HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: betacam ที่ 17 เมษายน, 2009, 12:26:46 pm
-
หยุดยาวช่วงสงกรานต์เลยมีเวลามาปรับแต่งแอมป์หลอดซะที
แต่แรกมันใส่ Q4+wima ใส่ C oil รัสเซีย .22 เสียงดีขึ้นมาก เบสมา กลางเด่น มิวสิคเลฟเวอร์ คุ้มค่าเกินค่าตัวไปมากครับ(ร้อยต้นๆ)
แต่ช่วงแหลมมันยังไฟได้ไม่ไกลสุดๆ เก็บตัวเร็วไปหน่อย
หาข้อมูลในเน็ตดู ตอนแรกจะใช้ C เทฟล่อนมา Cap ติดตรงตัวใหญ่มากๆๆยัดไม่ลง
เลยมาลงเอยที่ http://www.kaponk.com/node/533 เจ้าซิลเวอร์ไมก้า
ผมใช้ค่า 47 pf cap เข้าไป แหลมมาเลยครับ ใสมาก จากที่ใส่ C oil อย่างเดียว เวทีด้านหน้าดีใส่ตัวนี้เข้าไปเหมือนมีใครส่องไฟไปที่แบคอัพของวง
รายละเอียด+ บรรยากาศ จะพรั่งพรูมาเลยครับ เครื่องเคาะทั้งหลาย เสียงแซกกัดหูเล็กสไตล์ทองเหลือง
กลางกับ เบส จะกระชับขึ้น จังหวะกลองแม่นขึ้น มีช่องไฟ
อยากให้ลองใช้ดูครับ ตัวละ 15 บาทคู่ละ 30 เท่านั้น + ฝีมือบักกรีนิดหน่อยคุ้มค่าครับ
เล่าสู่กันฟังเห็นในเวปนี้ไม่ค่อยพูดถึงกัน
-
:headphone :headphone
ไม่มีให้ลอง ส่งมาบ้างจิ :whistling :whistling :whistling
;D ;D ;D ;D ;D
เสียง ดี ขึ้นครับ แต่ว่าผมไม่ได้ทำ เคยได้ยินเขาบอกเหมือนกัน เพราะไม่มี 55+ 2f 2f
-
:oต้องหามาลองซะแล้ว
-
อย่างนี้ต้องลอง :whistling
-
เหมาะกับเป็นตัวเสริมซะมากกว่า เครื่องใครที่ให้เสียงหนาๆ อยากได้รายละเอียด + บรรยากาศ โดยที่ไม่ทำให้เสียง C หลักที่เราใช้อยู่เปลี่ยนไป
ส่วนเครื่องใครที่เจี๊ยวจ๊าวอยู่แล้วไม่เหมาะครับ ชั่วโมงแรกๆที่ใส่ ตอนโหนเสียงนักร้องหญิงคีย์สูงๆ จะออกอาการหยาบเล็กน้อย เบินได้ที่แล้วอาการที่ว่าจะหายไป
จะใสกังวานเป็นแก้วเลยครับ
ป.ล.ใส่ไปแล้วเสียงจะดังขึ้นกว่าปรกติเล็กน้อย ในระดับโวลุมเดิม(ไม่รู้อุปทานรึเปล่า อาจเป็นเพราะมีรายละเอียด + ความกังวาน เลยไม่ต้องเร่งโวลุ่มมาก) ;D
-
อ่านจบกระทู้ถึงเข้าใจ ตอนแรกคิดว่าใช้ c oil แล้วเสียงแหลมขาด(ลำโพงเสียงแหลม)..มึน :giveup
-
อ่านจบกระทู้ถึงเข้าใจ ตอนแรกคิดว่าใช้ c oil แล้วเสียงแหลมขาด(ลำโพงเสียงแหลม)..มึน :giveup
ผมเองอ่านแล้วก็เข้าใจเหมือนคุณเอกครับ ทำไมจะทำเสียงแบบที่คุณbetacamว่า เวทีด้านหน้าดีใส่ตัวนี้เข้าไปเหมือนมีใครส่องไฟไปที่แบคอัพของวงรายละเอียด+ บรรยากาศ จะพรั่งพรูมาเลยครับ เครื่องเคาะทั้งหลาย เสียงแซกกัดหูเล็กสไตล์ทองเหลืองกลางกับ เบส จะกระชับขึ้น จังหวะกลองแม่นขึ้น มีช่องไฟ กับแอมป์หลอดขนาดหลอดข้างละสี่หลอดของผมบ้างน่า...
-
คงจะยากครับ ผมว่าทำแค่เราพอใจก็พอแล้วครับ คุณ somtick...หรือยังไม่พอ ;D
-
คงจะยากครับ ผมว่าทำแค่เราพอใจก็พอแล้วครับ คุณ somtick...หรือยังไม่พอ ;D
ผมว่าจะพอแล้วครับ ฟังเท่าทีมีดีกว่าครับ แต่ก็ยังติดใจอยู่ว่าปรีโทนตัวที่ฟังอยู่เสียงเบสกับเสียงเเหลมมันไม่ออกหรือดังไม่ดีเหมือนปรีโทน E-tude สงสัยจะกลับทำปรีโทนตัวเดิมคือ E-tude ;D
-
"ใช้ค่า 47 pf cap เข้าไป แหลมมาเลยครับ ใสมาก จากที่ใส่ C oil อย่างเดียว"
อยากถามว่าใส่สำหรับภาคpre หรือภาคdrive หรือภาคoutputครับ? ค่า47pf น้อยเกินไปไหมครับ?
-
เท่าที่ผมได้ลอง C coupling 0.22uf(wima)+ bi-cab 0.047 oil ได้รายละเอียดเพิ่มมานิดหน่อยย่านความถี่สูง น่าฟังขึ้นครับ
-
47pF Coupling ผ่านส.ญ. เกิน 20 K.เกินกว่าที่หูมนุษย์จะได้ยินแล้วนะจ๊ะ ถ้าเป็นผม 1000 pF ขึ้นไปถึงจะรู้สึก อ๊ะ ? หรือว่าหูผมไม่ถึง ครับ
-
คำนวณยังไงครับว่าควรใช้ค่าเท่าไร ค่าไหนผ่านสัญญาณได้แค่ไหนครับ ขอความรู้หน่อยครับ
-
47pF Coupling ผ่านส.ญ. เกิน 20 K.เกินกว่าที่หูมนุษย์จะได้ยินแล้วนะจ๊ะ ถ้าเป็นผม 1000 pF ขึ้นไปถึงจะรู้สึก อ๊ะ ? หรือว่าหูผมไม่ถึง ครับ
เค้าใช้ Bicap กับ C coupling ตัวหลักครับ ไม่ได้ใช้ ตัวเดียว เพราะค่าใหญ่ๆหายากมากครับ และ ถ้าค่าใหญ่ส่วนมาก Volt จะต่ำมาก ผมใช้ Silver Mica 0.075 uF + 0.1-0.22 uF Oil ครับ :)
-
47pF Coupling ผ่านส.ญ. เกิน 20 K.เกินกว่าที่หูมนุษย์จะได้ยินแล้วนะจ๊ะ ถ้าเป็นผม 1000 pF ขึ้นไปถึงจะรู้สึก อ๊ะ ? หรือว่าหูผมไม่ถึง ครับ
เค้าใช้ Bicap กับ C coupling ตัวหลักครับ ไม่ได้ใช้ ตัวเดียว เพราะค่าใหญ่ๆหายากมากครับ และ ถ้าค่าใหญ่ส่วนมาก Volt จะต่ำมาก ผมใช้ Silver Mica 0.075 uF + 0.1-0.22 uF Oil ครับ :)
ตรงนี้ผมทราบดีครับ การ bi-cap ก็เพื่อชดเชยความถี่สูงที่หายไปเพราะคุณสมบัติของ c บางชนิดไม่สามารถ Coupling ออกมาได้ เลยต้องใช้ c บางชนิดค่าน้อย ๆ ที่มีความสามารถ Coupling ความถี่สูง ๆ ได้เอมา bi-cap เพื่อเชยความถี่สูงที่หายไปครับ แต่ค่า 47pF มันน้อยไปครับ
-
ลองให้คนอื่นใส่ให้ลองมั่งสิครับ ถอดมั่งใส่มั่ง แต่อย่าแอบดูนะครับ ;D
-
ลองให้คนอื่นใส่ให้ลองมั่งสิครับ ถอดมั่งใส่มั่ง แต่อย่าแอบดูนะครับ ;D
O0 O0 O0
-
ผมอาจจะเขียนรวบรัดเกินไปต้องขออภัยครับ...
แอมป์ที่ผมใช้อยู่เป็นอินทิเกรดหลอดของคุณสามารถครับ( มาร์ค ออดิโอ) จำรุ่นไม่ได้ หลอดเปลี่ยนใหม่หมด ภาคปรีใช้ 6sl7 ซิลวาเนีย ฐานน้ำตาล เพาเวอร์ เป็น 5881รัสเซีย (ตัวนี้ขอแนะนำครับใส่แทนel34 ,6l6 ได้เลยครับ ราคาถูกเสียงดีมาก คุ้มค่า)
ผมซื้อมือสองมาครับ ในสภาพเดิมๆ หลอดเดิมๆ(รัสเซียทั้งหมด) ชอบสไตล์เสียง แม้จะเป็นลูกหม้อเดียวกับ TS แต่น้ำเสียงแตกต่างโดยสิ้นเชิง (ผมมีTS 34.1ด้วย)
ใช้มาเกือบปีครับ คิดว่าถึงเวลาอัพเกรต เลยลองเปิดเครื่องดู ที่พอจะทำได้ก็อันดับแรกผมเปลี่ยนสายสัญญาณทั้งหมดที่พอเปลี่ยนได้เป็นของ KIMBER ทั้งหมดครับ
ต่อมาเป็น c คับปลิ้ง เดิมใช้ Q4 /.1 + wima /.1 เปลี่ยนเป็น .22 oil รัสเซีย ครับ
หลังจากเปลี่ยนที่ว่ามาเสียงดีขึ้นกว่าเก่าอีกโข ครับ เนียน เด่นกลาง เบสมา แต่แหลมผมว่ามันยังอั้นๆอยู่ ทอดไปไม่ไกลเท่าไรนัก ขาดบรรยากาศอยู่บ้าง
เลยลองใส่ ซิลเวอร์ ไมก้าดูจากที่ลองหาข้อมูลในเนต
น้ำเสียงเลยได้มาอย่าที่กล่าวข้างต้น
ค่อนข้างโชคดีครับที่ลำโพงผมทอดเสียงได้ไกล ผมใช้ออนเกียวอยู่ครับ ตามสเป็คไปได้ไกลถึง 100,000 hz อย่าเพิ่งตกใจครับ ใครใข้ลำโพงออนเกียวรุ่นใหม่อยู่น่าจะรู้ดี SKS4600 รุ่นเล็กยังไปถึง35,000เลยครับ
ขอสูตรแปลงจากค่า pf เป็น uf ด้วยครับ
-
ขอสูตรแปลงจากค่า pf เป็น uf ด้วยครับ
1,000,000 pF = 1 uF
1,000 pF = 1 nF
1,000 nF = 1 uF ครับ
ตัวอย่างของคุณ create 0.075 uF = 75,000 pF
-
ค่า47pF ทำbi-capที่ซีคัปปลิ้งสัญญาน..ค่านี้น้อยเกินไปสำหรับย่านออดิโอ ค่านี้มันความถี่ย่านRFแล้วครับ
ค่า47pFเมื่อก่อนจะเห็นใช้คร่อมสัญญานตรงอินพุท เพื่อby pass ความถี่สูงลงกราวด์ เพื่อป้องกันความถี่วิทยุเหนี่ยวนำมากับสายสัญญาน แต่ปัจจุบันระบบสายสัญญานออกแบบป้องกันได้ดีแล้ว จึงไม่ค่อยได้ใช้
-
ค่า47pF ทำbi-capที่ซีคัปปลิ้งสัญญาน..ค่านี้น้อยเกินไปสำหรับย่านออดิโอ ค่านี้มันความถี่ย่านRFแล้วครับ
แล้วท่าผมใช้ค่า 0.015ไมโคร ไบแคบกับซีออย 0.47 ไมโคร อยู่ในย่ายออดิโอไหมคับ
ใช้ได้ดีครับ.... จริงๆแล้วแค่0.015uFตัวเดียวก็คัปปลิ้งสัญญานเสียงได้แล้วแต่อาจไม่ดีนัก จะใช้ค่าตั้งแต่ 0.033uF ไปจนถึง0.47uF จะเห็นในรีซีพเวอร์/อินทรีเกรตหลอดรุ่นเก่าจะใช้ค่าซีคัปปลิ้งกันแค่0.033uF-0.068uF ก็ได้เสียงพอใจแล้วครับ
-
ค่า47pF ทำbi-capที่ซีคัปปลิ้งสัญญาน..ค่านี้น้อยเกินไปสำหรับย่านออดิโอ ค่านี้มันความถี่ย่านRFแล้วครับ
แล้วท่าผมใช้ค่า 0.015ไมโคร ไบแคบกับซีออย 0.47 ไมโคร อยู่ในย่ายออดิโอไหมคับ
ใช้ได้ดีครับ.... จริงๆแล้วแค่0.015uFตัวเดียวก็คัปปลิ้งสัญญานเสียงได้แล้วแต่อาจไม่ดีนัก จะใช้ค่าตั้งแต่ 0.033uF ไปจนถึง0.47uF จะเห็นในรีซีพเวอร์/อินทรีเกรตหลอดรุ่นเก่าจะใช้ค่าซีคัปปลิ้งกันแค่0.033uF-0.068uF ก็ได้เสียงพอใจแล้วครับ
ถ้าอย่างงี้ผมไบแคบ 0.015*2จะดีไหมคับ ผมจะใช้cosmosคับปลิ้งคับ อยากทราบแนวเสียงของมันด้วยคับ
-
ค่า47pF ทำbi-capที่ซีคัปปลิ้งสัญญาน..ค่านี้น้อยเกินไปสำหรับย่านออดิโอ ค่านี้มันความถี่ย่านRFแล้วครับ
แล้วท่าผมใช้ค่า 0.015ไมโคร ไบแคบกับซีออย 0.47 ไมโคร อยู่ในย่ายออดิโอไหมคับ
ใช้ได้ดีครับ.... จริงๆแล้วแค่0.015uFตัวเดียวก็คัปปลิ้งสัญญานเสียงได้แล้วแต่อาจไม่ดีนัก จะใช้ค่าตั้งแต่ 0.033uF ไปจนถึง0.47uF จะเห็นในรีซีพเวอร์/อินทรีเกรตหลอดรุ่นเก่าจะใช้ค่าซีคัปปลิ้งกันแค่0.033uF-0.068uF ก็ได้เสียงพอใจแล้วครับ
ถ้าอย่างงี้ผมไบแคบ 0.015*2จะดีไหมคับ ผมจะใช้cosmosคับปลิ้งคับ อยากทราบแนวเสียงของมันด้วยคับ
อันนี้ต้องลองครับไม่มีอะไรเสียหาย แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลครับ
-
การ Bicap ด้วย C 47pF มันอาจจะส่งผ่านความถี่ที่สูงกว่าหูคนเราได้ยินก็จริง แต่มันจะช่วยให้ Leading adge ของสัญญาณดีขึ้น ถ้าเครื่องถึง+ลำโพงถึง เราอาจรับรู้ได้ครับ :headphone
-
ค่อนข้างโชคดีครับที่ลำโพงผมทอดเสียงได้ไกล ผมใช้ออนเกียวอยู่ครับ ตามสเป็คไปได้ไกลถึง 100,000 hz อย่าเพิ่งตกใจครับ ใครใข้ลำโพงออนเกียวรุ่นใหม่อยู่น่าจะรู้ดี SKS4600 รุ่นเล็กยังไปถึง35,000เลยครับ
Onkyo SKF4600 ความไว 85dB. 40Hz~35KHz ผมได้รับบริจาคมา 1 คู่ ใช้กับ NAD301 เสียงพอฟังได้
แต่พอใช้กับ EL34 PP รายละเอียดหยุมหยิมมีออกมา เสียงดีกว่าตอนฟังกับ NAD 301 แปลกใจจังทำไมลำโพงความไวต่ำ ฟังกับแอมป์หลอดแล้วเสียงดี
-
DIY ต้องลองครับ บางอย่างลงมือทำ ทดลองแล้วถึงรู้ครับ อ่านเอาเองก็นึกภาพตามไม่ออก เสียงแตกต่างมั๊ยยิ่งยากจะเข้าใจ ต้องลองดูถึงจะรู้ :victory
-
แล้วค่า47pF ที่ผมทำbi-capที่ซีคัปปลิ้งสัญญาน..ไปแล้วจะเป็นอันตรายต่อลำโพงมั๊ยครับ...
-
แล้วค่า47pF ที่ผมทำbi-capที่ซีคัปปลิ้งสัญญาน..ไปแล้วจะเป็นอันตรายต่อลำโพงมั๊ยครับ...
...ปลอดภัยครับ...ถ้าทนแรงดันที่จุดนั้นได้พอก็ไม่เป็นไรครับ