HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: DS ที่ 12 พฤษภาคม, 2009, 12:16:23 pm
-
เป็นหลอด 12AX7 ดูตามวงจรต่าง ๆ จะเห็นจัดวงจรแตกต่างกัน
สรุปออกมาได้ 3 แบบ
ขอความรู้ด้วยครับ ว่าทั้ง 3 แบบ มีข้อเด่นข้อด้อยแตกต่างกันอย่างไร
และถ้าจะเอามาทำปรีแบบ สเตทเดียวให้มีอัตราขยายประมาณ 10-15 เท่า
การจัดวงจรแบบไหนจะได้ผลดีที่สุดครับ
ขอบคุณมากครับ
-
:secret :secret
ยังมีอีกหลายวงจร ที่ผมเห็น แต่ก็ไม่รู้ เหมือนกัน อยากจะรุ้ครับ
ผมว่า เค้าน่าจะมีสูตร การคำนวน มาให้ด้วย อะครับ
(http://upic.me/i/4o/0bcf3.gif) (http://upic.me/show.php?id=893d4c2280bf04f814e74899667e5263)
(http://upic.me/i/5b/5ngg1.gif) (http://upic.me/show.php?id=3420195fcada1f30f13648d182fe1b87)
(http://upic.me/i/r9/2hgg2.gif) (http://upic.me/show.php?id=ba10d9e785dd0a57d2c85497ffbe30fd)
มีรุ้ ช่วย บอกด้วยครับ d_d d_d d_d
-
เป็นหลอด 12AX7 ดูตามวงจรต่าง ๆ จะเห็นจัดวงจรแตกต่างกัน
สรุปออกมาได้ 3 แบบ
ขอความรู้ด้วยครับ ว่าทั้ง 3 แบบ มีข้อเด่นข้อด้อยแตกต่างกันอย่างไร
และถ้าจะเอามาทำปรีแบบ สเตทเดียวให้มีอัตราขยายประมาณ 10-15 เท่า
การจัดวงจรแบบไหนจะได้ผลดีที่สุดครับ
ขอบคุณมากครับ
A = Anode Follower (แต่มี Feedback ด้วย)
B = Ground Grid
C = Cathode Follower
ถ้าจะทำ Pre-amp และให้มีอัตราขยายด้วย ต้องเลือก A หรือ B เท่านั้น เพราะว่า C ไม่มีอัตราขยายครับ ในขณะที่ A มี Input Imp สูง และ B มี Input Imp ต่ำ ผมเห็นว่า A เหมาะกับสิ่งที่คุณจะทำมากกว่าครับ อย่างไรก็ตาม หลอด 12AX7 มี Amplification Factor = 100 การจะออกแบบให้เหลืออัตราขยายแค่ 10-15 นั้นไม่เหมาะกับหลอด ควรจะใช้หลอดที่อัตราขยายน้อยกว่านี้เช่น 12AU7 (mu = 20) หรือ 12AY7 (mu = 44) ครับ หรือถ้ายืนยันจะใช้ AX ก็คงต้องใช้วงจรลดทอนสัญญาณที่ Input หรือ Output เอาครับ :bye1
-
:secret :secret
ยังมีอีกหลายวงจร ที่ผมเห็น แต่ก็ไม่รู้ เหมือนกัน อยากจะรุ้ครับ
ผมว่า เค้าน่าจะมีสูตร การคำนวน มาให้ด้วย อะครับ
(http://upic.me/i/4o/0bcf3.gif) (http://upic.me/show.php?id=893d4c2280bf04f814e74899667e5263)
(http://upic.me/i/5b/5ngg1.gif) (http://upic.me/show.php?id=3420195fcada1f30f13648d182fe1b87)
(http://upic.me/i/r9/2hgg2.gif) (http://upic.me/show.php?id=ba10d9e785dd0a57d2c85497ffbe30fd)
มีรุ้ ช่วย บอกด้วยครับ d_d d_d d_d
ตามชื่อครับ
1 = Cathode Follower
2,3 = Ground Grid
ข้อดี-ข้อเสียขึ้นอยู่กับว่าตั้งใจจะออกแบบมันเป็นอะไรครับ เหมือนรถกระบะกับรถสิบล้อ ถามลอยๆ ว่าอะไรดีกว่าคงตอบไม่ได้ครับ ถ้าวิ่งเร็วรถกระบะคงดีกว่า แต่ถ้าบรรทุกเยอะรถสิบล้อก็น่าจะดีกว่าครับ :)
-
A = Anode Follower (แต่มี Feedback ด้วย)
B = Ground Grid
C = Cathode Follower
A = Anode Follower (แต่มี Feedback ด้วย)
เป็น feedback แบบ possitive หริอ negative ครับ
ดูแล้วน่าจะเป็น possitive Feedback แล้วจะมีประโยชน์อะไรบ้าง ครับ
-
เท่าที่เห็น น่าจะเป็น การจัดวงจรเพื่อให้มี impedance ที่เหมาะสมกับการใช้งาน และบ้างก็มี วงจร feed back ด้วย
เช่น
1. ( B ) Grounded Grid เป็นการจัด วงจรที่อาจจะเรียกได้ว่า เป็น Common Grid (คล้ายกับ Common Base ใน SS) จุดประสงค์ ใช้ในวงจรที่ต้องการมี low input impedance เช่น preamp ของพวก moving coil
2. ( C ) Cathod Follower เพื่อให้ low output impedance
3. ( A ) Anode Follower high impedance ทั้ง input และ output ครับ
ปล .. คำว่า Common ผมหาอยู่นานว่าอะไร ว่ามัน Common กับ อะไร และก็มั่วเอาว่า
ในการออกแบบ เค้าจะแยกวงจรขยาย เป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่วงจร Input กับ วงจร Output แล้วที่พูดว่า Common Grid ก็คือ
กระแสของ 2 วงจรนี้ ไหลผ่าน grid ทั้งคู่ หรือใช้ grid รวมกันนั้นเอง ครับ
ปล . มั่วอย่างมีหลักการอีกแล้วครับ
แต่ !! สองวันก่อน ไปหา อ.Mc อ. บอกว่า amp หลอดคิดมากไปเสียงจะไม่ดี (555 ไม่รู้เกี่ยวหรือเปล่า)
-
ขอบคุณทุกท่านมากครับ โดยเฉพาะคุณลำน้ำ
ผมเลือกการจัดวงจรแบบ B เพราะต้องการนำไปใช้ขยายหัวเข็ม MC.Low ครับ
รบกวนต่อไปอีกครับ
ช่วยใส่ค่าอุปกรณ์ให้ผมด้วยครับ
และถ้าจะต้องเพิ่ม หรือเปลี่ยนแปลงส่วนไหน
ก็รบกวนด้วยครับ
ส่วนเรื่องหลอดคงต้องเปลี่ยนจาก 12AX7 เป็น 12AU7 ตามคำแนะนำครับผม