HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: aekkuki ที่ 02 พฤษภาคม, 2009, 04:15:30 pm
-
ตอนนี้ฟังหลอดอยู่ พักนึงแล้วครับ เริ่มอยากจะได้อะไรแปลกใหม่ เลยมีความคิดที่จะลองทำ solid ดูบ้างครับ แต่ไม่ค่อยได้ทำฟังเลยอยากจะให้พี่ๆ ช่วยชี้แนะหน่อยครับ
คอนเซป
เป็น solid state amp น่าจะเป็นคลาส AB วงจรไม่ซับซ้อนมากนัก ทำเป็น MONO Block แยกภาคจ่ายไฟทั้งสองข้าง กำลังซักประมาณข้างละ 100W ตั้งใจว่าจะใช้กับปรี JADIS JP-80 น่ะครับ อยากจะให้ฟังเพลงได้ทุกแนว ทำตัวเดียวแล้วจบ
รบกวนพี่ๆ แนะนำวงจรด้วยครับ :)
-
MA200 เสียงดีครับ ผมว่าเข้ากับปรีฯหลอดได้ดีครับ
-
ถ้าเป็นเมื่อสัก 15 ปี ก่อนก็ต้อง Tula หรือ Magnet เดี๋ยวนี้ Chip Amp T-Amp หลายตัวก็กำลังดี เสียงดี สร้างง่ายครับ Y] O0
หาดูใน Net มีเยอะแยะครับ แต่ที่อยากทำตอนนี้ก็พวก Pass ร้อน ๆ ถึงร้อนจัดครับ ยังจำได้แม่นเลยตอน Fet ชอร์ทเปรี๊ยะไปทั้งแถบ :black_eye
-
ถ้าเป็นเมื่อสัก 15 ปี ก่อนก็ต้อง Tula หรือ Magnet เดี๋ยวนี้ Chip Amp T-Amp หลายตัวก็กำลังดี เสียงดี สร้างง่ายครับ Y] O0
หาดูใน Net มีเยอะแยะครับ แต่ที่อยากทำตอนนี้ก็พวก Pass ร้อน ๆ ถึงร้อนจัดครับ ยังจำได้แม่นเลยตอน Fet ชอร์ทเปรี๊ยะไปทั้งแถบ :black_eye
ตอนนี้ฟังหลอดอยู่ พักนึงแล้วครับ เริ่มอยากจะได้อะไรแปลกใหม่ เลยมีความคิดที่จะลองทำ solid ดูบ้างครับ แต่ไม่ค่อยได้ทำฟังเลยอยากจะให้พี่ๆ ช่วยชี้แนะหน่อยครับ
คอนเซป
เป็น solid state amp น่าจะเป็นคลาส AB วงจรไม่ซับซ้อนมากนัก ทำเป็น MONO Block แยกภาคจ่ายไฟทั้งสองข้าง กำลังซักประมาณข้างละ 100W ตั้งใจว่าจะใช้กับปรี JADIS JP-80 น่ะครับ อยากจะให้ฟังเพลงได้ทุกแนว ทำตัวเดียวแล้วจบ
รบกวนพี่ๆ แนะนำวงจรด้วยครับ :)
ส่วนจะไปกันได้กับ JADIS JP-80 หรือเปล่าก็ไม่ทราบนะครับ K) K)
-
ทำง่ายเสียงดี ต้อง IC hybrid เบอร์ STK4231ii ตัวเดียวได้ 100x100W ใช้ B1 หรือ ปรีหลอดขับ ก็เข้ากันได้ดีครับ 0)] 0)]
-
เอ้า ตามกระแส TDA7294 ครับ 2f
-
ทำตัวเดียวแล้วจบ
ตรงนี้สิน่ากลัวครับ :nono
กลัวยิ่งทำยิ่งยาว :whistling อิอิ
-
MA200 เสียงดีครับ ผมว่าเข้ากับปรีฯหลอดได้ดีครับ
ยังไม่เมา เอ๊ยยังไม่นอนหรือ
-
อยากลอง AUDIRE CRESCENDO มั้ยล่ะ มีใช้อยู่ที่บ้านครับ สิบปีแล้วแต่วงจรยังไฮเอนด์อยู่ มีบาลานซ์อินพุตด้วย ดูอัล ดิฟเฟอเรนเชี่ยล คลาสส์เอบี งบใกล้ 1000
-
ทำพวก Class A เสียงมันลื่นดีนะครับผมว่า แต่เล่น Class A เวลาฟังต้องดังพอสมควร ยี่งดังยิ่งดีครับ เครื่องจะไม่ค่อยร้อนครับ :)
-
สนใจ H140 ไหมครับ :) http://www.htg2.net/index.php?topic=48178.0 (http://www.htg2.net/index.php?topic=48178.0)
-
ภาคจ่ายไฟก็ใช้สวิทชิงค์นะครับ... ตอนนี้กำลังศึกษาภาคจ่ายไฟที่เป็นสวิทชิงค์ให้กระแสสูงมากแต่ตัวเล็ก...
-
ถ้าชอบแแบบง่ายๆ วงจรไม่ยุ่งยาก อุปกรณ์น้อย ต้องพวกตระกูล TDA,STK แต่คลาส A ก็น่าสนใจนะ :headphone
-
ผมอยากจะหลีกเลี่ยงพวก chip amp แล้วก็พวก class A กลัวเสียค่าไฟไม่ไหวครับ เรื่องวงจรซับซ้อนไม่มีปัญหาครับพอทำได้ แต่ที่อยากได้อุปกรณ์ไม่เยอะ เพราะจะได้ใส่ให้มันดีหน่อยน่ะครับ โปรเจคนี้ตั้งเวลาไว้ประมาณ 6 เดือน วางงบไว้ ประมาณ 30k ก็จะได้พอดีกันครับ ค่อยๆหาอุปกรณ์ จะได้ไม่เดือดร้อนด้วย ช่วงนี้ต้องระวังเรื่องเงินครับเศรษฐกิจไม่ค่อยดี เดี๋ยวลองหาวงจรทางเน็ตดู เย็นนี้ว่าจะไปเดินหาตามร้านหนังสือด้วยครับ
-
ภาคจ่ายไฟก็ใช้สวิทชิงค์นะครับ... ตอนนี้กำลังศึกษาภาคจ่ายไฟที่เป็นสวิทชิงค์ให้กระแสสูงมากแต่ตัวเล็ก...
มันจะไม่มีปัญหาจาก ฮาโมนิกส์ ออเดอร์ สูงๆ เข้ามากวนวงจรเหรอครับ มันจะลำบากเรื่องทำฟิลเตอร์รึป่าว
-
ในงบ 3พันบาท ถ้ารวมกล่อง กลัง 100W งบอาจไม่พอนะครับ นอกจากเล่น แอมป์ไอซี ถ้างบขนาดนี้ 50W ต่อข้างคงพอเป็นไปได้อยู่ครับ :)
-
หุหุหุ ลงผิดครับ 30k :D ;D ;D
-
ภาคจ่ายไฟก็ใช้สวิทชิงค์นะครับ... ตอนนี้กำลังศึกษาภาคจ่ายไฟที่เป็นสวิทชิงค์ให้กระแสสูงมากแต่ตัวเล็ก...
มันจะไม่มีปัญหาจาก ฮาโมนิกส์ ออเดอร์ สูงๆ เข้ามากวนวงจรเหรอครับ มันจะลำบากเรื่องทำฟิลเตอร์รึป่าว
ก็จัดการด้วยพวกEMI อันนี้ผมลงให้ดูเป็นตัวอย่างครับอันที่ก็แก้ไขนอยค์ส่งไปกัดอยู่ครับ..
-
ภาคจ่ายไฟก็ใช้สวิทชิงค์นะครับ... ตอนนี้กำลังศึกษาภาคจ่ายไฟที่เป็นสวิทชิงค์ให้กระแสสูงมากแต่ตัวเล็ก...
มันจะไม่มีปัญหาจาก ฮาโมนิกส์ ออเดอร์ สูงๆ เข้ามากวนวงจรเหรอครับ มันจะลำบากเรื่องทำฟิลเตอร์รึป่าว
ก็จัดการด้วยพวกEMI อันนี้ผมลงให้ดูเป็นตัวอย่างครับอันที่ก็แก้ไขนอยค์ส่งไปกัดอยู่ครับ..
อันนี้ผมเคยเจอตอนที่อยู่บ้านหม้อครับ มีเพื่อนในบ้านหม้ออยู่คนหนึ่งทำแอมป์ PA ขาย และชอบใช้ Switching mode Power Suply มาก ชอบเอาให้ร้านเพื่อนวัดด้วย Scope อยู่บ่อย ๆ วัดทีไรเจอฮาโมนิกส์แบบเห็น ๆ และแถมด้วย Harmonic Distortion ที่ความถี่สูงตั้งแต่ 1kHz ขึ้นไป ขนาด Scope ธรรมดายังมองเห็นเลยครับ
-
เท่าที่ทราบมา switching power suply ถูกพัฒนามาเพื่อจะลดขนาดและต้นทุน ของ power suply ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยุคต์ใหม่ อันนี้อาจารย์บอกมาครับ ยิ่งใช้ความถี่สูงมาก ขนาดตัวอุปกรณ์ ก็จะเล็กลงมากตาม
-
ตอนนี้ผมยังตอบอะไรไม่ได้มากครับ ขอศึกษาและลงมือทำก่อนนะครับ..
-
3886 ไงครับ หาง่าย ต่อง่าย เสียงดี d_d
-
รองตัวนี้ดูไหมครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=48178.0#bot
-
หาพวกทำ F5 Class A 25 Wครับ
-
O0 มีlinkเก่าให้ศึกษาครับ http://delta-audio.com/Krell-Clone.htm O0
-
ภาคจ่ายไฟก็ใช้สวิทชิงค์นะครับ... ตอนนี้กำลังศึกษาภาคจ่ายไฟที่เป็นสวิทชิงค์ให้กระแสสูงมากแต่ตัวเล็ก...
มันจะไม่มีปัญหาจาก ฮาโมนิกส์ ออเดอร์ สูงๆ เข้ามากวนวงจรเหรอครับ มันจะลำบากเรื่องทำฟิลเตอร์รึป่าว
ก็จัดการด้วยพวกEMI อันนี้ผมลงให้ดูเป็นตัวอย่างครับอันที่ก็แก้ไขนอยค์ส่งไปกัดอยู่ครับ..
อันนี้ผมเคยเจอตอนที่อยู่บ้านหม้อครับ มีเพื่อนในบ้านหม้ออยู่คนหนึ่งทำแอมป์ PA ขาย และชอบใช้ Switching mode Power Suply มาก ชอบเอาให้ร้านเพื่อนวัดด้วย Scope อยู่บ่อย ๆ วัดทีไรเจอฮาโมนิกส์แบบเห็น ๆ และแถมด้วย Harmonic Distortion ที่ความถี่สูงตั้งแต่ 1kHz ขึ้นไป ขนาด Scope ธรรมดายังมองเห็นเลยครับ
ไม่ทราบมันคืออะไร ไอ้ฮาโมนิกส์นี่ มีแล้วเป็นอย่างไรครับ
มีแล้วฟังความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเลยหรือครับ
หรือว่ามีแล้วส่งผลเสียให้อุปกรณ์รอบข้าง
***ไม่ทราบมันคือ พวกจี่ พวกฮัม หรือเปล่าครับ***
-
MA200 เสียงดีครับ ผมว่าเข้ากับปรีฯหลอดได้ดีครับ
ยังไม่เมา เอ๊ยยังไม่นอนหรือ
ไปก๊งมาด้วยกันล่ะซิ d_d
-
:) :) หัวข้อนี้ ยังกลับมาอีกเหรอครับ ตอนนี้ผมเลิกล้มความคิดไปแล้ว ฟังแอมป์หลอดเสียงหวานๆ ไปก่อน ตอนนี้กำลังมุ่งมั่นทำอย่างอื่นอยู่ แต่โปรเจคนี้ รับรองว่า จะต้องกลับมาทำให้ได้แน่นอนครับ ขอบคุณน้าๆ ทุกท่านเลยครับ ที่ให้ข้อเสนอแนะ
-
ไม่ทราบมันคืออะไร ไอ้ฮาโมนิกส์นี่ มีแล้วเป็นอย่างไรครับ
มีแล้วฟังความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเลยหรือครับ
หรือว่ามีแล้วส่งผลเสียให้อุปกรณ์รอบข้าง
***ไม่ทราบมันคือ พวกจี่ พวกฮัม หรือเปล่าครับ***
ผมจะอธิบายตามความเข้าใจของผมนะครับ ไม่ได้เปิดหนังสือ (ขี้เกรียจ) ;D หากผิดพลาดประการใด ผู้รู้ช่วย แก้ไข เพิ่มเติมด้วยนะครับ
เริ่มจาก ไฟฟ้าที่เราใช้อยู่ คือ 220V 50Hz ความถี่ 50Hz คือความถี่ฐาน ที่เราต้องการในระบบ แต่อุปกรณ์ยุกใหม่ พวกสารกึ่งตัวนำ นั้น สามารถจะ ควบคุม การสวิตช์ ไฟฟ้าได้ เราจึงนำมาใช้ในวงจร ต่างๆ เพื่อควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ยกตัวอย่าง ซัพพลายคอมพ์ อินเวอเตอร์ ควบคุมมอเตอร์ พวกนี้ จะอาศัยการสับสวิตช์ เพื่อควบคุมรูปสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นไปตามที่ต้องการ โดยจะใช้ความถี่ในการสวิตช์ต่างๆกันไป อุปกรณ์พวกนี้ ต่ออยู่กับระบบไฟฟ้าฐานของเรา ซึ่ง ในช่วงการสับสวิตช์ในแต่ละครั้งจะทำให้เกิดการกระเพิ่มของไฟ้ฟ้า การกระเพิ่มนี่แหละครับ ที่ออกไปข้างนอก(ระบบไฟฟ้าฐานของเรา) โดยมีความถี่ต่างๆกัน แต่ความถี่ที่มีผลต่อ ระบบไฟฟ้าฐานของเรา คือ ความถี่ลำดับคี่ ยกตัวอย่าง ไฟฟ้าฐาน 50Hz ให้เป็นออเดอร์ที่ 1 สัญญาณที่จะมีผลกับไฟฟ้าฐาน ก็จะเป็นลำดับที่ 3,5,7,9,11 ไปเรื่อยๆ โดยความถี่จะเท่ากับ ความถี่ฐานคูณกับลำดับ คือ (50*3)=150Hz (50*5)=250Hz ตามลำดับ โดยที่ ความถี่ที่อยู่ใกล้ความถี่ฐานมากที่สุด จะมีขนาดใหญ่และมีผลกับระบบไฟฟ้าฐานมากที่สุด ความถี่ที่มีผลพวกนี้มีผลคือ จะไปแทรกสอดกับสัญญาณฐาน ทำให้ สัญญาณ ฐานเปลี่ยนรูปไป โดยค่าความเพี้ยนรวมหรือ THD เป็นตัวชี้ว่า สัญญาณฐาน มีความเพี้ยนมากน้อยเพียงใด เนื่องจาก ฮาโมนิกส์นี้สามารถออกไปรบกวน อุปกรณ์ที่อยู่ รอบข้างได้ จึงมีการกำหนดมาตรฐาน ขึ้นมา ว่าอุปกรณ์ที่จะใช้งานได้นั้นต้องมีค่า ฮาโมนิกส์น้อยกว่ามาตรฐาน CE ถ้าจำไม่ผิด จะเห็นสัญญาลักษณ์ นี้ตามอุปกรณ์ พวกอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ นั่นหมายความว่า อุปกรณ์นี้ มีค่าฮาโมนิกส์น้อยกว่าที่มาตรฐานกำหนด ก็คือ จะไม่ไปกวนอุปกรณ์ อื่นๆ รอบข้าง เอาเท่านี้ก่อนครับ เดี๋ยวไปกินข้าวก่อน แล้วจะมาเข้าเรื่อง ที่ถามครับ
-
ต่อครับต่อ ในส่วนที่ถามเป็นประเด็นนั้น เป็นวงจรสวิตช์ชิ่ง พาวเวอร์ ซัพพลาย คือ แปลงไฟสลับ 220V 50Hz ไปเป็นไฟตรง ขนาดที่เราต้องการ หลักการ คือ แปลงไฟสลับ 220V ให้เป็นไฟตรง 310 V ก่อน เสร็จแล้ว ใช้เทคนิค PWM หรือ การรวมกันของความกว้างสัญญาณ คือ ใช้อุปกรณ์ สารกึ่งตัวนำ ที่ทำงานความถี่สุงได้ ส่วนใหญ่ เห็นเป็น มอสเฟท ใช้สวิตช์ปิดเปิดไฟ310V ให้เป็นซี่เล็กๆ แล้วเอาไฟซี่เล็กๆ มารวมกัน ทำให้ได้ไฟที่เราต้องการ โดยความถี่ที่เราใช้ในการสับ ยิ่งสูง ก็จะยิ่งทำให้ใช้หม้อแปลงสวิตช์ชิ่ง ยิ่งเล็กโดยที่แกนหม้อแปลงจะเป็นเฟอร์ไรท์ โดยที่บอกตอนต้นว่า ในการสับสวิตช์แต่ละครั้ง จะทำให้เกิดการกระเพิ่มของสัญญาณ นั่นแหละครับ ถึงเป็นที่มาของฮาร์โมนิกส์ ฮาร์โมนิกส์พวกนี้สามารถแก้ได้ โดยการใช้ฟิลเตอร์ พวกโลพาสฟิลเตอร์ ซึ่งประกอบไปด้วย Lและ C ซึ่งหลังจากการแก้ไขแล้วจะได้ไฟเรียบแค่ไหนนั้นก็แล้วแต่ฟิลเตอร์ ที่เราคำนวณ คำถามที่ว่า มันใช่พวกจี่พวกฮัม หรือไม่ ตอบได้เลยว่าไม่ใช่ครับ เพราะเป็นที่รู้กันในคนที่ออกแบบอุปกรณ์พวกนี้ว่า ความถี่ที่จะนำมาสับสวิตช์นั้น ต้องมากกว่า ความถี่ที่คนได้ยินครับ คือ มารกกว่า 20 kHz ขึ้นไป จนถึงระดับ เมก ไม่งั้นจะได้ยินเสียง วี้ ๆ ลองเอาหูแนบกับพวกอุปกรณ์ ชาร์ตแบต ราคาถูกๆ ของจีนซิครับ บางตัวอาจจะได้ยิน เสียงวี้ ๆ ส่วนที่ถามว่า เสียง มีความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเลยมั้ย ผมเคยถาม อ.MC ท่านบอกว่า ฟังดูแล้ว มันเหมือนมีหมอกบางๆ อะไรประมาณนี้อ่ะครับ ซึ่งผมก็ฟังไม่ค่อยออก
สรุป
การใช้ไดโอด บริจ เท่ากับว่าเรามีการสับสวิตช์ทุก 10 ms ส่วนการใช้สวิตช์ชิ่งสมมุติที่ 50KHz เท่ากับมีการสับสวิตช์ทุกๆ 0.02ms เพื่อให้เห็นภาพครับ เปรียบเหมือนบ่อน้ำ ที่เราต้องการน้ำที่เรียบที่สุด การใช้บริจ เหมือนการที่เราโดนหินลงบ่อน้ำอย่างต่อเนื่อง แต่การที่เราใช้ สวิตช์ชิ่ง จะเหมือน ฝนปลอย ในบ่อน้ำ จะเห็นว่า หิน จะเกิดการกระเพิ่ม ที่มากกว่า ฝน แต่ฝน จะปลอยตลอดเวลา (อันนี้ยังไม่พิจารณา วงจรฟิลเตอร์นะครับ)
ต้องบอกว่าคำตอบทั้งหมด เป็นความเข้าใจส่วนตัวของผมที่เรียนทางด้านนี้มาบ้างครับ ไม่ได้เปิดหนังสือ ใดๆ ทั้งสิ้น (ขี้เกรียจ) และ ถ้าผมเข้าใจผิดประการใดขอให้ผู้รู้ช่วย แก้ไข เพิ่มเติม ด้วยครับ ผมจะได้ทำความเข้าใจใหม่ด้วยครับ
-
ตอนนี้ผมยังตอบอะไรไม่ได้มากครับ ขอศึกษาและลงมือทำก่อนนะครับ..
ยังไงเป็นกำลังใจให้ น้าSomtick ครับ ลองแล้วได้ผลเป็นยังไงบ้าง บอกต่อกันบ้างนะครับ เพราะผมเห็น แอมป์ ที่ใช้สวิตช์ชิ่ง ก็ลงขายในหนังสือบ้างเหมือนกัน แต่ยังไม่มีโอกาสได้ฟังเสียงเลยครับ