HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: Help !!! ที่ 22 สิงหาคม, 2005, 11:59:00 am
-
สำหรับผู้ที่ต้องการสร้าง Projector ราคาประหยัดคุณภาพสูงไว้ใช้งานครับ ดูหนัง เยี่ยมมากกครับ
http://members.thai.net/diyprojector/main.htm
ชาญชัย chanchai50@yahoo.com
-
ในเวปนนี้ใครลองทำไปแล้วบ้างครับ
-
เป็นโปรเจคที่ผมทำไว้เองครับ ถ้าเป็นตอนนั้น (2-3 ปี ที่แล้ว) ถือว่าน่าสนใจครับ แต่สำหรับตอนนี้ผมว่าไม่ค่อยคุ้มกับการลงทุนทำเท่าไร เพราะเครื่อง comercial ราคาถูกลงมาก ถ้าเริ่มต้นทำใหม่ๆ การ set up ตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครื่อง เพื่อให้ภาพที่ดีที่สุด จะค่อนข้างยาก รวมถึงต้องลองผิดลองถูกเยอะ ซึ่งจะสิ้นเปลืองงบประมาณในส่วนนี้พอสมควร แต่ถ้าหากอยากจะลองทำดูก็ได้ครับ สนุกดี และภูมิใจในผลงานที่ได้
แต่สำหรับเครื่อง comercial ราคาหลอดไฟก็ยังคงแพงอยู่ เผลอๆเกือบเท่าราคาเครื่อง N] และอายุเพียง 1000-2000 ชั่วโมง ผมแนะนำว่าลองหาโปรเจคเตอร์เก่าๆที่ตกรุ่นราคาไม่แพงนักซึ่งหลอดไฟใกล้หมดอายุหรือหมดอายุแล้ว มาเปลี่ยนให้ใช้หลอด Metal Halide แบบ compact จะดีกว่าครับ ดูได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องอายุของหลอดไฟ เพราะราคาไม่แพง และอายุการใช้งานยาวกว่า นี้เป็นตัวอย่างที่ผมทำใช่อยู่ NEC LT260 DLP กับหลอด Metal Halide 150w แนะนำว่าควรจะใช้ Projector แบบ LCD จะดีกว่าเพื่อหลีกเลี่ยงการกระเพื่อมของแสง (Light flickering)
-
หมายถึงโปรแจคเตอร์ปกติทั่วๆไปที่หลอดขาดใช่มั้ยครับ แต่เราหาซื้อชุดหลอดไฟ Metal Halide มาเปลี่ยนใหม่ให้ได้ต่ำแหน่งเดิมของหลอดเก่า
ขอบคุณมากครับคุณ Chanchai
-
หมายถึงโปรแจคเตอร์ปกติทั่วๆไปที่หลอดขาดใช่มั้ยครับ แต่เราหาซื้อชุดหลอดไฟ Metal Halide มาเปลี่ยนใหม่ให้ได้ต่ำแหน่งเดิมของหลอดเก่า
ขอบคุณมากครับคุณ Chanchai
ใช่ครับ แต่ต้องมีการ แก้ไข้ภายในเครื่องเล็กน้อย อย่างคร่าวๆตามนี้ครับ
1. ถอดชุด PSU หลอดไฟของเดิมออก และเตรียมชุดไฟใหม่ ประกอบด้วย หลอด Metal halide แบบ compact และชุดจุดหลอด [PSU ซึ่งจะใช้แบบธรรมดา (ballast, inigtor, capacitor ไม่เหมาะกับโปรเจคเตอร์แบบ DLP) หรือแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ แนะนำให้ใช้แบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแสงที่ได้จะนิ่งกว่า น้ำหนักเบากว่า แต่ราคารอาจสูงซักหน่อย]
2. เปลี่ยนหลอดไฟเดิมเป็น Metal halide แบบ compact โดยแทนที่ในโคมเดิม ซึ่งอาจต้องมีการตัดหรือคว้านส่วนท้ายกระจกสะท้อนแสงให้รู้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้ใส่หลอดได้ โดยให้กระเปาะแสงของหลอดใหม่อยู่ตำแหน่งเดิมของหลอดเก่า หรือใกล้เคียงที่สุด
3. แยกสวิตท์ ปิด-เปิด ไฟ กับโปรเจคเตอร์ออกจากกัน หรือจะใช้การปิดเปิดไฟจากระบบควบคุมของโปรเจคเตอร์ก็ได้ แต่ต้องไล่วงจรภายในให้ดี แบบนี้ค่อนข้างยาก และอาจต้องมีการวงจร Relay เพิ่มเข้าไป (ผมใช้วิธีแยกสวิตท์ ง่ายดี แต่จะเปิดที ปิดที จะหลายขั้นตอนสักหน่อย)
4. ทำการ Hack วงจรภายในโปรเจคเตอร์นิดหน่อยเพื่อให้เห็นหลอดไฟ ถ้าไม่ทำขั้นตอนนี้ โปรเจคเตอร์จะไม่ทำงาน และฟ้องว่าหลอดไฟมีปัญหาอะไรทำนองนี้ล่ะครับ สำหรับการ Hack นั้น ก็แตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่นของโปรเจคเตอร์ แต่จะอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม ใน diyaudio.com ได้
รูปที่แนบเป็นตัวอย่างชุดไฟที่นำมาใช้แทนชุดเดิม หลอดไฟ กับ PSU
-
พี่ชาญชัยครับ ไม่ทราบว่าหลอดแบบนี้หาซื้อได้ทีไ่หนบ้างครับ ประเทศไทยจะมีขายไหมครับ แล้วระยะเวลาในการสตาร์ทตัว หรือว่า จุดหลอดในขณะที่หลอดยังร้อนอยู่นี่จะมีปัญหาไหมครับ
-
พี่ชาญชัยครับ ไม่ทราบว่าหลอดแบบนี้หาซื้อได้ทีไ่หนบ้างครับ ประเทศไทยจะมีขายไหมครับ แล้วระยะเวลาในการสตาร์ทตัว หรือว่า จุดหลอดในขณะที่หลอดยังร้อนอยู่นี่จะมีปัญหาไหมครับ
ที่เมืองไทยผมไม่รู้เหมือนกันว่าซื้อที่ไหน แต่น่าจะมีขายนะครับ ผมอยู่ที่เยอรมันหาซื้อไม่ยาก และก็ไม่แพงครับประมาณพันกว่าบาทต่อหลอด ถ้าเปิดตอนที่หลอดเย็น หลอดจะติดเลย ประมาณ 1-2 นาที ก็ได้ความสว่างเต็มที่แล้ว แต่ถ้าหลอดร้อน(เพิ่งปิดและต้องการเปิดใหม่)ก็ต้องรอให้หลอดเย็นค่อยเปิดใหม่ ผมไม่เคยเปิดหลอดตอนหลอดร้อนเลย เกรงใจ PSU น่ะครับมันจะหอนโหยหวนมากกว่าหลอดจะจุดได้ ผมรอประมาณ 10-15 นาที เป็นอย่างน้อย ก่อนเริ่มเปิดใหม่หลังจากที่ปิดเครื่อง แต่ถ้าใจร้อนอยากเปิดตอนหลอดร้อนก็ต้องใช้ PSU แบบที่จุดหลอดได้ขณะที่หลอดยังร้อนอยู่ จำพวก Hot strike PSU หรือถ้าเป็นแบบBallast กับ Inigtor ก็ต้องใช้ Hot strike inigtor แทนแบบธรรมดา ซึ่งพวกนี้ราคาสูงพอสมควร เผลอๆแพงกว่าโปรเจคเตอร์ที่เราซื้อมาอีกน่ะครับ ผมเคยใช้ Hot strike inigtor (กัดฟันซื้อมาลองดู) กับ Ballast แต่ก็ต้องปลดออกเพราะไปกันไม่ได้กับ DLP (แสงกระพริบเห็นได้ชัด) กับ LCD น่าจะไปกันได้ครับ แต่สะดวกตรงที่จะเปิดตอนหลอดไฟเย็นหรือร้อน หลอดไฟก็ทำงานทันที