HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: โต้ง DIY ที่ 18 พฤศจิกายน, 2008, 10:37:12 pm
-
ขอถามหน่อยครับ
ผมซื้อแอมป์ทรานซิสเตอร์อายุ 37 ปีมา เปิดมีเสียงดังออกดี แต่สังเกตว่าลำโพงข้างขวา กรวยมันขยับเอาออกตลอดเวลาและมีเสียง ครืดๆบางครั้ง แถมเวลาบิดลูกบิดหรือสวิตซ์ต่างๆ จะมีเสียงดัง ปุ๊กๆตามการบิดด้วย แต่ด้านขวาไม่เสียงอะไรเลยเสียงปกติ
มันจะเกิดจากอะไรครับ และถ้าไม่ซ่อมลำโพงจะพังหรือเปล่า
ขอบคุณครับ
:bowdown
-
อายุ 37 ปี...น่าจะเป็น OTL นะครับ...ลองเปลี่ยน coupling capacitor ที่ก่อนออกไป speaker ป่านนี้น่าจะหมดอายุแล้วครับ
ส่วนพวก switch,Pot ต่างๆลองทำความสะอาดดู ถ้าไม่หายคงต้องเปลี่ยนแหละครับ
C. Coulping เปลี่ยนก่อนอันดับแรกเลยครับ...ทะลุขึ้นมา ไฟ DC ครึ่งนึงของ supply วิ่งเข้าหา speaker ทันที.... :o :o :o
:)
-
ใช่จริงๆครับตามเวปบอกว่าเป้น coupling capacitor แล้วจะหามันเจอได้ไงครับ พรุ่งนี้รบกวนพี่อีกทีนะครับ จะเอารูปมาลง ช่วยชี้เป้าให้ทีครับ c)
ขอบคุณมากครับ
-
เห็นด้วยกับ คุณ sawasdee ครับ
จริงๆ แล้วผมอยากเปลี่ยน C ทั้งหมดเลยซะด้วยซ้ำ ไหน ๆ ก้อรื้อออกเปลี่ยน C output มาแล้ว :)
-
รูปข้างในครับ
Emmy's Daddy อยากให้เปลี่ยนหมด.....หมายถึงทั้งเครื่องเลยเหรอครับ....จะคุ้มค่าตัวตัวมันหรือเปล่าครับ
-
แผงวงจรข้างหนึ่ง ตัวไหนเป็น coupling capacitor ครับ
ถามต่ออีกหน่อยครับ ทำไมเปลี่ยนแค่ C ครับ พวก ไดโอต หรือ R มันไม่ค่อยพังเหรอครับ
ขอบคุณครับ
-
แผงวงจรข้างหนึ่ง ตัวไหนเป็น coupling capacitor ครับ
ถามต่ออีกหน่อยครับ ทำไมเปลี่ยนแค่ C ครับ พวก ไดโอต หรือ R มันไม่ค่อยพังเหรอครับ
ขอบคุณครับ
พวก C อีเลคโตรไลติค มันมี สารเหลวอยู่ภายในซึ่ง อาจแห้ง หรือเสื่อมสภาพได้ครับ
C คับปลิ้งเอ้าท์พุท ส่วนใหญ่จะค่ามาก ๆ อยู่แถว ๆ ส่วนที่ต่อออกไปที่ขั้วลำโพงครับ
-
สงสัยจะเป็นตัวที่ Mark เป้า
:bowdown ขอบคุณรุ่นพี่ทุกท่านครับ
-
วงจรมีเท่านี้ใช่ไหมครับ
ใต้เครื่องไม่มีแล้วนะครับ
ดูเหมือนเป็นแบบ OCL นะครับ ซีสองตัวใหญ่สุดน่าจะเป็นชุดจ่ายไฟคู่ +-
อย่างที่หลายท่านกล่าว
คาปาซิเตอร์แบบกระป๋องทั้งหลาย ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ควรได้รับการปลดประจำการได้แล้วครับ
........แนวทางรีเฟรช เครื่องครับ
ถ้าเปลี่ยนตัวเก็บประจุทั้งหมด ก็แทบเหมือนเครื่องใหม่ครับ อายุการใช้งานเริ่มนับใหม่ได้เลย
แต่จะได้เสียงแบบเก่า + บุคลิคของคาปาซิเตอร์ตัวใหม่ที่ใส่ลงไปแทนบ้าง
ถ้าสิ่งที่แทนลงไปดีกว่าเดิม(เรื่องเสียง) มันก็ไม่มีเหตุอะไรที่เราต้องกังวลใช่ไหมครับ
บางจุดที่เปลี่ยนแล้ว ทวีคคุณภาพได้อีก ก็คือ ตัวต้านทาน กระเบื้อง , ไดโอดภาคจ่ายไฟ
,แล้วก็การไวริ่งสาย(+ทำทางด่วนให้กระแสไหลลื่น)ครับ
.......อ้อแล้วอีกอย่าง เคยเจอเครื่องที่อายุนานมากๆ แล้วตะกั่วบัดกรีผุ หมายถึงเปราะแต่ได้ง่ายๆก็มี
ถ้าพิถีพิถันอีกหน่อย อาจดูดของเก่าออก แล้วใช้ตะกั่ว(ดีหน่อยก็แบบที่มีเงินผสม)ใหม่บัดกรีย้ำลงไป
ทีนี้ก็เสมือนเป็นการรีเฟรช+ทวีค คุณภาพได้ด้วยครับ
-
สวัสดีครับ
ตัวเก็บประจุ ชนิดอิเล็คโตไลติค เปลี่ยนออกทุกตัวได้ครับ ไม่กี่บาทครับ c ทั่วไป ตัวเล็กๆ 5-20 บาท ยกเว้นใส่ audio grade ครับถึงราคาสูง
อาการที่เกิดนี้เป็นอันตรายต่อลำโพงครับ ลองเปิดดังดังดูก็ได้ครับ ส่วนเสียงคล่อกแคลก ก็ฉีดครับ
-
ขอบคุณครับอบอุ่นดีจังครับเวปนี้ ถามต่ออีกหน่อยครับ
ถ้าต้องเปลี่ยนหมดจริง
แล้วพวกVRจุดต่างๆ จะต้องปรับกันใหม่หรือเปล่าครับ ถ้าต้องปรับจะทำอย่างไรครับ
เพราะไม่มีอุปกรณ์วัดพวก scope
ตอนนี้มีข้อมูลแค่นี้ครับ
Description
Stereo power amplifier of the highest-class specification which valued the delicate representation.
Large power and super-low-distortion-ization are realized until it banished all the interstage capacitors, it has adopted the 3 steps of whole page hardwired-connections Darlington pure complimentary [size=14pt]OCL[/size] circuit system which adopted three-fold silicon diffusion type PNP and a NPN power transistor and it reaches a super-bass region from the first rank to a final stage.
DC potential has acquired the very high stability by adoption of the two-step differential amplifier.
What combined the electronic circuitry and power relay by nine transistors and 11 diode is adopted as a protection network, and it serves also as the power-source muting.
Two input terminals are carried and 4 position change is possible for Input sensitivity.
Moreover, three speaker outputs are carried.
The low cut-off filter of the sharp property of 12 dB/oct whose switching is possible for 7Hz and 20Hz is carried.
The survey data minutely checked for every set is attached.
-
สวัสดีครับ
r ปรับค่าได้ในวงจรขยาย ส่วนใหญ่มีประมาณ1-3ตัว เท่าที่ผมเคยเจอนะครับ ที่เจอมากก็ 1ตัว
r ปรับค่าได้ 1ตัว มีหน้าที่ปรับแรงดัน ที่จุด ต่อลำโพงให้มีค่าใกล้เคียง 0 ที่สุด หรือ= 1/2 ของแหล่งจ่าย (otl)
1ตัว ปรับกระแสเฉื่อย อ้อ Idle เช่น 30-300mA เป็นต้น (class ab) สามารถใช้มิเตอร์วัดเอาได้ครับ
-
เจี๊ยก...เดาผิด ;D ;D ;D
pioneer ของคุณโต้ง Rayong เป็นภาคขยายแบบ OCL มองเห็น relay ที่ทำหน้าที่ตัดลำโพงออกในกรณืที่ output มันมี DC รั่วออกมาน่ะครับ
เปลี่ยน Electrolytic Cap. ทุกตัวเท่าที่จะเปลี่ยนได้ครับ ตรงภาคจ่ายไฟอาจจะยังไม่ต้อง
อาการเสียงเดือดๆอย่างนี้ส่วนใหญ่เป็นที่ C.หมดอายุครับ :)
-
ลองดูพวกโวลุ่มหน้าเครื่องก็ดีนะครับ เวลาที่หมุนแล้วมีเสียงดัง ครืดๆๆ
-
Pioneer SM-3000
130W+130W (4ohm) 90W+90W (8ohm)
เมื่อปี 2514 นี่ กำลังมหาศาลเลยนะครับ :o
(http://audio-database.com/PIONEER-EXCLUSIVE/amp/sm-3000.JPG)
ลองหาวงจรให้ แต่ไม่เจอครับ
-
ลองดูพวกโวลุ่มหน้าเครื่องก็ดีนะครับ เวลาที่หมุนแล้วมีเสียงดัง ครืดๆๆ
ไม่มีโวลุ่มครับ เป็นพวกปุ่ม selector ครับเวลาหมุนที่ดังปุ๊กๆ ค่อนข้างดัง ที่ข้างขวาข้างเดียวครับ คิดว่าน่าจะเป็นที่วงจร
เจี๊ยก...เดาผิด ;D ;D ;D
pioneer ของคุณโต้ง Rayong เป็นภาคขยายแบบ OCL มองเห็น relay ที่ทำหน้าที่ตัดลำโพงออกในกรณืที่ output มันมี DC รั่วออกมาน่ะครับ
เปลี่ยน Electrolytic Cap. ทุกตัวเท่าที่จะเปลี่ยนได้ครับ ตรงภาคจ่ายไฟอาจจะยังไม่ต้อง
อาการเสียงเดือดๆอย่างนี้ส่วนใหญ่เป็นที่ C.หมดอายุครับ :)
แบบนี้ไม่ต้องกลัวลำโพงแล้วใช่ไหมครับ :wiggle จะใช้ให้มันพังจริงๆก่อนแล้วค่อยเปลี่ยน
ดูท้องมันแล้วครับไม่มีวงจรแล้วครับ วางสายสวยดี นึกรักมันขึ้นมาแล้วครับ
-
Pioneer SM-3000
130W+130W (4ohm) 90W+90W (8ohm)
เมื่อปี 2514 นี่ กำลังมหาศาลเลยนะครับ :o
(http://audio-database.com/PIONEER-EXCLUSIVE/amp/sm-3000.JPG)
ลองหาวงจรให้ แต่ไม่เจอครับ
ขอบคุณมากครับ ที่ช่วยหาให้
ใช่ตัวนี้แหละครับ
-
ไปวัดไฟ DC ที่ขั้วลำโพงแล้วครับ
ข้างซ้าย วัดได้ ประมาณ 2-3 mV
ข้างขวาที่มีปัญหาค่าวิ่งขึ้นวิ่งลงอยู่ประมาณ 80-300mV
ตอนนี้วางแผนว่าจะเปลี่ยน C ใหม่ทั้งหมด แต่มีอยู่ตัวหนึ่งตัวเล็กๆของ Sanyo ที่ข้างตัว เขียนว่า 1/20 นี้มันค่าเท่าไหรครับ
-
เลขแรกคือ ค่าความจุ (หน่วยไมโครฟารัด)
เลขหลัง คือค่าการทนแรงดัน หน่วยเป็น โวลท์ (หมายถึงใช้กับไฟกระแสตรงนะครับ)
ลิสท์รายการออกมาเป็นส่วนๆ ครับ สำหรับภาคจ่ายไฟภาคไหนบ้าง
สำหรับดีคัปปลิ้งไฟให้ภาคไหนบ้าง
โดยปกติซีสำหรับภาคจ่ายไฟทั้งฟิลเตอร์ หรือดีคัปปลิ้ง สามารถใช้ค่าความจุสูงกว่าเดิมได้บ้างครับ(โวลท์เท่าเดิมหรือสูงกว่า)
ซีดีคัปปลิ้ง หลักร้อยไมโครฟารัด บนวงจร สามารถใช้หลักร้อยปลายๆ (หรือ พันไมโครอะไรอย่างนี้แทนลงไปได้ครับ
เหตุคือ ซียุคก่อนๆ ตัวจะโตๆ กันทั้งนั้น
ซียุคใหม่ตัวเล็กกว่า ยิ่งถ้าได้ตัวถังแบบผอมสูงด้วยละก็ ใส่ลงไปได้แน่นอนครับ ซีตัวเท่ากันซียุคใหม่ค่าความจุจะมากกว่าซียุคก่อน
พยายามหาที่เป็น 105 องศาด้วยก็จะดี ที่จริงไม่ได้หวังผลที่การทนอุณหภูมิสักเท่าไหร่
แต่หวังผลความเป็นคอมพิวเตอร์เกรด หรือโลว์อิมพีแด้นซ์ ไฮริปเปิ้ลเคอเร้นท์ของมันมากกว่าครับ(ซีประเภทนี้มักจะทนอุณหภูมิสูง105ซะด้วยซี)
แต่ระวังด้วยครับ การเลือกหา
บางแหล่งมีทั้งของดีของแท้ และของตกเกรดคัดทิ้ง ของเทียบ(อาจเป็นของที่ถูกเปลี่ยนเสื้อเปลี่ยนปลอก) ปะปนกันมาบ้าง
ถ้าเอาชัวร์ ของใหม่ ลองมองหา105องศา ยี่ห้อ ยุรนันท์บอก (SAMWHA แซมว่า) เทคโนโลยีนิปปอนเคมีคอน(ถ้าจำไม่ผิด)
ส่วนถ้าต้องการโมฯด้วย
ซีที่ทำหน้าที่ส่งผ่านคัปปลิ้งสัญญาณ (หลักหน่วยหรือหลักสิบไมโคร) ...อาจเปลี่ยนเป็นแบบโพลีฯ หรือใช้ไบแต็ปลงไปร่วมกับแบบอิเล็กโตรไลติกที่เปลี่ยนลงไปใหม่ทั้งคู่
ซี บายพาสสัญญาณ(วงจรฟีดแบ็ค บายพาสลงกราวด์ ค่าหลักร้อยไมโคร แต่โวลท์ต่ำ) อาจเน้นๆคุณภาพของดีหน่อยได้เช่นกันครับ
ฝากพิจารณาก่อนลงมือครับ(ซีแบบอิเล็กโตรไลติกที่เป็นแบบโลว์อิมพีแด้นซ์ด้วย มักทำให้เสียงเนียนขึ้นครับ ยิ่งถ้าได้ค่าความจุเท่ากัน โวลท์เท่ากันหรือสูงกว่าของเดิมยิ่งดี
เพราะความสามารถในการรับ+จ่ายกระแสจะดีกว่าซียุคโบราณ ทำให้เสียงอิ่ม น้ำหนักเสียงดีขึ้นด้วยครับ)
ถ้าต้องการลองว่าเสียงมันจะเนียนขึ้น เคลียร์ขึ้นอีกนิดหรือเปล่า ลองเสี่ยงซื้อ
Diode MBR30xx (เอ็มบีอาร์แบบชอร์ทกี้ ของโมโตฯ) หรือถ้าหายากก็ MUR3040 (30A 400V เป็นไดโอดแบบคู่) มาสี่ตัว จับขนานกัน แล้วต่อเป็นบริดจ์
ก็จะได้ 60A 400V จะได้เสียงที่แปลกๆ ออกไปอีกครับ (อาจชอบมากๆก็ได้)
-
ขอบคุณมากครับ ผมไม่มีความรู้เรื่องอิเลคโทรนิค เลยครับ
บัดกรีพอได้ จะพยายามหาแล้วเอาให้ตรงของเก่าที่สุดครับ
หาทนแรงดันสูงกว่าอย่างที่พี่แนะนำครับ
:bowdown
-
ผมเคยลองเปลี่ยน C ภาค Output ไปหมดทั้งภาคแล้ว ก็ยังมีเสียงระเบิดตุ๊บตั๊บตลอดเวลา
คาดว่าน่าจะเกิดจากภาค pre หรือภาคโทน ต้องหากันอีกนาน
เสียงตุ๊บตั๊บตลอดเวลานี้ หาปิด volumn ก็จะหายไป ดังนั้นไม่น่าเกี่ยวกับภาคแอมป์ครับ
เพราะหากมีรั้วที่ภาค amp จะมีเสียงตลอดเวลาไม่ว่าจะเปิดหรือปิดเสียง
ตอนนี้ผมค่อยๆไล่ไปเรื่อยๆ จนเบื่อไปแล้วครับ เพราะ c มันเยอะมากๆ
ตัวไหนเสียช่วยยกมือขึ้นหน่อยครับ
-
เพิ่มเติม
ของคุณโต้งนี่ น่าจะเป็นที่ selector สกปรกครับ ฉีดแล้วเสียงตุ๊บหายแน่นอนครับ
แต่กรวยมันขยับเอาออกตลอดเวลาและมีเสียง ครืดๆบางครั้ง อาจจะยังอยู่ครับ ต้องไล่เปลี่ยนไปเรื่อยๆครับ เหนื่อยแทนครับ
-
ยังไม่มีความรู้พอช่วยได้ แต่มาเอาใจช่วยครับ กระทู้นี้น่าหนุกดี เปลี่ยนแล้วเป็นไงรายงานผลด้วยนะคับ :headphone