รีวิว Dmove (MP3 Digital Player) โชว์ชื่อเพลง mp3 ภาษาไทยได้
(http://www.leonathai.com/product/dmove901_M.gif)
Dmove-D901
Spec.
(http://www.leonathai.com/head/h_dmove901.gif)
- เล่นไฟล์ MP3, WMA, WAV และสามารถบรรจุเพลงได้กว่า 32 เพลง
- โชว์ชื่อเพลง MP3 เป็นภาษาไทยได้โดยการ upgrade firmware� http://www.leonathai.com/download/DMOVE-D901-THAI.zip
- บันทึกเสียงการสนทนาต่างๆ ด้วยระบบดิจิตอล นานกว่า 8 ชั่วโมง
- รับสัญญาณวิทยุ FM พร้อมบันทึกเสียงจาก FM เพื่อนำกลับมาฟังใหม่ได้
- เก็บข้อมูลหรือไฟล์งานทุกชนิดทางคอมพิวเตอร์
- หน่วยความจำภายใน 128 MB
- สายหูฟัง สาย USB และสาย Line in เชื่อมต่อที่ตัวเครื่องในช่องเดียว
- สายหูฟัง สาย USB สามารถเชื่อมต่อเป็นเส้นเดียวกันได้
- แปลงสัญญาณเสียงจากแหล่งโปรแกรมภายนอก ให้เป็นไฟล์ MP3 โดยใช้สาย Line in เชื่อมต่อ
- จอ LCD แสงสีฟ้า พร้อมเมนูภาพเคลื่อนไหว
- โหมดการจำลองเสียง (EQ) 6 รูปแบบ
- โหมดการเล่นซ้ำแบบ A-B, เล่นซ้ำเฉพาะเพลง, เล่นซ้ำทั้งหมด และเล่นแบบสุ่ม
- รองรับทั้งเครื่อง PC และ Macintosh โดยผ่านช่อง USB Port
- ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ AAA เพียง 1 ก้อน เล่นต่อเนื่องนาน 12 ชั่วโมง
ราคา 4,990 บาท
ราคา 4,690 บาท
(http://htg2.net/dmove/dmove1.jpg)
Packaging สวยงาม ได้มาตรฐาน
(http://htg2.net/dmove/dmove2.jpg)
เปิดฝากล่องออกมา ก็จะประทับใจกับเจ้า Dmove ที่วางอยู่ในซองบุกำมะหยี่สีดำ
(http://htg2.net/dmove/dmove6.jpg)
อุปกรณ์ทั้งหลายที่บรรจุมาในกล่อง
การทดลองใช้งาน
- อุปกรณ์ที่มีติดมาในกล่อง (ดูจากรูปด้านบน)
� ตัว Dmove, สาย USB + หูฟัง ซึ่งจะต่อและดึงแยกออกจากกันได้เวลาใช้งานแต่ละชนิด ,สาย line in แบบ jack stereo เล็กทั้ง 2 ด้าน, สายคล้องคอ, แบตเตอรี่ 1 ก้อน, แผ่น CD จิ๋ว ซึ่งมีข้อมูล driver อยู่ข้างใน, และคู่มือ ซึ่งจะมีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ อย่างละเล่ม
แต่ท่านสามารถ d/l หรือเปิดอ่านคู่มือภาษาไทยได้จาก link ด้านล่างนี้ดูก่อนได้เลยครับ
คู่มือการใช้งาน (ภาษาไทย) Dmove-D901 http://www.leonathai.com/download/Dmove-D901.pdf
� อันดับแรกเลยนะครับ เมื่อแกะพลาสติกหุ้มกล่องออกแล้ว ขอให้เปิดฝากล่องจากทางด้านข้าง ซึ่งที่ฝาก็มีแม่เหล็กติดเอาไว้ด้วย ทำให้กล่องดูแข็งแรง แน่นหนา แต่ถ้าใครใจร้อนก็อาจจะทำมันพังไปเสียก่อนก้ได้ครับ เพราะอาจจะนึกว่าเป็นกล่องแบบปรกติที่เจอทั่วๆไป (ซึ่งผมเองก็คิดแบบนั้นอยู่เหมือนกันในตอนแรก...อุๆๆ :-[)
� เมื่อเปิดฝาก็จะเจอแผ่นฟองน้ำกันกระแทกก่อนเลย ใต้แผ่นฟองน้ำก็จะเป็นเจ้า Dmove ซึ่งอยู่ในซองพลาสติกถูกวางไว้ในช่องที่บุด้วยกำมะหยี่สีดำ สมราคาค่าตัวครับ...ฮี่ๆๆ ใต้กำมะหยี่ลงไปก็จะเป็นกล่องพลาสติกที่บรรจุอุปกรณ์ต่างๆที่เหลือครับ
� คราวนี้ก็แกะซองพลาสติกของเจ้า Dmove ออก หยิบแบตเตอรี่ ขนาด AAA มาใส่เข้าไป (ใช้แค่ 1 ก้อน) หยิบหูฟังมาเสียบ (ในส่วนของหูฟังนี้ได้ออกแบบมาเป็นอย่างดีคือ เป็นทั้งหูฟังและ port USB ในตัว คือ ถ้าจะใช้ port USB ก็ดึงตรงจุดต่อออกจากกันแค่นั้นเอง มาถึงตรงนี้ก็ควรจะนำคู่มือมาอ่านก่อน ว่าปุ่มไหนทำหน้าที่อะไร ความจริงก็มีไม่กี่ปุ่มหรอกครับ แต่ถ้าไม่อ่านคู่มือก็อาจจะมีการมั่วได้ครับ...แหะๆๆ
(http://htg2.net/dmove/body.jpg)
� ทดสอบฟังเสียง MP3, WMA จากเพลงตัวอย่างที่ติดมาให้ 4 เพลง wow! เสียงดีครับ นี่ถ้าได้เปลี่ยนไปใช้หูฟังดีๆคงจะดีเยี่ยมเลยหละครับ ซึ่งในตอนแรกผมก็คิดว่า ทำไมค่าตัวของเจ้า Dmove มันถึงสูงกว่าของยี่ห้ออื่นๆเค๊าอยู่บ้าง ก็มาถึงบางอ้อที่ตรงนี้แหละครับ เพราะผมเคยฟังของเพื่อนที่ราคาประมาณครึ่งนึงของเจ้า Dmove เสียงไม่ดีเลยครับ แถมวัสดุอุปกรณ์ก็ป๊อกแป๊กคนละเรื่องกับเจ้า Dmove นี้เลยที่ดูว่ามี class กว่าอย่างเห็นได้ชัด
� ในการเล่น MP3 นี้ ผมลอง copy เพลงที่มีชื่อเป็นภาษาไทยใส่เข้าไปในตัวเจ้า Dmove มันก็เล่นได้แต่ว่าในส่วนของตัวหนังสือที่ขึ้นหน้าจอจะกลายเป็นตัวรูปสี่เหลี่ยมไปทั้งหมด พูดง่ายๆว่าอ่านไทยไม่ออกแต่ก็เล่นได้ครับ ลอง copy เพลงเข้าไปให้เต็มความจุ 128 M ก็จะได้ประมาณ 30 เพลงกว่านิดๆครับ...
� แต่เจ้า Dmove นี้ก็สามารถเล่น file แบบ .wma ได้ ซึ่งจะมีขนาด file น้อยกว่า MP3 เกือบครึ่ง ดังนั้นถ้าท่านฟังเพลงด้วย format .wma นี้ก็จะทำให้ท่านสามารถเพิ่มจำนวนเพลงเข้าไปเก็บในเจ้า Dmove ได้อีกเกือบเท่าตัวอีกต่างหาก
� ใน mode การเล่นหรือฟังเพลงนี้ ก็จะมี function เสริมมาให้ในตัวของเจ้า Dmove ด้วยก็คือ
- โหมดการจำลองเสียง (EQ) 6 รูปแบบ Normal, DBB, Jazz, Rock, Classical, Pop
- โหมดการเล่นซ้ำเป็นช่วงๆแบบ A-B, เล่นซ้ำเฉพาะเพลง, เล่นซ้ำทั้งหมด และเล่นแบบสุ่ม
� Mode Voice เป็นการบันทึกเสียงการสนทนาด้วยไมโครโพนในตัวของ Dmove เอง ซึ่งจะบันทึกเสียงอยู่ในรูปแบบของ wav file ซึ่งในความจุ 128 M สามารถบันทึกได้นานถึง 8 ชม. โดยจะเป็นแบบครั้งย่อยๆหลายๆครั้งหรือจะต่อเนื่องยาวไปเลยก้ได้ เพราะ battery 1 ก้อนก็สามารถใช้งานได้นานถึง 12 ชม. อยู่แล้ว จากที่ได้เคยลองบันทึกเวลามีประชุม (ห้องไม่ใหญ่มาก ไม่มีการใช้เครื่องขยายเสียงช่วย) ก็สามารถบันทึกเสียงมาได้ชัดเจน ไม่มีเสียงรบกวน แต่เนื่องจากไมค์นั้นค่อนข้างจะไว ดังนั้นในการบันทึกควรจะหาที่วางเจ้า Dmove ไว้ให้เรียบร้อยก่อน เพราะถ้าถืออยู่ในมือ อาจจะมีเสียงจากมือเราติดเข้าไปด้วยได้ครับ
� Mode FM Dmove สามารถรับวิทยุ FM ได้ด้วย และสามารถ lock สถานีได้ถึง 32 สถานี ซึ่งจริงๆแล้วคงจะต้องเป็นพื้นที่ในกรุงเทพฯที่สามารถจะหาสถานีได้ถึง 32 สถานี เพราะตจว.ก็มีแค่ไม่กี่สถานีเอง ผมลองทดสอบจากที่ทำงานซึ่งอยู่ต่างอำเภอก็สามารถรับได้อยู่เหมือนกัน แต่การ scan หาคลื่นแบบ Autoscan ไม่สามารถจับคลื่นได้ เนื่องจากสัญญาณของสถานีวิทยุในบริเวณนี้อาจจะไม่ค่อยแรงเท่าที่ควร แต่เราก็สามารถใช้ mode manual หาคลื่นได้เช่นกันครับ
� จุดเด่นใน mode นี้ก็คือ เราสามารถบันทึกเสียงของช่องวิทยุที่เราฟังอยู่ได้ด้วย โดยจะบันทึกเสียงเป็นแบบ mp3 โดยจะตั้งชื่อว่า Moo1.mp3 ไปเรื่อยๆ เสียงจากวิทยุก็ออกมาดีเช่นกันครับ
Mode Line in เป็นการบันทึกเสียงจากแหล่งโปรแกรมภายนอกต่างๆเช่น CD, เทป, เกมส์หรือจากช่อง soundcard ของคอมพิวเตอร์โดยการใช้สายที่ให้มาทำการต่อได้เลย (แต่ถ้าจะต่อจาก CD, เทป, เกมส์ ก็จะต้องใช้สายสัญญาณอีกแบบนึงที่ไม่ได้มีติดมาให้ด้วยคือ แบบที่ข้างนึงเป็นหัว rca 2 หัว อีกปลายด้านนึงเป็น jack stereo เล็ก) ซึ่งเสียงที่บันทึกก็จะถูกแปลงให้อยู่ในรูปแบบของ MP3 เลย
� Mode Setting เป็น mode ที่มีคำสั่งต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ เช่น การเลือก Equalizer,การเลือก mode การเล่น, ปรับ contrast, mode ประหยัดไฟ, เลือกไฟ backlight, การลบ file เป็นต้น
� การเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ การต่อก็ง่ายดายมากแค่ดึงตรงจุดต่อของหูฟังออกก็จะมี port USB พร้อมให้ท่านได้นำไปต่อกับคอมพิวเตอร์ และถ้าคอมพิวเตอร์ของท่านใช้ OS Windows ME, 2000, NT หรือ XP ก็สามารถต่อได้เลย แต่ถ้าเป็น Windows 98 SE ก็นำ driver ในแผ่น cd จิ๋วมาติดตั้งลงไปก่อนครับ
� สรุปสุดท้าย
� ถ้าท่านอยากที่จะมีอุปกรณ์ gadget ที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ รวมทั้งบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม Dmove ก็เป็นตัวเลือกที่ดีอันนึงของท่านครับผม...ขอบคุณครับ... ;)