HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: gob ที่ 19 พฤษภาคม, 2009, 08:47:59 am
-
เห็นหลายๆท่านที่เป็นนัก DIY มักจะออกแบบหลอดแบบไม่มีวงจร Loundness + ปรับ Tone
แต่จะใช้การปรับแต่งที่ c coupling จึงสงสัยว่าเสียงที่ได้มันจะคล้ายๆแบบ Flat คือไม่มีปรุงแต่งมากนัก ใช่ไหมครับ
คราวนี้มาถึงพวกเครื่อง receiver หลอด เช่น 500a ,1000a หรือ pioneer sx34 ๆลๆ พวกนี้เขาจะมี Loundness + ปรับ Tone
ซึ่งหากผมฟังแบบ flat แล้ว แทบจะฟังไม่ได้เลย เสียงจะเรียบๆ ไม่มีมิติ น่าเบื่อ จึงเลือกใช้แบบ Loundness + ปรับ Tone
ซึ่งมีหลายๆท่านบอกว่ามันไม่น่าฟัง
จึงอยากสอบถามเพื่อนๆว่า ส่วนใหญ่เพื่อนๆพี่ๆ ฟังกันแบบไหมครับ แล้วแบบไหนถึงจะถูกต้องตามหลักการหูทองครับ ;D ;D
ตามความคิดของผม แผ่น cd ส่วนใหญ่บันทึกมาไม่ได้เรื่อง ดังนั้นต้องมีการชดเชยตรงนี้ให้น่าฟัง ไม่เช่นนั้น เราจะทนฟังกับเสียงที่ไม่ไพเราะ
ชอบแบบไหนก็ฟังแบบนั้นครับ
-
อันนี้แล้วแต่ชอบครับ ถ้าฟังแล้วชอบไม่น่าจะมีปัญหา แต่....ถ้าเป็นผมจะเลือกฟังแบบ flat ครับ ผมไม่ชอบปรุงแต่งเท่าไหร่ครับ สาเหตุเพราะปรับไม่เป็นไม่รู้ว่าขาดตกย่านไหนบ้างที่ความถี่เท่าไหร่ขืนปรับไปแบบไม่รู้เรืองจะพามั่วกันใหญ่ครับ เพราะหูไม่ถึง แต่.....ถ้าsystemลงตัวแล้วแผ่นที่ฟังไม่เพราะ อัดมาไม่ได้เรื่อง จะฟังดีขึ้นทันทีครับ จริงๆๆๆๆๆๆ. :) :) :) :) :)
-
:secret :secret
พวกเครื่ีอง คอมเมอร์ เชียล ผมก็ รู้สึกว่า เปิดแฟลท แล้วไม่เอาอ่าวเลย
แต่ เครื่ีองทำเอง ไม่เห็นต้องใส่ อะไร เสียงดีกว่า ทุกที
ก็ สรุปว่า เครื่ีอง คอมเมอร์ เชียล น่าจะ เปิด ทุ้ม + แหลม ช่วย ๆๆ หน่อย
แต่ ลาวน์เนส เปิดแล้ว มันสะใจ อะจิ ทำไงดี ละ ทีเนี้ยะ
-
:) แล้วแต่อุปกรณ์ประกอบด้วยครับ เช่น ลำโพง แหล่งสัญญาน สาย และ อารมณ์ร่วมครับ ไม่มีรูปแบบตายตัว :'( (( :-* ;D 2f :drunk :)
-
2f น้า ปาท่องโก๋....ทำแต่แอมป์หลอด คิดว่าจะชอบแต่แฟลด....มีแอบติดใจ loudness ด้วย ไม่ใส่ในแอมป์หลอดบ้างล่ะคับ :headphone
-
ผมฟังแบบ flat ครับ ผมรู้สึกว่าก็ตอบสนองได้ดีครับ พอจินตนาการว่า นักร้องขยับปากเล่นเสียงได้ :)
-
ผมชอบแบบปรุงแต่งครับ เพราะเรียบๆแล้วมันไม่สะใจโก๋ครับ :whistling :whistling
-
ผมฟังแบบ Flat ครับ ส่วนใหญ่ฟังแผ่นเสียงมากกว่า
และทำให้พอรับรู้ได้ว่า แผ่นใหนอัดมาดีหรือไม่ดีครับ ความเห็นส่วนตัวนะครับ
-
:secret :secret
แต่ ลาวน์เนส เปิดแล้ว มันสะใจ อะจิ ทำไงดี ละ ทีเนี้ยะ
น่านดิ แล้วจะใส่ไปในแอมป์หลอดได้ไง ดูวงจรได้ที่ไหนน้อ
-
2f น้า ปาท่องโก๋....ทำแต่แอมป์หลอด คิดว่าจะชอบแต่แฟลด....มีแอบติดใจ loudness ด้วย ไม่ใส่ในแอมป์หลอดบ้างล่ะคับ :headphone
:secret :secret :secret
สนใจ อยู่ เหมือนกัน แบ่ง วงจร มาให้ บ้างจิ จะได้ มีไอเดียทำ เจอแต่ ปรับ ทุ้ม แหลม แล้ว
อยากจะเจอ แปลกๆๆ บ้าง
ตะก่อน เห็นของ TAS เขา มี ลาวนด์เนส ปรับ เฉพาะ ทุ้ม เปิดทีไร ฟัง อัสนี มันทุกที :headphone :headphone
-
ของผมสิครับ ต้องเอาปรีโทนมาลดเสียงกลางหน่อย เจ้าแปดเหลี่ยมกลางมันล้นครับ :cry2
-
(http://upic.me/i/n3/8ness.jpg) (http://upic.me/show.php?id=dfce76c9623685ac021956d9429e3dcc)
วงจรคงประมาณนี้อ่ะครับ แต่ตัวโวลลุ่มต้องมี tab กลางด้วยอ่ะครับ ???
-
วงจร Loundness & Tone ใช้หลักการลดทอนเกนลงตลอดย่านความถี่แล้วมาชดเชยความถี่ต่ำกับความถี่สูงขึ้นมาอีกทีแต่ช่วงเสียงกลางจะถูกลดทอนเหมือนเดิมทำให้เกนช่วงต่ำกับสูงมากกว่ากลางเราจึงได้ยินเบสกับแหลมมากขึ้น ทีนี้สมมุติว่าถ้าเราปิด Loundness เสียงบางความถี่ก็จะหายไปด้วยครับ ถ้าเป็นผมผมปลดวงจร Loundness ออกเป็นอันดับแรกเลยครับ
-
วงจร Loundness & Tone ใช้หลักการลดทอนเกนลงตลอดย่านความถี่แล้วมาชดเชยความถี่ต่ำกับความถี่สูงขึ้นมาอีกทีแต่ช่วงเสียงกลางจะถูกลดทอนเหมือนเดิมทำให้เกนช่วงต่ำกับสูงมากกว่ากลางเราจึงได้ยินเบสกับแหลมมากขึ้น ทีนี้สมมุติว่าถ้าเราปิด Loundness เสียงบางความถี่ก็จะหายไปด้วยครับ ถ้าเป็นผมผมปลดวงจร Loundness ออกเป็นอันดับแรกเลยครับ
อ่านแล้วงงครับ ที่บอกว่า
"ทีนี้สมมุติว่าถ้าเราปิด Loundness เสียงบางความถี่ก็จะหายไปด้วยครับ ถ้าเป็นผมผมปลดวงจร Loundness ออกเป็นอันดับแรกเลยครับ"
ปิด loundness หรือ เปิด Loundness ครับ???/
-
d_d แม่นแล่วครับถ้าทำเล่นๆหนุกๆ ก็โอเชครับ แต่ถ้าทำแบบถาวร ก็ตามที่คุณ Mr.Q ว่ามาแหละครับผม ข้างล่างนี่ก็เป็นอีกแบบนึงตามลิงค์เลยครับ ผมเองก็ไม่เคยเห็น loudness แบบนี้ครับ แต่ดูจะเข้าทีไม่น้อยกับ solid state
http://www.electronics-lab.com/projects/audio/028/index.html
-
ปกติผมฟังแบบ Direct ครับ แต่บางอารมณ์ก็อยากปรับเสียงบ้าง อย่าไปซีเรียสกับมันเลยครับ
มีก็ดี ไม่มีก็ได้ครับ ถ้ามีก็ดีตรงบางเพลงบันทึกออกทุ้มหรือแหลมไปก็สามารถปรับได้ครับ
แต่ถ้าฟังแนวออดิโอไฟล์เค้าจะปรับเป็น Direct เพื่อให้เสียงที่ได้ไม่ต้องเจือปนการปรับแต่งใดๆทั้งสิ้นครับ
-
วงจร Loundness & Tone ใช้หลักการลดทอนเกนลงตลอดย่านความถี่แล้วมาชดเชยความถี่ต่ำกับความถี่สูงขึ้นมาอีกทีแต่ช่วงเสียงกลางจะถูกลดทอนเหมือนเดิมทำให้เกนช่วงต่ำกับสูงมากกว่ากลางเราจึงได้ยินเบสกับแหลมมากขึ้น ทีนี้สมมุติว่าถ้าเราปิด Loundness เสียงบางความถี่ก็จะหายไปด้วยครับ ถ้าเป็นผมผมปลดวงจร Loundness ออกเป็นอันดับแรกเลยครับ
อ่านแล้วงงครับ ที่บอกว่า
"ทีนี้สมมุติว่าถ้าเราปิด Loundness เสียงบางความถี่ก็จะหายไปด้วยครับ ถ้าเป็นผมผมปลดวงจร Loundness ออกเป็นอันดับแรกเลยครับ"
ปิด loundness หรือ เปิด Loundness ครับ???/
หมายถึงตำแหน่ง off ครับ
-
ผมชอบฟังแบบ Flat ครับ
ตอนที่ใช้แอมป์ที่สามารถปรับโทรเสียงได้ ผมแทบจะไม่เคยแตะเลยล่ะครับ แค่ลองดูว่ามันต่างกันยังไงแค่นั้นเองครับ
-
ผมฟังแบบ flat ครับ และอาศัย set ลำโพงช่วยครับ เดินบ่อยหลายรอบแต่ได้ประสบการณ์ในการตั้งลำโพงครับ d_d
-
วงจร Loundness & Tone ใช้หลักการลดทอนเกนลงตลอดย่านความถี่แล้วมาชดเชยความถี่ต่ำกับความถี่สูงขึ้นมาอีกทีแต่ช่วงเสียงกลางจะถูกลดทอนเหมือนเดิมทำให้เกนช่วงต่ำกับสูงมากกว่ากลางเราจึงได้ยินเบสกับแหลมมากขึ้น ทีนี้สมมุติว่าถ้าเราปิด Loundness เสียงบางความถี่ก็จะหายไปด้วยครับ ถ้าเป็นผมผมปลดวงจร Loundness ออกเป็นอันดับแรกเลยครับ
อ่านแล้วงงครับ ที่บอกว่า
"ทีนี้สมมุติว่าถ้าเราปิด Loundness เสียงบางความถี่ก็จะหายไปด้วยครับ ถ้าเป็นผมผมปลดวงจร Loundness ออกเป็นอันดับแรกเลยครับ"
ปิด loundness หรือ เปิด Loundness ครับ???/
หมายถึงตำแหน่ง off ครับ
ความหมายที่คุณ Mr,Q พูดคือ หากมี Loundness ในเครื่อง แม้จะปิด Loundness เสียงบางความถี่ก็จะหายไปด้วยใช่ไหมครับ ให้ยกชุดออกเลยใช่ไหมครับ
-
สงสัยจะติด Loundness มากเกินไปแล้วซิเรา เลิกยากครับ ปรับ Flat ที่ไร ต้องรีบไปกด Loundness ทุกที
แต่ก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้ว ผมก็ฟังแบบ Flat มาตลอดเป็นเวลาหายปีทีเดียว รู้สึกเหมือนขาดพริกกับน้ำปลายังไงก็ไม่รู้
-
วงจร Loundness & Tone ใช้หลักการลดทอนเกนลงตลอดย่านความถี่แล้วมาชดเชยความถี่ต่ำกับความถี่สูงขึ้นมาอีกทีแต่ช่วงเสียงกลางจะถูกลดทอนเหมือนเดิมทำให้เกนช่วงต่ำกับสูงมากกว่ากลางเราจึงได้ยินเบสกับแหลมมากขึ้น ทีนี้สมมุติว่าถ้าเราปิด Loundness เสียงบางความถี่ก็จะหายไปด้วยครับ ถ้าเป็นผมผมปลดวงจร Loundness ออกเป็นอันดับแรกเลยครับ
อ่านแล้วงงครับ ที่บอกว่า
"ทีนี้สมมุติว่าถ้าเราปิด Loundness เสียงบางความถี่ก็จะหายไปด้วยครับ ถ้าเป็นผมผมปลดวงจร Loundness ออกเป็นอันดับแรกเลยครับ"
ปิด loundness หรือ เปิด Loundness ครับ???/
หมายถึงตำแหน่ง off ครับ
ความหมายที่คุณ Mr,Q พูดคือ หากมี Loundness ในเครื่อง แม้จะปิด Loundness เสียงบางความถี่ก็จะหายไปด้วยใช่ไหมครับ ให้ยกชุดออกเลยใช่ไหมครับ
ใข่ครับ ดูจากวงจรของคุณ ElecTroN ส.ญ. Input จะถูก Bypass ผ่าน CT ของ Volume ผ่าน R 5.6k ลง GND ครับ
-
อันนี้เป็นความคิดส่วนตัวของผมนะครับ หาก system ยังไม่มีความพร้อม Loundness กับ Tone เป็นตัวช่วยชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปตามที่เราต้องการ
แต่ถ้าหาก system ค่อนข้างจะพร้อมแล้ว ก็เหมือน เอา Loundness กับ Tone ไปลดทอนคุณภาพเสียงลงแหละครับ
เมื่อก่อนผมก็เป็นอะไรที่ต้อง มีโทนกับลาวเนส ยิ่งก่อนหน้าสมัยที่เล่นแรกๆ ต้องมี EQ ด้วยประมาณว่าปรับเป็นปีกนกปีกกาประมาณนั้น
พอฟังได้สักระยะ ค่อยๆ ตัดสิ่งเหล่านั้นออกไป ผมก็จะได้รายละเอียด หรือสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มเข้ามาที่ละนิด การจัดโน่น จัดนี่ จะเป็นตัวช่วยแต่งเสียงตามธรรมชาติ แทนการปรับเสียงจาก Loundness หรือ Tone แต่เมื่อคุ้นเคยกับ Flat แล้วผมแทบจะไม่อยากหลับไปฟังแบบ Loundness หรือ Tone อีกเลยครับ นอกเสียจากระบบยังไม่พร้อมจึงต้องมีสิ่งเหล่านี้มาปรับบ้าง หากแรกๆ ขาดไม่ได้จริงๆ ก็ค่อยๆ ตัดออกทีละอันเอาครับ ลองดูแล้วคุณจะได้สัมผัสอะไรๆ ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ;D ;D
-
ขอบคุณครับ จะพยายามตัดออกไปทีละน้อยดูครับ
-
ขอบคุณครับ จะพยายามตัดออกไปทีละน้อยดูครับ
พยายามฟังแบบ Flat ให้ชินครับ แรกๆอาจอึดอัดแต่เมื่อชินแล้วจะเข้าใจเองครับ
-
ผมฟังแบบ flat ครับ และอาศัย set ลำโพงช่วยครับ เดินบ่อยหลายรอบแต่ได้ประสบการณ์ในการตั้งลำโพงครับ d_d
ผมชอบเบสหนักๆ แต่ไม่ต้องลึกนัก สไตล์ขา rock เก่าน่ะครับ :kicking
แต่สุดท้ายก็จบแบบพี่มุนิลครับ + set ตำแหน่งที่นั่งให้ผนังหลังเสริมเบสให้ด้วย แค่นี้ก็ฟังเบส "กระหึ่ม" ได้แบบ "พอสมวัย" แล้วครับ :secret :headphone
ตอนทำ solid ผมเคยทำ pre tone และ loundness เล่น และก็เลิกเล่น loundness ก่อน ด้วยข้อหา "ปรับไม่ได้" ครับ
ถัดมาก็เลิกคบกับ pre tone ที่ลองมาทั้ง IC และ discret TR ด้วยข้อหา "bypass แล้วดีกว่า" :P
ตอนนี้มีปรีของ braun ที่มีทุ้มแหลมให้ปรับ bypass ไม่ได้ ผมก็ตั้งไว้กลาง แล้วขยับลำโพงและที่นั่งฟังเอาแทนครับ ;D
....
แต่นี่ก็ว่าถ้ามีเวลาจะทำ active crossover ด้วยหลอด แล้วใช้ volume control ปรับบาลานส์ของทุ้มแหลมแทนครับ :secret
วงจรก็มีแล้ว ของก็สะสมไว้บ้าง.... แต่เวลาทำนี่จิ...เฮ้อ ชีวิตรันทด หาเวลาเล่นอะไร "ส่วนตัว" ไม่ค่อยได้เลยครับ :'( K] :black_eye
-
เห็นหลายๆท่านที่เป็นนัก DIY มักจะออกแบบหลอดแบบไม่มีวงจร Loundness + ปรับ Tone
แต่จะใช้การปรับแต่งที่ c coupling จึงสงสัยว่าเสียงที่ได้มันจะคล้ายๆแบบ Flat คือไม่มีปรุงแต่งมากนัก ใช่ไหมครับ
การปรับแต่งที่ c coupling หรือแม้แต่การเปลี่ยนหลอด อันนี้ผมว่าเป็นการเปลี่ยนสไตล์เสียงหรือบุคลิคของเสียงมากกว่าการปรุงแต่งนะครับ เมื่อทุกอย่างเข้าที่แล้วการเปลี่ยนพวกนี้เพื่อค้นหาความเป็นตัวของตัวเองดีๆ นี่แหละ ชอบบุคลิกของเสียงแบบใหนก็ว่ากันไป แต่ละคนอาจชอบแนวเสียงไม่เหมือนกันอยู่แล้ว คำว่าเสียงดีสำหรับคนหนึ่ง แต่ก็ใช่ว่าจะดีสำหรับคนหนึ่งเสมอไป
และสุดท้ายถ้าฟังออกแล้วจะมีเรื่อง..ต้องเสียตัง.. ;D ;D ต้องหายี่ห้อโน้น ยี่ห้อนี้ อันใหนที่เขาว่าดีก็จะลองมั่ง นานาจิตัง :D :D แต่ผมว่าเอาแบบพอประมาณดีกว่า แบบพอเพียง ;D ;D :yahoo
-
ผมชอบแบบ flat ครับ เพราะปรับแล้วรู้สึกว่าเสียงนักร้องเพี้ยนครับ คือสรุปว่าปรับยากครับ
-
flat O0
-
เพลงช้าชอบแฟลทที่ฟังกับแอมป์หลอด เพลงจังหวะและหนักๆก็ชอบลาวน์เนทที่ฟังกับโซลิดเหมือนกันครับ
-
แล้วแต่ชอบครับ เมื่อก่อนชอบแบบปรับแต่งเสียงครับ แต่พอปรับไปปรับมาเสียงแย่กว่าเดิมปรับไม่ค่อยเป็นอ่ะครับ ตอนนี้ก็ฟังแต่ flat อย่างเดียวครับ
-
เมื่อวานลองฟัง Flat ดูอีกครั้งครับ โดยใช้เครื่องหลอด Receiver Pioneer sx34b ลองฟังไม่ถึงนาทีก็รู้สึกว่าไม่มีชีวิตชีวา
ฟังแล้วน่าเบื่อ ลำโพงที่ใช้เป็น diy ของ pioneer ตุ้โบราณ 3 ทาง ขนาดใหญ่ ซึ่งหาก set flat แล้ว เสียงจะแห้งมากๆ
แต่พอลองอีกชุดเป็นแอมป์โซลิตสเตทและต่อลำโพง Fullrage แล้วไม่กด Loundness และปรับโทนเสียงไปที่กึ่งกลางทั้งหมด
ผลก็คือได้เสียงที่น่าฟัง กลางเด่น เสียงชัดทุกเม็ด แต่พอกด Loundness แล้วเสียงไม่ค่อยได้เรื่องเลย จึงมีความรู้สึกว่าชอบเสียง
ของแอมป์โซลิตสเตทและต่อลำโพง Fullrage มากกว่า แต่เสียงจะไม่นุ่มลึกเท่าไหร่
ดังนั้นจึงคิดว่าการใช้ Loundness อาจจะให้ความเหมาะสมต่อบางเครื่อง หรือบางลำโพง
โดยเฉพาะเครื่องหลอด+ลำโพง fullrange คงให้เสียงที่เป็นธรรมชาติที่น่าฟัง โดยไม่ต้องปรุงแต่งใดๆ เดี๋ยวจะลองเล่นเปลี่ยนไปเรื่อยๆครับ
-
เมื่อวานลองฟัง Flat ดูอีกครั้งครับ โดยใช้เครื่องหลอด Receiver Pioneer sx34b ลองฟังไม่ถึงนาทีก็รู้สึกว่าไม่มีชีวิตชีวา
ฟังแล้วน่าเบื่อ ลำโพงที่ใช้เป็น diy ของ pioneer ตุ้โบราณ 3 ทาง ขนาดใหญ่ ซึ่งหาก set flat แล้ว เสียงจะแห้งมากๆ
แต่พอลองอีกชุดเป็นแอมป์โซลิตสเตทและต่อลำโพง Fullrage แล้วไม่กด Loundness และปรับโทนเสียงไปที่กึ่งกลางทั้งหมด
ผลก็คือได้เสียงที่น่าฟัง กลางเด่น เสียงชัดทุกเม็ด แต่พอกด Loundness แล้วเสียงไม่ค่อยได้เรื่องเลย จึงมีความรู้สึกว่าชอบเสียง
ของแอมป์โซลิตสเตทและต่อลำโพง Fullrage มากกว่า แต่เสียงจะไม่นุ่มลึกเท่าไหร่
ดังนั้นจึงคิดว่าการใช้ Loundness อาจจะให้ความเหมาะสมต่อบางเครื่อง หรือบางลำโพง
โดยเฉพาะเครื่องหลอด+ลำโพง fullrange คงให้เสียงที่เป็นธรรมชาติที่น่าฟัง โดยไม่ต้องปรุงแต่งใดๆ เดี๋ยวจะลองเล่นเปลี่ยนไปเรื่อยๆครับ
เริ่มมีดวงตาเห็นกรรรม เอ้ย!! :shutup เห็นธรรรมแล้วสินะครับ :yahoo สู้ต่อไป :wiggle
-
ผมมองว่า ทุกวันนี้เราไม่ได้ฟังเสียง flat จริงๆ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะเป็นแอมป์คอมเมอรเชียล ราคาหลักพัน หรือหลักล้าน
ทุก ๆ บริษัท ก็พยายามจะแทรกสอดแนวเสียงสำเนียงเอกลักษณ์ของตัวเองลงไปไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะ ย่านเสียงกลาง ที่มีไว้ดึงดูดลูกค้าแต่ละสไตล์การฟัง
เฉกเช่นเดียวกับแอมป์ที่ diy การเลือกสรรค์อุปกรณ์ ก็มีผลต่อเอกลักษณ์ของเสียง เนื่องจากอุปกรณ์แต่ละตัวก็มี frequency response ไม่เท่ากัน
แล้วทุกวันนี้ผมเชื่อว่า ทุกคนก็มีสไตล์การฟังเป็นเอกลักษณ์ บางคนชอบเบสน้อย เบสมาก บางคนชอบเสียงกลาง เปิด ๆ บางคนชอบลื่น ๆ
ปล. นี่เป็นความเชื่อส่วนบุคคล กรุณาใช้วิจารณาในการอ่าน
-
เห็นหลายๆท่านที่เป็นนัก DIY มักจะออกแบบหลอดแบบไม่มีวงจร Loundness + ปรับ Tone
แต่จะใช้การปรับแต่งที่ c coupling จึงสงสัยว่าเสียงที่ได้มันจะคล้ายๆแบบ Flat คือไม่มีปรุงแต่งมากนัก ใช่ไหมครับ
คราวนี้มาถึงพวกเครื่อง receiver หลอด เช่น 500a ,1000a หรือ pioneer sx34 ๆลๆ พวกนี้เขาจะมี Loundness + ปรับ Tone
ซึ่งหากผมฟังแบบ flat แล้ว แทบจะฟังไม่ได้เลย เสียงจะเรียบๆ ไม่มีมิติ น่าเบื่อ จึงเลือกใช้แบบ Loundness + ปรับ Tone
ซึ่งมีหลายๆท่านบอกว่ามันไม่น่าฟัง
จึงอยากสอบถามเพื่อนๆว่า ส่วนใหญ่เพื่อนๆพี่ๆ ฟังกันแบบไหมครับ แล้วแบบไหนถึงจะถูกต้องตามหลักการหูทองครับ ;D ;D
ตามความคิดของผม แผ่น cd ส่วนใหญ่บันทึกมาไม่ได้เรื่อง ดังนั้นต้องมีการชดเชยตรงนี้ให้น่าฟัง ไม่เช่นนั้น เราจะทนฟังกับเสียงที่ไม่ไพเราะ
ชอบแบบไหนก็ฟังแบบนั้นครับ
เห็นด้วยครับ d_d
-
ผมเป็นที่ชอบฟังเพลงครับ ที่ใช้อยู่ปรีกับเพาเวอร์ ก็ให้เสียงเป็นที่น่าพอใจ ที่สำคัญไม่มีการปรับแต่งอะไร เสียงจะดีหรือไม่ดีต้นฉบับมีส่วนสำคัญครับ เพลงบางเพลงต้องอาศัยการปรับแต่งถึงจะน่าฟังขึ้น แต่กับบางเพลงแทบไม่ต้องแต่งอะไรเลย สรุป....ส่วนตัว flat ครับ
-
ฟังตำแหน่ง FLAT ครับ ฟังมานาน จนฟังออกว่า คนทำดนตรี หรือ อัลบั้ม ใด มีคุณภาพหรือไม่ ส่วนใหญ่จะเกิดจากผลงานแบบไทย ๆ นาน ๆ จะเจอดี ๆ สักชุด ที่ไม่ค่อยปราณีตผลงานออกมา ส่วนแผ่นที่เป็นของ ฝรั่ง กับ ของ จีน นี่ โอเค เลยครับ
-
ส่วนมาก ลาวน์เนส มักจะถูกนำมาใช้ตอนเปิดเสียงที่มีระดับความดังน้อยๆครับ เช่นเปิดเพลงฟังก่อนนอน ตอนอ่านหนังสือ ฯลฯ มีเพลงคลอเบาๆ
เนื่องจากระดับความดังที่ไม่มาก ทำให้หูคนเราได้ยินเสียงในย่านความถี่ต่ำและสูง ได้น้อยกว่าเสียงกลาง โดยเฉพาะถ้าเปิดเบามากๆหูคนเราแทบจะรับได้แต่ย่านเสียงกลาง
ลาวน์เนสคือตัวช่วยให้เครื่องเสียงเพิ่มเสียงย่านความถี่ที่หูเราไม่ค่อยได้ยินตอนเปิดเพลงเบาๆให้ได้ยินชัดเจนมากขึ้น ลองเปิดเพลงเบาๆ แล้วกดลาวน์เนสดูซิครับ มันก็มีดีของมันอยู่เหมือนกัน
c) c) c)
-
ผมชอบ flat ครับ น้อยชิ้น ไม่ต้องลำบากปรับแต่ง ;)
-
ที่ว่า แฟลท นั้น ผมว่าหาแฟลทจริงๆยาก ปรับได้แค่ทีเครื่อง แต่ยังตัวการที่ไม่ทำให้แฟลทอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นปรี สายสัญญาน สายลำโพง ต้วลำโพง ฯลฯ
เพียงแค่ไม่ใส่ลาวน์เนทอย่างเดียว ไม่น่าจะแฟลท ทีมีความใกล้เคียงแฟลทมากที่สุด น่าจะเป็นใน studio เท่านั้นครับ ผมว่าอย่างเราๆท่านๆที่ฟังอยู่ก็ฟังตามที่ถูกหูถูกใจมากกว่าครับ d_d
-
ที่ว่า แฟลท นั้น ผมว่าหาแฟลทจริงๆยาก ปรับได้แค่ทีเครื่อง แต่ยังตัวการที่ไม่ทำให้แฟลทอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นปรี สายสัญญาน สายลำโพง ต้วลำโพง ฯลฯ
เพียงแค่ไม่ใส่ลาวน์เนทอย่างเดียว ไม่น่าจะแฟลท ทีมีความใกล้เคียงแฟลทมากที่สุด น่าจะเป็นใน studio เท่านั้นครับ ผมว่าอย่างเราๆท่านๆที่ฟังอยู่ก็ฟังตามที่ถูกหูถูกใจมากกว่าครับ d_d
ถ้าอย่างนั้น............
เสียบหูฟังตรงๆจากเครื่องเล่น cd ก็ยังไม่ Flat เลยใช่ไหมครับ เพราะหูฟังแต่ละยี่ห้อแนวเสียงก็แตกต่างกันอีก
เครื่องเล่น cd เองก็ให้เสียงที่แตกต่างกันอีก หูของคนเราก็แตกต่างกันอีก ๆลๆ