HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม โฮมเธียเตอร์ (HT) => ข้อความที่เริ่มโดย: 1080p ที่ 04 กรกฎาคม, 2005, 09:54:20 am
-
เพื่อที่จะให้ได้ภาพออกมาดีที่สุดแล้ว
ตัวเครื่องสแคนเลอร์ยังมีประโยชน์
ที่จะช่วยในเรื่องของภาพอยู่หรือเปล่าครับ
และถ้ายังสามารถเอาไปใช้กับเครื่องเล่นไฮเดฟได้อยู่
ความแตกต่างที่ได้คืออะไรบ้างครับ
วานผู้รู้ช่วยตอบด้วยครับ
ขอบคุณครับ
???
-
ถ้าเครื่อง HD DVD ออกมาแล้วพร้อมกับเล่น software HD DVD สเกลเลอร์ก็ได้เวลาเก็บลงกล่อง หรือโชว์บนหิ้ง หรือเก็บไว้สำหรับดูแผ่น DVD ธรรมดาที่เก็บสะสมไว้มากมายครับผม
-
เกี่ยวไม่เกี่ยวผมไม่รู้นะ แต่สงสัยจะจริงอย่างที่คุณหมอพูดแฮะ เห็นในงานมีการเอาสเกลเลอร์รุ่นเล็กๆมาแถมเป็นของฟรีแล้วล่ะครับ
-
เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแล้วครับผม
เกือบพลาดไปเหมือนกัน
ว่าจะสอยมาไว้สักเครื่องแล้วเชียว
สรุป อดทนรอเครื่องเล่น HD DVD แล้วครับ
ขอบคุณครับ ที่ให้ข้อมูล :)
-
สังเกตว่าช่วงปีที่ผ่านมามีสเกลเลอร์ ลดราคาลงมามากๆ เข้ามาขายบ้านเรา
เป็นช่วงที่เค้ากะลังโละสต๊อกแล้วละครับ ก่อนที่ฟอร์แมท HD จะออกมาปลายปีนี้
-
หากสนใจจะใช้เครื่องสเกลเลอร์จริงๆ.....หาซื้อเครื่องมือสองสภาพดีๆ......ลงทุนไปก่อนดีกว่าครับ
เครื่องเล่น HD DVD Player และ แผ่น HD DVD ราคาจำหน่ายครั้งแรก คงจะสูงน่าดู และก้อคงจะมีหนังดีๆแค่ไม่กี่เรื่องเพื่อซื้อเก็บ!!!!
ผมก็รอแบบที่พี่ cp ว่าเลยครับ แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่เห็นมีใครปล่อยเลย อิ อิ :D
จะให้ซื้อของใหม่ก็สู้รอ hd dvd ต่อปาย :P
-
เครื่องเล่น HD DVD ที่จะออกมาใหม่ราคาเริ่มต้นประกาศมาที่พันเหรียญยูเอส แผ่น software น่าจะอยู่ราวพันแก่ ๆ หรือสองพัน แผ่น copy ไม่ต้องหาคงอีกเป็นปีกว่าจะแคะ code ใหม่ได้ วันนี้ราคา scaler ดี ๆ ถูกลงมามาก ถ้าท่านยังมีแผ่น DVD เหลืออยู่เยอะด้วย ยังถือว่าน่าลงทุนมากครับเพราะภาพที่ได้จะดีขึ้นอีกมาก
-
จากบรรยากาศเล็กๆ ที่หดหู่ เรื่องอจ.มัง ผมยังงงอยู่กับเหตุการณ์นี้ ผมพึ่งจะเถียงกันอยู่ ในแง่ 2 แชลแนลกับแผ่น CD Copy
ผมมาขอแจมด้วย� ในความเห็นของผม� การให้ความเห็นขอผมก็แล้วแต่� มุมมองที่ใครจะคิด
มาว่าเรื่อง
� �
1. ในแง่อนาคต� 90� % ควรจะส่งสัญญาณเป็น 1080 I และที่เหลือจะส่ง 720 P และ HD DVD Player ก็ใช่หลักการเดียวกัน
� � �และผมถามกลับครับ
�
โดยทั่วไปเครืองเล่น� computerหลายเครื่องตอนนี้ก็ปล่อยสัญญาณ� ได้ 1080 I�( อย่างเครื่องพี่ สมชาย ) บางแผ่นก็เล่น Hi-def ต้นทาง 1080I� และ 720P
แต่ทำไมส่วนใหญ่เล่นเป็น 720 P ( หมายเหตุ เครื่องต้องรองรับ resolution 720p)� เพราะอะไรหรือครับ� �
� �ตอบได้เลย� � �ถ้าจอบ้านท่านเล็กท่านอาจมองไม่เห็นรอยขยักแต่� ( ถ้าตาเซียนอย่างพี่หมอตอนนี้ยังไม่ดู 1080I� เลยครับ ) แต่เนื่องจากเทคโนโลยี คงต้องการ progresive scan� แน่นอน� และจะทำอย่างไร� ก็คงต้องมาอาศัย� scalar� �แน่นอนเพื่อให้เป็น 1080 P� � �
� � �
2.มาว่าด้วยเครื่องรับสัญญาณ� แบ่งได้เป็นหลายอย่างลองดูภาพตาม นะครับ
เครื่องฉายรับภาพในท้องตลาดจะมี
� � 2.1.เครื่องฉาย� CRT 3 หลอด� อย่างของพี่ CPและกลุ่มที่เป็นเจ้าของ 7-9 นิ้ว� ต่างๆยังงไงก็จำเป็นที่จะต้องเล่น scalar อย่าง 100%� เพราะเครื่องจำพวกนี้มีค่า� resolation ไม่เหมื่อนใครเค้าครับ� อันนี้จำเป็นมากๆ
� � 2. 2. เครื่อง ฉาย DLP,lcd 1 หลอด� ที่แจ้งเกิดเป็น 720 Pและรับ 1080I�(ตอนนี้ส่วนใหญ่ก็ดู 720 P) � แต่สุดท้ายก็ต้องค้นหา 1080 Pเพื่อเนที่สุด เทคโนโลยี
� ถ้าคุณปล่อยสัญาณ 1080I� �ให้กับเครื่องฉายที่รองรับ 1080P � �สุดท้ายคุณก็ต้องใช้ scalar ใน projector ให้ทำเป็น 1080 P� และถามกลับ scalar ในโปรเจคเตอร์จะดีกว่า scalar� อย่าง DVDO, lumagen,� cry...� ได้หรือ� �สุดท้ายคุณก็ต้องกลับมาหา scalar� เหมือนเครื่องเสียงแยกชิ้น
� � 3. ทีวีบ้านทั่วไปและ LCD และ PLASMA� �ก็จำเป็นเช่นเดียวกัน� เพราะถ้าคุณป้อนสัญญาณ เป็น 1080 i scalar ในทีวีก็จัดการทำการให้แทน แล้วจะดีกว่า scalar ภายนอกได้อย่างไร
-
มาว่าต่อ
ประโยชน์ใช้สอย� ส่วนใหญ่กะผม� จะแนะนำให้เล่น scalar กัดฟันหน่อย( ผมก็เป็นผู้ขายของเพื่อนคงต้องคิด 2 ทางด้วยนะครับ )
� การใช้ SCalar ราคาเครื่องตอนนี้อยู่ที่ 40,000-60,000-100,000� บาท
ประโยชน์ที่ได้รับ
� 1.ช่วยประหยัดลดค่าสายได้บางส่วน� เช่นกรณี ที่เราใข้ PROjector� ช่วยได้เยอะมาก
เพราะเราต้องเดิมสายอย่าง component,composite ,s-video, RGBHVราคา 4 รายการถ้าเลือกเกรดดีหน่อยก็มีเกือบ 2 หมื่นแล้วครับ
� �เนื่องจากการตลาด ของ SCALAR เริ่มมีราคาไม่แพงนัก� ไม่ใช่เป็นการเทกระจาดอย่างที่คิดกันนะครับ� เพราะเนื่องจากการแข่งขันเรื่องราคาทำให้ผู้นำเข้าและผู้ผลิตเห็นจุดขายนี้มากกว่า และคงคิดว่าScalar� เป็นสิ่งจำเป็นมากกว่า � และบางส่วนเป็นผลจากการติดตั้งที่เจอกัน เพราะโดยส่วนใหญ่ถ้าเดินสายมากๆ� อาจจะต้องกรีดผนังมากขึ้นเช่นกันครับ
� 2.การพึงสัญาณโดยนำทุกอย่างมาเข้า scalar� ก่อนแล้วปล่อย สัญญาณ� scalar� ไปที่ เครื่องรับจุดเดียว ทำให้ง่ายต่อการใช้งานขึ้น� และปรับเซตง่ายเพราะเคยเกิดปัญหากับผู้บริโภค� �การประหยัดโดยสลับสาย DVI ไปมาเคยเกิดเหตุการ DVI ไหม้ก็มี ครับ� และไม่สะดวกในการเล่น computer ด้วย
� 3.สุดท้ายเนื่องจากเทคโนโลยี้ตอนนี้เป็นการรอ ซะมากกว่า� และถ้าเครื่องดังกล่าวออกมาคุณจะซื้อเลยหรือไม่� �คุณก็ต้องรอให้มันถูกก่อนเช่นเดิม
� ถ้าคุณต้องการ� �ณ.ประจุบันให้ดีที่สุด คุณก็ต้องอาศัย scalar มัน อย่างแน่นอน และส่วนเรื่องรออนาคตคุณก็เตรียมการไว้แล้วเช่นกัน� คุณจะรอไปอีกทำไมหรือ� แต่ถ้าเป็นปัญหาเรื่องปัจจัย� ก็อีกประการหนึ่งครับ
ผมในฐานะเป็นผู้ค้าขาย� เทคโนโลยี� เป็นเรื่องขอความพอใจครับ� เหมือนซื้อ คอมพิวเตอร์ครับ�
� พิมพ์อะไรผิด� ขอโทษมาณ.ที่นี้ด้วย
-
พิมพ์อะไรผิด ขอโทษมาณ.ที่นี้ด้วย
พิมพ์ผิดเพียบเลยคับ
แต่ไม่ใช่ด้านเนื้อหาผิด ... เป็นตัวอักษรผิดคับ
hur~ สองวันนี้รู้สึกตัวเองเศร้าๆ ซึมๆ ... เข้าใจพี่ขุนมากคับเรื่องหดหู่ ... มันจุกอยู่ในอกยังไงไม่รู้ :'(
-
แหะ...แหะ...เสี่ยจิต.....ร่ายซะยืดยาวเลยยย!!!!
ข้อมูลเพิ่มเติม สำหรับผู้ที่ใช้จอรับภาพ ชนิดจอแก้ว (Direct View TV) หากต้องการเพิ่มคุณภาพของภาพ ด้วยการใช่ Vedio Processor/Scaler ขอแนะนำว่า จอรับภาพหรือทีวีจอแก้ว ควรจะใหญ่ขนาด 34 หรือ 36 นิ้ว....จะได้มองเห็นวัตถุ และสื่งของ มีรายละเอียด ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ยิ่งทีวีจอแก้ว มีความเด่นในด้าน ความใสอยู่แล้ว ภาพสีออกมาจึงมีความสวยงาม
-
Vedio Processor/Scaler...
Khun CP krub, Video processor krub. Hope you don't mind for pointing it out krub. If you do, I'm sorry.
-
แหะ..แหะ...ขออภัย คำนี้ผมพิมพ์ผิด เป็นประจำ...อิ อิ
ขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณ....คุณ lapath ที่ช่วยเตือนให้ทราบครับ
-
;)เครื่อง hi-def ที่ว่าจะมาหลายปีแล้วก็ยังไม่มา แต่ถ้ามีเครื่องขายในปีหน้าล่ะ...แผ่นก็ยังไม่รู้ว่าจะออกมาสักกี่มากน้อย แต่ถ้าทั้งเครื่องเล่นและแผ่นที่เล่น hi-def ออกมาเป็น mass product เมื่อไร scaler ก็จบเมื่อนั้น เรื่องนี้เคยคุยกะหมอทีเจเมื่อหลายปีก่อน ว่า 3 ปีข้างหน้า hi-def น่าจะมา จนป่านนี้ยังไม่มาเลยครับ มีแต่ WMV ที่มาเท่านั้นครับ Scaler เวลานี้ก็เล่นได้เพราะถูกลงมามากมายแล้ว
ในเดือนนี้จะมีเพื่อนนำ เครื่องเล่น hi-def จากเมืองจีนเข้ามา ราคาถูกมากมี port DVI และ Scaler ในตัวเล่น WMV ได้ด้วย ต้องบอกว่าราคาถูกมากกกกก....ได้ลองเมื่อไรจะรายงานให้ทราบครับ ;)
-
ตอนนี้ที่ผมรอเรื่อง hidef
ผมรอว่าการออกอากาศที่อ้างกันว่าจะเป็น hidef เช่น World Cup 2006 จะออกมาในรูปแบบไหนก่อนครับ
ไม่งั้นกลัวจะ up อีกรอบ :-[
-
ผมมองว่า HD DVD ทั้งเครื่องและแผ่นคงจะอีกนานครับกว่าจะฝ่าด่าน Hollywood ได้ เพราะเรื่องลิขสิทธิ์ และการทำ copy protection เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาล ขนาดจนป่านนี้แล้วแผ่น 720p หรือ 1080i ก็ยังไม่โผล่เลยซักเรื่อง เพราะถ้าโผล่มาเมื่อไรรับรองโดนก๊อปกระจาย เพราะภาพและเสียงจะออกมาดีมากๆ มากซะจนคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจะซื้อแผ่นแท้ไปหาพระแสงอะไร (ยกเว้น กลุ่ม videophile) ดังนั้นแผ่นแท้จะยิ่งเจ๊ง Hollywood ไม่น่าจะยอมง่ายๆ
ผมว่ามันจะคล้ายๆ กับกรณี SACD กะ DVD-Audio ที่จนทุกวันนี้ก็ยังหืดขึ้นคอ แทบไม่มีโอกาสเกิดในเชิง Mass market เลย ทั้งๆที่เสียงดีมาก (ผมเพิ่งซื้อมาเล่นไม่กี่แผ่น เสียงดีกว่า CD จริงๆ) เพราะค่ายเพลงส่วนใหญ่รู้ว่าต้องลงทุน hardware ในการบันทึกและผลิตใหม่หมด แถมยังต้องมาเสี่ยงกับการโดนก๊อปอีก
ผมคิดว่าหากเราจะรอไปเรื่อยๆ ก็ได้ มันก็จะเข้าหลักที่พวกเรารู้กันคือ ถ้าซื้อตอนนี้ก็ได้เล่นก่อน และ enjoyกับมัน แต่ถ้าซื้อทีหลังตอนมันตกรุ่นก็ได้ของราคาถูกลง แต่อย่าลืมว่าถึงตอนนั้นเทคโนโลยีมันก็ก้าวหนีเราไปอีกแล้ว จะมีของที่ดีกว่าออกมาอีกอยู่ดี ถ้ามัวแต่รอให้มันนิ่ง ผมว่าคงต้องรอไปทั้งชาติ แถมผมอาจตายก่อนได้เล่นก็ได้ ขนาดลำโพงหรือแอมป์ที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นอุปกรณ์ที่เทคโนโลยีเคลื่อนตัวช้าลงมากแล้ว ก็ยังมีนวัตกรรมที่ใหม่กว่าออกมาเรื่อยๆ เช่น Ribbon Tweeter หรือ Ring Radiator หรือ Laser-biased Amplifier แถมเทคโนโลยีเก่าหนังเหนียวก็ยังอยู่สบายดีเช่น เครื่องเล่นแผ่นเสียง และแอมป์หลอด (ที่ในรอบหลายปีมานี้ได้รางวัลพวก Editor's Choice, Product of the Year มากมายไม่แพ้เทคโนโลยีใหม่ๆ)
สรุป ต้องแล้วแต่แนวคิดของแต่ละคนครับ อยากได้ของใหม่สุด ดีสุด ก็ต้องรอไปเรื่อย แต่อย่าลืมว่าของแบบนั้นไม่มีราคาถูกครับ และเมื่อเราซื้อมาไม่นานมันก็จะกลายเป็นของตกรุ่นอยู่ดี
-
หลังจากได้อ่านข่าวอัพเดทเดี่ยวกับ hd dvd แล้วสงสัยผมต้องเปลี่ยนความคิดตัวเองใหม่แล้วครับ ปรากฎว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ hollywood เท่าไรเลย (ถ้าไม่นับเรื่อง copy protection) มันอยู่ที่ประเด็นเรื่อง format war ระหว่าง blu-ray กับ hd dvd ซะมากกว่า ที่จะทำให้ผู้บริโภคลังเลใจว่ากูจะเลือกข้างไหนดีหว่า และเมื่อไม่มั่นใจก็มักจะยังไม่ซื้อ รอดูไปก่อน และอีกอย่างคือนักเล่นส่วนใหญ่อย่างเราๆ ก็ซื้อ sd dvd ไปแล้วตั้งเยอะ คงเสียดายน่าดู :'( ดีนะเนี่ยที่ผมหยุดซื้อหนังแผ่นแท้มาพักใหญ่แล้ว ตอนนี้เห็นทีเก็บตังค์ไว้ซื้อแผ่นฟังเพลงดีกว่า เพราะเพลงยังฟังได้เรื่อยๆ หนังดูอย่างมากก็ 2-3 รอบ ส่วน hd dvd/blu-ray นั่นรอให้เห็นแววชัดเจนก่อนว่าค่ายไหนจะชนะ และมีแผ่นออกมามากๆ ก่อนดีกว่า ค่อยไปเสียตังค์
-
สงครามคงไม่หยุดง่ายหลอกครับ( เพราะมีเรื่องผลประโชน์ใครจะยอม)� คงนานแน่
� � � �ถ้าคิดจะรอก็ไม่ได้เล่นซักที่
เทคโนโลยีเล่นวันนี้ก็ได้เล่นวันนี้� แต่ถ้ารอก็ต้องร้องเพลงรอไปเรื่อยๆ ฮิอิ
ส่วนผมตอนนี้ก็เร่งอัพระบบเสียงใกล้เข้าที่แล้วครับ� ( ต่อไปคงมาว่าที่ระบบภาพต่อเช่นกันแต่ขอหาตังค์ก่อนฮิอิ)
� ส่วนท่านชัยศ โม� scalar� บ้างยังหลายเครื่องโมแล้วนะครับ� ใสไปอีกระดับ ฮิอิ
� � � �อาทิตย์หน้าวันศุกร์� ผมมีไปเซตห้องพี่ไพรัช ปรับทั้งภาพและเสียง� ผมได้ที่เด็ด LUMAGEN� มาแล้วด้วย ปรับทุกค่าIRE แต่ใช้เวลานานมากเลย
� �จะชวนพี่KK� �ไปด้วย ครับ
งานนี้พี่เค้าทุ่มทุนสร้าง subwoofer� 5 ใบครับ
ส่วนได้คู่หน้าใหญ่ๆมาอีก� � แต่ผมเห็นในรูปใหญ่ ครับ ตัวจริงเล็กไปนิด ฮิอิ
ขอบคุณ
-
ก็อย่างที่ผมบอกถ้าจะรอก็รอไปเรื่อยๆ อันนี้ต้องแล้วแต่กระเป๋าใครกระเป๋ามัน ส่วนผมไม่รอมาตั้งนานแย้ว (คงเป็นเพราะคุยกับเสี่ยเอ๋ทีไรได้เรื่องทุกที เพราะแกเป็นหนึ่งในสอง videophile mentor ของผม อิ..อิ..) ส่วน hd dvd กะ blu-ray สงสัยต้องรอสถานเดียวนะเสี่ยจิต ไม่ใช่รอแค่ hardware อย่างเดียว ต้องรอ software ด้วย ไอ้ตัวหลังนี่สำคัญเลยเพราะผมไม่อยากซื้อหรือดูแต่หนังเก่าๆ เอามาทำใหม่ให้เป็น hi-def ผมอยากดูหนังใหม่ๆที่เป็น hi-def เลย ซึ่งเดาว่าต้องรออีกเป็นปีหรือสองสามปี เรื่องหนังเก่ามาทำเป็นhi-def นี่เป็นเหตุผลหลักที่ผมไม่เล่น HTPC แบบที่หลายคนเชียร์ เพราะผมไม่อยากดูแต่หนังที่ดูไปหมดแล้วเพียงแต่ภาพมันสวยกว่า หรือภาพสวยสุดๆ แต่เสียงไม่ดี เลยอาศัยไปดูภาพสวยๆ บ้านคนอื่นแทน อิ..อิ.. ;D