HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: Emmy's Daddy ที่ 22 ตุลาคม, 2008, 10:51:34 pm
-
1) C หางหนู (axial) แบบมีขั้ว ด้านที่มีรอยขยัก ถือเป็นขั้วบวก + ได้ในทุกกรณีหรือเปล่าครับ (เช่น กรณีที่ปลอกหุ้ม C ถูกลอกออก แล้วต้องเดาหาขั้วเอง)
ตามรูป
2) การแขวนภาคจ่ายไฟภาคขยาย กับ ของฮีตเตอร์ ที่เรียกกว่า แขวนกราวน์ (?) มีประโยชน์อย่างไร และ ทำงานยังไงครับ
ขอบคุณครับ
-
ถามซะยากเลย ขอรอท่านผู้รู้ตอบ ... ด้วยคนครับ
คำถามที่ 2) ที่เค้าเรียกว่ายกไฟใส้หลอดหรือเปล่าครับ...
-
ข้อ 1 ที่เห็นมาอาจจะเป็นอย่างนั้นนะครับ แต่ก็อย่าเชื่อ ถ้าเลี่ยงได้ก็อย่าใช้เลยครับ เดี๋ยวมัน
ข้อ 2 อาจจะลดการรบกวนพวกจี่ลงได้บ้าง ส่วนการที่ต้องแขวนไส้
กรณีปกติ หลอดไดร์ฟที่ใช้งานกันบ่อย ๆ ถ้าวงจรไม่พิศดาร ก็มันต่อลงกราวด์ได้เลย เพราะเรา bias เค้าแค่ -1 ถึง -10 โวลต์ เอาไส้ลงกราวด์ ศักดาระหว่าง
ไส้กับคาโธด ก็ไม่เกิน spec
กรณีไม่ปกติ เช่นพวก srPP โดยใช้หลอด ไตรโอดคู่ แล้วแบ่ง ซีกบนจ่ายกระแส ซีกล่างขยายแรงดัน แล้วใช้ B+ สูงหน่อย อย่างนี้คงต้องแขวนไส้ โดยใช้ R อนุกรมกัน 2 ตัว โดยคิดแบ่งแรงดันของ B+ ให้ได้แรงดันค่าหนึ่งที่ประณีประนอมระหว่าง ศักดาที่คาโธดบน และ คาโธดล่างครับ แล้วเอาไส้หลอดไปต่อไว้ที่จุดนั้น 1 ข้าง
อธิบายคร่าว ๆ นะครับ
ลองหาวงจรประเภทนี้มานั่งดูแล้วอาจจะเข้าใจมากขึ้นครับ
-
เช่นที่ spec เค้าบอกว่าประมาณนี้หรือเปล่า ครับที่จะต้องแขวน ปัญหาคือถ้าไม่ได้บอกไว้ใน spec หละ ต้องหรือเปล่าครับ
-
เช่นที่ spec เค้าบอกว่าประมาณนี้หรือเปล่า ครับที่จะต้องแขวน ปัญหาคือถ้าไม่ได้บอกไว้ใน spec หละ ต้องหรือเปล่าครับ
งั้นคุณ ลำน้าต้องเสี่ยงเอาครับ หรือ ผมว่าลอยไส้หลอดก็ได้ครับ ถ้ามันไม่มีเสียงรบกวนจนรับไม่ได้ เราอาจจะแก้โดยวิธีอื่น ๆ ดูก่อน อันนี้ เอาไว้เป็นไม้สุดท้าย ;D
-
มุกนี้ดีนะครับ ลอยใส้หลอดเอาไว้ cathode มันจะได้ งงๆ ว่าใส้หลอดมันกี่ Volt กันแน่ 2f 2f 2f
แต่เหมือน เคยเห็นว่า ท่านพี่ Deep แกเคยบอกว่า การแขวนไฟใส้ ตามไฟ Cathode เพื่อไม่ให้ไฟสูงจาก
Cathode วิ่งมาหา ใส้หลอด ประมาณนั้นด้วย ไม่รู้เข้าใจถูกหรือเปล่า (ในวงจร Cathode Follower อะครับ)
-
มุกนี้ดีนะครับ ลอยใส้หลอดเอาไว้ cathode มันจะได้ งงๆ ว่าใส้หลอดมันกี่ Volt กันแน่ 2f 2f 2f
แต่เหมือน เคยเห็นว่า ท่านพี่ Deep แกเคยบอกว่า การแขวนไฟใส้ ตามไฟ Cathode เพื่อไม่ให้ไฟสูงจาก
Cathode วิ่งมาหา ใส้หลอด ประมาณนั้นด้วย ไม่รู้เข้าใจถูกหรือเปล่า (ในวงจร Cathode Follower อะครับ)
กำลัง งง อยู่เลยเรื่องนี้ไม่แน่ใจ เลยยังไม่กล้าทำ ของน้า Deep ไฟจุดไส้แกไม่มี Center tap แกยกไฟไส้หลอด แต่ของผมไม่รู้ต้องทำงัย เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันครับคุณ Dek ๆ เดี๋ยวจะไปถามครับ ???
-
มุกนี้ดีนะครับ ลอยใส้หลอดเอาไว้ cathode มันจะได้ งงๆ ว่าใส้หลอดมันกี่ Volt กันแน่ 2f 2f 2f
แต่เหมือน เคยเห็นว่า ท่านพี่ Deep แกเคยบอกว่า การแขวนไฟใส้ ตามไฟ Cathode เพื่อไม่ให้ไฟสูงจาก
Cathode วิ่งมาหา ใส้หลอด ประมาณนั้นด้วย ไม่รู้เข้าใจถูกหรือเปล่า (ในวงจร Cathode Follower อะครับ)
CF คาโธดก็ไฟสูงนะ ซึ่งโดยมากที่ผมเห็นมักจะเป็น direct coupling จาก PF ภาคหน้า เลยต้องยกคาโธดให้สูงกว่ากริดตัวเองเล็กน้อย
นัยว่าเพื่อลด output impedant ครับของถาตไดร์ฟลงครับ
-
กำลัง งง อยู่เลยเรื่องนี้ไม่แน่ใจ เลยยังไม่กล้าทำ ของน้า Deep ไฟจุดไส้แกไม่มี Center tap แกยกไฟไส้หลอด แต่ของผมไม่รู้ต้องทำงัย เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันครับคุณ Dek ๆ เดี๋ยวจะไปถามครับ ???
เอา R 50 ohms 2 ตัวอนุกรมคร่อมไส้หลอด แล้วเอา ตรงที่มันต่อกันต่อกับจุดที่บอกว่าให้ต่อกับไส้หลอด 1626 ครับ :)
-
1) C หางหนู (axial) แบบมีขั้ว ด้านที่มีรอยขยัก ถือเป็นขั้วบวก + ได้ในทุกกรณีหรือเปล่าครับ (เช่น กรณีที่ปลอกหุ้ม C ถูกลอกออก แล้วต้องเดาหาขั้วเอง)
ตามรูป
ถ้าแบบได้ทุกกรณีคือ ขา - จะต่อกับตัวถังของ C แบบ Axial ครับ :)
-
1) C หางหนู (axial) แบบมีขั้ว ด้านที่มีรอยขยัก ถือเป็นขั้วบวก + ได้ในทุกกรณีหรือเปล่าครับ (เช่น กรณีที่ปลอกหุ้ม C ถูกลอกออก แล้วต้องเดาหาขั้วเอง)
ตามรูป
ถ้าแบบได้ทุกกรณีคือ ขา - จะต่อกับตัวถังของ C แบบ Axial ครับ :)
อย่างที่ป๋าย.ย. กล่าวถึงคือตามรูปครับ สังเกตุขามันต่อกับตัวถัง อย่างนี้เป็นขั้วลบครับ
-
1. เจอแบบโบราณๆผมก็อึ้งทึ่งเสียวเหมือนกัน
2. พวกไส้อั่วไส้กรอกตอนทำใหม่ๆมันสดอยู่เลยต้องแขวนไส้ผึ่งไว้ให้มันหมาดๆครับ ... ;D ;D
อิๆ ในหลอดผมว่าถ้าโวลท์คาโธดสูงเกินไป เมื่อเทียบกับไส้หลอดเเล้ว อิเล็กตรอนจากไส้หลอดจะวิ่งไปหาคาโธดได้ก็เหมือนกับไฟจากคาโธดรั่วลงกราวดน์(ถ้าต่อไส้หลอดลงกราวดน์) เกิดเสียงรบกวน เกนลดด้วย เลยต้องเพิ่มไฟไส้หลอดให้พอๆกับคาโธดครับ :)
-
ขอร่วมแจม ด้วยครับ เพิ่งได้ ประสพการณ์ มาจากการทำปรีฯ จิ๋ว แจ๋ว เ จี้ยว จ้าว นะครับ คือว่า ถ้าไม่ได้ยกไฟไส้หลอด นะครับ
เสียง มันจะมาไม่ครบ รสชาติครับผม คือ จะรู้สึกว่า มันกินทางกลาง กับ แหลม เบส จะบางไม่มีน้ำหนักครับ
ทีนี้ พอ พวกพี่ๆๆ คุยกัน ก็ เลย ถามพวก พี่ๆๆ ที่แนะนำ กันนั้นแหละ ครับ อึม บอกชื่อแล้วกัน ครับ คือ
พี่ Love tube กับ ช่างโก้ อะนะครับ กว่าจะเป็น ก็ หลายวัน คือ กลัว ระเบิด ผล ก็คือ เสียง ดี ขึ้น
ครับ เบส ดีน้ำหนัก แน่น เสียง แหลม เสียงกลาง สะอาด ขึ้น ครับ สรุปแล้ว ยกไส้หลอด ดีครับ ผม
-
ยัง งงๆครับว่าการยกไส้หลอดหมายถึงการทำอย่างไร :black_eye :black_eye :black_eyeยังไงรบกวนผู้รู้ครับ
-
สังเกตุ ภาคจ่ายไฟ ชุดนี้ำนะ ครับ ตรง R3 และ R4 จะมี เส้นวงจรต่อมาจาก ตรงกลาง เพื่อที่จะไปหา
ไฟจุดไส้หลอด และ มี C 4 ค่อม อีกตัว นะครับ ก็จะเหมือนกับวงจร ของ พี่ Creat แล้วใช่ไหมครับ
ต่อมา ก็ ไปจั๊มพ์ เข้า กับ ขา จุดไฟไส้หลอด ขาไหน ก็ได้ และ ชุดไฟจุดไส้หลอด ห้ามต่อ ลง กราวด์
ห้ามเด็ดขาด นะครับ และเพื่อความแน่ใจ ลอง วัดไฟดู ก่อนก็ได้( อันนี้ สำหรับตัวผมนะครับ
คือว่า ผมจะ ให้ได้ ค่าประมาณ 10 -20 เปอร์เซนต์ ของ วงจร นะครับ เช่น 300 โวลท์ ก็ ตรงจุดนี้จะวัดได้
ประมาณ 30 โวลท์ อะนะครับ )
-
ผมขอเป็น นมข้นหวาน เสริม ท่านปาท่องโก๋ นิดนะครับ (แอบเอารูปปรีท่าน มาเป็น Wallpaper อยู่ด้วย อุอุ)
ระหว่าง Cathode กับ Filament มีสิ่งที่เรา ต้องจัดการมีอยู่ 2 จุดประสงค์
1. การเอา ไฟจุด Center ของใส้หลอด ลง ground* เพื่อไม่ให้ Hum และ Jeed (โดยเฉพาะกรณีที่ จุดใส้หลอดด้วย AC)
2. การยกไฟใส้หลอด ให้สูงตามแรงดัน ที่ Cathode เพื่อไม่ให้ต่างกันมาก จนมีกระแสรั่วไหล จาก Cathode ไปใส้หลอด
*มันอาจไม่ใช่ groud ก็ได้ ดูข้อ 2 ประกอบ
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า Cathode และ Filament ถือว่าเป็นคนละวงจรกัน ซึ่งหมายถึง จะต้องไม่กระแสไหลระหว่าง 2 วงจรนี้โดยเด็ดขาด แม้ทำตามข้อ 1 และ/หรือ 2 แล้วก็ตาม
ขออธิบายอย่างนี้ครับ
ข้อ 1. อะไรคือ จุด Center ของใส้หลอด (ผมเรียกเองนะครับ) มันก็คือจุดที่มีความต่างศักดิ์เป็นครึ่งนึง ของไฟใส้หลอดนั้นเอง ที่เราพบกันบ่อยได้แก่
1.1 จุด Center ได้จากหม้อแปลง ที่มี CT (Center Tab) เช่น 1.25V-0-1.25V, 3.15V-0-3.15V, 6.3V-0-6.3V เส้น 0V จากหม้อแปลง จะขอเรียกว่า "จุด Center" แล้วกันนะครับ
1.2 จุด Center สมมุติ ในกรณีที่ สั่งหม้อแปลงมาเป็น 0-2.5V, 0-6.3V, 0-12.6V เราจะต้องทำจุด Center เองโดยใช้ Resistor เพื่อทำการแบ่งแรงดันให้ตกคร่อมเท่าๆ กัน ซึ่งก็ต้องใช้ R ค่าเท่ากัน ค่า Hit ที่สุดได้แก่ 47 Ohm 2 ตัว (ไม่มี 47 ค่าอื่น ใกล้เคียงก็ได้ขอให้ 2 ตัวเท่ากัน) ซึ่งก็จะได้ จุด Center มาเหมือนกันในวงจรขยายทั่วๆไป จุด Center นี้จะต่อลง Ground ของไฟสูงไปเลย (เน้นนะครับ ว่ามันจะไม่ต้องมีกระแส เพราะมันไม่ครบวงจร แค่เป็นจะเปรียบเทียบแรงดัน) แต่ถ้าเป็นวงจรพิเศษให้ พิจารณาข้อ 2 ต่อ
ข้อ 2. ในวงจรพิเศษ บางวงจรเช่น SRPP และ Direct Coupling จะมีหลอดนึง หรือ section นึงของหลอด ที่ Cathode จะมีแรงดันสูง เมื่อเทียบกับ Ground หากเราให้จุด Center ของใส้หลอดต่อลง Ground
ไป แรงดัน Cathode ก็จะสูงเมื่อเปรียบเทียบกันใส้หลอดไปด้วย *ไม่ได้นะครับ* ให้กลับไปดู spec ของหลอดให้ดี (ตามรูป Spec ตัวอย่างที่ post ไว้ข้างบน) เราจะต้องทำการยกไฟ ไม่ให้ ต่างกันไม่เกินกว่าที่ Spec กำหนด
เราจะทำอย่างไร
2.1 หาจุดแรงดันไฟสูงที่ต้องการก่อน โดยใช้ R แบ่งแรงดันเหมือนกัน ครับ
ดูวงจร ท่านพี่ Deep ประกอบนะครับ วงจรเป็น Direct Coupling จะทำให้ Cathode ของ 1626 มีแรงดันสูงถึง 155V (สูงมาก) เราต้องยกไฟที่ใส้หลอดขึ้นมา เพื่อไม่ให้มันต่างกัน จนดึงดูดให้มันอยากจะรั่ว
โดยจะใช้ R 150K อนุกรมกับ 68K จากหลักการแบ่งแรงดัน จะได้จุดแรงดัน ที่จะนำไปต่อกับใส้หลอด 1626 250V * 68/(150+68) = 77.9 V (จะมีคนถามเลยว่า แบ่งกันง่ายๆ อย่างนี้เลยหรือ ครับ เพราะจะไม่มีกระแสไหลไปที่ ใส้หลอด 1626 เลย - ถ้ามีให้พิจารณาว่ามันรั่ว ต้องหาทางแก้ไข)
หลังจากนี้ เราจะเอา จุด Center ที่ได้จากข้อ 1 มาต่อตรงจุด 77.9 V นี้ จากเดิมที่ Cathode กับ ใส้หลอด จากต่างกันตั้ง 155V-0V(Ground) = 155V ก็จะต่างกันแค่ 155V-77.9V = 77V (ไม่มากจนทำให้อยากจะรั่ว)
ไม่เข้าใจตรงไหนถามได้อีกนะครับ อิอิ ชอบตอบ
-
ขอบคุณ คุณ ลำน้ำมากครับ ตอบ ละเอียด ยิบ เลย ผมยังไม่ เข้าใจ ขนาดนี้ เลย นะเนี้ย เนื่้อหา หนักแน่ มากครับ
ขอบคุณ มากๆๆๆ สำหรับความรู้ครับ ผม :drive1 :drive1 :drive1 :drunk :drunk
-
1) C หางหนู (axial) แบบมีขั้ว ด้านที่มีรอยขยัก ถือเป็นขั้วบวก + ได้ในทุกกรณีหรือเปล่าครับ (เช่น กรณีที่ปลอกหุ้ม C ถูกลอกออก แล้วต้องเดาหาขั้วเอง)
ตามรูป
ถ้าแบบได้ทุกกรณีคือ ขา - จะต่อกับตัวถังของ C แบบ Axial ครับ :)
อย่างที่ป๋าย.ย. กล่าวถึงคือตามรูปครับ สังเกตุขามันต่อกับตัวถัง อย่างนี้เป็นขั้วลบครับ
เข้าใจล่ะ ขอบคุณมากครับ
-
เรื่อง ยกไฟใส้หลอด
ขอบคุณ คุณลำน้ำ คุณdekdek ป๋าย.ย. คุณWIM ไส้อั่ว ;D คุณcreate คุณปาท่องโก๋ มาก ๆ
(ขอให้สมองน้อย ๆ ของผม ใช้เวลาในการทำความเข้าใจนิดหนึ้งครับ )
-
ผมขอเป็น นมข้นหวาน เสริม ท่านปาท่องโก๋ นิดนะครับ (แอบเอารูปปรีท่าน มาเป็น Wallpaper อยู่ด้วย อุอุ)
ระหว่าง Cathode กับ Filament มีสิ่งที่เรา ต้องจัดการมีอยู่ 2 จุดประสงค์
1. การเอา ไฟจุด Center ของใส้หลอด ลง ground* เพื่อไม่ให้ Hum และ Jeed (โดยเฉพาะกรณีที่ จุดใส้หลอดด้วย AC)
2. การยกไฟใส้หลอด ให้สูงตามแรงดัน ที่ Cathode เพื่อไม่ให้ต่างกันมาก จนมีกระแสรั่วไหล จาก Cathode ไปใส้หลอด
*มันอาจไม่ใช่ groud ก็ได้ ดูข้อ 2 ประกอบ
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า Cathode และ Filament ถือว่าเป็นคนละวงจรกัน ซึ่งหมายถึง จะต้องไม่กระแสไหลระหว่าง 2 วงจรนี้โดยเด็ดขาด แม้ทำตามข้อ 1 และ/หรือ 2 แล้วก็ตาม
ขออธิบายอย่างนี้ครับ
ข้อ 1. อะไรคือ จุด Center ของใส้หลอด (ผมเรียกเองนะครับ) มันก็คือจุดที่มีความต่างศักดิ์เป็นครึ่งนึง ของไฟใส้หลอดนั้นเอง ที่เราพบกันบ่อยได้แก่
1.1 จุด Center ได้จากหม้อแปลง ที่มี CT (Center Tab) เช่น 1.25V-0-1.25V, 3.15V-0-3.15V, 6.3V-0-6.3V เส้น 0V จากหม้อแปลง จะขอเรียกว่า "จุด Center" แล้วกันนะครับ
1.2 จุด Center สมมุติ ในกรณีที่ สั่งหม้อแปลงมาเป็น 0-2.5V, 0-6.3V, 0-12.6V เราจะต้องทำจุด Center เองโดยใช้ Resistor เพื่อทำการแบ่งแรงดันให้ตกคร่อมเท่าๆ กัน ซึ่งก็ต้องใช้ R ค่าเท่ากัน ค่า Hit ที่สุดได้แก่ 47 Ohm 2 ตัว (ไม่มี 47 ค่าอื่น ใกล้เคียงก็ได้ขอให้ 2 ตัวเท่ากัน) ซึ่งก็จะได้ จุด Center มาเหมือนกันในวงจรขยายทั่วๆไป จุด Center นี้จะต่อลง Ground ของไฟสูงไปเลย (เน้นนะครับ ว่ามันจะไม่ต้องมีกระแส เพราะมันไม่ครบวงจร แค่เป็นจะเปรียบเทียบแรงดัน) แต่ถ้าเป็นวงจรพิเศษให้ พิจารณาข้อ 2 ต่อ
ข้อ 2. ในวงจรพิเศษ บางวงจรเช่น SRPP และ Direct Coupling จะมีหลอดนึง หรือ section นึงของหลอด ที่ Cathode จะมีแรงดันสูง เมื่อเทียบกับ Ground หากเราให้จุด Center ของใส้หลอดต่อลง Ground
ไป แรงดัน Cathode ก็จะสูงเมื่อเปรียบเทียบกันใส้หลอดไปด้วย *ไม่ได้นะครับ* ให้กลับไปดู spec ของหลอดให้ดี (ตามรูป Spec ตัวอย่างที่ post ไว้ข้างบน) เราจะต้องทำการยกไฟ ไม่ให้ ต่างกันไม่เกินกว่าที่ Spec กำหนด
เราจะทำอย่างไร
2.1 หาจุดแรงดันไฟสูงที่ต้องการก่อน โดยใช้ R แบ่งแรงดันเหมือนกัน ครับ
ดูวงจร ท่านพี่ Deep ประกอบนะครับ วงจรเป็น Direct Coupling จะทำให้ Cathode ของ 1626 มีแรงดันสูงถึง 155V (สูงมาก) เราต้องยกไฟที่ใส้หลอดขึ้นมา เพื่อไม่ให้มันต่างกัน จนดึงดูดให้มันอยากจะรั่ว
โดยจะใช้ R 150K อนุกรมกับ 68K จากหลักการแบ่งแรงดัน จะได้จุดแรงดัน ที่จะนำไปต่อกับใส้หลอด 1626 250V * 68/(150+68) = 77.9 V (จะมีคนถามเลยว่า แบ่งกันง่ายๆ อย่างนี้เลยหรือ ครับ เพราะจะไม่มีกระแสไหลไปที่ ใส้หลอด 1626 เลย - ถ้ามีให้พิจารณาว่ามันรั่ว ต้องหาทางแก้ไข)
หลังจากนี้ เราจะเอา จุด Center ที่ได้จากข้อ 1 มาต่อตรงจุด 77.9 V นี้ จากเดิมที่ Cathode กับ ใส้หลอด จากต่างกันตั้ง 155V-0V(Ground) = 155V ก็จะต่างกันแค่ 155V-77.9V = 77V (ไม่มากจนทำให้อยากจะรั่ว)
ไม่เข้าใจตรงไหนถามได้อีกนะครับ อิอิ ชอบตอบ
ดูวงจร ท่านพี่ Deep ประกอบนะครับ วงจรเป็น Direct Coupling จะทำให้ Cathode ของ 1626 มีแรงดันสูงถึง 155V (สูงมาก) เราต้องยกไฟที่ใส้หลอดขึ้นมา เพื่อไม่ให้มันต่างกัน จนดึงดูดให้มันอยากจะรั่ว
โดยจะใช้ R 150K อนุกรมกับ 68K จากหลักการแบ่งแรงดัน จะได้จุดแรงดัน ที่จะนำไปต่อกับใส้หลอด 1626 250V * 68/(150+68) = 77.9 V (จะมีคนถามเลยว่า แบ่งกันง่ายๆ อย่างนี้เลยหรือ ครับ เพราะจะไม่มีกระแสไหลไปที่ ใส้หลอด 1626 เลย - ถ้ามีให้พิจารณาว่ามันรั่ว ต้องหาทางแก้ไข)
หลังจากนี้ เราจะเอา จุด Center ที่ได้จากข้อ 1 มาต่อตรงจุด 77.9 V นี้ จากเดิมที่ Cathode กับ ใส้หลอด จากต่างกันตั้ง 155V-0V(Ground) = 155V ก็จะต่างกันแค่ 155V-77.9V = 77V (ไม่มากจนทำให้อยากจะรั่ว)
ขอขอบคุณ ความรู้อันมีค่าสำหรับมือใหม่อย่างผมเข้าใจแล้วครับ :yes :yes :yes
-
รู้ว่าวงจร SRPP,DC ต้องแขวนไฟใส้หลอด แต่พอคนอื่นถาม ตอบไม่ได้สักที :giveup
-
การแขวนใส้ติ่งโทษที ;Dใส้หลอดนี้ ท่านขงเบ้งกล่าวไว้ว่า แรงดันที่ท่านแขวนนั้นก็มีผลอย่างแรงต่อน้ำเสียง
อันไพเราะของหลอด เนื่องจากความต่างศักย์ ระหว่างคาโทดและใส้หลอด ด้วยเหตุนี้ท่านจึงสามารถปรับเพิ่มลดแรงดันได้
ตามใจชอบ แต่อย่าให้เกิน ดาต้าละกัน แล้วท่านจะบอกว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆท่านขงเบ้ง O0