12:56:04 pm

คร่าวๆ คือ เปลี่ยน R feedback ตรงไฟ +12 V ที่จะไปขา 1 ของ TL494 (ถ้า Supply คุณใข้ TL494 เป็น PWM)

Supply คอม แต่ละรุ่น วงจรไม่เหมือนกัน แต่ก็คล้ายกันครับ
หัวข้อ: Re: อยากรู้เรื่องเครื่องชาร์จแบตรถยนต์
เริ่มหัวข้อโดย: นายป้อ ที่ 18 กันยายน, 2008, 09:40:13 pm
รถใช้น้อยแบบนี้ถ้าจะขาย กระซิบกันบ้างนะครับ :secret d_d :yahoo c)
หัวข้อ: Re: อยากรู้เรื่องเครื่องชาร์จแบตรถยนต์
เริ่มหัวข้อโดย: DIY มด ที่ 18 กันยายน, 2008, 09:53:33 pm
เครื่องชาร์ทแบตที่ขายทั่วๆไปไม่มีอะไรเลยครับ แค่หม้อแปลงกับไดโอดเท่านั้นเอง ไม่คุ้มค่าการลงทุนเลยครับ
แนะนำว่าให้สตาร์ทรถบ้างอย่างที่คุณ PV ว่ามาดีกว่าครับ เสียแค่ค่าน้ำมันนิดหน่อยเท่านั้นเอง ได้บริหารระบบเครื่องยนต์ไปในตัวด้วยครับ ยางรถก็ไม่เสื่อมด้วย
หัวข้อ: Re: อยากรู้เรื่องเครื่องชาร์จแบตรถยนต์
เริ่มหัวข้อโดย: aphiphot ที่ 19 กันยายน, 2008, 10:03:42 am
หรือไม่ก็DIYเองจามที่คุณPVแนะนำครับประหยัดดีครับ
หัวข้อ: Re: อยากรู้เรื่องเครื่องชาร์จแบตรถยนต์
เริ่มหัวข้อโดย: DS ที่ 19 กันยายน, 2008, 10:34:42 am

ไม่ใช่แค่แบตเตอรี่อย่างเดียวนะครับ
รถที่จอดไว้นาน ๆ ไม่ได้ขยับเขยื้อนเลย ปกติต้องขึ้นขาตั้งยกล้อทั้ง 4 ให้ลอยพ้นพื้นครับ
ไม่งั้นช่วงล่างทั้งระบบอาจชำรุดเสียหายได้ ยางทั้ง 4 ล้อที่โดนกดทับเพียงจุดเดียวนาน
อาจทำให้โครงลวดบิดตัวเสียรูปได้  อีกทั้งเครื่องยนต์ หม้อน้ำ แอร์ พัดลมระบายความร้อน
ฯลฯ 

ผมทำใช้อย่างง่าย ๆ ครับ ชาร์ททิ้งไว้แค่ 15-20 นาที ก็สตาร์ทเครื่องติดแล้วครับ
เครื่องยนต์เบนซิน สตาร์ทติดได้ง่ายกว่าดีเซล 

แรงดันไปที่ออกมาจากเยนเนอเรเตอร์ ของรถยนต์ที่เอามาชาร์ทแบต
ตามคู่มือช่างระบุไว้ 14.5 V.DC. ครับ
หัวข้อ: Re: อยากรู้เรื่องเครื่องชาร์จแบตรถยนต์
เริ่มหัวข้อโดย: wat12(คุ้ม) ที่ 19 กันยายน, 2008, 11:07:44 am
เพิ่มวงจร  จ่ายกระแสคงที่  ต่อคั่นเข้าไป  (หม้อแปลงคงต้อง เป็น15VAC) ก็จะถนอมแบ็ตครับ(หากใช้แบ็ตคุณภาพดีราคาสูง)
หัวข้อ: Re: อยากรู้เรื่องเครื่องชาร์จแบตรถยนต์
เริ่มหัวข้อโดย: dome ที่ 19 กันยายน, 2008, 12:38:22 pm
อย่างนี้ก็เหมือนกับแปลง AC เป็น DCธรรมดาเองเหรอครับ แล้วเราควรใช้ขนาดหม้อแปลงกี่แอมป์ดี  เวลาชาร์จเห็นต้องเปิดฝาเติมน้ำกลั่นไหม และชาร์จนานขนาดไหนครับ
หัวข้อ: Re: อยากรู้เรื่องเครื่องชาร์จแบตรถยนต์
เริ่มหัวข้อโดย: DS ที่ 19 กันยายน, 2008, 12:56:40 pm
จะชาร์ทแบบพอให้มีไฟ ฉุดไดสตาร์ท ให้เครื่องติด แล้ววิ่งให้ไฟในรถมันชาร์ทต่อ
หรือจะชาร์ทแบบเอาให้เต็มลูกเลย

ถ้าแบบแรก หม้อแปลงซัก 1 หรือ 2 แอมป์ก้อพอ ไม่ต้องเปิดฝาน้ำกลั่นก็ได้
แต่ถ้าแบบสองก็คงต้องไม่ต่ำกว่า 5 แอมป์หละครับ และต้องเปิดฝาน้ำกลั่นทั้ง 6 ช่อง


หัวข้อ: Re: อยากรู้เรื่องเครื่องชาร์จแบตรถยนต์
เริ่มหัวข้อโดย: taoybb ที่ 04 ตุลาคม, 2011, 11:36:36 am
ตามหลักการที่เคยอ่านมานะครับ กระแสชาร์ทที่เหมาะสม หาได้โดย 10-20 ไปหารกับค่า Ah ของแบตครับ
หัวข้อ: Re: อยากรู้เรื่องเครื่องชาร์จแบตรถยนต์
เริ่มหัวข้อโดย: PINIJ ที่ 04 ตุลาคม, 2011, 01:02:24 pm
(http://s2.uppic.mobi/image-FCB2_4E8A9FEB.jpg)

เอาแบบง่ายๆ นะ คุณมีหม้อแปลงประมาณ 10-12v ไหม? แล้วไปหาซื้อไดโอดที่ทนกระแสมากๆ หน่อย ทำตามรูปเลยครับ ผมทำมาหลายอันแล้ว ตั้งแต่หม้อแปลงขนาดเท่าหัวนิ้วโป้ ยันตัวใหญ่สุดคือตัวนี้ละครับ ที่ต้องทำหลายอันเพราะเพื่อนๆ ยืมไปแล้วไม่ยอมคืนอ่ะครับ ถ้าหม้อแปลงเล็กต้องซราทกันข้ามคืนถึงจะเต็ม ถ้าแบบตัวนี้ชั่วโมงเดียวรถสตราทได้เลยละครับ ผมเอาหม้อแปลงที่สั่งมาทำไฟจุดไส้หลอด 6.3+6.3 v สองอันมาต่ออนุกลมกัน ตัวนี้ใช้มา 5 ปีแล้วละครับ ตัวนี้เพื่อนก็ยืมไปหลายครั้งเหมือนกัน แต่ยังได้คืนกลับมา :yahoo ไดโอดเพิ่งจะฟังไปเมื่อเดือนที่แล้วเพราะเพื่อนไปต่อกลับสายบวกลบซะนี่  :nono
หัวข้อ: Re: อยากรู้เรื่องเครื่องชาร์จแบตรถยนต์
เริ่มหัวข้อโดย: prasan ที่ 04 ตุลาคม, 2011, 01:49:48 pm
แบตเตอรี่ชาร์จเต็มแล้วไม่ใช้งาน ถึงแม้จะไม่ต่อสายเลยก็จะมีการคายประจุออกอยู่แล้วครับ เรียกว่า Self discharging ครับ การอัดประจุถ้าจะให้อายุแบตเตอรี่นานๆ อย่าใช้ไฟแรง ปกติผู้ผลิตมักจะแนะนำให้จำกัดกระแสไม่เกิน 10% ของค่า Ampere-Hour เช่น แบตเตอรี่ 200Ah กระแสที่ใช้ไม่ควรเกิน 20A ครับ

ความร้อนเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้อายุของแบตเตอรี่สั้งลง มีการทำวิจัยมาแล้วว่าทุกๆ อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 10 องศา C จะทำให้อายุของแบตเตอรี่ลดลงครึ่งหนึ่ง เข่น ถ้าผู้ผลิตออกแบบให้มีอายุการใช้งาน 25 องศา มีอายุการใช้งาน 2 ปี ถ้าเราชาร์จไฟแล้วทำให้อุณหภูมิเป็น 25+10 องศา C อายุการใช้งานก็จะลดลงเหลือแค่ 1 ปี ครับ ถ้าเราชาร์จไฟแล้วทำให้อุณหภูมิเป็น 25+10+10 องศา อายุการใช้งานก็จะลดลงเหลือแค่ครึ่งปี ครับ

แบตที่ชาร์จค้างไว้ตลอด ไม่มีการใช้งานเลย พอจะให้มันจ่ายกระแส มันอาจจะจ่ายกระแสได้ไม่เต็มที่ครับ เนื่องจากแผ่นธาตุมันด้าน ต้องให้มีการคายประจุบ้างครับ ถ้าเป็นแบตน้ำก็จะแก้โดยการทำ Equalizing charge โดยการจ่ายไฟสูงกว่าปกติเข้าไปเพื่อให้เกิดความร้อนและเป็นการทำให้แผ่นธาตุไม่ด้าน เหมือนเราเอากระแสไฟกระทุ้งแผ่นธาตุนั่นแหละครับ

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับแบตเตอรี่อีกมากครับ จบดีกว่า  ;D ;D :bye1
หัวข้อ: Re: อยากรู้เรื่องเครื่องชาร์จแบตรถยนต์
เริ่มหัวข้อโดย: Eak-tubeamp ที่ 04 ตุลาคม, 2011, 02:30:37 pm
แบตเตอรี่ชาร์จเต็มแล้วไม่ใช้งาน ถึงแม้จะไม่ต่อสายเลยก็จะมีการคายประจุออกอยู่แล้วครับ เรียกว่า Self discharging ครับ การอัดประจุถ้าจะให้อายุแบตเตอรี่นานๆ อย่าใช้ไฟแรง ปกติผู้ผลิตมักจะแนะนำให้จำกัดกระแสไม่เกิน 10% ของค่า Ampere-Hour เช่น แบตเตอรี่ 200Ah กระแสที่ใช้ไม่ควรเกิน 20A ครับ

ความร้อนเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้อายุของแบตเตอรี่สั้งลง มีการทำวิจัยมาแล้วว่าทุกๆ อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 10 องศา C จะทำให้อายุของแบตเตอรี่ลดลงครึ่งหนึ่ง เข่น ถ้าผู้ผลิตออกแบบให้มีอายุการใช้งาน 25 องศา มีอายุการใช้งาน 2 ปี ถ้าเราชาร์จไฟแล้วทำให้อุณหภูมิเป็น 25+10 องศา C อายุการใช้งานก็จะลดลงเหลือแค่ 1 ปี ครับ ถ้าเราชาร์จไฟแล้วทำให้อุณหภูมิเป็น 25+10+10 องศา อายุการใช้งานก็จะลดลงเหลือแค่ครึ่งปี ครับ

แบตที่ชาร์จค้างไว้ตลอด ไม่มีการใช้งานเลย พอจะให้มันจ่ายกระแส มันอาจจะจ่ายกระแสได้ไม่เต็มที่ครับ เนื่องจากแผ่นธาตุมันด้าน ต้องให้มีการคายประจุบ้างครับ ถ้าเป็นแบตน้ำก็จะแก้โดยการทำ Equalizing charge โดยการจ่ายไฟสูงกว่าปกติเข้าไปเพื่อให้เกิดความร้อนและเป็นการทำให้แผ่นธาตุไม่ด้าน เหมือนเราเอากระแสไฟกระทุ้งแผ่นธาตุนั่นแหละครับ

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับแบตเตอรี่อีกมากครับ จบดีกว่า  ;D ;D :bye1
   :clap :clap