HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: prasan ที่ 10 สิงหาคม, 2005, 10:37:20 pm
-
ผมเห็นบางวงจรเพลตโหลดเป็นแบบโช๊ค บางวงจรเป็นตัวต้านทาน แล้วอย่างไหนดีกว่ากันครับ รบกวนท่านผู้รู้ให้ความกระจ่างด้วยครับ
-
ข้อดีของ choke load คือค่า DCR ต่ำในขณะที่ค่า reactance สูง (ความต้านทานทางด้าน AC, X = 2PiLf, แปรผันตามความที่ f) ซึ่งทำให้เราไม่ต้องใช้ไฟสูงมากในการตั้งค่า DC bias ของหลอด ข้อเสียก็คือ ราคาแพงเนื่องจากการพัน choke ประเภทนี้ต้องใช้วัสดุคุณภาพดีหน่อยเพื่อที่จะให้ได้ค่า DCR และค่า C แฝงใน choke ต่ำๆครับ
ส่วนการใช้ R load ก็มีข้อดีคือราคาถูก แต่มีข้อเสียคือมีการสูญเสียความร้อนเนื่องจากต้องชดเชยค่า DC bias ของหลอด ซึ่งจะเท่ากับ V^2/R watt โดย V คือแรงดันตกคร่อม R ครับ
-
ถามุณ LNaudio ว่า ในกรณีที่เราใช้ choke load และ resister load โดยที่เราปรับให้ได้ volt ที่ plate และกระแส plate เท่ากัน เสียงที่ได้มันต่างกันมั้ยครับและจะต่างกันยังไงครับ
-
ตามทฤษฏีก็ควรจะทำงานได้เหมือนกันครับ แต่เรื่องของเสียงก็ขึ้นอยู่กับชนิดของอุปกรณ์นั้นๆว่ามีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับอุดมคติแค่ไหน
จุดอ่อนของ choke คือถ้าพันค่ามากไปก็มีค่า DCR กับ C แฝงมาก แต่ถ้าใช้ resistor เฉยๆก็ต้องใช้ B+ สูงมากๆ แต่ตัวมันเองก็ร้อน ในขณะที่มีค่า L, C แฝงเข้ามาอีก
-
ขอโทษด้วยครับ ผมไปเที่ยวมาเข้าเน็ตไม่ค่อยได้ ขอบคุณคุณ LNaudio ครับ แต่ผมยังสงสัยว่าในแง่ของเสียงนั้น ถ้าเราทำทุกอย่างถูกต้องเหมาะสมหมดแล้ว Choke load ให้เสียงต่างไปจาก Resister load ยังไงครับ
-
เท่าที่ทดลองมาจะพบว่าเสียงกลางจะสดกว่าพวก R load ครับ
-
ขอบคุณคุณ LNaudio ครับ ผมคิดว่า choke load ดูมันยุ่งยาก+แพงกว่า R load เลยอยากรู้ว่ามันดีกว่ายังไงและดีกว่ามากมั้ย เท่าที่ดูจากคุณ LNaudio มันดูดีกว่ากันไม่มากนะครับ ไม่ทราบว่าจะน่าลองหรือเปล่า ใจคิดว่าต้องลองดูกันซักตั้งครับ :)
-
ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องพื้นที่และต้องการ heat dissipation ต่ำๆ รวมถึงกระแส bias สูงหน่อย ซัก 15-20mA ใช้ choke จะได้เปรียบตรงความร้อนที่น้อยกว่าเนื่องจาก DCR ของ choke ต่ำกว่าครับ การสูญเสียก็น้อยกว่าด้วยครับ
-
ผมสงสัยครับว่า ถ้าพิจารณาที่ค่า Reactance ของโช๊คที่เปลี่ยนแปลงไปตามความถี่ของสัญญาณเสียง กับ ตัวต้านทานที่ค่าถือว่าคงที่ นั่นหมายถึง Load line ของตัวต้านทานก็น่าจะไม่เปลี่ยนเแปลงเท่าของโช๊ค แล้วการทำงานของหลอดที่มีโหลดเป็นตัวต้านทานจะไม่แน่นอนกว่าหรือครับ
-
ถ้าค่า reactance ของ choke มีค่าสูงในระดับนึงแล้ว ค่าที่เปลี่ยนแปลงไปตามความถี่จะมีผลทำให้ gain เปลี่ยนแปลงไปน้อยมากครับ ซึ่งปกติค่า reactance ควรจะมีค่าอย่างน้อย 4 เท่าของ Rp ของหลอด
ผมอาจจะอธิบายเรื่องประสิทธิภาพหรือความร้อนไม่ชัดเจน ก็เลยจะยกตัวอย่างของแอมป์ที่ใช้ 6HS5 ก็ได้ครับ (ลองดูหัวข้อ 845 club ประกอบ)
เป้าหมายคือต้องการ 300Vpp เพื่อไป drive SV-572-3 และต้องการ Vplate ที่ 6HS5 ประมาณ 800V กระแส 20mA สมมติว่าเป็น Rload ก็หมายความว่าจะต้องหา R load มา drop ไฟอย่างน้อย 150V เพราะฉนั้นผมต้องใช้ B+ อย่างน้อย 950V ในขณะที่ R ที่ต้องการเท่ากับ 150V/20mA = 7.5K แต่เนื่องจากณ.จุดนั้น Rplate ของ 6HS5 มีค่าประมาณ 4k การใช้ Rload 7.5K มีค่าน้อยไป ควรจะใช้ 15K ขึ้นไป ดังนั้น B+ จะต้องเป็น 800 + (15K x 20mA) = 1100V และ dissipation ของ R เท่ากับ 0.02^2 x 15K = 6W ซึ่ง dissipation 6W นี่ถือว่าร้อนมากสำหรับ R และ R ที่ใช้ก็ควรมีค่าประมาณ 25W ขึ้นไปและติด heatsink รวมถึงจะต้องมีค่าความเป็นฉนวนที่ใช้กับงานที่มีแรงดันได้ถึง 1100V ด้วย
แต่ถ้าใช้ plate choke ซึ่งตัวที่ผมใช้มีค่า DCR ประมาณ 3K จะมีไฟตกคร่อมประมาณ 60V และมีความร้อนต่ำกว่า ดังนั้นประสิทธิภาพจะดีกว่าครับ
-
ผมสนใจ 6HS5 ดูจาก Spec แล้วสุดยอดจริงๆ ถ้าผมอยากจะลองเอามันมาทำแอมป์แบบหลอดเดียว คุณ LNAudio ได้เคยลองๆต่อดูหรือยังครับ ว่าผลออกมาเป็นอย่างไร??? เสียงพอไปวัดไปวาได้หรือเปล่า ที่แน่ๆ ต้องทำใจเจอและต้องเล่นกับไฟสูงใช่ไหมครับ??
-
เสียงดีเหมือนครับ ออกไปทางชัดเจนและกระชับ เคยลองต่อดูใช้ B+ ซัก 800-900V กับ OPT 12K-13K ได้ Output ประมาณ 3W ครับ
-
ถามจากรูปครับ
ถ้าผมเปลี่ยน R Cathode ตัวล่างให้เป็นโช้คด้วยจะได้มั้ยครับ
แล้วจะมีอะไรดีขึ้นกว่าเดิมมั้ยครับ
-
ตามทฤษฏีแล้วควรจะดีขึ้น แต่วิธีที่ง่ายที่สุดคือใช้ capacitor bypass ตัว R ข้างล่างครับ