HTG2.club
ห้องสบายๆ... => มุม ตากล้อง,ท่องเที่ยว & ร้านอาหาร => ข้อความที่เริ่มโดย: Cantona ที่ 21 พฤศจิกายน, 2008, 10:44:35 pm
-
เมื่อปลายเดือน ตุลาคม 2551 ผมมีโอกาสไปประชุมที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ได้มีโอกาสไปเที่ยวและถ่ายรูปทัศนศึกษาโบราณสถานสำคัญหลายๆแห่งของอียิปต์ เลยเอารูปและเริ่องมาฝากครับ สนามบินอียิปต์มั่วมากที่สุดในโลก ความปลอดภัยของการก่อการร้ายเป็นที่น่าสงสัยจริงๆ ไปถึงไคโรก็บินต่อไปเมืองลักซอร์เลย เพื่อชมสถานที่สำคัญ
-
สถานที่แรกของเมืองลักซอร์ที่เขาพาไปชมคือสุสานกษัตริย์ The Valley of the Kings ที่เป็นที่ฝังศพของฟาร์โรองค์ต่างๆที่นักโบราณคดีตามไปขุดมาศึกษา เขาพาไปดูโมเดลจำลองสุสานก่อน อันจริงอยู่ในทะเลทรายร้อนมากๆ และภายในเขาห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด เลยไม่มีรูปในสุสานมาให้ดู
-
เข้าชมในหุบเขากษัตริย์จริงๆ ซึ่งร้อนมากๆ
-
แต่ละหลุมสุสานที่เข้าชมจะมีผังอธิบายทางด้านหน้า ภายในห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด บางหลุมก็ต้องปีนขึ้นไปบนเขาชันมาก
-
ชมไปเรื่อยๆ
-
ต่อไป เดินกลางแดดไม่มีที่หลบแดดเลยเชียว
-
สุสานกษัตริย์เป็นที่ฝังศพของฟาโรห์63องค์ ตั้งอยู่บนเทือกเขาทีบัน พบทางเข้าแล้ว14แห่ง จัดให้ชมเพียง5-6สุสานที่อยู่ทางด้านหน้า ทางเข้าสุสานฟาโรห์บนยอดเขานั้นดูคล้ายว่าฝังอยู่ใต้พิรามิด ต่อไปคณะเราได้ไปชมวิหารฮัคเชฟซุต ออกแบบโดยสถาปานิกชื่อ เซเนมุท กว่า3500ปีมาแล้ว เป็นที่ประดิษฐานพระศพของฟาโรห์หญิงฮัตเชฟซุต รู้จักในนามของราชินีหนวด ฟาโรห์หญิงองค์เดียวในประวัติศาสตร์ อียิปต์รุ่งเรืองมากในสมัยพระองค์
-
ต่อไปคณะของเราไปชมอนุสาวรีย์แห่งเมมนอน ( Colossi of Memnon ) หรือสุสานของฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่3 อดีตใช้เป็นวิหารประกอบพิธีศพของอาเมนโฮเทปที่3ประมาณ2000กว่าปีก่อน เกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงทำให้ตัววิหารพังลงมา เหลือเพียงรูปสลักหินทรายขนาดใหญ่2รูปสูง20เมตร จากนั้น14.30น. คณะเราเพลียมากเพราะไม่ชินกับแดดทะเลทรายเลยเปลี่ยนแผนเข้าโรงแรมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจึงออกมาชมวิหารคานัคต่อตอน15.30น. อีกรูปเป็นเรือสำราญล่องแม่น้ำไนท์ถ่ายจากระเบียงห้องในโรงแรม
-
รายการต่อไปชมวิหารคานัค ประกอบด้วยอาคารใหญ่โตมากมายหลายหลัง และเป็นวิหารโบราณที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สร้างเพื่อบูชาครอบครัวเทพเจ้า ถูกเคลื่อนย้ายมาจากเมืองโบราณริมฝั่งแม่น้ำไนล์ เนื่องจากกระแสน้ำจากเขื่อนอัสวานไหลบ่าท่วม
-
ทางเข้าวิหารคานัคมีรูปแกะสลักของสฟิงซ์หัวแกะหมอบเป็นแถว2ข้างทาง ใช้เป็นทางเดินเชื่อมระหว่างวิหารลุ๊กซอร์และวิหารคานัคในอดีตกาล และที่สวยงามมากคือ Hypostyle Hall ซึ่งประกอบด้วยเสาสูง134ต้นเรียงเป็นแถวสลักด้วยอักษรและภาพ แต่ละต้นมีเส้นรอบวงร่วม10เมตรใหญ่มากๆ
-
จากนั้นไปนั่งเรือเฟลุกกะ (Felucca) เป็นเรือใบเสาเดียวสไตน์อียิปต์โบราณ ชมความงามของพระอาทิตย์ตกดินริมฝั่งแม่น้ำไนล์
-
ตอนค่ำก่อนทานอาหารเย็นเลยไปชมวิหารลุ๊กซอร์ เป็นวิหารทรายเนื้อละเอียดมาก ตั้งอยู่ทางใต้ของวิหารคานัค สร้างขึ้นสำหรับบวงสรวงพระผู้เป็นเจ้า เคยมีเสาโอเบลิสก์ตั้งอยู่2ต้นเคียงกัน ปัจจุบันเสาต้นหนึ่งถูกนำไปตั้งที่จัตุรัสคองคอร์ดกรุงปารีส เพื่อเป็นของขวัญแก่กษัตริย์นโปเลียนของฝรั่งเศส ในปีค.ศ.1835
-
ภายในวิหารลุ๊กซอร์ คนมาชมแสงสีเยอะมาก ด้านในสุดเป็นห้องบูชาเทพเจ้าที่สมัยก่อนมีแต่ฟาโรห์เท่านั้นที่เข้าไปได้
-
พอตอนเช้าก็ต้องเช็คเอ้าท์มาสนามบิน เพื่อบินจากเมืองลุ๊กซอร์กลับมาไคโร บินประมาณ 1 ชั่วโมง
-
หลังจากทานกลางวันแล้วไปregisterรับbadge เอกสารเพื่อเตรียมเข้าประชุมวันรุ่งขึ้น จากนั้นชมอนุสาวรีย์ทหารนิรนาม และสถานที่ที่อดีตประธานาธิบดี อันวา ซาดัส ถูกลอบยิงเสียชีวิต
-
หลังจากนั้นไกด์นำคณะของเราไปชมโรงงานทำกระดาษปาปิรุสโบราณของอียิปต์
-
มื้อค่ำอาหารแบบอียิปต์ริมแม่น้ำไนล์ ผมเลอกเมนูไก่ อีก 3 อย่างมี เนื้อ หมู และนกพิราบ
-
รุ่งเช้าประชุมครึ่งเช้า ทานอาหารกลางวันแล้วบ่ายไปชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอียิปต์ เก็บสะสมวัตถุเก่าแก่ล้ำค่ามากมาย โรงศพทองคำแท้ และหน้ากากองคำแท้ของฟาโรห์ตุตันคาเมน แต่ภายในเขาห้ามถ่ายภาพเด็ดขาดเลยไม่มีรูปมาโชว์
-
มื้อค่ำ ชมโชว์บนเรือ
-
วันที่4 ตอนบ่ายหลังประชุมไปเที่ยวเมืองกีเซห์ ชมปิรามิด3องค์
-
panorama view
-
ก่อนทานอาหารเย็นมีรายการพาไปขี่อูฐด้วย แค่ขี่คนละ3นาทีเอง เดินไปกลับสัก50เมตรได้ เซ็ง รุ่งเช้าวันที่5 พาไปชมโบสถ์เซนต์เซอร์เจียส โบสถ์คริสต์นิกายกรีกออร์โธดอกซ์ เก่าแก่ที่สุด เคยเป็นที่หลบภัยของครอบครัวพระเยซูจากกรุงเยรูซาเล็ม ห้ามถ่ายรูปภายในโบสถ์อีก
-
มื้อเที่ยงเป็นอาหารไทย มีข้าวเหนียว ไก่ทอด ส้มตำ เสียด้วย
-
หลังจากอิ่มข้าวเหนียวแล้วบ่ายไปชมเมืองเก่า ชม Citadel ป้อมปราการที่ใช้ป้องกันภัยจากสงครามครูเสด ชมสุเหร่าแห่ง โมฮัมหมัด อาลี สุเหร่าที่ใหญ่ที่สุดในกรุงไคโร ที่นี่เจอพายุทะเลทรายลูกน้อยด้วย ทุกคนเลยหลบเข้าสุเหร่ากันหมด
-
ภายในบริเวณสุเหร่า พอออกมาเดินข้างนอกก็เจอฝนตกปรอยๆด้วย คนที่ไคโรบอกว่าปีหนึ่งจะมีฝนตกแค่3-4วันเท่านั้น
-
หน้าสุเหร่ามีหอนาฬิกา นาฬิกาที่พระเจ้าหลุยส์ฟิลลิปส์แห่งฝรั่งเศสนำมาแลกเอาเสาโอเบลิสก์ของวิหารลุ๊กซอร์ไป ไกด์เล่าวันมันไม่ยอมเดินตั้งแต่วันแรกๆที่เอามาให้แล้ว
-
ตอนเย็นก่อนไปทานข้าวคณะเราได้ไปเที่ยวตลาดเพื่อซื้อของฝาก มีของขายมากมาย ต้องต่อราคาแบบเมืองจีนเลยล่ะ
-
ชมต่อ
-
สินค้าในตลาด
-
รุ่งขึ้นวันที่ 6 ของการเดินทางไปเที่ยวเมืองอเล็กซานเดรีย อันเป็นเมืองตากอากาศติดทะเลเมดิเตอเรเนียน นั่งรถไป2ชั่วโมงเศษ เที่ยว Montaza garden & Palace, Catacombs หลุมศพใต้ดินแห่งAlexandria ที่นี่ข้างในห้ามถ่ายรูปอีก
-
Pompey's Pillar , Kaetbay Fort
-
หอสมุดอเล็กซานเดรีย ที่ใหญ่ และทันสมัยที่สุดในโลก สุดท้ายเป็นภาพมุมสูงของอเล็กซานเดรีย จากนั้นตอนบ่ายคณะเราต้องรีบเดินทางกลับไคโร เพื่อไปขึ้นเครื่องกฃับเมืองไทยตอน4ทุ่มครึ่ง
-
:)อยากไปบ้างจัง ขอบคุณนะครับ ที่ถ่ายภาพมาลงให้ดู